เรื่องของประเทศเปลือกหอย


กาลครั้งหนึ่งยังมีประเทศเกาะที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอันห่างไกลแห่งหนึ่งในทะเลจีนใต้ ประเทศนี้ไม่มีพื้นที่ใดติดทะเลเลยเพราะขุนเขาอันสูงใหญ่ปิดขังไว้ทุกด้าน หากนึกไม่ออกก็ลองนึกถึงทะเลในของประเทศไทยดูก็ได้ แต่เปลี่ยนทะเลเป็นพื้นที่ราบอันอุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำ มีทะเลสาบน้ำจืดอยู่ภายในแล้วกัน

เนื่องจากเมื่อสองร้อยหกสิบเก้าปีที่แล้วเกิดคลื่นยักษ์สึนามิในทะเลจีนใต้ ทำให้น้ำทะเลท่วมสูงจนล้นไหลผ่านภูเขาเข้ามาในประเทศลึกลับนี้ได้ หอยลายจำนวนหนึ่ง ติดกับน้ำทะเลมาด้วย ชาวบ้านได้ลิ้มรสหอยลายก็เกิดชอบใจว่าได้รับอาหารทิพย์จากสรวงสวรรค์ เป็นอาหารที่ไม่อาจหาที่ใดได้อีกแล้ว เมื่อกินหอยลายหมด ชาวประชาของเกาะนั้นก็เก็บเปลือกหอยลายไว้เป็นของสะสม และของที่ระลึกอันมีค่ายิ่ง

นานไป นานไป เปลือกหอยลายก็กลายเป็นสิ่งของสูงค่า มีจำนวนจำกัด หาที่ไหนอีกไม่ได้ ผลิตเพิ่มขึ้นเองก็ไม่ได้ อาจจะมีมาได้อีกครั้งหากมีสึนามิเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไร ดังนั้นใครยิ่งมีเปลือกหอยลายมากเท่าไร ยิ่งรู้สึกว่าตนเองมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อใครนำเปลือกหอยลายไปให้ผู้อื่น ผู้ได้รับเปลือกหอยลายนั้นก็ดีใจ นำอาหารบ้าง สิ่งของบ้าง มาบำเหน็จคืนให้แก่ผู้ให้เปลือกหอยลาย ในที่สุด เปลือกหอยลายก็กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนในประเทศนั้นใช้แลกเปลี่ยนกัน คล้ายๆกับที่คนในประเทศเราๆใช้เงินนั่นเอง

วันที่ 21 ธันวา ปีอะไรไม่ทราบ นายปุก ชาวบ้านแถบติดถ้ำภูเขาพบว่า ถ้ำหินแถวบ้านของเขามีน้ำเค็มซึมออกมา เมื่อเขาเดินลึกเข้าไปก็พบว่า ถ้ำนั้นแตกทะลุลงด้วยการทำลายของวันเวลา ทำให้เดินออกไปทะเลได้ ที่ฝั่งทะเลนั้นมองออกไปไม่ไกล แลเห็นฝั่งฟ้าประเทศอื่น นายปุกอยากรู้ว่าฝั่งนั้นเป็นอย่างไร จึงร่วมต่อเรือกับเพื่อนๆ เดินทางไปยังดินแดนอื่นที่เห็น

นายปุกรวบรวมเปลือกหอยลายจำนวนหนึ่งติดตัวไปด้วย เมื่อถึงฝั่งนั้น เขาพยายามนำเปลือกหอยลายไปมอบให้คนที่ฝั่งนั้นเพื่อเป็นการผูกมิตรและหวังจะแลกเอาสิ่งแปลกๆ กลับมาด้วย แต่กลายเป็นว่าคนต่างประเทศนั้นไม่ได้รู้สึกยินดีกับหอยลายที่ชาวคณะนายปุกเอาไปกำนัลให้ กลับหัวเราะหัวล้อด้วยความขบขัน ว่าพวกชาวเกาะนี้ช่างเร่อร่า เปลือกหอยลายนั้นหรือจะเป็นของมีค่า มันก็แค่ขยะเหลือกินจากหอยชนิดหนึ่ง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ชาวประเทศนอกชี้ให้นายปุกและพวกมองดูเปลือกขยะหอยที่วางกองเต็มชายหาด มีทั้งหอยลาย หอยแมลงภู่ หอยเชลส์ หอยนางรม หอยหวาน หอยเม่น พวกเอ็งจะเอากี่หอยเล่า เก็บไปซี ฯลฯ และเมื่อถามว่าพวกท่านมีสิ่งใดเป็นที่พึงใจเล่าหากไม่ใช่เปลือกหอยลาย ชาวต่างประเทศเหล่านั้นให้นายปุกดูแผ่นกลมโลหะสีเงินบ้าง สีทองบ้าง บอกว่านี่ต่างหาก ที่ชาวสากลถือว่าเป็นสิ่งดี สิ่งมีค่า ใครมีมากแล้วจักมีความสุข หากนำไปให้ใครเขาก็พอใจ และกำนัลอาหารหรือสิ่งของมาให้

ชาวคณะเริ่มรู้สึกเสียใจว่า ทำไมเปลือกหอยลายอันแสนมีค่าถึงถูกทิ้งขว้างเยี่ยงนี้ และไยคนอื่นเขานับถือโลหะกลมที่ไม่เคยเห็น ชาวประเทศเกาะหลายคนอยากจะเก็บเปลือกหอยลายที่เห็นกลับไป แต่นายปุกก็ห้ามไว้ เพราะเชื่อว่าเปลือกหอยที่ถูกทอดทิ้งของดินแดนนี้ไม่เหมือนเปลือกหอยของชาวแดนเกาะ ซึ่งเป็นเปลือกหอยอันมีค่าที่แม่ทะเลประทานให้ บางคนอยากจะขอโลหะกลมที่ชาวอื่นนับถือกลับมา (ต่อจากนี้เขารู้แล้วว่ามันเรียกว่าเหรียญสตางค์) นายปุกก็ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่น่าจะดีอะไร แม้จะดูสวยงามแวววาว แต่เปลือกหอยลายก็เป็นสิ่งพึงใจของชาวเกาะเราแล้ว หากจะมีสิ่งพึงใจที่สองเห็นจะวุ่นวายเป็นแน่แท้ นายปุกรีบพาชาวคณะลงเรือก่อนที่จะเกิดเหตุกวนใจอื่นๆ จะตามมา

นายปุกและชาวคณะไปเล่าให้ผู้ใหญ่เกาะฟังถึงสิ่งที่ได้พบ ผู้ใหญ่เกาะตระหนกใจ บัญชาให้นายปุกไปนำชนผู้รู้มาจากดินแดนอื่นมาให้การทีว่าทำไมจึงมีเรื่องพิสดารเช่นนั้นได้ นายปุกไปยังดินแดนนั้นใหม่ นำเอาข้าวปลาจากแดนเกาะ ซึ่งถือเป็นสิ่งสากลที่ทุกชนต้องการเสมอในยามท้องร้อง ไปป่าวประกาศให้ผู้รู้ไปอธิบายเรื่องประหลาดนี้ให้แก่ผู้ใหญ่เกาะฟัง ได้อาสาสมัครมาคนหนึ่ง เป็นนักศึกษาผมแดง

นักศึกษาได้เล่าให้ผู้ใหญ่เกาะและผู้อาวุโสฟังว่า ในโลกนี้มีคนมากมายที่ชื่นชอบในสิ่งหายากอันไม่เหมือนกัน ในบางยุคสมัย เกลือเป็นสิ่งหายาก ผู้ใดมีเกลือมาก ผู้นั้นมีความสุข เมื่อนำเกลือไปให้แก่ผู้ใดผู้นั้นก็จะดีใจและมอบข้าวของให้ ต่อมาในบางที่เช่นดินแดนฝั่งทะเลที่เขามานั้น เหรียญเงินเหรียญทองเป็นของหายากและมีค่า คนก็นับถือบูชาประดุจกัน นอกจากนี้ในดินแดนโพ้นทะเลไกลออกไปอีก ก็ได้ทราบว่ามีชนกลุ่มผู้นับถือกระดาษทรงศักดิ์เหมือนกัน เหตุที่กระดาษนั้นมีค่าเนื่องจากมีผู้ใหญ่เมืองรับรองแข็งขันว่า กระดาษนั้นมีค่าเทียบเท่าเงินเหรียญ และสามารถนำไปแลกอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ ส่วนเผ่าชนที่นับถือเปลือกหอยเช่นชาวเกาะนี้ก็มีเหมือนกัน เขาเรียกสิ่งสูงค่านั้นว่าเบี้ย แต่ก็เห็นว่าได้เลิกใช้กันไปหมดแล้ว

เมื่อได้ฟังคำให้การของนักศึกษาผมแดงนั้นแล้ว ก็เกิดความวุ่นวายไม่มั่นใจขึ้นในหมู่ชาวประเทศเกาะผู้อยู่ในที่ประชุมนั้น บ้างก็ว่าเราน่าจะหาเงินเหรียญมาใช้เยี่ยงชาวแดนฝั่งทะเล หรือบางคนไปไกลว่าจะเอาอย่างชนโพ้นที่นับถือกระดาษนั้นเชียว แต่ส่วนใหญ่ก็ว่าเปลือกหอยลายเรานั้นเป็นสิ่งประเสริฐที่แม่ทะเลประทานให้ในวาระพิเศษแล้ว ไม่สมควรพึงใจในสิ่งอื่นใดอีก บางพวกไม่รู้ว่าจะชอบแล้วอย่างไร จึงว่าเราใช้ทั้งเหรียญเงินเหรียญทอง และเปลือกหอยลายไปด้วยกันก็ได้ แต่ถ้าเช่นนั้นใครจะมีค่ามากกว่ากัน ระหว่างเหรียญเงินทองหรือเปลือกหอย แล้วถ้ามีกระดาษทรงศักดิ์เข้ามาอีกเล่า เราจะพึงใจต่ออะไรลดหลั่นจากกัน ในที่สุดก็เกิดวิวาททุ่มเถียงขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ประเทศเกาะนั้นจำความได้

ผู้ใหญ่เกาะเห็นว่าไม่เป็นการดี จึงให้นายปุกเชิญนักศึกษาผมแดงนั้นกลับไปยังดินแดนฝั่งทะเล และบัญชาให้ชาวบ้านช่วยกันหาหินมาปิดช่องทางผาที่แตกทะลุออกสู่ทะเลนอกนั้นเสีย และกล่าวแก่ผู้คนทั่วไปว่า ดินแดนฝั่งทะเลนอกนั้นออกไปนั้นเป็นดินแดนที่ไม่มีความสุข ไม่มีสิ่งน่าชื่นชมชวนดูอย่างไรเลย

ปัจจุบันชาวเกาะนั้นก็ยังคงนับถือพึงใจในเปลือกหอยลายอยู่ หากบางคนที่เคยไปเยี่ยมเยือนดินแดนฝั่งทะเล ก็เก็บเหรียญเงินเหรียญทองไว้เป็นที่ระลึก หรือบางคนอาจจะเก็บไว้อย่างหมายใจว่า ถ้าภายหลังชาวเกาะเกิดเลิกพึงใจในเปลือกหอยลายแล้ว เหรียญเงินเหรียญทองที่เขาแอบเก็บไว้จักกลายเป็นของมีค่า ใครจะรู้

อย่างไรก็ตามทุกคนก็ล้วนมีความสุขและพึงใจในสิ่งที่ตนเองยึดถือไว้ทั้งสิ้น

และก็มีชาวเกาะนั้นหลายต่อหลายคนสามารถเดินทางออกไปนอกเกาะ ยังดินแดนฝั่งทะเลและโพ้นทะเลไกลได้ ด้วยวิธีใดก็ไม่ทราบ แต่อาจจะเป็นได้ว่าช่องผาทะลุนั้นมีมากกว่าที่หมู่บ้านของนายปุกก็เป็นได้ชาวประเทศเปลือกหอยผู้ผจญภัยนั้น พยายามนำเอาเปลือกหอยกันพึงใจของเขาไปมอบให้แก่คนที่เขารู้สึกพอใจ แม้ผู้ที่ได้รับเปลือกหอยนั้นจะไม่ยินดียินร้ายกระไร แต่ชาวเกาะเปลือกหอยนั้นก็ดีใจและภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้

หากว่าท่านเดินเล่นที่ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระแล้ว มีผู้นำเปลือกหอยลายสภาพดีมามอบให้อย่างพึงใจก็ขอให้ท่านรับไว้อย่างรู้ค่าเถิด เพราะนั่นอาจจะเป็นกำนัลจากผู้คนแห่งประเทศเปลือกหอย.



Create Date : 24 เมษายน 2550
Last Update : 24 เมษายน 2550 20:58:36 น.
Counter : 801 Pageviews.

10 comments
Don't Worry Be Happy - Bobby McFerrin ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(24 ก.พ. 2562 16:10:07 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เหม่ยเซียนถาว เกศสุริยง
(4 ก.พ. 2562 10:59:41 น.)
  
อ่านแล้วฟันจะหลุดออกจากปาก


โชคดีไม่ได้กินน้ำอยู่ ไม่งั้นพุ่งแน่ๆ
โดย: ตม IP: 209.241.155.18 วันที่: 25 เมษายน 2550 เวลา:4:52:33 น.
  
//www.onopen.com/2007/editor-spaces/1780

ผมอ่าน Link ของบนแล้ว ผมยอมรับเลยว่านี่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแห่งการสมานฉันท์ของคนในชาติจริงๆ อยากให้ วิษณุ บวรศักดิ์ มีชัย วิชา จรัญ สมคิด มาอ่านจริงๆ

555

โดย: ปริเยศ IP: 124.121.100.100 วันที่: 10 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:49:40 น.
  
ขออภัย..
แต่ทำไม ต้อง "เดอะมอล ท่าพระ" คะ?
โดย: jikkoi IP: 58.9.131.212 วันที่: 19 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:38:15 น.
  
Yep I really wanna know why "The mall Thapra"?
โดย: rathwjj IP: 124.120.229.10 วันที่: 3 มิถุนายน 2550 เวลา:19:49:53 น.
  
ใช่ครับ ทำไมต้องเปนเดอะมอลล์ ท่าพระ?
โดย: soilmatter IP: 58.8.167.142 วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:16:48:27 น.
  
นั่นสิทำไมไม่ "ท่าพระอาทิตย์" "ท่าพระจันทร์" หรือ "ท่าพระเกี้ยว"
โดย: ท่าไหนดี IP: 124.120.131.113 วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:14:37:42 น.
  
^
^
^
เพราะท่าทั้งสามท่าที่ว่ามานั้นไม่มี เดอะ มอลล์
โดย: Ryuichi IP: 124.120.10.16 วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:38:18 น.
  
ผมรักสาวโสด
โดย: รำไพ IP: 203.172.201.1 วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:25:22 น.
  
ผมอยากให้ไฟไต้ดับปายยยยยยยยยย
โดย: jam IP: 203.172.201.1 วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:28:48 น.
  
รูป น่าร๊ากดี เน๊อะ


รักคนโสด


โดย: เปรม IP: 118.172.207.152 วันที่: 19 มกราคม 2552 เวลา:17:46:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Boonchit.BlogGang.com

Players
Location :
Aix-en-Provence  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]