space
space
space
 
มกราคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
13 มกราคม 2564
space
space
space

รีวิว 5 ภาพยนตร์ไทยในดวงใจที่กวาดรายได้ไปไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท!

รีวิว 5 ภาพยนตร์ไทยในดวงใจที่กวาดรายได้ไปไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท!

“แต่ละเรื่องนี่คือได้ยินแล้วร้องอ๋อเลย ดังทุกเรื่อง สนุกทุกเรื่อง
หนังไทยดีไม่แพ้ชาติใดจริง ๆ ”

หากจะพูดถึงภาพยนตร์ของไทยที่ทำเงิน ทำรายได้ถล่มทลาย ในความคิดของใครหลาย ๆ คนก็อาจจะนึกออกอยู่แค่ไม่กี่เรื่อง นั่นเป็นเพราะอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของบ้านเรานั้น ไม่ได้เติบโตมากนักเมื่อเทียบกับตลาดภาพยนตร์ของต่างชาติ 

 

หากย้อนกลับไปราว ๆ เกือบ 70 ปีก่อน วงการภาพยนตร์ของไทยเริ่มมีการถือกำเนิดขึ้นแบบไม่ได้สวยหรูนัก เนื่องจากอุปกรณ์และความรู้ความสามารถของประชากรในกระบวนการผลิต รวมไปถึงขอบเขตการรับรู้และการเผยแพร่ต่าง ๆ ที่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนอย่างทุกวันนี้

 

ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าวงการภาพยนตร์ของไทยก็ล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควร และถึงแม้ว่าวงการหนังของเราจะพัฒนาได้ช้ากว่าประเทศอื่น ๆ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกา เป็นต้น แต่แนวโน้มของภาพยนตร์ไทยก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่องนี้ทำปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ที่พลิกฟื้นวงการ และเป็นแรงผลักดันให้กับทีมผู้สร้างในการพัฒนาและต่อยอดภาพยนตร์ของไทยต่อไป
 

อันดับ 5

 องค์บาก 2 ทำรายได้ 102.29 ล้านบาท

ภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก ถือเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่งที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้แบบสุด ๆ เพราะหากต่างชาติจะคิดถึงประเทศไทยนอกจากวิวทิวทัศน์สวย ๆ รอยยิ้มแสนหวาน และความมีมิตรไมตรีแล้วก็คงจะหนีไม่พ้นภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ทำให้ช้างไทยและตัวของ โทนี่ จา (จา พนม) ได้เป็นที่รู้จักในวงการฮอลลีวูดมากขึ้น

 

ซึ่งองค์บาก 2 เป็นผลงานการกำกับของ พนม ยีรัมย์ และ พันนา ฤทธิไกร ผู้กำกับมากฝีมือที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้วงการหนังบ้านเรา โดยเนื้อเรื่องในภาคนี้จะเล่าถึงเรื่องราวของการบุกยึดครองกัมพูชาของกองทัพอโยธยาเมื่อหลายร้อยปีก่อน ดังนั้นเรื่องราวในภาคนี้ก็จะมีฉากต่อสู่ที่ดุเดือดเข้มข้นและเต็มไปด้วยอารมณ์ของความแค้นและหวงแหนผืนแผ่นดิน 

 

ทำให้คนดูสามารถลุ้นระทึกไปกับฉากหมัดมวยของพระเอก และยังรู้สึกอินไปกับสถานการณ์ในภาพยนตร์ได้อีกด้วย ที่สำคัญภาพและอารมณ์ของการแสดงจะมีการสอดแทรกเรื่องของวัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ รวมไปถึงพิธีกรรมทางความเชื่อที่มีกลิ่นอายของความหลอนนิด ๆ ถูกประสานรวมเข้ากับเรื่องราวและท่าทางในการต่อสู้ได้อย่างไม่ติดขัด จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีสเน่ห์และน่าหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง
 

อันดับ 4

กวน มึน โฮ ทำรายได้ 130 ล้านบาท

ภาพยนตร์เรื่องดังขวัญใจวัยหนุ่มสาวจากค่าย GDH(GTH) ซึ่งต้องบอกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สร้างมาตรฐานของหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ในไทยให้สูงเทียบเท่าต่างชาติได้เลยทีเดียว

 

แต่ถ้าจะพูดกันตามตรงว่าพล็อตแบบนี้หากไม่มีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ดีมากพอ แล้วนำมาฉายครั้งแรกในปี 2564 นี้ก็อาจจะไม่สามารถสร้างความประทับใจให้คนดูได้ขนาดนั้น แต่เนื่องจาก กวน มึน โฮ เป็นภาพยนตร์ที่เข้าฉายครั้งแรกตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยในตอนนั้นก็ยังไม่ได้มีการเติบโตมากนัก แต่ก็ยังถือได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกขึ้นที่สูงกว่าของหนังไทยทั่ว ๆ ไปได้เลย

 

กวน มึน โฮ เป็นผลงานการกำกับของ บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่มีผลงานสร้างชื่ออีกมากมาย เช่น แฝด, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง, ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ และอีกมากมายที่คนดูต่างจดจำ

 

และในครั้งนี้เขาก็ได้ร่วมงานกับสองนักแสดงที่ตีบทแตกจนคนดูต้องยกนิ้วให้อย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ที่ได้มาสร้างสีสันและถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม จนในช่วงนั้นคนไทยแห่กันร้องเพลง “ยินดีที่ไม่รู้จัก ไม่รู้จัก แค่รู้ว่ารักก็พอใจ” กันทั่วบ้านทั่วเมือง

 

อันดับ 3

อีเรียมซิ่ง ทำรายได้ 200.5 ล้านบาท

ภาพยนตร์เบาสมองที่ใครได้ไปดูเป็นต้องขำค้าง เพราะเรื่องราวสุดป่วนที่แทบจะไม่มีความหวือหวาอะไรทั้งสิ้น แต่เน้นใช้เรื่องราวของวิถีชีวิตความเป็นไทย ผสมผสานกับมุกตลกคาเฟ่ต์ที่ได้สามตลกชั้นครูมาร่วมแสดงด้วยทั้ง น้าค่อม, บอล เชิญยิ้ม, และพี่โรเบิร์ต สายควัน (ซึ่ง ณ วันที่ภาพยนตร์ออกฉายพี่โรเบิร์ตได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ดังนั้นแฟนคลับของเจ้าตัวที่เข้าไปดูหนังเรื่องนี้ก็ได้แต่หัวเราะทั้งน้ำตากันไปเป็นแถบ ๆ )

 

อีเรียมซิ่ง เป็นภาพยนตร์ที่ฉายในช่วงโควิดเพิ่งจะเบาบางลง ดังนั้นการจะทำรายได้ให้เสมอทุนนั้นก็เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ แล้ว ไม่ต้องคาดหวังถึงการทำรายได้แตะหลักสิบหรือหลักร้อยล้านเลย แต่ถึงอย่างนั้นเพราะการมีนักแสดงแม่เหล็กตัวเป้งอย่างสาว เบลล่า ราณี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากละครหลังข่าวทางช่อง 3 เรื่อง บุพเพสันนิวาส ทำให้แฟน ๆ ทั่วไปคาดหวังว่าเธอจะทำผลงานได้สนุกสุดเหวี่ยงไม่แพ้แม่หญิงการะเกดนั่นจึงทำให้คนดูไม่กลัวที่จะก้าวเท้าเข้าโรงหนัง 

 

ซึ่งสาวเบลล่าก็ไม่ทำให้คนดูผิดหวัง เพราะการแสดงของเธอในบทอีเรียมนั้นทำได้ดีจนเป็นที่น่าประทับใจมาก ๆ ความตลก ความกวน ความใสซื่อ ความหื่น สาวเบลล่าเล่นเก็บหมดทุกซีน จนคนดูทั้งยิ้มทั้งชื่นชมไปพร้อม ๆ กัน เพราะถึงแม้บทของหนังอาจจะไม่ได้ดีเลิศ แต่องค์ประกอบอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงและจังหวะตบมุกต่าง ๆ ก็สามารถสร้างเอกลักษณ์และความสนุกให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เช่นเดียวกัน
 

อันดับ 2

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา ทำรายได้ 219.06 ล้านบาท

 

ไม่แปลกเลยที่ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา จะสามารถทำรายได้ถล่มทลาย และก้าวขึ้นเป็นตำนานของภาพยนตร์ไทยที่มีการถ่ายทำยาวนาน และยังใช้งบประมาณในการสร้างมากที่สุดเรื่องหนึ่ง 

 

แต่ในความเป็นจริงแล้วภาพยนตร์ทางประวัติศาสตร์ของไทยในซีรีย์เดียวกันอย่างภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอีก 5 ภาค ได้แก่ภาคประกาศอิสรภาพ, ภาคยุทธนาวี, ภาคศึกนันทบุเรง, ภาคยุทธหัตถีและภาคอวสานหงสา ก็ล้วนเป็นภาพยนตร์ชั้นครูที่ถูกจารึก และเป็นเสมือนประวัติศาสตร์ที่หลงเหลือไว้เกี่ยวกับเลือดเนื้อและความยากลำบากของบรรพบุรุษไทยให้กับเยาวชนคนรุุ่นหลังได้เป็นอย่างดี

 

อันดับ 1

 พี่มาก..พระโขนง ทำรายได้ 559.59 ล้านบาท

อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่สร้างความครึกครื้นให้กับวงการหนังไทยจนหยุดแทบไม่อยู่ และยังสร้างปรากฏการณ์  “ดูซ้ำ” มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย

 

กลายเป็นกระแสสุด ๆ เมื่อภาพยนตร์เรื่อง พี่มาก..พระโขนง ได้ทำการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 ก็สามารถสร้างกระแสไวรัลปากต่อปากจนทำให้โรงหนังเต็มทุกรอบ ทุกที่หนัง ทุกโรง ทุกจังหวัด จนในที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สามารถสร้างรายได้เป็นอันดับ 1 ได้สำเร็จ

 

ซึ่งภาพยนตร์เรื่องพี่มาก..พระโขนงนี้ ดัดแปลงมาจากตำนานสุดหลอนที่คุ้นหูกันดีอย่าง ตำนานแม่นากพระโขนง ซึ่งถูกนำมาสร้างสรรเป็นบทละคร ภาพยนตร์ หนังสือ นิยายมากมายนับร้อยเรื่อง แต่ภาพยนตร์เรื่องพี่มาก...พระโขนงก็ยังสามารถสร้างความแตกต่างและกินใจคนดูได้แบบไม่น่าเชื่อ

 

บรรจง ปิสัญธนะกุล ผู้กำกับคนเดิมเพิ่มเติมคือความสามารถอันล้นเหลือ ได้เนรมิตภาพยนตร์รักโรแมนติก คอมเมดี้ สยองขวัญ ที่ครบรสและสนุกที่สุดขึ้นมาภายใต้การทำงานร่วมกันกับทีมงานของ GDT และนักแสดงอีกมากมายเช่น มาริโอ้ เมาเร่อ (รับบท พี่มาก) ดาวิกา โฮร์เน่ (รับบท แม่นาก) กันตพัฒน์ สีดา (รับบท เอ) ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์ (รับบท เต๋อ) อัฒรุต คงราศรี (รับบท ชิน) พงศธร จงวิลาส (รับบท เผือก)

ซึ่งจากตัวบทที่มีการดัดแปลงจนมีความสนุกและตลกแบบโคตร ๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งเค้าโครงของตำนานที่คนไทยคุ้นเคย บวกกับการแสดงของนักแสดงทุกคนที่ทำให้ตัวละครและการกระทำต่าง ๆ มีมิติที่สมจริงและสัมผัสใจคนดู ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้สูงที่สุด และยังเป็นต้นแบบในการผลิตภาพยนตร์ที่ดีในอนาคตอีกด้วย

 



Create Date : 13 มกราคม 2564
Last Update : 13 มกราคม 2564 15:01:46 น. 0 comments
Counter : 364 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6262035
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6262035's blog to your web]
space
space
space
space
space