ถึงแล้วโตเกียว
ออกเดินทางจากบ้านตอนตี 5 ของวันที่ 9 เมษายน เครื่องบินออกจากสุวรรณภูมิ 6.50 น เป็นครั้งแรกที่ขึ้น United Airline ไปเข้าแถวที่ช่อง L มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการอย่างดี

เช็คอินเสร็จก็ไปแลกเงิน แล้วเข้า ต ม.ไปที่ช่องเกท D 2 เดินเลยไปถึง C หา D ไม่เจอ ความจริงเดินเลยมาแล้ว

นั่งรอขึ้นเครื่องไม่นานนัก เขาประกาศให้ผู้โดยสารชั้นหนึ่ง และชั้นธุรกิจ ต่อจากนั้นก็เป็นชั้นประหยัด เห็นมีคนน้อยมากที่ไปยืนรอเลยถามเขาดูว่าเรียกกลุ่มไหนแล้ว จนท.บอกว่า ตอนนี้เป็น Seat 1 ให้ดูที่ใบบอร์เดอร์พาร์ท ของเราก็เป็นกลุ่มนี้เลยเดินไปขึ้นเครื่อง

เขาทำแบบนี้ดีนะ แบ่งคนขึ้นเครื่อง เป็นการบริหารจัดการที่ฉลาดมากๆ คนอื่นๆก็นั่งรออย่างสบายใจ ไม่ต้องไปเบียดรอให้เมื่อย

ได้ที่นั่งไม่ค่อยดี ลืมขอที่นั่งข้างทางเดิน ซ้ายขวาเป็นฝรั่งผู้ชาย ดีนะที่ตัวไม่โต แถมคนอยู่ทางซ้ายหลับตั้งแต่ได้ที่นั่ง คงจะเดินทางมาเหนื่อย ส่วนทางขวาเป็นฝรั่งดูสุภาพรียบร้อย (หน้าตาดี) แต่ไอตลอด คงจะมาเที่ยวมืองไทยและเจอหวัดบ้านเราล่นงาน จนท.ทั้งลำเป็นคนไทย ยกเว้นกัปตัน เที่ยวบินนี้ไปลงที่ LA แวะเปลี่ยนเครื่องที่ญี่ปุ่น สนามบินนาริตะ

ข้างหน้าเป็นคนไทย มีเด็กชายอายุไม่น่าเกิน 12 เดินทางมาคนเดียว ปลายทางคือชิคาโก ได้ยินว่าคุณแม่มาส่ง แล้วฝากป้าคนหนึ่งที่เพิ่งเจอกันที่สนามบินช่วยดูแล ปรากฏว่าน้องคนนี้ไม่สบาย ได้ยินแอร์ฯบอกว่า เมาเครื่องบิน ดีที่มีคนไทยหลายคนมาคอยดูแล หายาและให้กำลังใจ (คนไทยมีน้ำใจอยู่แล้ว) ตอนถึงนารีตะ เห็นคนไทยช่วยกันบอกน้องคนนี้ว่าไม่ต้องกลัว เดี๋ยวพี่จะไปเป็นเพื่อน เห็นแล้วก็ชื่นใจแทน

ลงเครื่องแล้วไปรอประทับตราวีซ่า แถวยาวมากมีคนราว 500คน ได้ นับจากแถว ได้แถวละ 25 มี 6 แถว และแบ่งเป็นสองกลุ่ม คนต่างชาติกับตนญี่ปุ่น ครั้งนี้โหดมาก ไม่เคยเจอแบบนี้เลย ครั้งก่อนๆ รอไม่นานก็ออกไปรับกระเป๋าได้ ครั้งนี้รอเกือบชั่วโมง ออกมากระเป๋าถูกวางนอกสายพานลำเลียง รับกระเป๋าแล้วเดินอย่างงง (งงทิศ) เดินผิดทิศ นึกว่าทางออกอยู่อีกทาง เดินไปเดินมาเลยไปถามทางที่ไหนได้ อยู่ไม่ไกลจากที่รับกระเป๋า

รีบเดินไปติดต่อเรื่องรถ เพราะเวลาตอนนั้น 15.55 น.โชคดีที่คนไม่เยอะ ถามเขาว่าไปทันไหม (นึกว่าที่จอดรถอยู่ไกล) จนท.บอกว่าอยู่ใกล้ๆ โชว์แผนที่ให้ดู ค่อยโล่งอก เพราะเดินไปไม่กี่ก้าว รีบมากจนลืมเข้าห้องน้ำ



รถออกตรงเวลา ค่ารถบัส 3000 เยน มาถึงโรงแรม 17.20 น.

เก็บของเข้าที่แล้วก็เดินไปหาน้องฝ้าย นัดกันที่ทางเข้าประตูทิศใต้ โทรคุยกันตลอด แต่หากันไม่เจอ เพราะจุดที่นัดกันมีสองแห่ง บันไดเลื่อน lumina 2 ไม่ได้มีแห่งเดียว คนเป็นร้อยยืนออกัน เดินเข้าออก ทำให้หากันไม่เจอ ในที่สุดก็เจอกัน ทั้งสองจุดอยู่ห่างกันราว ยี่สิบเก้า






ทางออก JR Line South Exit ที่สถานีชินจูกุ คนเยอะมากๆ เวลาเลิกงานพอดี ทำให้หากันไม่เจอ



Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 17 เมษายน 2551 11:29:50 น.
Counter : 643 Pageviews.

0 comments
ถนนสายนี้...มีตะพาบก.ม.ที่ 294 "deja vu" โจทย์โดยคุณ เริงฤดีนะ ภาวิดา คนบ้านป่า
(17 ม.ค. 2565 17:39:01 น.)
some farewells are momentous ลำเนา
(14 ม.ค. 2565 12:35:01 น.)
เจ้านุ้งกับหญ้าไผ่สด ภาวิดา คนบ้านป่า
(11 ม.ค. 2565 14:51:38 น.)
บันทึกแมวเหมียว ... ตอนพาชาลีไปฉีดวัคซีน ฟ้าใสวันใหม่
(7 ม.ค. 2565 08:11:11 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namtannoi.BlogGang.com

แม่น้ำตาลน้อยที่แสนซน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด