ตุลาคม 2552

 
 
 
 
2
3
4
5
6
8
10
11
12
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
ไม่รู้ว่าจะตายวันไหน แต่คิดว่าคงอีกนาน เพียงแต่ก่อนตาย.........
จดหมายฉบับแรกและฉบับสุดท้ายของฉัน


สองวันที่ผ่านมานี้มีแต่เรื่องมีแต่ปัญหา ไอ้อาการป่วยที่เป็นอยู่ ที่แย่อยู่แล้วก็กลับมาเป็นหนักมากกว่าเดิมเข้าไปอีก จนเมื่อคืนประมาณตี 1 ตี 2 ก็มีอาการนอนไม่หลับเอาเสียดื้อๆ ตัวร้อนจี๋ รู้สึกว่า หนาวมากๆๆ ก็เลยห่มผ้าสองผืน ไม่ถึง 5 นาที ก็รู้สึกร้อนขึ้นมาอีก ก็เลยต้องเปิดหน้าต่าง เว้นช่วงไปสักพัก อ้าว ก็รู้สึกหนาวขึ้นมาอีก ก็เป็นแบบนี้ไปจนถึงประมาณ ตี 5 กว่าๆ กว่าจะข่มตาหลับได้ เป็นเหตุให้ตอนเช้าตื่นมา พอลุกจากที่นอน รู้สึกได้เลยว่า เดินเซแล้วนะ ก็เลยนั่งอยู่บนที่นอนต่ออีกประมาณ 15 นาที แล้วก็แต่งตัว อาหารเช้าที่ตั้งใจจะกิน ก็ไม่ได้กิน เพราะไม่อยากกิน

ไปถึงที่ทำงาน เพื่อนๆที่ทำงานพอเห็นสภาพเรา ทุกคนก็ถามประโยคเดียวกันว่า ยังไม่หายป่วยอีกหรอเจนนี่ สภาพยูดูไม่ได้เลยนะ ยูดูแย่มากๆเลยนะ นี่ยูเป็นมาหลายวันแล้วนะ ไปหาหมอหรือยัง ทุกคนก็คอยถามเสมอว่า เราไหวไหม โอเคไหม จะกลับไปนอนพักที่บ้านไหม ซึ่งเราก็ตอบไปว่ายังไหว ไม่เป็นไร เพราะเวลาทำงานของเราคือ 08.00 ส่วนหัวหน้าเราจะมาถึงที่ทำงาน 08.30 เราก็อยากจะคุยเรื่องงานกับเขา จึงคิดว่า อยู่รอเขาให้มาถึงที่ทำงานก่อนดีกว่า

แล้วเราก็ทำงานกันตามปกติ ประมาณ 9.00 เป็นช่วงที่เราต้องเดินลงจากชั้นสองของที่ทำงาน ตอนนั้นก็ถือแก้วน้ำติดมือลงมาด้วย จำได้ว่า เดินลงบันไดตามปกติ แล้วอยู่ๆ ก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ยังรู้สึุกตัวว่า ตกบันได แก้วน้ำหล่นลงมาที่พื้น แล้วก็ยังรู้สึกตัวว่า ตกแบบไถลลื่นลงมานะ ไม่ได้หน้าคว่ำ เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน ก็คือเสียงเพื่อนสาวที่ทำงาน ร้องว่า โอ๊ว มาย ก๊อด เจนนี่ แล้วเขาก็ตะโกนให้คนอื่นมาช่วย ต่อจากนั้น ก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย

จนมาลืมตาตื่นอีกที ประมาณ เกือบๆ 11.00 ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่า เรานอนอยู่บนเตียง มีผ้าม่านสีฟ้ากั้นเตียงอยู่ รู้สึกเจ็บที่หัวด้านหลัง มีอาการเสียวๆที่หัวไหล่ด้านซ้าย และรู้สึกปวดที่ข้อมือด้านขวา แล้วก็เจ็บที่ข้อมือด้านซ้าย ซึ่งพอหันมามองอีกทีก็เห็นว่า ตัวเองโดนให้น้ำเกลืออยู่นะ ตอนนั้นก็รู้เลยว่า เราอยู่ที่โรงพยาบาลนะ แต่อยากรู้ว่าโรงพยาบาลไหน จึงกดกริ่งเรียกหมอหรือพยาบาล สักพักพยาบาลผู้หญิงก็เดินมาหา

พยาบาล - สวัสดีเจนนี่ ฉันเป็นผู้ดูแลยูนะ ด๊อกเต่อร์ฮอสะแนล คุณหมอประจำตัวของยู ส่งตัวยูมาที่โรงพยาบาล.....นี้ ยูโอเคไหม รู้สึกยังไงบ้าง เจ็บปวดตรงไหนไหม

เราก็บอกเขาไปว่าเราเจ็บที่ไหนบ้าง เขาก็เลยเรียกบุรุษพยาบาลมาเข็นเตียงเรา ทำการเอ๊กซเรย์ท้ายทอยที่เรารู้สึกปวด แล้วก็ทุกๆที่ที่เรารายงานอาการเขาไป ก็ไม่พบสิ่งปกติอะไร เขาก็เข็นเรากลับเข้ามาที่ห้องห้องเดิม เรานอนพักอยู่ในห้องนั้นได้พักใหญ่ๆ

12.00 พยาบาลคนเดิมก็ถือถ้วยซุปมาให้ แล้วก็บอกเราว่า

พยาบาล - เจนนี่ ยูไม่ต้องตกใจนะ จากประวัติอาการป่วยของยูเมื่อ 1 - 2 เดือนก่อน จากการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดของยู ยูติดเชื้อ Swine flu นะ แต่คุณหมอให้ยาต้านไว้รัสกับยูไปแล้วนะ ต่อไปนี้ หลังจากยูถึงบ้านแล้ว ยูห้ามออกไปไหนจากบริเวณบ้านนะ ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1 อาิทิตย์ จนกว่าอาการของยูจะหาย ตอนนี้ยูมีไข้ 44 องศานะ คุณหมอฉีดยาให้ยูแล้ว วันจันทร์หน้า ทางโรงพยาบาลจะมีรถไปรับยูที่บ้านเพื่อมาตรวจดูอาการอีกครั้งนะ

เจนนี่ - จับใจความได้แค่นี้ นอกนั้นก็ไม่อยากฟังว่าเขาพูดอะไรบ้าง ตอนนั้นพูดอะไรไม่ออก มึนๆ ปวดหัวไปหมด มันเกิดขึ้นเพราะอะไร จากที่ไหน สาเหตุอะไร จากที่เราป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาๆใช่หรือไม่ หรือจากสาเหตุอื่น ตอนนี้เราเป็นแบบนี้เลยหรอ คิดไปต่างๆนาๆ ซึ่งก็รู้ตัวเองดีว่า ที่เราเป็นแบบนี้ เพราะอะไร

จนใกล้ๆบ่ายโมง เขาก็อนุญาติให้เรากลับบ้านได้ โดยมีรถของทางโรงพยาบาลมาส่ง ระหว่างทางจากโรงพยาบาลถึงบ้าน ตอนนั้นเราได้แต่นิ่งเงียบ ไม่อยากจะทำอะไร ไม่อยากจะพูดอะไร สิ่งเ้ดียวที่คิดได้ สิ่งเดียวที่คิดถึงก็คือ ลูก ถึงบ้าน ก็เลยโทรหาแด๊ดดี๊ของเจ้าทริสตัน เขาก็ยัง งง ถามว่า โทรมาไม นี่เวลาทำงานยูนะ ยูไม่ได้ทำงานหรอ

เจนนี่ - อืม ฉันไม่สบาย อยู่บ้านน่ะ ไปทำงานไม่ไหว ขอคุยกับทริสตันได้ไหม

แด๊ดดี๊เจ้าทริสตัน - เจนนี่ ยูเป็นไรเปล่าเนี่ย แล้วป่วยอ่ะ หายยัง

เจนนี่ - ฉันโอเค ฉันไม่ได้เป็นอะไร ขอฉันคุยกัยทริสตันได้ไหม

ทริสตัน - มัมมี๊ ยูออไรท์

เจนนี่ - มัมมี๊โอเค แอ่นด์ ยู ...........เขาก็ตอบเรามาว่าเขาโอเค ตอนนั้นเราก็พูดอะไรไม่ออก เพราะความรู้สึกที่ว่า เราจะสามารถเจอเขาได้อีกไหม น้ำตาก็ไหล ทริสตันตอนนั้นก็ได้แต่เรียกเรา มัมมี๊ๆๆๆๆ

แด๊ดดี๊เจ้าทริสตัน - เจนนี่ ไม่สบายก็ไปนอนพักไป

เจนนี่ - ขอฉันเจอลูกได้ไหม ฉันคิดถึงลูก

แด๊ดดี๊เจ้าทริสตัน - ขอโทษนะเจนนี่ ขอโทษจริงๆ ยูไม่สบายอ่ะ แล้วทริสตันก็เพิ่งหายป่วยด้วย รอให้ยูหายก่อนนะ

เจนนี่ - อืม โอเค ไม่เป็นไร .....เงินที่ฉันติดยูไว้่ค่ามือถือ อาิทิตย์หน้าฉันจะเคลียร์ให้นะ ฉันจะพยายามเคลียร์ทุกอย่างให้ยูเองก่อนที่ฉันจะไม่อยู่

แด๊ดดี๊เจ้าทริสตัน - เห้ๆๆๆ พูดไม่ดีเลยนะ ทำัยังกะจะลาไปตาย เป็นไรไหมเนี่ย แปลกๆไปนะ

เจนนี่ - เปล่าๆๆ ก็พูดถึง ก่อนกลับไทยไง จะให้ตายได้ไง ทริสตันยังไม่มีเมียเลยนะ (ตอนนั้นเราก็พยายามทำเสียง พูดคุยให้เหมือนปกติที่สุด เท่าที่จะทำได้ แต่น้ำตาก็ยังไหลอยู่) งั้นแค่นี้นะ ฉันปวดหัว จะนอนเล่นสักหน่อย

เราไม่ยอมบอกให้พวกเขารู้ ว่าเราเป็นอะไร ซึ่งเราคิดว่า เราจะสามารถผ่านตรงนี้ไปได้ด้วยดี อีกไม่กี่วันเราก็จะหาย แล้วเราก็จะได้กลับไทย กลับมาหาพ่อกับแม่

เรากดข้อความในมือถือดู มีเพื่อนๆที่ทำงานส่งข้อความมาถามอาการกันเยอะแยะ อ่านไปน้ำตาก็ไหลไป ทุกคนเป็นห่วงเรามาก บางคนก็อาสาจะเอาอาหารมื้อเย็นมาให้ โดยที่เขาก็ไม่กลัวเลย ว่าจะติดไข้จากเรา

ช่วงบ่ายวันนี้เราอยู่แต่ในห้อง ก็ยังคิดให้กำลังใจตัวเองว่า เราแข็งแรงดีนะ เราอดทนได้ เดี๊ยวเราก็หายแล้ว เดี๊ยวเราก็ได้เจอทริสตันแล้ว อีกแค่ไม่กี่วันเอง เราไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่ป่วยเป็นไข้ธรรมดาๆ

แต่บางครั้ง การที่เราได้เจอกับปัญหาบางอย่าง การที่ต้องอยู่คนเดียวในสภาพแบบนี้ มันก็ไม่ได้เป็นการช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย เรานั่งอ่านข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ ที่ทางโรงพยาบาลได้ให้มา พบว่า ในอังกฤษ จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้ของเดือนตุลาคมนี้ มีจำนวนที่ 14,000 ราย และ 84 ราย เสียชี่วิตด้วยโรคนี้ อ่านมาถึงแค่ตรงนี้ ก็หยุดอ่านโดยทันที

เราไม่รู้หรอก ว่าเราจะตายวันไหน ด้วยโรคนี้หรือไม่ แต่คนอย่างเรา คงไม่ตายง่ายๆหรอก เพราะเรายังมีความหวัง ความฝัน ที่อยากจะทำอะไรอีกเยอะ ใจเรายังไหว เราสู้เสมอ เราไม่เคยกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรา ตอนนี้แม้ร่างกายของเรามันจะย่ำแย่ น้ำหนักตัวของเราตอนนี้อยู่ที่ 38 กิโลกรัม จากที่ประมาณ 3-4 เดือนก่อน เราหนัก 42 แล้วพอเราป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ น้ำหนักเราก็เหลือแค่ 40 จนวันนี้เราชั่งน้ำหนักของเราอีกที ก็เหลือแค่ 38

ตอนนี้เวลานี้ สิ่งที่เราคิดถึงก็คือลูก เราไม่เคยคิดถึงตัวเราเองเลย เจ้าทริสตันยังเล็ก เขาเพิ่ง 2 ขวบครึ่ง เราอยากอยู่ดูเเลเขาไปจนเขาโต วันนี้ถึงเราจะไม่สามารถให้ความรักความอบอุ่นกับเขาได้ เราไม่สามารถอยู่กับเขา ให้เขาเห็นหน้าได้ทุกวัน แต่เราก็รักเขามาก เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตเรา เราคิดถึงเขามาก อยากเจอเขา อยากเห็นหน้าเขา แต่เราก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเราไม่อนุญาติให้เจอใครๆ ไม่อนุญาติให้ออกไปไหน แม้แต่กระทั่ง ยา ก็ต้องมีคนไปรับยาให้เรา

รู้สึกเจ็บและเสียใจที่สุด ที่ตัวเองมาเจอกับสภาพแบบนี้ วันนี้ถึงแม้ว่าเราจะไม่เหลือใคร แต่คนเดียวที่ยังอยู่กับเราเสมอก็คือ เจ้าทริสตัน เขาจะอยู่กับเราตลอดไป เป็นกำลังใจให้เราตลอดไป ให้เราสู้ ให้เราเข้มแข็งอดทน เพื่อที่สักวัน เราสองคนแม่ลูก จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม

แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์อะไรกับเราขึ้น สิ่งสุดท้ายที่เราจะทำได้ก็คือ เงินทั้งหมดที่เราได้หามาตลอด 6 ปี ของการใช้ชีวิตที่อังกฤษนี้ เราขอยกให้เขาเพียงคนเดียว ตอนนี้เราปวดหัวจากไมเกรนของเรา ปวดหัวจากการตกบันได เราเครียด เรากลัวมาก กลัวกับเรื่องบางเรื่องที่มันยังมาไม่ถึงเรา เรากลัวที่เราจะต้องเป็นรายที่ 85 หรือ เป็นรายล่าสุดของผู้ป่วยโรคนี้ ที่ต้องเสียชีวิตลง แต่สิ่งสุดท้ายที่เราจะทำได้ ก่อนที่เราจะไม่อยู่บนโลกเล็กๆแคบๆใบนี้ก็คือ....

เราจะบอกให้เจ้าทริสตันรู้ว่า.... มัมมี๊รักยูมากๆนะ มัมมี๊ขอโทษ ที่มัมมี๊อยู่กับยูไม่ได้ ขอให้ยูเป็นเด็กดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง โตไวๆ ช่วยงานแกรนแด๊ด แกรนนี และทุกๆคนในฟาร์มนะ ขอให้ยูกลับไปหาแกรนเเด๊ด แกรนนี และน้าๆที่เมืองไทยด้วย สักวันยูจะเข้าใจเอง ว่าทำไม ครอบครัวของเรา มันถึงไม่เหมือนกับครอบครัวของคนอื่นเขา ยูจะรู้เอง ว่าทำไม ยูมีแค่แดดดี๊ที่เลี้ยงดูยูจนยูโต มัมมี๊ไม่ได้ทิ้งยูไปไหนนะ มัมมี๊ก็อยู่ตรงนี้ ที่เดิม ที่ที่ยูสามารถมองเห็นมัมมี๊ได้คนแรก ในยามที่ยูมองไม่เห็นใคร มัมมี๊จะคอยดูแลยูอยู่ห่้างๆแบบนี้ เพราะตอนนี้มัมมี๊ค้นหาตัวเองเจอแล้ว ว่าสุดท้ายยังไง มัมมี๊ก็ต้องมาใช้ชีวิตและมาตายที่แผ่นดินอังกฤษนี้แหล่ะ

เราได้เขียนจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง เก็บใส่ไว้ในกระเป๋าเงินของเราเรียบร้อย อาทิตย์หน้า เราจะไปแบ๊งค์ไปเปลี่ยนชื่อบัญชีธนาคารให้เป็นชื่อของเจ้าทริสตัน เราจะจัดการโอนเงินบำนาญของเราให้เป็นชื่อของเจ้าทริสตันแค่คนเดียว

เมื่อเดือนก่อน ตอนที่เราป่วย เราโทรหาพ่อที่เมืองไทย พ่อรู้ว่าเราป่วย เรารู้ทันทีว่าเขาเป็นห่วงเรามาก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และเขาก็พูดกับเราว่า

พ่อ - เป็นอะไรมากไหมลูก มียากินไหม จะให้พ่อส่งมาให้ไหม พ่อจะรอหนูกลับมาหาพ่อปลายปีนี้นะลูก หายป่วยไวๆนะลูก แล้วหนูไหวไหม มีคนดูแลไหม

เจน - อืม หนุไม่เป็นไรมากหรอกน่า แค่เป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดาๆ หนูก็อยู่ของหนูตัวคนเดียว ใครจะมาดูแลหนูล่ะ อืม หนูสัญญาว่า ปลายปีนี้หนูจะกลับมาหาพ่อกับแม่นะ

พ่อ - ไข้หวัดใหญ่ มันไม่ธรรมดาแล้วนะลูก ดูแลตัวเองหน่อยได้ไหม พ่อว่าหนูทำงานหนักเกินไปนะ หนูไม่เคยทำงานอะไรมาก่อนเลย ไม่เคยทำงานหนักแบบนี้ อย่าโหมงานแบบนี้ได้ไหมลูก อะไรกันทำงาน 6-7 วันต่ออาทิตย์เลยหรอ วันหยุดไม่มีเลยหรือไง

เจน - ไม่ได้เลยพ่อ ก็หัวหน้าไม่อยู่นี่ หนูก็ต้องคุมงานแทนเขา เห้อ คิดมาก หนูไม่เป็นไรหรอกน่า


และตอนนี้ เราก็ยังรักษาคำสัญญานั้นอยู่ว่า ปลายปีนี้ เราจะต้องพาเจ้าทริสตันกลับมาหาแกรนแด๊ดแกรนนีที่ไทยให้ได้ ด้วยตัวของเราเอง เราสัญญา


เราจะเข้มแข็ง เราจะสู้ เราจะอดทน เพื่อ...........เจ้าทริสตัน.......

รักยูที่สุด...........มัมมี๊เจนนี่










Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 9 ตุลาคม 2552 4:20:32 น.
Counter : 233 Pageviews.

4 comments
  
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 6 ชั่วโมงแล้ว ของอาการป่วยของเรา ตัวเราก็ยังร้อนอยู่ ยังปวดท้ายทอยอยู่เหมือนเดิม เราปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เราไม่อยากที่จะกลับไปนอนบนเตียงต่อ เพราะเรากลัวว่า ถ้าเราหลับไปแล้ว เราจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

เราได้แต่นั่งอยู่หน้าคอม นั่งมองดูรูปเจ้าทริสตันในแต่ละเดือนที่เราได้ถ่ายไว้ มองเห็นการเิติบโตของเขา น้ำตาก็ไหล ไหลออกมาตลอด

แล้วพรุ่งนี้ เราจะทำอะไรหรอ จะทำอะไรได้ แค่ในห้องนอนสี่เหลี่ยมเล็กๆห้องนี้ เราออกไปไหนไม่ได้เลย ยังดี ที่ยังมีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆจากหลายๆที่แวะเวียนเข้าไปถามอาการป่วยของเราผ่านทางเอ็มเอสเอ็น มีเพื่อนๆจากที่ทำงานโทรมาหา ส่งข้อความมาถามว่าเป็นไงบ้าง บางคนก็ขอมาเยี่ยมที่บ้าน ซึ่งเราก็ต้องบอกปัดไปว่า อย่ามาเลย ฉันไม่อยากให้ยูติดไข้จากฉัน เพราะโรคนี้มันน่ากลัวนะ สำหรับตอนนี้

แต่เราก็คุยกับทุกคนได้ในระยะเวลาไม่นาน พอเรารู้ตัวว่า เริ่มปวดหัวอีกแล้วนะ เราก็ต้องขอตัวไปนอนเล่น หรือไม่ก็นั่งอยู่เฉยๆหน้าคอมนั่นแหล่ะ ฟังเพลง หาอะไรอ่าน แก้เครียดไปเรื่อยเปื่อย

คิดถึงบ้านจัง อยากกลับบ้าน หากตอนนี้อยู่ที่บ้าน ก็คงมีพ่อ มีแม่คอยดูแล แม่จะเอาข้าว เอาน้ำมาให้ถึงที่นอน พ่อจะคอยถามว่า หิวไหมลูก เป็นไงบ้าง กินยาหรือยัง

แม่จะคอยเดินเข้าๆออกๆห้องนอนตลอดเวลา จะมานั่งเป็นเพื่อน

แต่ตอนนี้ เวลานี้ ไม่เลย เราไม่เหลือใครเลย เราตัวคนเดียว เราต้องเข้มแข็ง ต้องดูแลตัวเองให้ได้ และสิ่งที่จะต้องทำก็คือ อย่าให้พวกเขารับรู้ว่าเราป่วย

เพราะเขา จะทุกข์ มากกว่าเราอีกหลายๆเท่า

หนูรักพ่อกับแม่มากๆๆนะ

โดย: ยัยหนูเจน วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:0:57:46 น.
  
โอ๋ๆๆๆๆ หนูเจน เวลาป่วยก็จิตตกแบบนี้แหละ เดี๋ยวก็หายนะหนู

สู้ๆ
โดย: พจมารร้าย วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:8:13:15 น.
  
วันนี้ตั้งใจจะ ฝากข้อความหลังไมค์ถึงเจนน่ะ เป็นห่วงอ่ะ
เจ๊คิดว่า ไปเที่ยวไปที่ไหนซะจนไม่มีเวลา มาทักทายกัน ได้อ่านที่เจนเขียนมาตามข้างบนนั้นน่ะ เจนจะมาลาโลกอันโสภาสถาพรนี้ไปได้งัย เจ้าSwine flu ถ้าเจนได้รับในวันนี้ วันหน้าเจนจะมีภูมิต้านทาน แม้มันจะกลายพันธ์ทำให้คนอื่นเจ็บป่วย แต่เจนจะไม่เป็นไร ถ้ายังอยากเห็นเจ้าทริสตั้น มีเมีย อยากกลับมาเมืองไทย เติมพลังให้ตัวเองเดียวนี้เลย การท้อแท้ ยิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรม เหนื่อยอ่อน นอนเยอะๆ เลย อยู่ใกล้หมอแล้ว เจนไม่เป็นไรแน่นอน เจ๊เป็นห่วงนะ พรุ่งนี้มาอัพบล็อกบอกอาการเจ๊หน่อยนะ
น้องสาวพี่ต้องหายสิ น้องสาวพี่เข้มแข็งขนาดนี้

โดย: แม่หมู (แม่หมูมหัศจรรย์ ) วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:22:03:07 น.
  
คงไม่เป็ฯอะไรมากหรอกค่ะคุณเจนนี่ พยายามพักผ่อนเยอะๆ ทานผักผลไม้มากๆ ชช่วงนี้แค่เป็รไข้หวัดธรรมดาก็ต้องนอนกินยาเป็ฯ10กว่าวัน ที่ผ่านมาดิฉันไม่เคยเป็นไข้ถึง40องศา ไม่เคยต้องนอนซมบนที่นอนเป้นอาทิตย์ๆ
นึกว่าเราจะตายเสียให้ได้ อุตส่าห์เขียนไดอารี่ก่อนตายไว้ด้วย
พอทานยาไปจนคบตามที่หมอสั่ง อาการก็ค่อยๆ ทุเลาลง
ยังไงเอาใจช่วยให้หายเร็วๆนะคะ
โดย: Thatcha70 วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:20:52:51 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



ยัยหนูเจน
Location :
Swanage - Bournemouth  United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Jny & Tristan
New Comments