มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 3 (YURI)

 

“นา!” มิรันตรีเรียกชื่อลูกน้องคนใหม่ ที่กำลังจอดมอเตอร์ไซด์ในลานจอดรถ พร้อมเดินไปหา

สาวหน้าคมเหลียวมองคนเรียก ก่อนยิ้มมุมปาก

“สวัสดีค่ะพี่มิ”

“หอบอะไรมาเยอะแยะ” อีกคนถามอย่างสงสัย หลังเห็นถุงใบโตสองใบวางในตะแกรงหน้ารถ

“ขนมที่ร้านค่ะ แม่ให้เอามาฝาก”

“มีลาภปากแล้ว ฝากขอบคุณคุณแม่ด้วยนะ” คนอายุมากกว่ายิ้มกว้าง พร้อมยื่นมือมาตรงหน้า “มาพี่ช่วยถือ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“มาเถอะ” หัวหน้าสาวยืนกราน

นาราจึงยอมยื่นถุงใบหนึ่งให้มิรันตรี แล้วเดินคู่กันเข้าตึกไป

“พี่มิมาเช้าแบบนี้ทุกวันเหรอคะ?”

“มาเร็วดีกว่ามาสายน่ะ” สาวรุ่นพี่ตอบยิ้มตามประสาคนอารมณ์ดี ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุย “ว่าแต่เรื่องเมื่อวาน ทำให้เราดังมากเลยนะ”

มิรันตรีเห็นข่าวซุบซิบในกลุ่มออนไลน์ของบริษัทเมื่อคืน จึงเปิดอ่านเพื่อไม่ให้ตกข่าว คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องเด็กใหม่ของตน กับปิ่นมณี และลามไปจนถึงรองประธานสาว

คนเขียนได้เล่าอย่างละเอียดยิบ และมีอีกหลายคนช่วยผสมโรง ใส่สีตีไข่ จนกลายเป็นพล็อตนิยายรักแบบ Sad Story

...นาราอกหักจากรุจรวี แล้วด้านหน้ามาทำงานที่นี่ เพื่อขอคืนดีด้วย แต่ยังไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร?

ไม่แปลกใจที่ทำไมเมื่อวาน นาถึงได้ไม่ยอมอ่อนข้อให้ปิ่นมณี

หัวหน้าฝ่ายการเงินเดาสาเหตุของเรื่องได้อย่างง่ายดาย รู้จักธาตุแท้ของทั้งสองฝ่ายอย่างลึกซึ้ง

ดัง?

สาวร่างสูงทำหน้าสับสนเป็นไก่ตาแตก

“เรื่องอะไรคะ?”

“ก็เรื่องที่ปะทะกับคุณปิ่นมณีน่ะ ตอนนี้คงรู้ทั้งบริษัทแล้วละ”

นาราทำหน้าจ๋อยลง หลังหวนคิดถึงพฤติกรรมอันแสนวู่วามของตน ให้รุจรวีได้เห็นเต็มสองตา แถมยังโดนตำหนิอีก

...เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบหลายปีที่น่าประทับใจมาก

คิดถึงทีไร อยากจะมุดดินหนี...น่าอายที่สุด

“ดังหรือดับกันแน่คะพี่มิ?”

มีอารมณ์ขันใช้ได้เลย

มิรันตรีหลุดหัวเราะคิกคักออกมา

“ทั้งสองอย่าง” คนอายุมากกว่าบอก ยกมือขยี้หัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

สาวผมสั้นเอียงศีรษะหลบมืออีกคน

“พี่มิอ่ะ ผมเสียทรงหมด” บ่นแบบไม่จริงจัง แล้วรีบใช้มือจัดทรงผมแบบลวกๆ

หัวหน้าฝ่ายยิ้มมุมปาก

“ผมยุ่งๆ น่าจะเหมาะกับเรามากกว่าผมเรียบกริบนะ”

“จริงอ่ะ?”

“อือ” อีกฝ่ายเอียงหน้ามอง แล้วทำหน้าตาย “ดูติสท์ดี”

เชื่อได้ไหมเนี่ย

คนฟังทำหน้าเซ็งสุดขีด

เป็นคนน่าแกล้งจริงๆ

คนอายุมากกว่าอมยิ้ม กลั้นหัวเราะเอาไว้

สองสาวเดินไปคุยไปอย่างคุ้นเคย ท่ามกลางสายตาจับผิดหลายสิบคู่ของเหล่าพนักงาน

พอทั้งสองขึ้นลิฟต์ไปแล้ว การจับกลุ่มเปิดสภากาแฟก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์เมื่อวาน ซึ่งมีทั้งเพศหญิงแท้และหญิงไม่แท้

“นั่นไง ผู้หญิงที่เถียงกับคุณปิ่น”

“ไหนว่าเป็นแฟนเก่าคุณวี”

“มาทำงานแค่วันเดียว สนิทกับคุณมิซะแล้ว หรือว่าจะอ่อยคุณมิด้วย?” หญิงไม่แท้ในกลุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง

“ต้องคิดจับปลาสองมือแน่เลย?” บางคนด่วนสรุป

“ผู้หญิงหลายใจ”

ฯลฯ

แฟนคลับของมิรันตรีในบริษัทมีจำนวนสูสีกับรุจรวี แต่ต่างตรงที่มีแต่ผู้หญิง ขณะที่รองประธานสาวมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ที่ผ่านมา หัวหน้าฝ่ายการเงินไม่เคยแสดงความสนใจใครเป็นพิเศษ การสนิทสนมกับเด็กใหม่จึงเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามอง

หลังนินทาอย่างออกรสออกชาติไม่กี่นาที หนึ่งในคนที่ถูกเอ่ยถึงก็เดินเข้ามาพอดี

รุจรวีเดินเข้ามาในบริษัท ทันได้ยินพวกพนักงานสุมหัวนินทาคนอื่น ซึ่งหล่อนมองเป็นเรื่องไร้สาระมาก...โดยเฉพาะเรื่องเมื่อวาน

จับกลุ่มกันตั้งแต่เช้า งานการไม่รู้จักทำ เชิญย้ายไปทำงานที่อื่นดีไหม?

สาวสวยคิดประชดในใจอย่างเบื่อหน่าย

“สะ สวัสดีค่ะคุณวี” หนึ่งในสาวประชาสัมพันธ์เอ่ยทักทายเสียงตะกุกตะกัก ไม่คิดว่าเจ้านายจะมาปรากฏตัวแบบไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าซีดแทบเป็นไข่ต้ม

หล่อนยิ้มบาง แต่นัยน์ตาคู่สวยไม่ได้ยิ้มเลยสักนิด

“สวัสดีค่ะ”

ตายแน่!

เหล่านกกระจอกสะดุ้ง หลังได้ยินเสียงรองประธานสาว เสียวสันหลังวาบ รีบสะกิดกัน แล้วหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้กับรุจรวี

“สวัสดีค่ะ” / “สวัสดีครับคุณวี”

สาวสวยปรายตาเย็นยะเยือกมองพนักงานกลุ่มนั้น แล้วพูดเสียงเรียบไม่ต่างจากเดิม

“สวัสดีค่ะทุกคน” หล่อนคลี่ยิ้มบาง ก่อนเอ่ยเตือนอย่างสุภาพ “ตั้งใจทำงานก่อนหน่อยนะคะ”

ฉึก!

คำพูดแสนนุ่มนวล แต่สามารถทิ่มแทงหัวใจคนฟังให้เลือดสาด ชนิดทำหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว

...ใครฟังไม่ออกว่าถูกด่า ก็โง่มากแล้ว

“คะ ค่ะ” เสียงตอบรับอึกอักแผ่วเบา

รุจรวีจึงเดินผ่านพวกนั้นไปยังลิฟต์ เพื่อขึ้นไปห้องทำงานของตนที่อยู่ชั้นบนสุด แล้วถอนใจเบาๆ

น่ารำคาญมาก

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณวี” แววตาที่มาถึงโต๊ะทำงานก่อนเอ่ยทักทายเจ้านายคนสวย

“สวัสดีค่ะพี่ตา” สาวสวยทักตอบ แล้วถามต่อเรื่องงานเหมือนทุกวัน “วันนี้วีมีนัดอะไรบ้างคะ?”

“ตอนบ่ายมีประชุมค่ะ” เลขาสาวแว่นตอบอย่างคล่องแคล่ว พลิกสมุดจดที่คั่นไว้ “คุณเขมนัดทานข้าวกลางวันด้วยนะคะ”

‘คุณเขม’ ที่ถูกพาดพิงถึงคือ เขมทัต เป็นรุ่นพี่ที่จบจากสถาบันเดียวกัน รู้จักกันมาหลายปี แถมเป็นลูกชายเพื่อนของพ่ออีกด้วย

...หลายคนปักใจเชื่อว่า เขากับหล่อนกำลังคบกันอยู่

“เข้าใจแล้วค่ะ” รองประธานสาวพยักหน้า

“กาแฟไหมคะ?” คนสนิทถามอย่างรู้ใจ

“ก็ดีค่ะ”

ติ๊ง!

เสียงข้อความผ่านโปรแกรมสนทนาดังขึ้น หล่อนจึงหยิบมือถือราคาแพงออกมาอ่าน

Mirantree : อยู่ไหน?

WE : ชั้นบน

Mirantree : มีขนมอร่อยๆ สนใจปะ?

WE : อะไรบ้าง?

Mirantree : เค้กกาแฟ สตอ ปังกระเทียม เอแคลร์

รุจรวีใช้เวลาเลือกแค่เสี้ยววินาที ก็เขียนตอบ

WE : เอแคลร์

Mirantree : เดี๋ยวเอาไปให้ เลี้ยงกาแฟด้วย

WE : OK

จบการสนทนา รองประธานสาวเก็บอุปกรณ์สื่อสาร เงยหน้ามองแววตา ที่กำลังเตรียมเครื่องดื่มให้ตน

“เดี๋ยวมิมา ก็ให้เข้ามาเลยนะคะ แล้วก็รบกวนขอกาแฟให้มิด้วย” หล่อนเอ่ยเสียงนุ่ม

“ได้ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

พูดจบรุจรวีก็เข้าห้องทำงานไป

วันนี้ไม่ค่อยยิ้ม สงสัยอารมณ์ไม่ค่อยดี แต่เดี๋ยวคุยกับคุณมิก็คงไม่เป็นไร

เลขาสาวรู้ว่า มิรันตรีสนิทกับเจ้านายของตนเองมาก เป็นเพื่อนที่คบกันตั้งแต่มัธยมฯ ทั้งคู่เข้ามาทำงานที่นี่พร้อมกัน หรือจะบอกว่าหัวหน้าฝ่ายการเงิน เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของสาวสวยก็คงไม่ผิด เป็นไม่กี่คนที่จะแวะมาหาหล่อนที่ห้องทำงานเป็นประจำ

บางวันหลังเลิกงานก็ออกไปทานข้าว ไปดื่ม ไปเที่ยวดึกๆ ด้วยกัน โดยที่พ่อแม่หล่อนไม่ว่าอะไร

ตอนแรกแววตายังเข้าใจผิดคิดว่า สองสาวมีความสัมพันธ์พิเศษ...เกินเพื่อน

แต่ผ่านไปหลายปี ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่

ขณะที่ช่วงนี้ เขมทัตเข้ามาสนิทกับรุจรวีมากขึ้น ทำแต้มรัวๆ จนเหมือนเป็นตัวจริงในสายตาหลายคน

แต่เท่าที่แววตาสังเกต ดูเหมือนเจ้านายสาวจะไม่ได้คิดอะไรกับผู้ชายคนนี้เกินเพื่อนหรือพี่ชาย

ตกลงคุณวีชอบใครกันแน่ หรือเป็นพวกไม่มีความรู้สึก?

เลขาสาวแว่นคิดสงสัย หลังรุจรวีไม่สนใจใครเป็นพิเศษ ทั้งที่มีหนุ่มสาวเข้ามาจีบหลายคนแบบไม่เคยขาดแคลน

...ผิดกับตนลิบลับ ที่เกาะคานทองไว้เหนียวแน่น

สวรรค์ได้โปรดเมตตา ฉันขอไม่มากเลยนะคะ ส่งตัวจริงแค่คนเดียวมาให้ฉันก็พอ...ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

แววตาถอนใจเบาๆ และหวังว่าสวรรค์จะปรานี ก่อนกดน้ำร้อนใส่ถ้วยกาแฟให้หล่อนกับเพื่อน แล้วยกไปเสิร์ฟให้เจ้านายสาวในห้องทำงาน

 

“เป็นไงบ้าง?” มิรันตรีถาม หลังส่งกล่องเอแคลร์ให้ชิมหนึ่งกล่อง ซึ่งมีขนาดพอดีคำหกชิ้น หน้าตาน่าทาน

หล่อนหยิบใส่ปาก ด้วยเป็นหนึ่งในขนมโปรดของตน หลังเคี้ยวตุ้ยๆ

ไม่หวานเกิน นุ่มกำลังดี

หลังกลืนลงคอ จึงพูดขึ้น

“ร้านไหน?”

“ชอบเหรอ?” เพื่อนหล่อนเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามนี้ ด้วยเกรงจะทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ไม่ดี ยกแก้วกาแฟที่แววตาเพิ่งชงมาให้จิบ ก่อนนึกเปรียบเทียบในใจ

นาชงอร่อยกว่าพี่แววนิดหน่อย

“อือ”

“ไว้จะเอามาฝากอีกแล้วกัน”

“ขอบใจล่วงหน้า” สาวสวยบอก ก่อนหยิบขนมทานต่อ ไม่ต้องวางฟอร์มท่ามากต่อหน้าเพื่อน

หลายนาทีต่อมา มิรันตรีซึ่งมีบางอย่างคาใจก็ทำลายความเงียบขึ้นก่อน

“ถามจริง แกยังไม่ชอบนาราอยู่หรือเปล่า?” เพื่อนสนิทถามอย่างไม่อ้อมค้อม

คำว่า ‘นารา’ ทำให้รุจรวีชะงักมือที่กำลังจะส่งขนมเข้าปาก หรี่ตามองอีกฝ่าย

“ถามทำไม?” น้ำเสียงเครียดขึ้นกว่าเดิม

“เรื่องเมื่อวาน...”

คนขี้ฟ้อง

รองประธานสาวนึกต่อว่าในใจสาวหน้าคมในใจ กลอกตาไปมาอย่างเซ็งๆ นึกขึ้นได้ว่าเธอเป็นลูกน้องของเพื่อน

“ไปฟ้องแกเหรอ?”

“ก็ไม่เชิง ถ้าฉันไม่ซักก็คงไม่รู้ว่าแกภาคทัณฑ์นา ทั้งที่ปิ่นมณีเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน” มิรันตรีขยายความ ไม่อยากให้เพื่อนรักต้องเข้าใจผิดว่าเลือกข้าง

“ฉันอยู่ตรงนั้น ฉันได้ยินตั้งแต่ต้น” หล่อนบอกเสียงเรียบ

ได้ยิน!

หัวหน้าฝ่ายการเงินเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

“แล้วตัดสินแบบนั้นเนี่ยนะ แกจะลำเอียงไปไหม?”

“ช่วยไม่ได้นี่ แกก็รู้ว่าถ้าฉันไม่ตัดสินแบบนั้น ปิ่นคงยอมรับผิดหรอก ขนาดตัวเองผิดเต็มๆ ยังให้อายาโทรไปฟ้องแม่ฉันอีก น่ารำคาญจะตายไป” หล่อนบ่นอย่างเก็บกด

เมื่อวานสาวสวยต้องทนฟังแม่ต่อว่าเป็นชุด หาว่าไม่ยอมเข้าข้างปิ่นมณี โชคดีที่บิดาช่วยพูด เลยไม่ต้องฟังนานเป็นชั่วโมง

มีผู้ใหญ่ให้ท้ายตลอด ไม่แปลกหรอกที่จะเสียผู้เสียคน

มิรันตรีโคลงหัวไปมา รู้ดีว่ารดาเป็นคนอย่างไร รักลำเอียงกับคนในครอบครัวเป็นที่สุด

...ผิดกับอธิปที่ยุติธรรมกว่ามาก

“ปิ่นมณีนี่ร้ายกาจจริงๆ” อดต่อว่าไม่ได้

โชคดีจริงๆ ที่แม่ฉันไม่เยอะขนาดนี้

“อีกอย่างสองคนนั้นถูกกันซะที่ไหน ยิ่งกว่าน้ำกับน้ำมันเสียอีก ขืนปล่อยไปคงทะเลาะกันทุกวัน แล้วฉันจะปกครองคนได้อย่างไร” สาวสวยย้อนถาม คนฟังได้แต่เงียบคิดตาม ก่อนจะพูดต่อ “ลูกน้องแกผ่านมาตั้งหลายปี นิสัยไม่ได้ดีขึ้นเลย ใช้ไม่ได้จริงๆ” ประโยคหลังเอ่ยต่อว่านาราเพียงคนเดียว

โตแต่ตัว ไม่ได้เรื่อง จบปริญญามาได้ยังไงเนี่ย

“แกเลยกะเชือดไก่ให้ลิงดูว่างั้น” เพื่อนรักเดาความคิดของหล่อนว่า คิดใช้ประโยชน์จากนารา เพื่อกำราบความพยศของปิ่นมณี และสกัดไม่ให้ขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ที่ใกล้จะหมดวาระในเร็วๆ นี้

ขืนให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นใหญ่เป็นโต บริษัทคงวุ่นวายแน่

มิรันตรีรับไม่ได้ที่จะให้ผู้ไร้ความสามารถมีตำแหน่งสูง หลายคนล้วนรู้ดีว่า ปิ่นมณีไม่ได้ขายเก่งกว่าพนักงานคนอื่น แค่โชคดีตรงที่มีแม่เส้นใหญ่มากคอยหนุนหลัง

เป็นพยาธิในท้องฉันรึไงเนี่ย รู้ไปหมด

รุจรวีคิดในใจ

“แล้วแกมีทางอื่นรึเปล่าละ?”

หัวหน้าฝ่ายการเงินนิ่งคิด แล้วส่ายหน้าอย่างอับจนปัญญา เป็นปัญหาโลกแตกที่ยากจะแก้ไข

...เรื่องเส้นก๊วยจั๊บ

“ยากอ่ะ”

“ถ้ามีทางอื่นฉันคงทำไปแล้ว” หล่อนหยิบขนมคำสุดท้ายเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

อร่อยมาก ต้องรู้ให้ได้ว่าร้านไหน

“ตกลงแกไม่ชอบนาแน่นะ?” มิรันตรีวกเข้าเรื่องเดิม ที่อีกฝ่ายยังไม่ให้คำตอบ

สาวสวยขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ให้ลูกน้องแกอยู่ห่างๆ ฉันไว้จะดีมาก ฉันไม่อยากเดือดร้อนอีก”

“เข้าใจแล้ว” หัวหน้าฝ่ายการเงินผงกหัวน้อยๆ “ต่อไปฉันจะดูแลนาเอง”

“ดูแล?” หล่อนย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ

“คือฉันคิดว่า ฉันชอบนาราน่ะ เมื่อก่อนว่าน่ารักมาก ตอนนี้สวยกว่าเดิมอีก” มิรันตรียิ้มบาง เมื่อคิดถึงใบหน้าสวยคมของลูกน้องสาว

ชอบ!

รุจรวีตะลึงไปชั่วขณะ

“ละ แล้วแกมาบอกฉันทำไม?” ย้อนถามเสียงตะกุกตะกัก

“ก็แค่อยากให้รู้” อีกคนยักไหล่ “ฉันเห็นหนุ่มฝ่ายอื่นหลายคนมาสนใจน้อง ท่าทางเนื้อหอมน่าดู ฉันคงอยู่เฉยๆ ต่อไปไม่ได้”

“งั้นเหรอ” รองประธานสาวหรี่ตาเล็กน้อย ไม่คิดว่านาราจะได้รับความนิยมรวดเร็วขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งมีเรื่องกับปิ่นมณี

“ไปทำงานแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะ ขอบใจสำหรับกาแฟ” เพื่อนหล่อนเอ่ยลา หลังมองนาฬิกา

“อือ” เจ้าของห้องตอบเสียงต่ำในลำคอ มองตามเพื่อนสนิทที่เดินออกไป จนกระทั่งประตูปิดสนิท

“ฉันคิดว่า ฉันชอบนาราน่ะ” คำพูดของมิรันตรียังคงก้องอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา

สาวสวยเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวหนา ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแปลบที่อกด้านซ้าย เหมือนมีใครมาแย่งของสำคัญไป

ทำไมต้องเป็นนาราด้วย!

OoXoO

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย ร่ำรวยตลอดปีค่ะ

ในตอนนี้พี่มิมาสารภาพกับรุจรวีว่า...ชอบนารา ต้องมาดูสิว่า คุณวีจะทำอย่างไร?  

ขอบคุณสำหรับทุกหัวใจ ทุกคอมเม้นท์ ทุกการทวงถาม และทุกการติดตามค่ะ ดีใจมากค่ะคนติดตามเรื่องทะลุ 100 ไปแล้ว ชอบไม่ชอบก็เขียนบอกไรท์นะคะ ไรท์ชอบอ่าน

พบกันตอนหน้าค่ะ  

นาง ^^  

OoXoO




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2564 14:08:12 น.
Counter : 267 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
:: Way of Samurai ตอนที่ 1 :: กะว่าก๋า
(10 มิ.ย. 2564 06:18:12 น.)
ผีเขาก็แค่อยากอยู่กับคนที่รัก LittleMissLuna
(13 มิ.ย. 2564 18:56:34 น.)
ร่วมกิจกรรมตะพาบ 278:แพ้แต่ชนะ katoy
(9 มิ.ย. 2564 15:42:09 น.)
:: วน - แวด - เวียง 11 :: กะว่าก๋า
(8 มิ.ย. 2564 05:58:42 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nuinang.BlogGang.com

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]