Blog Tag ของบุญชิตฯ
ผมได้รับคำเชิญให้เขียน Tag จากคุณ “สหายสิกขา” (ซึ่งขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ที่ไม่ได้ตอบรับไปทันทีตอนนั้น เพราะกำลังมึนเนื่องจากเพิ่งลงจากเครื่องบิน หลังการเดินทางกว่า 25 ชม. จากบ้านที่ถนนวิภาวดี – บ้านที่ถนน Jacobins ผ่านสนามบินสามสนามและเวลารอต่อเครื่องอีก 7 ชม.) จากนั้นผมก็ใช้เวลาศึกษาว่า อี Tag เนี่ยมันคืออะไรหนอ ก็พบว่าการละเล่นเช่นนี้นั้นกำลังเป็นที่นิยม เพื่อนฝูงคนในแวดวงผมล้วนโดนแทกกันไปหมดแล้ว ขนาด ปิ่น ปรเมศ ที่ไม่ได้อัพเดทบลีอกมานานแล้วยังอดรนทนไม่ไหวมาเขียน Tag หรือกระทั่ง ปราบดา หยุ่น (นักเขียนที่แลดูไม่ค่อยเข้ากับการเล่นอะไรแปลกๆ ตามแฟชั่นเลยแม้แต่น้อย) ก็ยังเขียน Tag

น่าสนุกดี เอาบ้างดีกว่า

ผมไม่ย้อนกติกาของการเล่น Tag ละนะ เพราะถ้าไม่หลังเขากลางหุบอย่างผม ก็คงรู้จักการเล่น Tag ของเหล่าบล๊อกเกอร์กันแล้ว หรือถ้าไม่รู้จัก ก็มองหาบล็อกที่คุณอ่านประจำดูสักบล็อกสองบล๊อก ไม่ใครก็ใครคงจะอธิบายเรื่องการเล่น Tag ไว้แล้วเป็นแน่

๑. ผมชอบดื่มสุรา และยอมรับตรงๆว่า ชอบดื่มเพราะติดใจในรสชาติหอมหวานอุ่นของสุราสารพัดตระกูล บางคนอาจจะให้เหตุผลในการดื่มสุราของตนว่า มิใช่ชอบในสุรา แต่ชอบบรรยากาศการร่ำสุรา แต่สำหรับผมแล้ว รสชาติสำคัญกว่าบรรยากาศ หลายครั้งที่การร่ำสุราในหมู่เพื่อน ผมยินดีจ่าย หรือเพิ่มเงินค่าเหล้าขวดกลาง เพียงเพื่อขอให้เป็นสุรารสชาติดีที่ยอมรับได้ – ไหนๆกินเหล้ามันก็เป็นโทษเป็นภัยทั้งต่อศีลธรรมและสุขภาพแล้ว ก็ขอให้มันมีโทษแบบอร่อยๆหน่อย

แต่ผมก็มั่นใจว่าไม่ได้ติดสุรา เพราะผมไม่จำเป็นต้องใช้สุราเพื่อกระตุ้นการทำอะไรบางอย่าง เช่นเขียนหนังสือ (ไม่ต้องกินเหล้าย้อมใจ เพราะใช้อย่างอื่นย้อม – ดูข้อ ๒) ผมไม่เคยอยากสุราจนมือไม้สั่น หรืออยากดื่มจนหงุดหงิด ผมอยากดื่มเพราะอยากดื่ม และดื่มพอให้หายอยาก แล้วหยุดได้

ผมเริ่มดื่มเหล้าแล้วพึงใจ (ไม่นับการแอบจิบเบียร์พ่อ หรือการกินไวน์ตามผู้ใหญ่ตอนเด็กๆ) คือเหล้าเชี่ยงชุนของป้าแถวบ้าน ที่ผมชอบไปคุยกับแกตอนเด็กๆ เพราะชอบฟังประสบการณ์คนแก่ ปัจจุบันเหล้าที่พึงใจของผมมีมากมายนัก สำหรับสก๊อตวิสกี้ ก็ตระกูล “ไอ้จ้อนย่าง” (Johny Walker) ทั้งหลายทุกระดับสีฉลาก ผิดจากตระกูลนี้ก็มี “ตราขาว” หรือ John Dewar White Label อันนี้กินตามเสี่ยหงวน ในเรื่องชุดสามเกลอ ส่วนวิสกี้อเมริกันหรือเบอร์เบิ้ล ก็ชอบพี่แจ๊ก (แดเนียล) – ตัวนี้ให้เจ๋งต้องผสมสไปรต์ นอกตระกูลนี้ก็มีไวน์ฝรั่งเศสทั้งหลาย ไม่ค่อยเกี่ยง คอนยัค ผมจะชอบผสมโค้กกิน หวาน ซ่า และหอม ส่วนเหล้าสีขาวใสทั้งหลาย ที่โปรดเป็นพิเศษ คือว้อดก้าจากโปแลนด์ (ใครจะรู้มั่งว่าว้อดก้าที่ดีที่สุดไม่ใช่ของรัสเซีย แต่เป็นของโปแลนด์) ส่วนเหล้าไทย ผมเคยกินกระแช่ที่อร่อยสุดๆ ได้มาจากงานโอทอป รสชาติหอมหวานเหมือนน้ำข้าวผสมน้ำมะพร้าวอ่อน แอลกอฮอลกำลังดีไม่รุนแรงจนเกินไป แต่เสียดายว่าจำไม่ได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์มาจากไหนน่ะซี

แต่กระนั้น ผมเป็นคนไม่ดื่มเบียร์เลย เพราะว่ามันขม !!!

๒. สิ่งที่ย้อมใจผมได้ดีที่สุด คือหนังสือ คนใกล้ชิดผมจะรู้ดีว่า ถ้าผมลุกขึ้นมาทำอะไรแปลกๆ หรือมีไฟลุกโชนเกินกว่าเหตุเมื่อไร สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากการไปอ่านอะไรเข้าสักอย่างหนึ่ง หนังสือในที่นี่รวมหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น หรือมังกะด้วย

หากผมทดท้อจากการทำงานหรือการดำรงชีวิต หนังสือที่ย้อมใจผมได้ดีที่สุด คือการ์ตูนชุด “คุณหมาปัญญาเยอะ” (Kangaeru Inu) ซึ่งเป็นเรื่องที่อ่านแล้วชูใจ ทำให้มีกำลังใจในชีวิตได้มากที่สุด ส่วนถ้าอยากเติมไฟในการเขียนหนังสือ หนังสือของ ปราบดา หยุ่น วินทร์ เลียววาริณ และ ป. อินทรปาลิต ก็เป็นหนังสือที่สามารถเติมไฟในการเขียนของผมได้ดีที่สุด (สารภาพว่าที่ลุกมาเขียนบลีอกเรื่องแทกให้จบนี่ก็เพราะอ่าน “เรื่องตบตา” หนังสือใหม่ ของปราบดาฯ ไปนี่แหละ)

หรือเมื่อไรอยากจะรู้สึกว่า ตัวเองมีพลังในการทำให้สังคมมันดีขึ้น (หรืออย่างน้อยก็แย่น้อยลง) หนังสือที่ปลุกใจสำหรับกรณีนี้ คือ การ์ตูนชุด “คุนิมิตสึ คนจริงจอมกระล่อน” (Kunimitsu no mutsuri)

แต่เรื่องนี้ก็เป็นข้อเสียเหมือนกัน เพราะผมสามารถวูบไหวเพราะตัวอักษรได้มาก หลายครั้งผมก้าวร้าวเกินกว่าความเป็นจริงของตัวเอง เพราะดันไปรับเอา “อารมณ์” ตกค้างของผู้เขียนหนังสือ หรือกระทั่งบล็อกบางบล๊อก ถ้าคนเขียนก่อนหน้าผมกวนตีน ผมก็จะกวนตีน(มาก) ถ้าคนเขียนก่อนหน้าผมก้าวร้าว ผมก็จะก้าวร้าว(มาก) เหมือนกัน ถ้าเปรียบอักษรว่าย้อมใจได้เช่นสุรา กรณีนี้อาจเรียกได้ว่า เมาอักษราอาละวาด นี่เป็นนิสัยร้ายอันหนึ่งที่ต้องเร่งปรับเปลี่ยน

๓. หลายคนที่ติดตามเทคนิคการทำอาหารในเวบผม ผมมีเรื่องสารภาพไว้ ณ ที่นี้ว่า ภาพถ่ายทั้งหลายนั้น บางครั้งไม่ได้เกิดขึ้นในการทำอาหารครั้งเดียว คือพูดง่ายๆ ว่าบางอันจัดฉากถ่ายรูป รูปถ่ายไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่ทำอาหารจานที่นำมาโชว์ หรือบางขั้นตอนนั้นไม่ได้ทำสำหรับอาหารนั้น แต่นำมาใช้ประกอบได้แบบเนียนๆ (เช่นภาพซอยหอมในการทำซุป มาจากการซอยหอมใส่อาหารอื่นๆ หรือรูปแครอทในเรื่องการทำพาสต้า จริงๆเมื่อใช้งานจริง ใช้หัวเล็กกว่าที่เอามาถ่ายรูป) หรือวัตถุดิบจริงไม่ได้ใช้ของที่แสดงในรูป แต่ถูกจัดฉากให้ดูสวยขึ้น

และอาหารจานที่โชว์ หลายจานไม่อร่อย ต้องโยนทิ้งไปก็มี แต่มันถ่ายรูปได้สวยกว่าจานที่ทำออกมาอร่อยอ้ะ

หลายท่านบ่นว่า สูตรอาหารอะไรไม่บอกปริมาตร หรือสัดส่วนของส่วนผสม จะสารภาพกันตรงๆ คือผมก็จำไม่ได้ ใส่อะไรเท่าไร มาจากการกะเอาตามสัญชาติญาณเท่านั้น ถ้ากะเป๊ะๆ คงจะไม่อร่อย

๔. เรื่องสั้นเรื่องแรกของผม ชื่อเรื่อง “เลือดกระเป๋า ขสมก.” (สามารถหาอ่านได้ หากพิมพ์ชื่อนามสกุลจริงของผมลงในกูเกิ้ล) เป็นงานเขียนชิ้นเดียวที่เขียนด้วยปากกา เมื่อราวๆ ม.๑ เพราะหลังจากนั้น ผมใช้พิมพ์ดีดตั้งแต่ ม.๓ และได้รับคอมพิวเตอร์ตกรุ่นจากพ่อ เมื่อ ม.๕ งานเขียนหลังจากช่วง ม.๓ มาทั้งหมด (มีอีกเรื่องชื่อ “แล้ง” ตีพิมพ์ในมติชนรายสัปดาห์ด้วย) พิมพ์ด้วยพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์ทั้งหมด

ผมเขียนหนังสือ ผมจะพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ไว้เลย พิมพ์ๆแก้ๆ จนสมบูรณ์ ไม่มีการร่างในกระดาษ รวมทั้งการทำงานทุกอย่างด้วย ดังนั้นผมจึงไม่เคยใช้บริการของหน่วยบันทึกข้อมูล หรือร้านรับจ้างพิมพ์ที่ไหนเลย เมื่อไรที่เขียนงาน หรือเขียนวิจัยเสร็จ นั่นคือเสร็จ พร้อมส่งในอีกไม่นาน ขอเพียงตรวจบรู๊ฟ หรือใครสักคนตรวจงานให้เท่านั้นเอง

มีงานเดียวเท่านั้นที่ถ้าไม่เขียนในกระดาษแล้วไม่มีวันเขียนออกมาได้ คือกลอน และงานร้อยกรองทั้งหลายทั้งแหล่ ผมไม่สามารถใช้วิธี แต่งๆ พิมพ์ๆ แก้ๆ ได้ ต้องเขียนในกระดาษก่อนแล้วแก้จนเสร็จ ถึงจะพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์ได้ ก็แปลกดีเหมือนกัน

๕. ในบรรดางานเขียนทั้งหลาย ผมเคยเขียนนิยายนักสืบเรื่องหนึ่ง พระเอกชื่อ เมษา ปวโรจน์ ซึ่งเจตนาล้อเลียนการ์ตูนชุด คินดะอิจิ ฮาจิเมะ เพราะเมษา ปวโรจน์ จริงๆนามสกุล Poirot (ปัวโรต์) เป็นหลานของ แอร์คูร์ ปัวโรต์ นักสืบนามอุโฆษ ผลงานของอกธา คริสตี้ ราชินีนิยายสืบสวนฆาตกรรม เมษา ปวโรจน์ ของผมมีคดีทั้งหมดสามคดี คดีแรกของเมษา ปวโรจน์ ชื่อ “คดีผู้กลับมา” เรื่องของการฆาตกรรมในค่ายเผยแพร่กฎหมายเพื่อประชาชน เมื่อนิสิตผู้ไม่รุ้อิโหน่อิเหน่ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด โดยฆาตกรที่แฝงตัวมาโดยไม่มีใครรู้ คดีที่สอง คือ “พยานสุนัข” การฆาตกรรมในบ้านของนักค้าของเก่า ที่มีเพียงสุนัขดัลเมเชียนตัวหนึ่งเท่านั้นที่เป็นพยานในคดีนี้ และคดีสุดท้ายคือ “พยานในสายน้ำ” การฆาตกรรมที่พัวพันกับปลาตะพัดราคานับแสน เรื่องสุดท้ายนี้ ลงพิมพ์ในนิตยสาร Mars เล่มสุดท้ายก่อนบุญชิตฯ จะลาศึกษาต่อ

คดีแรกของเมษา เขียนเป็นของขวัญวันเกิดให้เพื่อนรักคนนึง แต่น่าเสียดาย ที่เธอเอาไปทำหายซะงั้น ไฟล์ก็หายไปด้วย เรื่องที่สองส่งไปให้นิตยสารหลายฉบับพิจารณา แต่ตอนนี้คงถูกเอาไปรีไซเคิลเป็นทิชชูที่ไหนแล้วก็ไม่ทราบ ดังนั้นนอกจากสายตาของเพื่อน และบรรณาธิการผู้โชคร้ายแล้ว สาธารณชนอาจจะเคยได้อ่านเรื่องของ เมษา ปวโรจน์ เพียงตอนเดียวเท่านั้น และคงงงๆ ว่าไอ้นักสืบนี่เป็นใคร ทำไมตำรวจถึงไว้ใจให้มาสืบคดีได้ และทำไมนายตำรวจในคดีนั้นถึงเอ่ยถึงเมษา ว่าเคยคลี่คลายคดียากๆ ให้กรมตำรวจมาแล้ว ฯลฯ

ความจริงที่เชื่อมโยง มันอยู่ในตะกร้าครับ

เป็นอันว่า จบแทกของบุญชิตฯ คนที่ผมอยากจะแทกไปทั้งห้านั้น คนหนึ่งเขาถูกแทก และเขียนไปแล้ว คือ คุณปราบดา หยุ่น อีกคนถึงเขาจะมีเวบ แต่เขาไม่ได้เขียนบล๊อก และไม่คิดว่าเขาจะเล่นแทกด้วย คือ คุณวินทร์ เลียววาริณ อีกคน พ้นวิสัยที่ท่านจะเขียนให้ คือ คุณ ป. อินทรปาลิต คนที่สี่คือ อาจารย์ ดนู ฮันตระกูล แต่ผมเกรงใจเกินกว่าจะเชิญท่านเล่นด้วย ส่วนคนสุดท้าย เธอไม่มาเขียนด้วยแน่ๆ (เอาแค่เขียนอะไรเกินประโยคในเวบโชว์รูปของเธอได้ก็บุญแล้ว) คือ Zwingzet



Create Date : 21 มกราคม 2550
Last Update : 21 มกราคม 2550 4:32:44 น.
Counter : 579 Pageviews.

8 comments
วัดภาวนาโซล ประเทศเกาหลีใต้ จัดโครงการปฏิบัติธรรมนานาชาติ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม นานาชาติโทชิหงิญี่ปุ่น Turtle Came to See Me
(13 มี.ค. 2562 20:11:50 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
--- น ก แ ส ก --- ภูเพยีย
(11 มี.ค. 2562 10:24:51 น.)
  
มาเยี่ยมเยือนครับ
สงสัยเหมือนกันว่าทำไมวันนั้นไม่ตอบเลยแฮะ

เขียนหนังสือน่าอ่านเหมือนเคยครับ
โดย: สหายสิกขา IP: 203.150.208.66 วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:18:18:00 น.
  
เป็นคนชอบสุราเหมือนกัน ยอมถูกด่าว่าดัดจริตหรือไม่รักชาติเลยก็ว่าได้ เพราะรสนิยมสุราผม ต้องเป็นเหล้านอกเท่านั้น เหล้าไทยดื่มแล้วปวดหัวครับ
โดย: ปริเยศ IP: 203.130.143.243 วันที่: 23 มกราคม 2550 เวลา:10:12:00 น.
  
Johny Walker ของพี่ จริงๆ ต้องเขียนว่า Johnnie Walker นะครับ

ผมเคยเขียนผิดในเว็บพันทิป ห้องโฆษณา โดนเหยียดหยาม ถากถาง เละ
โดย: Ryuichi วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:21:40:12 น.
  
กลับมาละ ดีใจนะ


เขียนเยอะๆ ช่วยเติมเชื้อไฟ การอยากเขียนเป็นกะเค๊าบ้าง ให้หน่อย


โดย: ต.ม. IP: 172.190.186.86 วันที่: 30 มกราคม 2550 เวลา:14:50:04 น.
  
อาหนาดเริ่มก๋าวอีกแล้ว

เฮ่อออ
โดย: zwingzet IP: 125.25.28.110 วันที่: 30 มกราคม 2550 เวลา:20:30:23 น.
  
ผู้ชายคนนี้ ช่างน่าทึ่งจริง ๆ
โดย: Kala_mydog วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:5:35:47 น.
  
มาสารภาพว่าไม่เคยอ่านนิยายใดๆ เลยที่เธอกล่าวมา
โดย: มัฟฟิ่น IP: 203.149.29.196 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:23:02:48 น.
  
นู๋เพิ่้งรู้ว่าพี่กล้าเป็นนักเขียน 555+ ไม่ได้ไกลปืนเที่ยงมากหรอกค่ะ พี่กล้าเขียนบล้อกได้น่าอ่านมากเลยน่ะค่ะ นู่คงไม่ได้มาเยี่ยมบล้อกพี่ช้าเกินไปน่ะค่ะ อิอิ
โดย: เจ้าบิว IP: 222.123.100.133 วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:22:16:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Boonchit.BlogGang.com

Players
Location :
Aix-en-Provence  France

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]