ร่างต้นแห่งความฝัน
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
คุณค่าแห่งสัญลักษณ์ บนความลับที่ล้นเหลือ เพื่อร่างต้นคนศรีวิไล

ปีใหม่นี้ น่าจะมีเรื่องดีดีเกิดขึ้นในบ้านเรา และในโลกของเรา
เรากำลังเดินเข้าสู่สิ่งใหม่ๆ ของโลก และสิ่งใหม่ๆ ที่ว่านั้น ดันมีส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นจากบ้านของเรา

ประเทศไทย

ท่านเคยเชื่อเรื่องสัญลักษณ์มั้ยครับ ผมเชื่อนะ เพราะมันมีพลังมหาศาล
มันสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอยางได้ เพราะมันจะมีผลกระทบกับ "มโนสำนึก" ของมนุษย์

แล้วทำไมมันต้องมีสัญลักษณ์ล่ะ ก็เพราะโลกเรานี้ เต็มไปด้วยความลับ และความลับที่ว่านั้นมันก็คือ "ความจริง" นั่นเอง มีคำพูดภาษาละตินอยู่ประโยคหนึ่ง ผมชอบมาก เค้าว่า

obscuris vera involvens แปลว่า "the truth being enveloped by obscure things"

แปลง่ายๆ คือ สิ่งที่เราเห็นมันอาจไม่ใช่เรื่องจริงก็เป็นได้ แต่ในเมื่อโลกเราเอาความจริงเก็บงำไว้จนกลายเป็นความลับ ทำให้การส่งผ่านความจริงสู่ที่สาธารณะทำได้ยากมากขึ้น ดังนั้น สัญลักษณ์ จึงเป็นตัวช่วย แม้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้

ท่านเชื่อหรือไม่ครับว่า กระบวนการ Change ของอเมริกา ก็ใช้วิธีนี้ และใช้มาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยมี "ฮอลลีวู้ด" คือผู้ช่วย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนอเมริกันส่วนใหญ่ตระหนักแล้วว่า "อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องทำอะไรซักอย่าง" เพราะกำลังจะไม่เหลืออะไร จึงเกิดการคิดกระบวนการ มาตรการเพื่อมากอบกู้จักรวรรดิแฮมเบอร์เกอร์ นั่นก็คือ Change หรือก็คือ "การปฏิวัติทุนนิยมของตนเอง" แต่ด้วยที่ว่า ถ้าจะทำ มันจะส่งผลกระทบต่อโลกทั้งโลกทันที ดังนั้น จึงต้องขอความเห็นชอบผ่านทางสัญลักษณ์ต่อนานาชาติ และเป้าหมายนั้นก็คือ "ประชาชน" ว่าเห็นด้วยมั้ย ถ้าเห็นด้วย ก็จะทำ และแน่นอน เมื่อสัญลักษณ์ ดังกล่าวถูกส่งออกไป "ทุกฝ่ายเห็นด้วย"

สัญลักษณ์ที่ว่าก็คือ "ภาพยนตร์" ถ้าคุณลองไปสังเกตุหนังที่ได้ดูมาตลอดหายปีหลังนี้ จะมีแต่หนังเกี่ยวกับ "ซุปเปอร์ฮีโร่" ทั้งนั้น ก็ไม่มีอะไรถ้าเป็นเรื่องหนัง มันก็คือ หนัง box office ธรรมดา แต่เนื้อหาขงหนังถูกดัดแปลงไป โดยหนังทุกเรื่องจะมีเรื่องของการต่อสู้ระหว่าง "ความดี" กับ "ความชั่ว" และ "ความพอดี" กับ "ความโลภ" ทั้งสิ้น และแน่นอนว่าหนังสอดแทรกประเด็น "การปลุกระดมคน" โดยสังเกตุว่าหนังส่วนใหญ่จะมีเรื่องของสงครามในอดีต ในนิยาย เรื่องของกลุ่มคนสองกลุ่ม สัปประยุทธ์กันเพื่อ "ชัยชนะ" และหนังทุกเรื่องนั้น "ความดี ชนะเสมอ" แต่จุดแตกต่างของหนังในปัจจุบันนั้นก็คือ มีประเด็นที่แปลกออกไป ซึ่งกับหนังบางเรื่องไม่เคยมี เช่น 007 และนังบางเรื่องก็ไม่น่ามี นั่นคือ "การตัดสินใจของตัวละครเอก" ว่า "จะเลือก หรือไม่เลือก" ซึ่งก็คือ "Choose to Change" และมันก็คือ สโลแกนในการหาเสียงของ บารัค โอบามา นั่นเอง

แม้ปัจจุบัน การเลือกตั้งจะผ่านไป แต่หนังฮอลลีวู้ดก็ยังคงเดินเครื่องปลุกคน เรียกคน ให้เกิด Active Citizen ต่อไปนั่นก็คือการ Opposed Action หรือก็คือ การต่อต้าน ในขณะเดียวกันหนังได้ส่งสัญญาณ หรือส่งแผนว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ผมยกตัวอย่างครับ

หนังเรื่องล่าสุดของ คีอานู รีฟส์ เรื่อง The Day The Earth Stood Still แปลง่ายๆ คือ วันที่โลกอยู่รอด และในหนัง คนที่ทำให้โลกอยู่รอด ก็คือ คนธรรมดาๆ เท่านั้น ก็เหมือนปัจจุบันที่เค้ากำลังบอกคนทั้งโลกว่า "คุณจะรอด หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำหรือไม่" และคนกลุ่มเดียวที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก และสามารถเข้าใจ Subliminal Message หรือ "ข้อความช่อนเร้น" นี้ได้ ก็คือ "คนชั้นกลาง" เพราะนี่คือกลุ่มคนจำนวนมากที่สุดที่ดูหนัง และเป็นกำลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศแต่ละประเทศ และโลก และเมื่อมาดูวันเข้าฉาย ก็คือ 12.12.2008 ถ้าเอาเฉพาะเลข 12 มามันก็คือ สิ้นปี เพื่อเข้าสู่ปีใหม่ ในอีกทาง ก็คือ การดำรงตำแหน่งสมัยแรกของ โอบามา จะหมดในปี 2012 ซึ่งก็ตรงตามแผนของโอบามา ว่า จะต้อง "ฆ่าทุนให้ตายให้ได้ภายในสมัยแรกของการดำรงตำแหน่ง" เมื่อทุนตาย ประชาชนก็จะรอด ประเทศก็รอด และโลกก็จะรอด มันก็คือ The Day The Earth Stood Still.....

มันก็จะไปพ้องกับหนังอีกเรื่องหนึ่งในปีหน้าที่จะเข้าฉาย ก็คือเรื่อง 2012 ถ้าดูตามตัวอย่าง หนังจะโปรยออกมาให้ได้เห็นว่า "รัฐบาลได้เตรียมอะไรบ้างไหมเมื่อถึงวันสุดท้ายของโลก" คำตอบคือ "ไม่มี" หนังพูดถึง "น้ำท่วมภัยธรรมชาติ" ก็เท่ากับบอกว่า ตลอด 4 ปีจากนี้ ความพินาศของทุนจะต้องพังให้ราบเป็นหน้ากลอง ทุกอย่างต้องถูกเก็บกวาด แล้วก็จะสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ในการล้างทุนนิยมนั้น รัฐบาลได้เตรียมอะไรไว้มั้ย ถ้าเป็นประเทศอเมริกานั้น เค้าเตรียมไว้ครับ เตรียมไว้นานแล้ว และกำลังจะเอามันออกมาใช้ นั่นก็คือ "AREA 51"

AREA 51 นั้น ไม่ใช่สนามบิน หรือสถานที่ด้านอากาศยานที่มีเรื่องมนุษย์ต่างดาวมาเกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียว นั่นคือ ความหมายที่ผ่านกระบวนการแปลงสารโดย ฮอลลีวู้ด ในความจริง AREA 51 คือ โครงการๆ หนึ่งซึ่งเกิดมานานหลายสิบปี เพื่อเอาไว้ป้องกันไม่ให้เกิด "หายนะ" แก่ประชาชนอเมริกัน หายนะนั่นคืออะไร ก็ทั้งภัยธรรมชาติ สงคราม หรือแม้แต่ระบบเศรษฐกิจ

ถูกต้องครับ AREA 51 คือ "ความบริบูรณ์ของจักรวรรดิที่ตะวันไม่เคยตกดิน" ทำไม? ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลา เอาแค่เลข 51 มาคิดก็เพียงพอ เพราะเลข 51 มันก็คือ ประเทศอเมริกา เนื่องจาก

" ประเทศอเมริกา ประกอบไปด้วย 50 มลรัฐ และอีกหนึ่งนครรัฐหลวง คือ District of Columbia หรือก็คือ Washington" เพราะงั้น มันก็คือ 50+1=51 เพราะงั้น AREA 51 ก็คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นเอง แล้วความอุดมสมบูรณ์นั้นอยู่ที่ไหน

ก็อยู่ที่ในแต่ละปีนั้น อเมริกา สั่งซื้อวัตถุดิบด้านอาหาร มากมาย ในขณะเดียวกัน ประเทศเค้าก็มีน้ำมันเหลือเฟือ เพราะยังมีพื้นที่ในอีกหลายรัฐที่มีน้ำมัน แต่ยังไม่ได้ขุดขึ้นมา พื้นที่ดังกล่าวก็คือ รัฐที่อยู่ด้าน Southwest ขึ้นไป ตั้งแต่ นิวแม็กซิโก ไล่ขึ้นไปจนถึง อลาสก้า ข้างล่างนั่นเต็มไปด้วยน้ำมันนะครับ แต่เค้าไม่ให้ขุด เค้าเลยมาสร้างเมืองทับเอาไว้ แม้แต่ ที่ แคลิฟอร์เนีย ก็ยังมีแหล่งก๊าซขนาดยักษ์ที่ไม่เคยถูกขุดขึ้นมา นั่นก็คือ อ่าวซานฟรานซิสโก คุกอัลคาทราซ นั่นเค้าสร้างมาเพื่อ "ปิด" บ่อก๊าซนะครับ

พอมาเรื่องน้ำมันก็ขอพูดนิดหนึ่งว่า อ้าวทำไม ในเมื่อเขามีน้ำมันมากขนาดนั้น แล้วเค้าต้องไปหาเศษหาเลยกับชาวบ้าน ก็เพราะ น้ำมันในอลาสก้าทั้งรัฐ อเมริกาให้สัมปทานกับ Royal Dutch Shell/BP ไปแล้ว 150 ปี ตอนนี้เหลือสัญญาอีกร้อยปีเศษ นอกนั้น น้ำมันในเท็กซัส ซึ่งอยู่ในระยะที่ "สามารถขุดได้ง่าย" หรือชั้นใกล้ผิวดิน "มันหมดแล้ว" นั่นแหล่ะ พวกทุนน้ำมัน โดยได้รับการหนุนจาก ไอ้บุช ก็เลยต้องชูประเด็นสงคราม เพื่อปั่นราคาน้ำมัน และเพื่อไปหาเศษหาเลยข้างนอก ซึ่งคนที่กุมระบบทุนของอเมริกัน และทุนน้ำมันอีกที ก็คือ พ่อมัน ไอ้เฒ่า จอร์จ บุช ซีเนียร์ พ่อมันเนี่ยคุมระบบการเงินของทั้งประเทศอเมริกา และของโลก มาตั้งแต่ตอนที่เป็น ประธานาธิบดี จนถึงวันนี้มันขอแค่สมัยเดียว แล้วก็ทำได้จริงๆ แต่อย่างหนึ่งที่มันต้องการแต่ทำไม่สำเร็จ คือ "เขมือบ General Electric หรือ GE และ ฮอลลีวู้ด" เพราะ "เขาหวงมาก" เนื่องจาก ทั้งสองส่วนนี้ "เก็บความลับของอเมริกาไว้มาก โดยเฉพาะ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ และสิ่งที่ผมจะพูดต่อไป

นั่นก็คือ "วัตถุดิบอาหาร" คุณทราบมั้ยครับว่าในแต่ละปี อเมริกาสั่งซื้อวัตถุดิบอาหารเหล่านี้เป็นจำนวนมาก จากทั่วโลก แต่รัฐเอามาให้ประชาชนได้กินกันแค่ ปีละ 20-30% เปอร์เซนต์ ของทั้งหมด ส่วนที่เหลือ เค้าเอาไปเก็บรักษษอย่างดีใน "ไซโล" ขนาดมหึมาซึ่งมีอยู่ทั่วทุกรัฐ แล้ว ไซโล ที่ว่า ก็ไม่ใช่สถานที่ที่พิสดารอะไรเลย ไม่ได้อยู่ใต้ดิน ไม่ได้อยู่ในมหาสมุทร แต่มันอยู่ในพื้นที่ที่ตั้งของโรงงานทุกแห่งที่เป็นของ GE ในนั้นมีข้าวทุกชนิด ผักทุกประเภท เนื้อหมู หมา กาไก่ ไข่ ปลา เป็นหลายล้านตัน เพียงพอต่อคนอเมริกันทั้งประเทศ นอกจากนั้น เค้ายังได้เอาบางส่วนนั้น ไปวิจัยเพื่อให้สามารถ "ปลูก เพาะพันธ์" ได้เองบนแผ่นดินอเมริกัน อเมริกาเค้าปลูกข้าวหอมมะลิของไทยได้ตั้งนานแล้ว คุณเอ๋ย รวมทั้งพืชทุกประเภท ผลไม้ทุกชนิดที่มีบนโลก อเมริกาสามารถเพาะพันธ์จนออกดอกออกผลได้เองมาตั้งนานแล้ว!!!!

เพราะงั้น ต่อให้อเมริกาลดการนำเข้าลงไป เขาก็ไม่เดือดร้อนอะไรแม้แต่นิดเดียว

และก็เพราะเรื่องนี้ ไอ้พวกนายทุน กลุ่มทุน เลยต้องปั่นราคาอาหาร เพื่อให้ไอ้บุชกดดันคองเกรส และวุฒิฯ ออกมาตรการให้นำเอาของพวกนี้มาขายให้ได้ ดังนั้น ก็ต้องไปคุมซะก่อน แต่ทำไม่สำเร็จ สุดท้ายก็เลยเป็นที่มาของ "พืชGMO" เพื่อจะเอามาปั่นราคา และก็ทำไม่สำเร็จ เพราะไม่มีใครยอม นานาชาติก็ไม่ยอม เพราะมันเกินไป มันเท่ากับว่า พวกนายทุนเอาชีวิตความอยู่รอดของคน มาเพื่อค้ากำรี้กำไร นี่คือ ฟางเส้นสุดท้าย จึงเป็นที่มาของกระบวนการ Change

และแน่นอนสัญลักษณ์นั้นก็ถูกส่งมาที่ประเทศไทย เมื่อปี 2549 เพราะที่นี่ มี "วิธีการ" ที่จะทำให้กระบวนการ Change นั้น สมบูรณ์ ลองคิดให้ดีนะครับในปีนั้น มี "บุรุษแห่งรัตติกาล" มาที่นี่ แล้วก็"แสดงสัญลักษณ์" ที่สำคัญมากอยู่อย่างหนึ่ง สัญลักษณ์นั้นก็เพื่อบ่งบอกว่า "ที่นี่ประเทศไทยจะเป็น "ร่างต้น" ของสิ่งนั้น" เพราะ Change จะใช้สิ่งที่เรียกว่า

Suffer คือความเจ็บปวด Recession ถดถอย ล้มละลาย >>>Suffix คือ จบ คำต่อท้ายคำ End, Finished>>>Sufficiency ความพอเพียง ความเพียงพอ Rebirth, Rebuild คือ Recovery การรักษา >>>Self confident คือความมั่นใจ ความมั่นคง คือสติ คือมนุษย์ คือชีวิต คือ Rejuvenation >>....Citizen Partnership เพราะหลักการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง คือ "การอยู่ร่วมกัน"....Living Together...

และมันก็เริ่มเดินเครื่องแล้วที่ พี่น้องพันธมิตรฯ ทั้ง 19 ล้านคน....โดยที่คนอื่นๆ ไม่รู้ตัว เพราะไม่เคยเข้าใจอย่างอื่น นอกจาก "การประท้วง" และแม้แต่พี่น้องพันธมิตรฯ เองก็ไม่รู้ตัว

พันธมิตรฯ คือ เมืองจำลองของระบบเศรษฐกิจใหม่แบบประชาภิวัฒน์ คือ คนถึงคน ประชาชนถึงประชาชน โดยอาสัยกระบวนการเศรษฐกิจภาคกลุ่มย่อย เชื่อมต่อกันเอง ซึ่งก็คือ SME หรือกิจการขนาดกลางและเล็ก แล้วพี่น้องพันธมิตร โดยส่วนใหญ่ คือ เจ้าของกิจการเหล่านี้ ลองไปดูโฆษณาใน ASTV ซิครับ และถ้าพวกเค้ารอด ประเทศไทยก็รอด

ปล.

Dark Knight ถ่ายทำที่ ชิคาโก, โอบามา เป็น วุฒิ.ของอิลลินอยส์ เมืองหลวงของรัฐอิลลินอยส์ คือ ชิคาโก ในหนัง แบทแมนต้อง "เลือก" ว่าจะเป็น "ฮีโร่" หรือไม่ และ บทพูดสุดท้ายของตำรวจ ก็คือ แบทแมนไม่ต้องการเป็น ฮีโร่ แต่ ก็อตแธม ต้องการ ฮีโร่ ก็อตแธม ไม่เคยมีในหนังแบทแมนเลยว่าเป็นเมืองในอเมริกา เพราะงั้น ก็อตแธม ก็คือ อเมริกา

Matrix, V for Vendetta การปลุกให้คน ลุกฮือ หรือ Up rising
Iron Man ก็คือ บอกให้นายทุนกลับใจ เพราะ ในหนัง Iron Man ก็คือ โทนี สตาร์ก คือนายทุน ที่แหลวแหลก แต่ "เรียนรู้" ชีวิตจากจุดใกล้ตาย ก็เลยกลับใจ นายทุนล่ะกลับใจมั้ย....
และอีกหลายเรื่องครับ

ขอให้พระคุ้มครอง สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน.....


Create Date : 01 มกราคม 2552
Last Update : 1 มกราคม 2552 18:21:43 น. 1 comments
Counter : 669 Pageviews.

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ขอให้มีแต่ความสุขกายสบายใจตลอดไปนะคะ ..บางอย่างจำต้องปล่อยวางค่ะ เพราะผลมาจากเหตุ...ทุกวันนี้พยายามประคับประคองชีวิตให้มีสุขไปแต่ละวันก็เป็นโชคแล้วนะคะ

ขอคุณพระคุ้มครองค่ะ


โดย: sirivinit วันที่: 1 มกราคม 2552 เวลา:19:04:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เด็กคน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add เด็กคน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.