Madagascar - ไปดู baobab ที่ Morondava
สิ่งที่ตั้งใจจะไปดูสำหรับทริป Madagascar คือจะไปดูต้น baobab ซึ่งอยู่ที่เมือง Morondava ค่ะ  
จาก Andasibe เราก็นั่งรถกลับไปที่ Tana นอนคืนนึง เพื่อขึ้นเครื่องบินไป Morondava ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ  

พอลงจากเครื่องก็นั่งรถกันไป  Baobab Avenue



ระหว่างทางก็มีบ้านคนประปราย 
บ้านปกติจะเป็นหลังคาแบบนี้ค่ะ  



หลังนี้พิเศษหน่อย หลังคาเป็น baobab (ไกด์บอก ไม่งั้นก็ไม่รู้หรอก)  แต่ก็ไม่รู้ว่าส่วนไหนของ baobab นะ  น่าจะเป็นเปลือกของลำต้น



เวลานี้ไม่มีคนเลยค่ะ  เพราะมันร้อนมาก  ปกติเขาจะมากันตอนพระอาทิตย์ตก 
แต่เนื่องจากเป็นทางผ่านไป Kirindy  เราเลยแวะถ่ายรูปกันก่อน



ต้นนี้เป็น Twisted Baobab



มีคุณน้องขายลูก baobab ด้วย 
ที่ทาหน้าเป็นเปลือกต้นมะขามค่ะ  เอาไว้กันแดด 



ดู baobab กันต่อ 



ระหว่างทางไป Kirindy  เป็นทางแบบนี้ค่ะ  ถนนเป็นคล้ายๆ ทรายปนดินแดง  เป็นหลุมๆ ลูกคลื่นใหญ่มาก ถ้าไม่ใช่รถ 4WD ไม่น่าจะไปได้   ในรูปนี่เป็นบริเวณที่ไม่ค่อยเป็นคลื่นเท่าไหร่ 





ถึงที่พักแล้ว  คล้ายๆ บ้านพักตามอุทยานแห่งชาติบ้านเรา ไม่มีแอร์  มีพัดลมให้ 2 ตัว  แต่ตอนกลางคืนถึงได้รู้ว่าไฟฟ้ามีถึงประมาณ 5 ทุ่มเท่านั้น  ต้องนอนกันนิ่งมากเพื่อประหยัดพลังงาน  ไม่งั้นร้อนเหลือเกินค่ะ  (หมายเหตุว่า มีแต่คนไทยเท่านั้นที่บ่นเรื่องร้อนนะ  คุยกับต่างชาติ ทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น  ทุกคนแฮปปี้มาก  มีแค่บางคนบอกว่ามีแมลงรบกวนเท่านั้นเอง)



มาดู Chameleon แถวที่พักกันค่ะ  สีตัดกับดอกไม้เลย



เห็นอันนี้ไม่รู้ว่าคืออะไร น่ารักดี 



ตอนกลางคืนถึงเห็นว่าเป็นตะเกียง solar cell ค่ะ 



ตอนกลางคืนไปเดินป่ารอบนึง  เจอพวก lemur นกต่างๆ  แต่รูปออกมาไม่โอเค เลยไม่ได้โพสต์นะคะ 

เช้าวันใหม่ ไปเดินป่าอีกรอบ  มาถึงแคมป์ของทีมป้องกันไฟป่า 



ที่ไกด์ให้ตื่นแต่เช้า จะพามาดูตัวนี้ค่ะ  Fossa (ไกด์ออกเสียงว่า ฟูซา) เป็นสัตว์ผู้ล่าที่ใหญ่ที่สุดของเกาะนี้  แต่ตัวนี้ดูน่าผอมมาก มาขโมยอาหารตรงโรงอาหารของที่นี่  น่าจะมาทุกวัน ไกด์ถึงได้รู้ว่ามาตรงนี้แต่เช้าจะเจอฟูซาแน่ๆ 
เท่าที่ดูคือยังเป็นการขโมยอาหารอยู่นะคะ ไม่ได้เลี้ยงแบบให้อาหารเป็นประจำ  คนที่แคมป์ก็ดูจะกลัวๆ ฟูซาอยู่เหมือนกัน



มีตัวนี้ด้วย  ที่ตกใจคือ นางวิ่งมาใกล้ๆ แล้วฉกตะขาบไปกินต่อหน้าต่อตาเรา (นึกแล้วก็ยังขนลุกอยู่) 



เข้าป่าไปดูสัตว์กันค่ะ 

เจองูก่อนเลย  แต่เนื่องจากรู้ว่างูที่นี่ไม่มีพิษ เลยไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ 



นกอะไรไม่รู้



Baobab ต้นนี้เป็นผู้ชายแน่ๆ 



เปลือกลูก baobab ค่ะ  น่าจะมีตัวอะไรกินเนื้อไปแล้ว เหลือแต่เปลือกไว้ 



Lemur ค่ะ 



ห้อยโหนกินใบไม้อยู่ 



มีรังนกอยู่บนต้น baobab 



เป็นรังของเจ้านี่ที่เราจำชื่อไม่ได้ค่ะ  เป็นนกกินแมลง ปากแหลมๆ  endemic species ของมาดากัสการ์ 



เจอกิ้งก่าอีกแล้ว  เจ้านี้ไกด์ใช้คำว่า iguana นะคะ  เราเลยถามว่ามันต่างจาก chameleon ตรงไหน  เขาว่า chameleon อยู่บนต้นไม้เท่านั้น ส่วน iguana จะอยู่บนพื้น มีหางเป็นหนามๆ ค่ะ  ถ้าเป็นพวกจิ้งจก จิ้งเหลน ไกด์จะใช้คำว่า gecko 



เปลือกหอยทาก ใหญ่มาก ดูแข็งแรงกว่าหอยทากบ้านเราซึ่งจะเจอแต่เปลือกบางๆ 



คราบจั๊กจั่น  ซึ่งไม่รู้จะตื่นเต้นทำไม เมืองไทยก็มี  ส่วนต้นนี้ไม่รู้อะไรค่ะ แต่หนามดูน่ากลัวมาก  ไกด์บอกว่า lemur จะหนี fossa ขึ้นต้นนี้ เพราะ fossa ขึ้นไม่ได้ กลัวหนาม



นกอีก



จริงๆ เจอจิ้งเหลนวิ่งไล่กัน เพื่อผสมพันธุ์ด้วย  แต่ดูแล้วตัวผู้น่าสงสารอยู่ มองไม่ค่อยเห็น ตัวเมียวิ่งไปไหนแล้ว เจ้าตัวผู้ยังมองหาอยู่เลย 

Baobab นี่มโหฬารจริงๆ ค่ะ 





มาถึงใกล้ๆ แคมป์  เจอ lemur มาขอน้ำกิน  มีคู่แม่ลูกด้วย เกาะหลังแม่อยู่ 



หลังจากเดินป่าก็กลับไปที่พักค่ะ  รอเย็นค่อยเช็คเอาท์เพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกที่ Avenue of Baobab 

ออกเดินทาง เจอน้องสาวคนนี้แบกน้ำ  หุ่นสวย ท่าเดินสวยมาก 



มาถึง Avenue of Baobabs แล้ว 



ต้องกระโดดซะหน่อย  มุมพลาดไปนิด 



เทียบขนาดคนกับต้น baobab  จิ๋วมาก



สาวๆ เทินของบนหัว  (แอบถามไกด์ว่าทำไมส่วนใหญ่เห็นแต่ผู้หญิงที่ทำอย่างนี้  เขาว่าผู้ชายส่วนใหญ่จะแบกของบนไหล่ค่ะ) 



ไกด์เลือกมุมให้ค่ะ 





คืนนั้นไปนอนริมทะเลที่เมือง Morondava  เตรียมเดินทางต่อในตอนเช้าวันต่อไป 
ปรากฎว่าเจอห้องแอร์เสีย  ทนร้อนอยู่นานเหมือนกัน สุดท้ายสี่ทุ่มครึ่งไม่ไหวแล้ว  ไปขอเปลี่ยนห้อง 
ห้องใหม่ปรากฎว่าเตียงพังอีก  เลยลากที่นอนมาปูพื้นนอนหน้าแอร์เลยค่ะ  ไม่ย้ายแล้ว 



เป็นประสบการณ์ขำๆ อีกอย่างค่ะ 



Create Date : 11 ธันวาคม 2562
Last Update : 11 ธันวาคม 2562 17:09:59 น.
Counter : 133 Pageviews.

0 comments
อุทยานราชภักดิ์ที่น่าเสียดาย ชีริว
(17 พ.ค. 2563 19:52:12 น.)
Matsumoto Kamikochi Hakuba 2019 --- Hakuba อีกครั้ง สายหมอกและก้อนเมฆ
(16 พ.ค. 2563 16:16:10 น.)
4 วัน 3 คืน ซินจ่าวดานัง สัมผัสเสน่ห์แห่งดินแดนเวียดนามกลาง (ตอนที่ 5: หนาวสุดฟินที่บาน่าฮิลล์) เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
(16 พ.ค. 2563 22:36:06 น.)
โรงแรม เดอะ พันทิพย์ ลาดพร้าว บางกะปิ สมาชิกหมายเลข 3661152
(13 พ.ค. 2563 08:54:48 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lalabel.BlogGang.com

lalabel
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]

บทความทั้งหมด