Turkey Day 5-6: Istanbul – Hippodrome, Blue Mosque, Hagia Sophia, Topkapi Palace, and Spice Bazar


สองวันสุดท้าย อยู่ที่ Istanbul เมืองเดียวเลยค่ะ

Istanbul เป็นเมืองที่คร่อมทั้งทวีปเอเชีย และทวีปยุโรปนะคะ เมืองที่ไปมาก่อนหน้านี้อยู่ในเอเชียทั้งหมด

คุณไกด์ดูพยากรณ์อากาศ แล้วเลยมีการปรับโปรแกรมเล็กน้อย เนื่องจากวันถัดไปจะฝนตก วันนี้เลยเดินกันเยอะมากค่ะ เพราะสถานที่ที่จะไปอยู่ใกล้กัน ไม่ต้องนั่งรถ

ที่แรก เป็นละแวก Hippodrome ค่ะ



ตรงนี้เคยเป็นสถานที่แข่งม้าในสมัยกรีก - โรมันค่ะ
มีเสา Obelisk ที่ จขบ. จำรายละเอียดที่คุณไกด์พูดไม่ได้เลย ทราบแค่ว่าตัดมาจากที่ไหนสักแห่ง มาเสิร์ชข้อมูลดูแล้วพบว่าเป็น Obelisk of Thutmosis III ส่วน Serpent Column จขบ. ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ เพราะรู้สึกว่าไม่สวย + ไม่ชอบงู ส่วน Walled Obelisk ก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาเช่นกัน เพราะคิดว่ากำลังซ่อมแซมอยู่ (เขกหัวตัวเองสิบที)



ตรงนี้เป็น German Fountain



คุณไกด์ (สาวในรูปนั่นแหละค่ะ) บอกว่าขนมนี่เรียกได้ว่าเป็น Turkish junk food ละกัน






แล้วก็เดินกันต่อมาที่ Blue Mosque ค่ะ



คุณพี่คนนี้กำลังชำระร่างกายก่อนเข้าไปทำละหมาด







ภายใน Blue Mosque


คุณไกด์บอกอีกว่า ที่นี่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ โดยไม่ต้องคลุมผม แต่หญิงชาวมุสลิมให้มีผ้าคลุมผมค่ะ บริเวณที่นักท่องเที่ยวเข้าได้จะอยู่แค่ตรงที่มีที่กั้นค่ะ ส่วนด้านที่โล่งๆ จะเป็นที่ที่ชาวมุสลิมเข้าไปทำพิธีทางศาสนา



กำลังทำละหมาด



ภาพ panorama ภายใน Blue Mosque (ใช้ iPhone App แพนกล้องเอานะคะ มีขอบยึกยักเล็กน้อยตามประสาคนมือไม่นิ่ง)



ออกมาข้างนอกแล้วค่ะ หันกลับไปถ่ายรูป Blue Mosque อีกครั้ง
ปล. คุณไกด์บอกว่า Blue Mosque มี 6 minarets นะคะ Minaret เป็นเสาสูงๆ ของมัสยิดน่ะค่ะ ทำหน้าที่คล้ายๆ ที่กระจายเสียงแจ้งให้ชาวมุสลิมทราบว่าถึงเวลาทำละหมาดแล้ว



มีข้าวโพดปิ้งขายด้วย



เดินข้ามถนนมา ก็ถึง Hagia Sophia หรือ St.Sophia Church ค่ะ



ที่นี่เคยเป็นทั้งศาสนสถานของชาวคริสต์ พอเปลี่ยนสมัย ชาวมุสลิมเข้ามาแทนที่ ก็ใช้ที่นี่เป็นศาสนสถานของมุสลิมด้วย เลยมีสัญลักษณ์ของทั้งสองศาสนะค่ะ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ในสมัยของ Ataturk (ประธานาธิบดีคนแรกของตุรกี) ก็เลยเปลี่ยนที่นี่เป็น museum ซะเลย ไม่ต้องทะเลาะกันอีก



แบบ Panorama



ถ่ายจากชั้นบนลงมา












จาก Hagia Sophia เราก็เดินต่อไปยัง Topkapi Palace (อ่านว่า ทอปกาปึ นะคะ ตัว i ที่นี่อ่านเป็นสระ อึ)






มีเด็กๆ มาทัศนศึกษาด้วย ท่าทางตื่นเต้นเห็นคนเอเชียอย่างพวกเรา ทักกันใหญ่เลยว่า คอนนิจิวะ



เข้ามาใน Harem ค่ะ











ออกมาข้างนอกแล้ว



อาคารข้างหลังนั่นเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงพวกเครื่องประดับ อาวุธ ของใช้ประดับมรกต เพชร ฯลฯ highlight ตรงนี้คงเป็น Spoonmaker’s Diamond ที่เป็นเพชรเม็ดโต (ข้างในไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ)



จากตรงนี้ ก็ไปขึ้นรถ ไปต่อกันที่ Spice Bazar



คุณไกด์บอกว่า วันถัดไปจะไปอีกตลาดนึง คือ Grand Bazar แต่ของที่ Spice Bazar ถูกกว่าค่ะ ต่อได้มากกว่าด้วย

ร้านขนม
อันนี้เป็นพวกผลไม้แห้ง



Turkish Delight จขบ. ชิมแล้ว อร่อยดีค่ะ แต่กินได้ไม่มาก เพราะมันหวาน กินได้อย่างมากก็สองชิ้น มากกว่านี้เริ่มคลื่นไส้แล้ว



พวกนี้เป็นชาค่ะ



ร้านขายของที่ระลึก





จากนั้นก็พาไปดูพรม สวยมาก แต่ก็ราคาแพงมากกกกกกกกกกกก ดูได้อย่างเดียวเลย





คืนนั้นได้กินอาหารจีนค่ะ
จขบ. เคยคิดว่ามันตลกมาก ที่ไปต่างประเทศแล้วทัวร์พาไปกินอาหารจีน หรืออาหารไทย
แต่ทริปนี้ ดีใจมากจริงๆ ที่ได้กินอาหารจีน
เพราะวันที่ผ่านๆ มา ไปแต่เมืองเล็กๆ กินแต่อาหารตุรกี มันช่างทรมานเหลือเกิน ทุกอย่างจืดหมดค่ะ
บางมื้อ มีแต่ชีสกับผัก จขบ. เองเป็นคนกินยากอยู่แล้ว มีอยู่มื้อนึงกินได้แค่แตงกวากับชีสเอง T_T


พอมาวันสุดท้าย อากาศหนาวมาก ฝนตกตามพยากรณ์อากาศเป๊ะ ชมเมืองท่ามกลางสายฝนเลยค่ะ

วันนี้เริ่มกันที่ Dolmabahce Palace







ถ่ายรูปได้แต่ข้างนอกนะคะ ข้างในห้ามถ่าย แต่ข้างในสวยจริงๆ ค่ะ
เพราะเป็นศิลปะแบบเอเชียผสมยุโรป ตามที่คุณไกด์อธิบาย วังอื่นๆ ที่สร้างเพื่อใช้งาน แต่วังนี้สร้างขึ้นเพื่อโชว์ความมั่งคั่ง เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการติดต่อต่างประเทศ เลยต้องการโชว์ความอลังการ ความร่ำรวยของประเทศนี้น่ะค่ะ













ฝนลง จนกลายเป็นภาพ Soft ไปเลย



มาที่ Grand Bazar ค่ะ ที่นี่ไม่ค่อยได้ดูของเท่าไหร่แล้ว เพราะซื้อไปหมดแล้ว แล้วก็แพ็คของกระเป๋าใหญ่ไปแล้วด้วย แล้วเดี๋ยวตอนเย็นก็ขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ เลย แต่ก็ยังอุตส่าห์ได้ผ้าคลุมไหล่กันมาอีกคนละผืนสองผืน



ตะเกียงที่ชอบมาก แต่ก็ต้องตัดใจ กลัวเอามาแล้วแตก



เสร็จแล้วก็ไปลงเรือชมช่องแคบ Bosphorus กันค่ะ
แม่น้ำนี้แบ่งระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป



หนาวมากกกกกก เพราะวันนี้อุณหภูมิประมาณ 3 องศา ไม่มีแดด
Wind chill ก็คงประมาณ -2 องศาได้ ก็ยังออกไปถ่ายรูปทั้งๆ ที่มีฝน



ช่องแคบ Bosphorus ค่ะ



และรูปสุดท้ายที่ตุรกี



จากตรงนี้ ก็ไปทานอาหารเย็น แล้วก็ไปขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ แล้วค่ะ
ถึงกรุงเทพฯ แบบโทรมมากๆ เนื่องจากเดินกันมาทั้งวัน นอนบนเครื่องก็ไม่ค่อยหลับ
โดยรวมก็ประทับใจในประเทศนี้มากค่ะ




Create Date : 23 ธันวาคม 2553
Last Update : 28 กรกฎาคม 2560 17:51:43 น.
Counter : 1313 Pageviews.

5 comments
ครั้งหนึ่งกับชีวิตช่างภาพ SertPhoto
(17 พ.ค. 2563 01:03:30 น.)
Matsumoto Kamikochi Hakuba 2019 --- Hakuba อีกครั้ง สายหมอกและก้อนเมฆ
(16 พ.ค. 2563 16:16:10 น.)
ลาวใต้ - อุบลราชธานี ~~~ ทุ่งดอกไม้ป่าวนอุทยานน้ำตกผาหลวง สายหมอกและก้อนเมฆ
(12 พ.ค. 2563 18:44:45 น.)
โคราช-เชียงใหม่ ... ชิวชมทางยามแล้งบ้านเรา tuk-tuk@korat
(10 พ.ค. 2563 06:53:48 น.)
  
เฮ่อ เห็นแล้วกระหาย อยากไปบ้างจังค่ะ เป็นประเทศที่ใฝ่ฝันจะไปมานานแล้ว ชอบตวามผสมผสานของประเทศนี้ระหว่างเอเชียกับยุโรป ประวัติศาสตร์ก็น่าสนใจ สถาปัตยกรรมก็สวย ธรรมชาติก็โอเค ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ดีดีค่ะ
โดย: NanoLakkhana วันที่: 26 ธันวาคม 2553 เวลา:1:14:24 น.
  
มีโอกาสก็น่าไปนะคะ
ธรรมชาติก็สวย ศิลปะก็งามค่ะ
โดย: lalabel วันที่: 28 ธันวาคม 2553 เวลา:8:17:34 น.
  
เป็นประเทศที่น่าไปจริงๆค่ะ สวยงามมากๆ ชอบศิลปะสไตล์นี้จัง
ถ้ามีโอกาสก็อยากไปซักครั้งมั่งค่ะ
โดย: Emotion-P วันที่: 29 ธันวาคม 2553 เวลา:13:23:04 น.
  
สวัสดีปีใหม่นะคะ

เห็นแล้วน่าไปมากๆ ค่ะ
แต่ไม่รู้ว่าเรื่องความปลอดภัยนี่โอเคไหมคะ

โดย: mutcha_nu วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:11:44:54 น.
  
คุณ Emotion-P น่าไปจริงๆ ค่ะ เพราะสวยมาก สวยทั้งศิลปะ แล้วก็วิวแบบธรรมชาติ

คุณ mutcha_nu เรื่องความปลอดภัย เท่าที่ไปมาก็โอเคนะคะ แล้วที่เที่ยวก็อยู่ทางตะวันตกของประเทศเท่านั้นด้วย
ที่สนามบินตรวจเข้มมาก โลหะนิดหน่อยนี่ไม่ได้เลย ต้องถอดรองเท้า เข็มขัด เอาเงินออกจากกระเป๋า่หมดเลยค่ะ
โดย: lalabel วันที่: 4 มกราคม 2554 เวลา:9:08:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Lalabel.BlogGang.com

lalabel
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]

บทความทั้งหมด