มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 4 (YURI)

 

“นา! นารา!” ปภพเรียกชื่อหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างหน้า ขณะที่มีพนักงานหลายสิบคนห้อมล้อม เพื่อไปยังโรงอาหารในเวลาก่อนพักเที่ยง ไม่มีใครอยากไปถึงช้า เพราะคิวจะยาวมาก

ใครเรียกฉัน?

สาวร่างสูงชะงักเท้า หันหลังมองต้นเสียง ก่อนยิ้มมุมปาก ไม่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนชายที่เรียนร่วมสถาบันกันทำงานที่นี่ด้วย

“ภพ” เธอเรียกชื่อเล่นของเพื่อนชาย ที่คุ้นเคยกันในตอนปีหนึ่ง แต่มาห่างกันไปหลังเรียนคนละสาขา โดยเขาเลือกเรียนการตลาด

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เขาทักทายอย่างเป็นมิตร

ปภพเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี สุภาพเรียบร้อย พูดจาฉะฉาน ถือว่าหัวดีไม่น้อย

แต่มีข้อเสียเดียวคือ...ฐานะทางบ้านปานกลาง ผู้หญิงจึงไม่ค่อยนิยมเขามากนัก ประกอบกับชายหนุ่มมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะสร้างฐานะก่อน พอเรียนจบก็ทุ่มเททำงาน จนได้เป็นเซลล์อันดับต้นๆ ของบริษัท RB ฟู้ดส์ได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน

เมื่อไหร่...

“งั้นเหรอ” หญิงสาวจำไม่ได้ว่าเจอเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ขณะเดินไปโรงอาหารด้วยกัน เพื่อซื้ออาหารให้กับคนอื่นในฝ่ายการเงิน “ภพอยู่ฝ่ายไหน?”

“ฝ่ายการตลาดน่ะ โชคดีที่ตอนเรียนฝึกงานที่นี่ พอจบก็เลยได้ทำงานเลย” ปภพเล่ายิ้ม ก่อนพูดต่อ “นาเพิ่งมาทำงานไม่กี่วันสินะ”

หืม?

สาวหน้าคมทำหน้าแปลกใจ

“รู้ได้ไง?”

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ

“พนักงานใหม่ที่ฝีปากกล้าวันก่อน ตอนนี้โด่งดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งบริษัทแล้วล่ะ”

ชื่อเน่ามากสินะฉัน...เยี่ยม!

คิดประชดในใจ ก่อนยิ้มฝืดๆ

“ก็แค่ลืมตัวไปหน่อย”

“ไม่ต้องคิดมากหรอก เดี๋ยวคนก็ลืมๆ ไปเอง” เขาปลอบใจ

ปภพรู้จักปิ่นมณีว่า อุปนิสัยร้ายกาจแค่ไหน เพราะทำงานฝ่ายเดียวกันมาพักหนึ่ง จึงเดาได้ว่าสาวเปรี้ยวคงเป็นฝ่ายหาเรื่องนาราก่อน

เขาไม่ได้มองข่าวซุบซิบเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะทุกวันมีข่าวใหม่มากมายให้ผู้คนแห่เสพ และวิจารณ์อย่างสนุกปาก จนบางทีก็ละเลยเรื่องที่สำคัญของตนไป

...ประกอบกับคนไทยเป็นพวกความจำสั้น ถึงสั้นมาก

“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น” สาวหน้าคมพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง ก่อนคลี่ยิ้มออกมา “แต่ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแค่นี้สบายมาก”

“แบบนี้สิค่อยสมเป็นนาราหน่อย” ชายหนุ่มเอ่ยชมออกมา เขาชอบนิสัยเข้มแข็งของผู้หญิงคนนี้ ที่ไม่ย่อท้อกับปัญหาอุปสรรค และพร้อมจะก้าวต่อไปข้างหน้า

“ชมกันแบบนี้ ฉันก็ลอยพอดี” นาราพูดแซวเพื่อนชาย

“ฉันพูดความจริงต่างหาก” เขาอธิบาย หลังเห็นเธอมองกระดาษที่เขียนรายการอาหารก็เสนอตัวขึ้น “ฉันช่วยไหม?”

“ไม่ต้องหรอก ภพไปทานข้าวเถอะ” ร่างสูงไม่อยากรบกวนเวลาพักของเขา

“ไม่รบกวนหรอก ฉันช่วยซื้อ นาจะได้เสร็จเร็วๆ”

“เอางั้นเหรอ...ก็ได้” นารายอมรับความช่วยเหลือของเพื่อนชาย

“ฉันจัดการสามอันล่างนะ เสร็จแล้วมาเจอกันแถวนี้” เขาบอก หลังมองรายการอาหารผ่านตาเพื่อจดจำ

“ขอบคุณนะ”

 

รุจรวีที่เดินเคียงคู่มากับเขมทัตชะงักไปเล็กน้อย หลังเห็นนาราดูสนิทสนมกับหนุ่มฝ่ายขายตรงหน้าร้านอาหาร จึงหุบยิ้ม แล้วเผลอขมวดคิ้วเรียว

ดูสนิทกันเกินไปรึเปล่า

ไม่รู้ทำไม...หล่อนถึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา

“วีครับ ทานอะไรดีครับ?” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาถามขึ้น แต่พอเห็นสายตาคู่สวยมองไปทางอื่น จึงมองตามอย่างสนใจ “มีอะไรเหรอครับ?”

“ปะ เปล่าค่ะ” สาวสวยรีบปฎิเสธ หันมองเขา “พี่เขมอยากทานอะไรละคะ?”

เขมทัตหยุดคิด

“วีเอาน้ำแร่ใช่ไหม งั้นพี่ซื้อข้าวร้านข้างๆ แล้วเจอกันที่โต๊ะ”

“ค่ะ” รองประธานสาวรับคำ เดินไปต่อแถวแบบเดียวกับคนอื่น ไม่คิดจะใช้ตำแหน่งลัดคิว

โดยคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าคือ...นารา

สูงขึ้นนะเนี่ย ผอมลงด้วย

หล่อนยืนห่างเล็กน้อย สายตาสำรวจร่างสูงจากด้านหลัง หากยืนเทียบกันแล้วจะสูงกว่าตนเล็กน้อย ทั้งที่เจอกันหลายปีก่อน อีกฝ่ายตัวสูงประมาณหูของตนเท่านั้น แถมยังเจ้าเนื้อมากกว่านี้

...พอเข้าใจแล้วว่า ทำไมหนุ่มๆ ถึงตามแจกขนมจีบนารา

ยังใช้แป้งเด็กอยู่เหรอเนี่ย

รุจรวีนึกขำในใจ หลังอีกฝ่ายยืนกดมือถือเล่นขณะต่อแถว ไม่รู้เลยสักนิดว่า หล่อนยืนอยู่ข้างหลัง

“เชิญท่านรองวีก่อนค่ะ” พนักงานผู้หญิงอาวุโสที่หันมาเห็นรองประธานสาว รีบเชื้อเชิญหมายเอาหน้า

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่รีบ” สาวสวยปฏิเสธเสียงนุ่ม

“เอ่อ ค่ะ” พนักงานคนนั้นทำหน้าเจื่อน ก่อนไม่สนใจหล่อนอีก

เสียงนี้!

นาราสะดุ้งเฮือก หลังได้ยินน้ำเสียงอ่อนหวานที่ถึงตายก็ไม่มีวันลืม จึงหมุนตัวไปมองข้างหลังอย่างช้าๆ แล้วเบิกตากว้างที่เห็นอีกฝ่ายจ้องตนอยู่ก่อน หัวใจร่วงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม

พะ พี่วี!

“ไม่คิดจะทักฉันรึไง รู้จักคำว่ามารยาทรึเปล่า?” สาวหวานกล่าวเสียงเย็นเยือก ยกแขนขึ้นกอดอก

ฉันอยากทักเฉพาะคนที่น่าทักค่ะ

คิดตอบในใจ ก่อนขยับปากตามมารยาท ไม่อยากให้อีกคนต่อว่าไปถึงบุพการี

...เพราะท่านอบรมสั่งสอนมาดี แต่เธอไม่ทำเองต่างหาก

สาวร่างสูงพนมมือ แล้วไหว้อย่างอ่อนช้อย ยิ่งกว่านางงามเวทีประกวด

“สวัสดีค่ะท่านรองรุจรวี”

เรียกซะเต็มยศ ประชดเก่งจริง

สาวหวานส่ายหัวน้อยๆ ก่อนรับไหว้

“เวลาต่อคิวอย่ามัวแต่เล่นมือถือ มันอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ รู้รึเปล่า”

ฉันไม่ได้อยากเล่นสักหน่อย

“คือว่าพี่มิเขียนสั่งอาหารเพิ่ม ฉันไม่อ่านคงไม่ได้ค่ะ” เธออธิบายหลังโดนเข้าใจผิดว่ากำลังเล่น

หล่อนค้อนน้อยๆ หลังได้ยินชื่อเล่นของเพื่อนรัก

“เชื่อฟังหัวหน้าดีจริงๆ นะ” น้ำเสียงราบเรียบ

คนฟังทำหน้าสับสน ไม่แน่ใจว่าเป็นคำชมหรือประชด แต่อดคันปากไม่ได้

“ถ้าไม่เชื่อฟังหัวหน้า ฉันก็ไม่มีที่พึ่งสิคะ ฉันจำได้นะคะว่า โดนท่านรองวีคาดโทษฉันเอาไว้”

อยากไล่ฉันออกมากสินะ แต่ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกนะคะ

นาราไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ

รุจรวียิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า

“ไม่ลืมก็ดี”

“อะไรที่เกี่ยวกับคุณ...ฉันไม่เคยลืมอยู่แล้ว” เธอเอ่ยประโยคหลังเสียงแผ่วไม่ต่างจากกระซิบ

“คิวต่อไปค่ะ” เสียงแม่ค้าเรียก

ร่างสูงจึงหมุนตัวก้าวไปสั่งอาหาร

แม้เสียงในโรงอาหารจะดังจ๊อกแจ๊ก ทว่าสาวสวยได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายชัดเจน ยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังบอบบาง ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย โดยเฉพาะน้ำเสียงตัดพ้อต่อว่ากลายๆ

นารา...

หล่อนครางเรียกชื่อเธอในใจ อดไม่ได้ที่จะมองตามหลังร่างสูงที่หิ้วถุงอาหารไปหาปภพ พร้อมยิ้มร่ารับถุงกล่องอาหารมาจากเขา ก่อนเดินออกไป โดยไม่เหลือบมองตนเลยสักนิด

เนื้อหอมไปนะ ชิส์!

รุจรวีอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ ก่อนก้าวไปสั่งอาหารกับแม่ค้าบ้าง

 

“เด็กคนนั้นเหรอ ที่ว่าเป็นคนรักเก่าท่านรอง?” พนักงานสองคนหันไปซุบซิบกันจากมุมหนึ่งของโรงอาหาร หลังเห็นรองประธานสาวยืนคุยกับคนใหม่ที่ไม่คุ้นหน้า

“อือ”

อีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นจำได้ ด้วยนาราดูสวยคมสะดุดตากว่าคนทั่วไป ในบริษัทมีไม่กี่คน ที่กล้าปะทะคารมเดือดกับปิ่นมณี หลายคนจึงชื่นชมเธอประหนึ่งเป็นฮีโร่อินก็ไม่ปาน

“หน้าตาน่ารักดี ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเลส” คนแรกอดกระแนะกระแหนไม่ได้ แสดงความรังเกียจออกมาแบบไม่ปกปิด

คงคิดจะเกาะคุณวีล่ะสิ

“คุณวีคงไม่เล่นด้วยหรอก คงแอบชอบฝ่ายเดียวมากกว่า” คนที่สองค้าน หลังทำงานที่นี่มาหลายปี ยังไม่เคยเห็นรุจรวีแสดงความสนใจผู้หญิงคนไหน มีแต่คบหาผู้ชายตลอด

คนรักเก่าของวี!

เขมทัตที่เดินถือจานข้าวผ่านมาได้ยินเข้าพอดี เขาขมวดคิ้วหนา ไม่เคยรู้อะไรแบบนี้มาก่อน แค่รู้ว่าหล่อนมีหนุ่มๆ มาจีบเยอะ

วีชอบผู้หญิง!

อดที่จะตั้งคำถามนี้ไม่ได้

เขาสนิทสนมกับสาวสวยมาระยะหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้ก้าวหน้าแบบที่หลายคนเข้าใจ อย่าว่าแต่กอดจูบหล่อนสักครั้งเลย ที่ผ่านมาเขาได้แค่จับมือเรียวของสาวเจ้านิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น

“พี่เขมคะ” ปิ่นมณีเรียกเขมทัตอย่างอ่อนหวาน

ปะ เป็นไปไม่ได้

ขณะที่เขายืนคิดหนักอยู่นั้น พลันได้ยินเสียงใครบางคนเรียกชื่อจึงหมุนตัวไปมอง

“อ๋อ สวัสดีครับปิ่น” เอ่ยทักทายตามมารยาท

“มาทานข้าวกับปิ่นไหมคะ?”

สาวเปรี้ยวไม่คิดปิดบังความรู้สึกกับเขา ทอดสะพานไม่รู้กี่รอบ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเล่นด้วยสักที

...เขมทัตเป็นเป้าหมายสามีเบอร์หนึ่งของปิ่นมณี เพราะเขารูปหล่อและพ่อรวยมาก ใครไม่อยากได้บ้าง

“เอ่อ พี่มากับวีน่ะ” หนุ่มหล่อปฏิเสธอย่างสุภาพ

เขาไม่อยากให้ลูกพี่ลูกน้องของหล่อนมีความหวังลมๆ แล้งๆ จึงวางตัวเว้นระยะห่างกับปิ่นมณี ชายหนุ่มไม่ใช่คนโง่ รู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรกับตน แต่ไม่อยากเป็นพระยาเทครัว

...กลัวจะชวดทั้งสอง

อะไรๆ ก็พี่วี...มองปิ่นบ้างสิคะ

คนฟังกลอกตาไปมาอย่างหมั่นไส้ ก่อนปรับอารมณ์อย่างเร็ว ก่อนปั้นยิ้มสวย

“ไม่เป็นไรค่ะ” ปิ่นมณีตอบเสียงเรียบ ก่อนจงใจใส่ยาพิษลงไปในหัวใจของเขา “ตอนนี้พี่เขมรีบทำคะแนนนะคะ เพราะต่อไปพี่วีคงไม่ว่าง มาสนใจพี่เขมเหมือนก่อนน่ะสิคะ”

หมายความอย่างไร?

ชายหนุ่มทำหน้าไม่เข้าใจ

“ทำไมครับ?”

ไม่รู้เรื่องนั้นของพี่วี งั้นปิ่นจะช่วยสงเคราะห์ให้

สาวเปรี้ยวยิ้มบาง ก่อนจีบปากจีบคอเล่า

“ก็ ‘คนโปรด’ ของพี่วีมาทำงานที่นี่แล้ว ปิ่นว่าอีกไม่นาน ถ่านไฟเก่าต้องติดชัวร์”

...จงใจเน้นคำว่า ‘คนโปรด’ เป็นพิเศษ

จะ จริงรึเนี่ย?

เขมทัตชะงัก เผลอจับจานในมือแน่นขึ้น ไม่พอใจที่เป็นแค่ตัวสำรองของหล่อน

...รู้สึกเหมือนตนเป็นคนโง่

ไม่หรอก ปิ่นแค่พยายามหลอกฉันมากกว่า วีไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่

หนุ่มหล่อไม่คิดหลงเชื่อวาจาของปิ่นมณีง่ายๆ จึงผุดยิ้มอ่อน

“ไว้ให้ถึงวันนั้นก่อน ค่อยว่ากันนะครับ ตอนนี้พี่ขอตัวก่อน เดี๋ยววีจะรอนาน”

ปิ่นมณีเม้มปากแน่น ไม่ชอบที่ได้ยินชื่อของญาติผู้พี่ของตน มองเขมทัตเดินจากไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนนึกด่าเขาในใจ ที่อีกฝ่ายไม่เคยให้ราคาตนเลย

จะหน้ามืดตามัวไปถึงไหนเนี่ย...บ้าเอ๊ย!

 

ตลอดเวลาที่ทานข้าวในห้องปรับอากาศ ที่จัดไว้สำหรับผู้บริหาร เขมทัตชำเลืองมองใบหน้าสวยของรุจรวีเป็นระยะ ในใจเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

เขาประทับใจหล่อนตั้งแต่เจอกันครั้งแรกหลายปีก่อน รุจรวีโดดเด่น สวยสง่า ดูสูงส่งไม่ต่างจากนางพญา เหนือกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยรู้จัก เขมทัตจึงแอบหมายปองอยากได้มาเป็นแม่ของลูก

ชายหนุ่มเพิ่งมีโอกาสสนิทสนมกับหญิงสาว หลังบิดาของทั้งสองฝ่ายรู้จักกัน เขาจึงกล้าเดินหน้าจีบรุจรวี แม้จะสนิทสนมกันถึงขั้นออกไปทานข้าว และไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แต่สาวสวยไม่เคยเอ่ยปาก หรือแสดงว่ายอมรับเขา...ในฐานะคนรักแม้แต่น้อย

ทว่านานวัน เขมทัตแอบรู้สึกว่า รุจรวีไม่ได้คิดกับตนแบบคนรัก แต่ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว ยังมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากว่า เขาจะสามารถพิชิตหัวใจของหล่อนได้

...เว้นแต่ว่า หัวใจทั้งสี่ห้องไม่ว่างสำหรับตน

วีชอบใครอยู่รึเปล่า?

เขาอยากได้คำตอบนี้ที่สุด แต่ไม่กล้าปริปากถามผู้หญิงตรงหน้า

“พี่เขมเป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เสียงหวานๆ ของรุจรวีถามขึ้น หลังเพื่อนร่วมโต๊ะดูเหม่อลอย ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งที่ปกติอีกฝ่ายมักจะทานเสร็จก่อนตนเสมอ แต่ตอนนี้เหลือเกือบครึ่งจาน

เจ้าของชื่อสะดุ้ง ก่อนสบตาคู่สวยหวานตรงหน้า

“ปะ เปล่าครับ พี่แค่คิดอะไรเพลินๆ”

ท่าทางจะเจอปัญหาใหญ่

หล่อนคลี่ยิ้มมุมปากด้วยอากัปกิริยาสบายๆ ก่อนรวบช้อนส้อม

“แล้วหาทางออกได้หรือยังคะ?”

ถ้าวียอมช่วย พี่คงไม่ต้องกลุ้มแบบนี้

เขาส่ายหน้าน้อยๆ แล้ววางช้อนส้อม ไม่มีอารมณ์จะทานต่อ

“ไม่ครับ”

สาวสวยยกน้ำเปล่าขึ้นจิบไปครึ่งแก้ว ก่อนวางไว้ตามเดิม

“คิดต่อไปนะคะ อีกไม่นานคงคิดออกแน่” เสียงหวานพูดเหมือนหยอกเย้า “เดี๋ยววีมีประชุมบ่ายค่ะ”

ประโยคท้ายเหมือนบอกไล่ชายหนุ่มกลายๆ

ต้องไปแล้วสินะ

เขมทัตเข้าใจความหมายที่แฝงมา เพ่งมองแววตาคู่สวย หมายจะมองหาความอาลัยอาวรณ์ในนั้น แต่ไม่เจออะไร นอกจากประกายตาระยิบระยับ ที่ทำให้หลายคนหลงรักได้ไม่ยาก

ทำไมวีถึงใจแข็งกับพี่นัก...หรือพี่ดีไม่พอ?

นึกฉงนฉงาย ความมั่นใจในตัวเองลดน้อยลงกว่าครึ่ง

“หน้าวีมีอะไรติดเหรอคะ?” สาวหวานเอียงคอถาม หลังชายหนุ่มจ้องหน้าตนนานเกินไป

“ไม่มีครับ พี่แค่อยากมองคนสวย” เขาหยอดคำหวานที่คิดในใจ แต่ไม่ค่อยหลุดพูดออกมาบ่อยนัก หลังในห้องนั้นมีอีกสองสามคนนั่งห่างออกไป จนไม่น่าได้ยินคำสนทนาของเรา

หืม?

รุจรวีเลิกคิ้วแปลกใจ ที่ได้ยินคำเกี้ยวพาราสีของเขมทัต แต่ไม่ได้สั่นไหวคล้อยตามเลยสักนิด

ทั้งที่รู้มาตลอดว่าชายคนนี้คิดอะไรกับตน เขามีคุณสมบัติสามีแห่งชาติที่สาวหลายคนหมายปอง และสุดท้ายมีผู้ใหญ่เสริมส่งเห็นดีเห็นงาม

...แต่หล่อนกลับไม่รู้สึกรู้สาในเชิงชู้สาวกับเขาแม้แต่น้อย

หญิงสาวมองอีกฝ่ายเป็นพี่ชายคนหนึ่งมาตั้งแต่ต้น และไม่อาจก้าวข้ามไปเป็นคนรักได้ ไม่ได้คิดจะหลอกลวงเขาให้เสียเวลา แต่ก็ไม่ได้ขับไล่ไสส่ง

จนถึงตอนนี้ หล่อนไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่เปิดใจให้เขมทัต?

“พี่เขมพักผ่อนเยอะๆ นะคะ อย่าเครียดมากจะเสียสุขภาพได้” น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงไปด้วยความห่วงใย

ได้ยินแบบนี้ แล้วจะตัดใจลงได้อย่างไรกัน

เขาแอบถอนใจเบาๆ หลังอีกฝ่ายเข้าใจไปคนละทาง จึงไม่คิดจะดันทุรังจนเกินไป ไม่อยากเซ้าซี้ทำให้สาวสวยรำคาญ พอรู้ว่านิสัยหล่อนว่าไม่ชอบให้ใครเจ้ากี้เจ้าการมากนัก

“รับทราบครับ”

หลังทานอาหารเสร็จ ทั้งคู่เดินมายังตึกทำงาน เพื่อแยกย้ายไปทำภารกิจของตัวเอง

ชายหนุ่มนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามขึ้น

“อาทิตย์หน้าวีว่างไหมครับ?”

“มีอะไรคะ?” หล่อนย้อนถาม ไม่คิดจะรับปากเร็วเกินไป

“คือพี่จะชวนไปงานปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนน่ะครับ” เขมทัตชอบชวนสาวหวานออกงานด้วยบ่อยๆ เหมือนจะประกาศให้โลกรู้ว่า ‘เราสองคนกำลังรักกัน’

อีกแล้วเหรอ

คนฟังนึกบ่นในใจ ไม่ค่อยจะชอบงานสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนของเขานัก ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ไม่พ้นนั่งคุยกับดื่มเหล้าดื่มเบียร์ เป็นอะไรที่ไร้สาระและเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ

“ขอเช็คตารางนัดก่อนนะคะ แล้วจะเขียนไปบอก” หญิงสาวตอบเลี่ยงๆ แบบถนอมน้ำใจ ซึ่งดีกว่าปฏิเสธทันที

เขาทำหน้าจ๋อยไป เพราะเดาได้ว่าคำตอบของหล่อนคืออะไร

“ได้ครับ แล้วเจอกัน”

“ค่ะ”

เขมทัตมองรุจรวีที่เดินไปทางลิฟต์ ก่อนหมุนตัวแล้วเดินไปทางลานจอดรถ

มีวิธีไหนที่จะทำให้รุจรวีรักฉันบ้างนะ?

เขาเค้นสมองคิดหาคำตอบนี้อย่างหนัก แต่ก็คิดไม่ออก ก่อนขับรถราคาแพงออกไป

OoXoO

สองสาวคุยกันน่ารักมาก กวนกันตลอด อิอิ ส่วนตอนหน้าจะมีอะไรให้ลุ้นแบบหวานๆ ไว้ตามต่อนะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกหัวใจ ทุกคอมเม้นท์ ทุกการติดตาม และขอบคุณโดเนทแสนหวาน...ไรท์ถูกใจมากค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2564 14:22:06 น.
Counter : 254 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ตื่นตระหนก (งานตะพาบครั้งที่ 278) comicclubs
(9 มิ.ย. 2564 17:43:18 น.)
ร่วมกิจกรรมตะพาบ 278:แพ้แต่ชนะ katoy
(9 มิ.ย. 2564 15:42:09 น.)
แพ้แต่ชนะ อาจารย์สุวิมล
(9 มิ.ย. 2564 09:18:55 น.)
พ็อคเก็ตบุ๊ค 32 เล่มกับ Travelista นักเดินทาง travelistaนักเดินทาง
(8 มิ.ย. 2564 13:49:22 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nuinang.BlogGang.com

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]