มีนาคม 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
แกรนด์แคนยอน & ลาสเวกัส (Grand Canyon & Las Vegas)
วันแรก
ทริปนี้เกิดขึ้นเพราะเพื่อนอยากไปเที่ยวลาสเวกัส ส่วนตัวบีบีกับคุณสามีอยากไปแกรนด์แคนยอน แล้วช่วงที่ไปแพคเกจตั๋วเครื่องบินไปกลับพร้อมโรงแรมมันไม่แพงมาก เลยตกลงใจ Let go กันโลด





เครื่องบินจากซีแอทเทิลไปลาวเวกัสใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงครึ่ง ตอนขาไปเครื่องบินเราบินผ่านภูเขาไฟเรนเนียร์ (Mt. Rainier) ด้วย เอากล้องออกมาถ่ายรูปกันเกือบไม่ทัน ภูเขาไฟมองจากด้านบนแบบนี้ ดูไปดูมามันเหมือนไอศครีมซันเดย์ยังไงก็ไม่รู้








ถึงสนามบินลาสเวกัสกันตอนหนึ่งทุ่มเศษๆ ทริปนี้เราเช่ารถจากที่สนามบินกันเลย เพราะกะว่าจะได้ขับไปแกรนด์แคนยอนด้วย เราทำเรื่องจองรถออนไลน์ไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะ แต่ตอนไปรับรถนี่สิ รอนานเกือบชั่วโมงเพราะคนเยอะมาก แต่พนักงานมีจิ๊ดเดียว กว่าจะได้ออกจากสนามบินกันจริงๆ ก็สองทุ่มกว่าอ่ะ





ทริปนี้เราพักกันที่โรงแรมเวเนเชี่ยน (The Venetian Hotel) กันเหมือนเดิม คุณสามีของบีบีเธอชอบที่นี่ค่ะ ห้องพักสวยและเป็นสัดส่วนดี ห้องที่จองไว้เป็นห้องสวีตแบบ double (queen) bed พักกัน 3 คนกว้างขวางสบายเลยอ่ะ














ตอนที่เราเช็คอินเนี่ยะ พนักงานเค้าจะให้คีย์การ์ดใส่ซองมา ซองที่ใส่เนี่ยะ ถ้าเราคลี่ออกมามันจะเป็นแผนที่ของโรงแรม ก็โรงแรมมันก็ใหญ่อ่ะนะ ถึงมีแผนที่ เราก็หลงกันอยู่ดีอ่ะ หลงกันตั้งแต่วันแรกยันวันกลับกันเลยทีเดียว นอกจากคีย์การ์ดแล้ว พนักงงานเค้ายังให้ Voucher และบัตรส่วนลดตามร้านต่างๆ ในโรงแรมมาให้ด้วย คำนวณดูมูลค่าแล้ว คุ้มมั่กๆ แค่ตั๋วดูโอเปร่าโชว์กับตั๋วเข้าผับที่นี่ ราคาพอๆกับแพคเกจตั๋วเครื่องบินกันที่พักของเรา 3 คนเลยเชียว











หลังจากที่เราเอาของไปเก็บในห้องพักของเราแล้ว เราก็เดินออกหาของกินกันค่ะ คืนนี้กะว่าไม่ได้ไปไหนไกล คงอยู่กันแถวๆโรงแรมนี่ล่ะ ข้าวเย็นวันนี้เรากินกันฟูสต์คอร์ทในส่วนของชอปปิ้งมอลล์ในโรงแรมที่เราพักนี่แหล่ะ ว่ากันตามตรงแล้ว ในโรงแรมของเราเนี่ยะมีอะไรให้เดินดู เดินเล่น เดินชอป เดินเที่ยว เดินถ่ายรูปกันเยอะแยะไปหมด มาที่ยวกันสามวันเนี่ยะ เราไม่ต้องออกไปนอกโรงแรมเรายังได้เลย











กินข้าวแล้วเราก็เดินเล่นถ่ายรูปกันเรื่อยเปี่อยในโรงแรมของเรา แล้วก็เดินทะลุไปถึงโรงแรม The Palazzo ที่อยู่ติดกันด้วย สงสัยว่าช่วงนี้มันใกล้ตรุษจีนหรือยังไงไม่ทราบ ธีมสวนในห้างเค้าเลยออกแนวธรรมชาต มีสารพัดสัตว์เลย











ออกจากโรงแรมพาลาสโซ่แล้วเราก็เดินไปดูโชว์ภูเขาไฟระเบิดที่หน้าโรงแรม Mirage เราเคยมาเที่ยวเวกัสกันแล้ว เราเลยไม่ตื่นเต้น แต่เพื่อนบีบีเค้าเพิ่งมาครั้งแรกอ่ะค่ะ ตื่นเต้นมาก-มากที่สุด เห็นอะไรก็ alert ไปหมด เดินไม่ค่อยตรง ออกแนวล่อกแล่กมองซ้ายมองขวาอยู่ตลอดเวลา เดินไปข้างหน้าสามก้าว แล้วก็เดินถอยหลังสองก้าวเพื่อกลับมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก บีบีกับคุณสามีเลยพูดกันว่า สงสัยเพื่อนบีบีคนนี้หลงเสน่ห์เมือง Sin city นี่เข้าซะแล้ว















วันที่ 2
วันนี้เราตื่นกันตั้งแต่หกโมงเช้า ดูจากแผนที่แล้ว จากโรงแรมไปถึง South Rim ที่แกรนด์แคนยอน เป็นระยะทางประมาณเกือบ 300 ไมล์ (ประมาณ 480 กิโลเมตร) ไกลเหมือนกันเนอะ รีบออกแต่เช้าดีกว่า จะได้มีเวลาเที่ยวนานๆ





แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) เป็นอุธยานแห่งชาติตั้งอยู่ในพื้นที่ของรัฐอริโซน่า เคยเป็น 1 ใน 7 สิ่งหัศจรรย์ของโลกยุคก่อน แกรนด์แคนยอนคือหุบเขาที่โดนแม่น้ำโคโรลาโดไหลผ่านนานนับพันปี จนน้ำมันกัดมันเซาะภูเขาจนกลายเป็นหน้าผาที่มีชั้นสีสวยงามแตกต่างกันออกไป แกรนด์แคนยอนกินพื้นที่ถึง 277 ตารางไมล์ (ประมาณ 446 ตารางกิโลเมตร) และมีความสูงอยู่ที่ 6,000 ฟุต (ประมาณ 1,800 เมตร)

ทางเข้าชมหน้าผาของแกรนด์แคนยอน เข้าได้ทั้งหมด 3 ทาง คือ ทาง West Rim, ทาง North Rim, และ South Rim ทางเข้าที่ใกล้ลาสเวกัสมากที่สุดคือทาง West Rim ค่ะ ขับรถจากเวกัสประมาณ 2.30 ชั่วโมง จุดเด่นของที่นี่คือสถานที่ชมวิวที่เรียกว่า Sky walker คือเค้าทำเป็นทางเดินกระจก (คล้ายๆ ทางเดินในอควาเรียม) เป็นรูปตัว U ยื่นออกไปที่หน้าผา นักท่องเที่ยวจะได้เห็นแกรนด์แคนยอนกันแบบชัดๆกันไปเลย แต่ว่าค่าเข้าชมแพงมาก ประมาณคนละ 70 เหรียญได้ แพงไม่เท่าไหร่ แต่ที่สำคัญคือตอนที่จะเดินเข้าไปใน sky walker เนี่ยะ ให้เดินตัวเปล่าเข้าไป ตัวปล่าวในที่นี่หมายถึงห้ามนำสัมภาระเข้าไปด้วย ประมาณว่าเข้าไปได้แต่ตัวกับเสื้อผ้า แต่กระเป๋าถือ กล้องถ่ายรูป มือถือให้ฝากไว้ที่ด้านหน้า เพราะเค้ากลัวว่าเราจะทำของหล่นลงที่พื้น แล้วมันจะกระทบกระเทือนกันพื้นกระจกของเค้าอะไรประมาณเนี่ยะ สรุปคือ West Rim ใกล้ แต่แพง ถ้าใครสนใจ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวปนี้ค่ะ //www.grandcanyonwest.com/

ทางเข้าทาง North Rim และ South Rim ห่างจากตัวเมืองลาสเวกัสพอๆกัน คือขับรถประมาณ 4.30 ชั่วโมง ทางเข้า South Rim เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตลอดทั้งปี แต่ทาง North Rim จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูไม่ไม้ร่วง (ประมาณเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนตุลาคม) แต่ว่าแต่ละปี วันที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมจะไม่เหมือนกันนะคะ เพราะขึ้นอยู่กับพยากรณ์อากาศด้วย ถ้าใครวางแผนอยากไปเที่ยวที่ North Rim ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวปนี้ค่ะ //www.nps.gov/grca/planyourvisit/directions_n_rim.htm

ที่เราจะไปวันนี้ เราจะไป South Rim กันค่ะ ระหว่างทางไป South Rim เราแวะที่เขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam) กันด้วย เขื่อนฮูเวอร์เป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เราเข้าไปดูใกล้ๆแล้ว อืม...มันก็ใหญ่จริงๆอ่ะนะ บริเวณรอบๆ เขื่อนก็มีพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ ร้านค้า นั่น นู้น นี่ให้แวะดูด้วย แต่เราไม่ได้เข้าไปถึงข้างในอ่ะค่ะ แค่แวะถ่ายรูปและเดินดูรอบๆแป๊ปเดียวก็ไป














ขับรถต่อไปเรื่อยๆ จนถึงทางเข้า South Rim ตรงทางเข้าจะมีด่านไว้ตรวจนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในแกรนด์แคนยอน และตรงนี้เราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทธยานด้วยค่ะ เราจ่ายไปประมาณ 20 เหรียญต่อรถยนต์คันหนึ่ง (ตอนนี้ ปี 2013 ค่าธรรมเนียมขึ้นเป็น 25 เหรียญแล้ว) จ่ายเงินไปเจ้าหน้าที่เค้าก็จะให้ใบเสร็จพร้อมกับแผนที่แกรนด์แคนยอนมา แล้วเจ้าหน้าที่ยังบอกเราอีกว่าจะเข้าออกแกรนด์แคนยอนกี่ครั้งก็ได้ภายใน 7 วัน ถูกดีอ่ะ คุ้มด้วยนะสำหรับคนที่เค้าเช่ารถมากันหลายๆคน หรือมาตั้งแคมป์กันอะไรแบบนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ South Rim ดูได้จากเวปนี้ค่ะ //www.nps.gov/grca/planyourvisit/directions_s_rim.htm





จากด่านทางเข้าเราก็ขับรถตรงไปที่ศูนย์นักท่องเที่ยวด้านในก่อน เก็บรายละเอียดเพิ่มเติม จะได้ไปเที่ยวถูก แล้วเราก็รู้ว่าที่ South Rim มีจุดชมวิวหลายจุดมาก หากจะไปให้ครบทุกจุด (ไปดูอย่างเดียว) คงต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง แต่ถ้าอยากเดินเขาหรือปีนเขาด้วย ก็เผื่อเวลากันเอาเองละกันนะ

















วันที่เราไปเที่ยวเป็นช่วงต้นเดือนกันยายน เป็นช่วงหน้าร้อนสุดๆของอเมริกาเลยเชียว แล้วเรามาเที่ยวแถบทะเลทรายกันด้วย อุณหภูมิวันนั้นประมาณ 100 องศาฟาเรนไฮต์ได้ (ประมาณ 37-38 องศาเซลเซียส) ขอบอกตามตรงว่าร้อนมากๆ ร้อนแทบทนไม่ได้อ่ะ จะว่าบีบีกระแดะ บีบีก็ยอมรับนะ คุณสามีก็แซวว่าบีบีมาจากไทยไม่ใช่เหรอ ร้อนแค่นี้ทำไมทนไม่ได้

















วันนี้เราไม่ได้ไปดูทุกจุดชมวิวเพราะว่ามันเย็นก่อน เลยต้องตัดใจอำลาจากแกรนด์แคนยอนมาด้วยความประทับใจ บีบีตั้งใจไว้ว่า ถ้ามีโอกาศจะกลับมาอีก แล้วจะมาค้างคืนที่นี่ จะได้มีเวลาปีนเขาแล้วเดินเที่ยวให้รอบแกรนด์แคนยอนกันเลยเชียว














เราขับรถกลับมาถึงลาวเวกัสกันตอนสี่ทุ่มเศษอ่ะค่ะ เอารถไปจอดไว้ที่โรงแรมแล้ว เราก็เดินไปดูน้ำพุเต้นระบำ กันที่หน้าโรงแรม Belagio น้ำพุเต้นรำที่นี่ยังคงสวยงามน่าประทับใจเหมือนเดิมเลย เราเลยอยู่ดูกัน 2 รอบ ก่อนจะเดินกลับโรงแรมของเรา




















ระหว่างทางเดินกลับโรงแรม ก็มีพวก Street show เช่น เต้นโชว์ วาดรูป เล่นดนตรี ร้องเพลง เล่นกล อะไรประมาณนี้ มีให้เราดูเรื่อยๆ จนถึงโรงแรมเราเลย








ไปถึงโรงแรม บีบีแทบจะสลบคาเตียง เหนื่อยมากวันนี้ อาบน้ำเสร็จแล้วนอนเลย ไม่สนใจใครทั้งนั้น แต่คุณสามีและเพื่อนบีบีลงไปโยกสลอตกันต่อที่ด้านล่างค๊า บีบีก็คิดอยู่ในใจว่า “พลังงานเยอะจริง ผู้ชายพวกนี้ ขอให้ลงไปโยกสลอตกันอย่างเดียวเหอะ อย่าให้รู้เชียวนะว่าแอบไปมองสาวๆ ที่หน้าผับ ชิ”



วันที่ 3
วันนี้ตื่นกันสายกันพอสมควร เพราะเราไม่ได้มีแผนการเที่ยวอะไรเป็นพิเศษ กะว่าคงเดินเล่นกันแถวๆ the strip นี่แหล่ะ อย่างแรกที่เราเลือกทำในวันนี้คือ “กินบุตเฟ่ต์” ค่ะ เราไปกินบุตเฟต์กันที่โรงแรมมิราจ แบบว่าบีบีรีเควสเองแหล่ะ ปูที่โรงแรมเนี่ยะเค้าผ่าครึ่งมาให้แล้ว เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแกะปูกันอีก




















กินกันจนอิ่มตื้อแล้วเราจึงค่อยๆ เดินออกจากห้องอาหารห้องนั้น ที่บอกว่าต้องค่อยๆ เดิน เพราะว่าเราอิ่มกันมาก เดินไวไม่ได้ จุก ออกจากโรงแรมมิราจแล้วเราก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ แวะโรงแรมนี่บ้าง แวะห้างนั้นบ้างไปตามเรื่อง


























เดินไปถึงห้างของโรงแรมเบลาจิโอ เลยแวะเข้าไปหน่อย รู้สึกว่าร้านค้าในห้างของโรงแรมนี้ จะไฮโซกว่าทุกโรงแรมแหะ มีแต่ของระดับไฮเอนเท่านั้นเลยอ่ะ คนจนๆอย่างเราเลยได้แต่ window shopping ไปตามเสต็ป





สวนในร่มของโรงแรมเบลาจิโอคราวนี้ ออกธีมงานวัดอเมริกันมั้ง เนื่องจากมันมีนกอินทรีย์ตัวใหญ่ ม้าหมุน สวนนกในห้องกระจก มีหมี และน้ำตกด้วย แปลกตาดี





ออกจากโรงแรมเบลาจิโอแล้ว เราก็เดินข้ามถนนไปช้อปปิ้งกันที่ห้าง Miracle Mile ที่อยู่ตรงกันข้ามกับโรงแรมเบลาจิโอ ของในห้างนี้ค่อยเหมาะสมกับเงินในกระเป๋าเราหน่อย จริงๆ ทริปนี้เราไม่ได้กะมาช้อปปิ้งกันเลยนะ แต่เนื่องจากว่าได้รับ gift voucher กับส่วนลดของ facilities ต่างๆ ในโรงแรมที่เราพัก มันก็น่าใจใช้อยู่เหมือนกัน อีกอย่างเพื่อนรุ่นพี่ที่ไปด้วยกันเนี่ยะ แกยุเก่งเหลือเกิน แกบอกว่า “มาถึงเวกัสแล้ว ต้องทำตัวเป็นสาวเวกัสด้วยสิ” แต่ว่าอิฉันไม่ได้กะมาเที่ยวผับอ่ะค่ะ เลยไม่มีอะไรจะใส่เข้าผับเลยนอกจากเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น ดังนั้นหนุ่มๆเลยต้องพาดิฉันไปช้อปปิ้งด้วยประการและชะนี้แล








ช้อปปิ้งเสร็จเราก็เดินกลับโรงแรมกัน บีบีนอนกลางวัน ส่วนคุณสามีและคุณเพื่อนลงไปว่ายน้ำกัน พอค่ำปุ๊ป เราก็เดินออกไปรอดูโชว์เรือโจรสลัดที่หน้าโรงแรม Treasure Island คนเยอะเหมือนเดิมเลย














จากนั้นคุณสามีกับเพื่อนของบีบีเค้าก็ไปดูโอเปร่าโชว์ต่อที่โรงแรมเวเนเชี่ยน โรงแรมให้ตั๋วฟรีมา 2 ใบ บีบียกให้เพื่อนไปดูแทนเลย เพราะว่าบีบีเกลียดโอเปร่ามาก ปวดหูเกิน หลังจากพักเหนื่อยกันสักพัก เราก็ไปลันล้ากันต่อค่ะ คืนนี้เราจะลงไปเที่ยวผับที่เวกัสกันค๊า

สาวๆ ที่มาเที่ยวผับที่นี่ สวยๆ เริ่ดๆ น่ารักๆ กันทุกคนเลยอ่ะ ใส่เดรสสั้น+ส้นสูง ดูแล้วสวย&sexy มาก เราก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง แต่อุปกรณ์เพิ่มความสวยไม่พร้อม เอาเท่าที่ได้ เลยได้มาแค่นี้ล่ะ





ผับที่เราไปคืนนี้บอกตามตรงว่าจำชื่อผับไม่ได้ จำได้แต่ว่าวันอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรม เหตุผลที่มาเที่ยวผับนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เนื่องจาก Voucher ที่โรงแรมให้มา เค้าให้ตั๋วเข้าผับนี้ฟรีมา 4 ใบ พร้อมกับให้บัตร fast track มาด้วย ดู V.I.P กันมาก เพราะตอนเราไปถึงผับ เราก็เห็นคนยืนเข้าแถวรอเข้าผับกันยาวเชียว แต่พอเอาตั๋วให้เค้าดู แล้วเค้าก็ให้เราเข้าแถวอยู่ด้านหน้าสุดเลย เหอ เหอ ที่ยังต้องเข้าคิวเพราะว่าในผับมันเต็มอ่ะค่ะ ที่นี่เค้าเข้มงวดกับเรื่องความจุ (Maximum capacity) ของคนที่มาเที่ยวมาก เราเลยต้องรอให้มีคนออกมาก่อน เราถึงจะเข้าไปได้

เข้าไปแล้วรู้สึกว่าข้างในมันมืดและเสียงดังมาก หายใจก็ไม่ค่อยออก คนเยอะเกิน แถมฝรั่งมันตัวสูงด้วย มองไปทางไหนก็เห็นหลังผู้หญิงกับไหล่ของผู้ชาย อึดอัดมาก สารภาพตามตรงว่าเข้าไปได้ไม่ถึง 10 นาที ยังไม่ทันได้สั่งดริ๊งค์อะไรกันเลย ดิฉันก็ออกมาค่ะ สงสัยว่าตัวเองจะแก่และแต่งงานแล้ว สถานที่แบบนี้เลยไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่ นั่งโยกสลอตใต้โรงแรมยังสนุกกว่าอีก



วันที่ 4
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะอยู่ในเวกัสแล้ว เราคืนห้องตอนสายๆ แต่ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแล้วนั่งแท๊กซี่ไปที่ Las Vegas Sign เพื่อถ่ายรูปกับป้ายประจำเมืองเป็นที่ระลึก ไปถึงแล้วคนเยอะมาก ต้องเข้าคิวกันสักพักถึงจะได้ถ่ายรูป เรื่องคิวยาวนี่ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ว่าป้ายนั้นน่ะตั้งอยู่ลานกลางแดดเลยอ่ะ ร้อนอิ๊บอ๊ายเลย








ถ่ายรูปกับป้ายเสร็จแทนที่จะนั่งรถแท๊กซี่กลับ ไม่ค่ะ เราเดินกันค่ะ เพราะดูด้วยตาแล้ว โรงแรมที่ใกล้ที่สุดคือโรงแรม Luxor มันห่างไปไม่กี่บล็อคเอง เดินไปก็ได้ แต่พอเดินได้สักพักถึงรู้ว่ามันไกลมากค่ะ
ช่วงบ่ายวันนี้เราเดิน เดิน เดิน และเดินกันค่ะ เดินเข้าห้างนี้ เดินออกโรงแรมนั้น แวะถ่ายรูปกันบ้างตามประสา














เนื่องจากว่าวันนี้อากาศร้อนมาก นักท่องเที่ยวแถวนี้เลยแทบจะแก้ผ้าเดินกันเลยเชียว














ตกเย็น เรากลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมและรับรถที่เราเช่า เพื่อขับกลับไปคืนที่สนามบินกัน ตอนที่รับรถนี่แอบคิดในใจว่า อาชีพรับรถที่โรงแรมในลาสเวกัสนี่คงทำเงินได้ดีมากๆ เลยนะ เพราะเราต้องจ่ายทิปตลอดเลยอ่ะ ทั้งตอนเขาเอารถไปเก็บให้และตอนเขาเอารถมาให้ มิน่าเนอะ คนถึงอยากมาทำงานบริการที่เวกัสกันนัก














เครื่องบินเราออกจากลาสเวกัสตอนหนึ่งทุ่ม และไปถึงซีแอทเทิลตอนสามทุ่มครึ่ง กลับไปถึงซีแอทเทิลนะ บีบีโคตรดีใจเลยอ่ะ แบบว่าร้อนมากหลายวันมาก แต่ซีแอทเทิลนี่เย็นได้ใจดีมาก แต่ว่ายังไงทริปนี้ก็สนุกดีนะ ไปเที่ยวลาสเวกัส ยังไงก็สนุกอ่ะนะ มีโอกาสไปอีก ก็คงไปอ่ะค่ะ หุหุ





Create Date : 10 มีนาคม 2556
Last Update : 10 มีนาคม 2556 15:26:31 น.
Counter : 24628 Pageviews.

9 comments
  
ว้าวขอบคุณมากนะคะที่มาแชร์ ประสบกานเที่ยวนะค หนูกำลังจะไปเที่ยวลาสเวกับพรุ่งพอดีเลยคะ เลยได้ข้อมูลเยอะ ถ้าว่างๆๆ ลบกวนช่วยบอกหน่อยได้ใหม่คะว่าที่ไหน มีโชว์ฟรีบ้างนะคะ ขอบคุณนะคะ😊
โดย: หน่อย IP: 108.47.70.196 วันที่: 24 ตุลาคม 2556 เวลา:15:00:34 น.
  
ข้อมูลเกี่ยวกับโชว์ฟรี อยู่ที่บล็อค Las Vegas (บล็อคก่อนบล็อคนี้ค่ะ) เที่ยวให้สนุกนะคะ
โดย: Sugar lip วันที่: 25 ตุลาคม 2556 เวลา:2:27:17 น.
  
ขอบคุณนะคะที่มาแชร์ประสบการณ์ กำลังจะเดินทางไปอยู่ที่เวกัสประมาณปีหน้า เลยอยากทราบเรื่องที่พักราคาไม่แพงมากนะคะ แบบว่าจะไปทำงานและเรียนต่อที่นั่น ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
โดย: Jenny IP: 1.179.150.98 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:23:01 น.
  
รูปสวยมากค่ะ ใช้กล้องอะไรคะเนี่ย ขนาดถ่ายกลางคืนยังไม่เบลอเลย
โดย: jeab IP: 119.81.39.230 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:50:38 น.
  
ขอรีวิวที่เที่ยวseattle ด้วยได้ไหมคะ thank you
โดย: nueng IP: 192.99.14.36 วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:14:24:48 น.
  
สวัสดีครับ
ถ้าจะไปจากแอลเอนั่งเครื่องหรือว่าเช่ารถขับไปดีครับ ค่าเช่ารถตกวันละเท่าไหร่ครับ
ขอบคุณครับ
โดย: isara IP: 110.169.244.109 วันที่: 14 มีนาคม 2557 เวลา:1:05:04 น.
  
Isara

ถ้าจะเช่ารถขับจากแอลเอไปแกรนแคนยอน อาจใช้เวลาขับรถเกือบ 10 ชั่วโมงนะคะ ถ้านั่งเครื่องบิน ก้อต้องบินไปลงที่ลาสเวกัสหรือฟินนิกส์ค่ะ แล้วค่อยเช่ารถหรือซื้อทัวร์ไปแกรนด์แคนยอนต่ออีกประมาณ 4-6 ชั่วโมงค่ะ ส่วนค่าเช่ารถคุณเช็คจากเวปไซต์เช่ารถได้เลยค่ะ เพราะค่าเช่าแต่ละฤดูมันไม่เท่ากันค่ะ ตอนที่เราไปค่าเช่าวันละประมาณ 30$ ค่ะ
โดย: Sugar lip วันที่: 21 มีนาคม 2557 เวลา:1:23:08 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลสนุก ๆ และรูปสวย ๆ ครับ เดี๋ยวสุดสัปดาห์นี้จะแวะไปชมทั้ง 2 แห่งแต่ในเวลาสั้น ๆ แล้วมีโอกาสจะมาเขียนแจมด้วยครับ
โดย: ปราชญ์นา อูนากูล IP: 192.99.14.34 วันที่: 26 มีนาคม 2557 เวลา:20:23:00 น.
  
ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีวิว วางแผนว่าจะไปช่วงปีใหม่นี้ค่ะ ขออนุญาตแชร์ไปเก็บที่หน้าเฟซฯ นะคะ
โดย: นงลักษณ์ IP: 171.5.250.152 วันที่: 22 มิถุนายน 2559 เวลา:16:51:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Sugar lip
Location :
Seattle  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 152 คน [?]



วันหนึ่ง เราจะต้องทำบล็อคหน้าตาสวยๆออกมาให้ได้ คอยดูสิ หึ

บีบีได้มาใช้ชีวิตอยุ่ที่อเมริกาถึงวันนี้ก้อเกือบ 3 ปีล่ะค่ะ การได้มาใช้ชีวิตต่างแดนตัวคนเดียว เวลามีปัญหาหรือข้อสงสัยขึ้นมา มันก้อไม่รุ้จะไปถามใคร ภาษาเราก้อไม่ดี บีบีก้อจะหาข้อมูลในเวป google แล้วบีบีก้อจะได้คำตอบออกมาในรูปแบบของ bloggang บีบีเลยรู้สึกถึงความสำคัญของบล็อค รู้สึกขอบคุณคนเขียนบล็อคทุกๆคน ที่เสียสละเวลามาเล่าประสบการณ์ต่างๆที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายกับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างบีบี ดังนั้นบีบีก้อเลยตั้งใจไว้ว่าจะทำบล็อคเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ และ how to ต่างๆ ของบีบี เผื่อว่าจะได้เป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆมั่งค่ะ
New Comments