(City of Manchester) เมืองแมนเชสเตอร์ ไม่ได้มีแค่ฟุตบอล
โดย : มานพ จันทรฯ



เมืองแมนเชสเตอร์ (City of Manchester) มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะเป็นบ้านเกิดของสโมสรฟุตบอลชื่อดังระดับโลกถึง 2 ทีม คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ซิตี้



ในปีนี้ทั้งคู่ต่างก็คว้าแชมป์ฟุตบอลมาทีมละถ้วยทีมแรกนั้นเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้ ส่วนทีมหลังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวเมืองแมนเชสเตอร์ไม่น้อย


เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นอังกฤษ มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการทอผ้าฝ้าย ได้รับสมญาว่า “คอตตอโนโปลิส” และ “แวร์เฮ้าส์ซิตี้” จนภายหลังได้ขยายไปสู่อุตสาหกรรมเคมี ผลิตน้ำยาฟอกสีและย้อมสี ต่อเนื่องไปสู่ธุรกิจการเงิน การธนาคาร การประกันภัย จนถึงระบบขนส่งโดยสาร จนได้การยอมรับว่าเป็นเมืองรอง (Second City) ของสหราชอาณาจักร เป็นศูนย์กลางศิลปะ สื่อ และธุรกิจขนาดใหญ่




การไปเยือนแมนเชสเตอร์ ควรเริ่มต้นที่ศาลากลาง (The Town Hall) สัญลักษณ์ของเมือง ตั้งสูงเด่นเป็นสง่าเหนือจัตุรัสอัลเบิร์ต (Albert Square) เป็นอนุสรณ์ที่สะท้อนการพัฒนาแห่งยุควิคตอเรียนได้ดีที่สุดของอังกฤษ และเป็นเครื่องหมายแห่งการเชิดชูเกียรติแด่บรรพบุรุษผู้สร้างเมือง


ส่วนจัตุรัสอัลเบิร์ต ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพลเมืองแมนเชสเตอร์ ด้วยเป็นที่จัดงานสำคัญของเมือง


จุดน่าสนใจควรไปเยือนอื่นๆ ได้แก่ มหาวิหาร (The Cathedral) แห่งศตวรรษที่ 19 แห่งนี้เป็นที่เก็บหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นที่ตั้งโบสถ์ของชาวแซกซอนแต่ดั้งเดิม นั่นคือ Angel Stone หินแกะสลักรูปเทวดา ที่พบบริเวณกำแพงทิศตะวันตกของมหาวิหาร ส่วนโถงเพดานที่ทำด้วยไม้นั้นตระการตาด้วยลวดลายแกะสลักงามวิจิตร



โรงอาบน้ำวิคตอเรีย (Victoria Baths) อาคารทรงเอ็ดวาร์เดียนบนถนน Hathersage Road ภายในบริเวณ Victoria Park ซึ่งเป็นที่อยู่ของ Victoria Baths เป็นประดุจอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมอันทรงค่าของแมนเชสเตอร์ โรงอาบน้ำแสนสวยที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวแมนเชสเตอร์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1906


ในฐานะที่เป็นเมืองวัฒนธรรม เมืองแห่งนี้มีหอสมุดที่สำคัญ คือ หอสมุดและโรงเรียนดนตรีเชตแฮม (Chetham’s Library and School of Music) เป็นหอสมุดสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ ตัวอาคารแรกสร้างเมื่อ ค.ศ. 1421 ซึ่งตกแต่งในแต่ละมุมงดงาม และ หอสมุดจอห์น ไรแลนด์ (John Ryland’s Library) หอสมุดเก่าแก่ของแมนเชสเตอร์ ในอาคารวิคตอเรียนโกธิกยุคหลังที่ดีที่สุดของอังกฤษ เป็นที่เก็บรักษางานเขียนและบันทึกแห่งประวัติศาสตร์จำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก



สถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่งที่น่าไปเดินเล่น เช่น สวนแคสเซิลฟิลด์ (Castlefield, Urban Heritage Park) นักท่องเที่ยวสามารถชมรอบบริเวณแคสเซิลฟิลด์ โดยผ่านสวน St John’s Gardens หรือเดินเลียบคลอง Rochdale จะได้เห็นส่วนเสี้ยวของป้อมปราการโรมันที่บูรณะใหม่ สถานีรถไฟที่เก่าที่สุดในโลก คลองอุตสาหกรรมและทางเดินเลียบธารน้ำแห่งแรก ตลอดเส้นทางมีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกแวะนั่งพัก


หากต้องการศึกษาเมืองแห่งนี้มากขึ้น ควรแวะไปที่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม (Museum of Science and Industry) บอกเล่าเรื่องราวการเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ในขณะที่เดอะรอยัล เอ็กซ์เชนจ์ (The Royal Exchange) ห้องแลกเปลี่ยนทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก ได้รับการบูรณะใหม่หลังโดนระเบิดในปี ค.ศ. 1996 ก็ไม่ควรพลาดการไปชม เพราะที่นั่นมีห้องโถงที่สวยงามสีสันสดใสพร้อมด้วยเสาโครินเธียนประดับทอง ในขณะที่ The Royal Exchange Theatre ได้รับโหวตเมื่อปี ค.ศ. 1999 ให้เป็นโรงละครรูปวงพระจันทร์ที่ดีที่สุดในอังกฤษ ก็ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน


สำหรับแฟนลูกหนังมาเมืองนี้แล้วเห็นจะไม่พลาดการไปเยือน พิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United Museum) ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของสโมสรทีมฟุตบอลที่มีแฟนทั่วโลก แน่นอน สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford Stadium) บ้านของทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ควรพลาดขณะที่สนามทีมคู่แข่งในเมืองเดียวกัน สนามซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ (The City of Manchester Stadium) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกนักการเมืองไทยเข้าไปซื้อนำพาความตกต่ำไปสู่ทีม แถมยังรื้อสนามเพื่อฝังลูกแก้วกลางสนามตามความเชื่อ ก็ควรได้รับการไปเยือน


สำหรับนักตระเวนราตรี แมนเชสเตอร์น่าจะเหมาะอย่ายิ่ง เพราะชีวิตกลางคืนไม่เคยหลับ ทั้ง วัฒนธรรมคลับดีเจสมัยใหม่ ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ดนตรีแนวเฮ้าส์ แมนเชสเตอร์ซาวนด์ (Madchester Sound) และดนตรีแนว Ibiza บ้านเกิดของวงดนตรีชื่อดัง เช่น นิว ออร์เดอร์, เดอะสมิธส์, เดอะ เคมิคอลบราเธอร์ส, เอ็มพีเพิล, โอเอซิส, เอลโบว์, ซิมพลี เรด, เทคแดต และ เดอะสโตนโรส ในเมืองแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยโรงละคร ศูนย์แสดงงานศิลปะ และพิพิธภัณฑ์จำนวนมาก



ความเจริญของเมืองก้าวไปข้างหน้าแต่ในมุมหนึ่งก็เกิดอาชญากรรมตามมา ดังเช่นใน Boy A (2007) ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายของ โจนาธาน ทริเกลล์ เล่าเรื่องของเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อดีตอาชญากรเด็กที่ร่วมกันฆาตกรรมนักเรียนหญิงคนหนึ่งกับเด็กชายบี (นามสมมุติ) จนต้องไปชดใช้กรรมในสถานพินิจอยู่หลายปี


“แจ๊ค” (แอนดรูว์ การ์ฟิลด์) ออกจากสถานพินิจหวังจะเริ่มสร้างชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยมีนักสังคมสงเคราะห์ “เทอร์รี” (ปีเตอร์ มัลแลน) คอยดูแลให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งหางานให้ทำอีกด้วย


ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดย จอห์น โครวลีย์ ผู้กำกับรุ่นใหม่ชาวอังกฤษ ผู้พา แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ นักแสดงผู้ได้รับบทไอ้แมงมุมคนใหม่ ก้าวขึ้นรับรางวัลจากผลงานเรื่องนี้หลายเวทีตามเทศกาลภาพยนตร์ โดยเฉพาะบนเวที บาฟต้า อวอร์ดส และบนเวทีเบอร์ลิน ฟิล์ม เฟสติวัล ปี 2008 โดยใช้เมืองแมนเชสเตอร์ เป็นโลเคชันถ่ายทำทั้งเรื่อง


หนังแสดงในเห็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของแจ๊ค ที่กำลังไปได้สวย เริ่มมีเพื่อน มีคนรู้ใจที่คบหาหวังสร้างอนาคตด้วยกัน แต่ก็เกิดจุดพลิกผันจนได้ เมื่อเขาได้ช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อดีตที่เขาไม่อยากจะจดจำถูกขุดคุ้ยออกมา จนยากที่จะปิดบังอำพรางต่อคนภายนอก


ตราบาปในอดีต ได้กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง


Credit : //www.bangkokbiznews.com/



Create Date : 01 กรกฎาคม 2554
Last Update : 1 กรกฎาคม 2554 13:59:40 น.
Counter : 5078 Pageviews.

0 comments
รวมภาพถ่ายดอกไม้ ชุด 4 ถปรร
(21 ม.ค. 2565 09:41:19 น.)
ชมงานศิลป์ในถิ่นพิมาย Alex on the rock
(20 ม.ค. 2565 08:42:14 น.)
ส่องเมืองโคราช ความหมายของแต่ละประตูเมืองในอดีตที่ส่งผลถึงปัจจุบัน สมาชิกหมายเลข 6427080
(20 ม.ค. 2565 15:14:51 น.)
เชียงใหม่ - สวนกุหลาบแถวบ้าน tuk-tuk@korat
(19 ม.ค. 2565 15:53:56 น.)

Angelonia17.BlogGang.com

Turtle Came to See Me
Location :
พัทลุง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]

บทความทั้งหมด