กุมภาพันธ์ 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
 
 
ขอวีซ่าเชงเก้นกับกงศุลเยอรมันในอเมริกา

ไปเที่ยวยุโรปครั้งนี้ เป็นทริปที่จัดกันอย่างเร่งด่วนนิดนึง เพราะตอนแรกกะว่าไม่ไปล่ะ เพราะเมื่อต้นปีก็เพิ่งไปญี่ปุ่นมา และปิดเทอมหน้าร้อนเราก็อยากนอนอยู่บ้านสบายๆบ้าง แต่คุณสามีนี่สิ อยากไปๆๆ รบเร้าจะไปให้ได้ บีบีก็เลยตามใจเธอละกัน ยังไงเธอก็เป็นคนจ่ายเงินอยู่แล้วนิ แล้วข้อมูลท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เช่น เวปตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ หรือโรงแรมต่างๆ เราก็ใช้จากเวปเดิมหรือเอเจนซีเดิมที่เคยใช้เมื่อปีที่แล้ว มันเลยไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ แล้วเราก็ได้แผนการเดินทางออกมาแบบนี้ค่ะ



       เริ่มต้นจากจุด A บินไปลงที่เบอร์ลิน เที่ยวเบอร์ลิน 2 วัน
            จุด B => Dresden 1 วัน
            จุด C => Prague 2 วัน
            จุด D => Budapest 2 วัน
            จุด E => Austria (Vienna / Salzburg / Hallstatt) 5 วัน
            จุด F => Munich 1 วัน
            จุด G => Italy (Florence / Cinque Terre / Pisa) 4 วัน
            จุด H => Barcelona 3 วัน
            จุด I => Madrid 2 วัน
               รวมทั้งหมด 22 วัน (ไม่รวมวันเดินทางนะจ๊ะ)

จากแผนการเดินทางจะเห็นได้ว่า ประเทศที่บีบีอยู่นานที่สุดมี 2 คือ เยอรมันและสเปน บีบีเลยขอวีซ่าเชงเก้นกับกงศุลเยอรมันค่ะ
เนื่องจากกงศุลส่วนใหญ่ในปัจจุบันเค้าจะแบ่งเขตพื้นที่ให้บริการหรือที่เรียกกันว่า “Covered State” กันอย่างชัดเจน ดังนั้น เราไม่สามารถขอวีซ่าข้ามเขตได้แล้วนะคะ ยกตัวอย่างเช่น กงศุลเยอรมันสาขาซานฟรานซิสโก จะให้บริการแก่คนที่อาศัยอยู่ในรัฐอลาสก้า รัฐฮาวาย รัฐไอดาโฮ รัฐมอนทาน่า รัฐโอเรกอน รัฐวอชิงตัน รัฐไวโอมิ่ง และส่วนเหนือของรัฐแคลิฟอเนียเท่านั้น หมายความว่า ถ้าเราอยู่ที่นิวยอร์ค เราไม่สามารถขอวีซ่ากับกงศุลสาขาซานฟรานฯได้ค่ะ

ในบล็อคนี้บีบีจะพูดถึงการขอวีซ่าเชงเก้นกับกงศุลเยอรมันในอเมริกาเท่านั้นนะคะ กงศุลเยอรมันในอเมริกามี 8 สาขาค่ะ รายละเอียดตามลิงค์นี้นะคะ //www.germany.info/Vertretung/usa/en/03__Consulates/00/__Consulates.html ถ้าอยากรู้ว่ารัฐที่เราอยู่ต้องไปขอวีซ่ากับกงศุลสาขาไหน ในหน้าเวปเพจของกงศุลแต่ละสาขาเค้าจะบอกเลยว่าสาขาของเค้าเนี่ยะ ให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัยรัฐใดบ้าง แล้วเค้าจะบอกด้วยว่าเค้ามีกงศุลกิตติมศักดิ์ที่เมืองไหนบ้าง ถ้ามีในเมืองที่เราอยู่หรือเมืองใกล้ๆนี่เยี่ยมไปเลยค่ะ จะได้ไปสัมภาษณ์วีซ่ากับกงศุลกิตมศักดิ์แทน ประหยัดกว่าบินไปสัมภาษณ์ที่กงศุลใหญ่เยอะเลย

บีบีเนี่ยะโชคดีค่ะ เพราะมีกงศุลกิตติมศักดิ์ในเมืองที่บีบีอยู่พอดี ขั้นตอนในการขอวีซ่าผ่านกงศุลกิตติมศักดิ์ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ อย่างแรกเลยคืออีเมล์หรือโทรไปนัดคิวสัมภาษณ์วีซ่ากับกงศุลกิติมศักดิ์ พอสัมภาษณ์เสร็จเราก็ส่งเอกสารทั้งหมด(ที่ท่านกงศุลตรวจเรียบร้อยแล้ว)ไปที่กงศุลใหญ่เพื่อดำเนินการออกวีซ่าให้เราค่ะ

เอกสารที่ใช้ในการสัมภาษณ์วีซ่าเชงเก้นกับกงศุลกิตติมศักดิ์เยอรมัน

1. พาสปอร์ตตัวจริงกับสำเนา

2. ใบคำร้องขอวีซ่า กรอกข้อมูลออนไลน์เสร็จแล้วปรินท์ออกมาค่ะ

3. รูปถ่ายไซส์พาสปอร์ต จำนวน 2 รูป

4. ใบขับขี่ตัวจริงและสำเนา อันนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่จะบอกว่าเราเป็นผู้อาศัยของรัฐใดค่ะ

5. กรีนการ์ดตัวจริงและสำเนา

6. ทะเบียนสมรสตัวจริงและสำเนา

7. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินแบบไปกลับ

8. หลักฐานการจองโรมแรมระหว่างทริปทุกคืน บีบีปรินท์ใบจองห้องพักจากอีเมล์ แล้วก้อทำใบปะหน้าเป็นตาราง Date / Country / City / Hotel & address ทำแนบไปด้วยเหมือนทุกครั้งที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ

9. ประกันสุขภาพระหว่างการท่องเที่ยว ในใบประกันต้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องคลอบคลุม medical expenses, hospitalization and repatriation ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 30,000 Euro หรือ 50,000 USD ค่ะ

10. ใบรับรองการทำงาน

11. สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน

12. ใบรับรองการทำงานและสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนของสปอนเซอร์  คือในใบสมัครขอวีซ่าบีบีบอกไปว่าคุณสามีเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดค่ะ บีบีเลยส่งเอกสารของคุณสามีไปด้วย

13. สเตทเมนท์ธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน บีบีส่งไป 3 บัญชีค่ะ คือบัญชีส่วนตัวของบีบี บัญชีส่วนตัวของคุณสามี และบัญชีร่วมของเราค่ะ

14. ค่าธรรมเนียม 112 USD จ่ายเป็นเงินสดค่ะ แบ่งเป็นค่าใบรับรอง (Certificate) จากท่านกงศุลกิตติมศักดิ์ 19 เหรียญ และค่าธรรมเนียมวีซ่า 93 เหรียญ (ค่าธรรมเนียมวีซ่านี่รวมกับค่าส่งพาสปอร์ตจากกงศุลมาคืนเราด้วยค่ะ ส่งแบบเอกสารด่วนของ FedEx ด้วยค่ะ)

15. แบบฟอร์ม Required declaration ปรินท์แบบฟอร์มนี้ไปด้วยค่ะ แล้วเอาไปเซ้นต์ต่อหน้าท่านกงศุลค่ะ

***** เอกสารตัวจริงทุกอย่าง (ใบขับขี่ กรีนการ์ด ทะเบียนสมรส) หลังจากที่ท่านกงศุลเห็นเอกสารตัวจริงแล้ว ท่านจะคืนเอกสารตัวจริงให้เรา และเก็บตัวสำเนาไว้ค่ะ

วันสัมภาษณ์คุณสามีบีบีเค้าไปด้วยค่ะ สงสัยกลัวเราจะไปทำอะไรเปิ่นๆแถวนั้นมั้ง กงศุลกิตติมศักดิ์เป็นออฟฟิสเล็กๆค่ะ มีคนอยู่ 3-4 คนเอง บรรยากาศเลยไม่เป็นทางการเท่าไหร่ ด้วยความที่บีบีไม่ได้สัมภาษณ์วีซ่ากับกงศุลตัวเป็นๆมานานมากแล้ว (ส่วนใหญ่มีแต่ไปยื่นเอกสาร แล้วก็กลับบ้านไปรอฟังผล) พอเจอท่านกงศุล บีบีเลยยื่นเอกสารขอวีซ่าทั้งปึกให้ท่านกงศุลเลย ท่านกงศุลเลยหัวเราะแล้วบอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวเค้าจะขอดูทีละอย่าง แล้วเราค่อยหยิบให้เขา เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยดีแต่มาติดตรงใบรับรองการทำงานของบีบีและประกันสุขภาพ คือในใบสมัครบีบีบอกไปว่าบีบีทำงานพาร์ทไทม์อยู่และได้รายได้เท่านี้ๆ แต่การไปเที่ยวครั้งนี้คุณสามีเป็นคนจ่ายเงิน บีบีเลยไม่ได้เตรียมใบรับรองการทำงานและสลิปเงินเดือนของบีบีไปด้วย แล้วท่านกงศุลเค้าต้องการค่ะ เค้าบอกว่าเราต้องมีเอกสารทุกอย่างตามที่กรอกไว้ในใบสมัคร คิดในใจว่าดีนะที่ไม่กรอกไปว่าเป็นนักเรียนด้วย ไม่งั้นคงต้องไปขอใบรับรองสถานภาพนักเรียนจากโรงเรียนอีก

และเรื่องประกันสุขภาพเนี่ยะคือบีบีมีประกันสุขภาพกับบริษัทที่คุณสามีทำงานด้วย ซึ่งปีทีแล้วตอนที่บีบีขอวีซ่าเชงเก้นกับกงศุลสวิส บีบีก็ใช้ประกันตัวนี้ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่คราวนี้ท่านกงศุลบอกว่าประกันของบีบีใช้ไม่ได้ เพราะมันไม่ได้เขียนไว้ว่าคลอบคลุม repatriation คุณสามีกับบีบีก็ช่วยกันเถียง แต่ท่านกงศุลก็ชนะค่ะ เธอบอกว่าถ้าเอกสารไม่ครบเธอก็รับพิจารณาไม่ได้ แล้วบอกให้มาใหม่วันพรุ่งนี้ วันนั้นเราเลยหงุดหงิดกลับบ้านกันค่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าเข้มงวดกับเอกสารขนาดนั้น คือเราเตรียมเอกสารทุกอย่างเหมือนตอนที่เราขอวีซ่าเชงเก้นเมื่อปีที่แล้วเลยนะ แต่กงศุลสวิสไม่ได้ขอเอกสารอะไรเพิ่มเลย

บ่ายนั้นบีบีเลยเขียนใบรับรองการทำงานเอง แล้วส่งอีเมล์ให้เจ้านายเซ็นต์ พอเจ้แกเซ็นต์เสร็จ เจ้ก็แสกนแล้วก็ส่งอีเมล์คืนมาให้บีบีค่ะ เสร็จเรื่องใบรับรองการทำงาน บีบีก็ซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ต่อเลยค่ะ เพราะถ้าจะรอให้บริษัทประกันของเราส่งเอกสารมาให้ ยังไงก็คงไม่ทันวันพรุ่งนี้ ซื้อออนไลน์ง่ายกว่า ราคาไม่ถึง 30 เหรียญ

วันรุ่งขึ้น บีบีก็กลับไปหาท่านกงศุลอีก คราวนี้ไปคนเดียว เพราะเหมือนกับแค่ไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมเฉยๆ วันนี้ท่านกงศุลยิ้มแย้มพูดคุยดีเป็นพิเศษ สงสัยเจ้คงรู้ว่าเมื่อวานเราหงุดหงิดกันมาก วันนี้ใช้เวลาที่ออฟฟิสท่านกงศุลไม่ถึงสิบนาทีเลย หลังจากท่านกงศุลเห็นเอกสารทุกอย่าง เราก็เซนต์ชื่อในใบ Required declaration จ่ายเงินค่าธรรมเนียม แล้วท่านกงศุลก็ออกใบรับรองให้ฉบับหนึ่ง เย็บไว้รวมกันกับเอกสารเราทั้งหมด แล้วก็บอกให้เราส่งเอกสารทั้งหมดไปที่กงศุลใหญ่ที่ซานฟราน แล้วเราจะได้พาสปอร์ตคืนมาภายใน 3-5 วัน

3-5 วันผ่านไป บีบีก็ได้พาสปอร์ตคืนมาค่ะ วีซ่าอนุมัติตามที่ขอเป๊ะๆ ขอไปกี่วัน ก็ได้เท่านั้นค่ะ ไม่มีเผื่อเลยค่ะ Strict ที่สุดเลยอ่ะกงศุลนี้ แต่มันก็ดีนะ สะท้อนความเป็นเยอรมันได้ดีเยี่ยม

 


มีข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก

บีบีขอวีซ่ากังกงศุลกิตติมศักดิ์เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2012 แต่ตอนนี้สถานฑูตเยอรมันในอเมริกาออกกฎใหม่เกี่ยวกับการขอวีซ่าเยอรมันและวีซ่าเชงเก้งคือ ผู้สมัครวีซ่าทุกคนต้องทำไบโอเมตริค กฎนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 May 2014 ค่ะ สำหรับการทำไบโอเมตริคหนึ่งครั้ง สามารถเก็บลายนิ้วมือและรูปถ่ายไว้ใช้ขอวีซ่าได้นาน 5ปีค่ะ

ที่บีบีบอกว่ามันเป็นข่าวร้ายก็เพราะว่าต่อไปเราไม่สามารถขอวีซ่าผ่านกงศุลกิตมศักดิ์ได้อีกแล้ว  ดังนั้นผู้สมัครที่เพิ่งจะขอวีซ่าเชงเก้นเป็นครั้งแรกจะต้องเดินทางไปขอวีซ่าที่กงศุลใหญ่เท่านั้น

ส่วนข้อดีของมันก็คือใครที่เคยมีวีซ่าเชงเก้นมาก่อน สามารถขอวีซ่าผ่านทางไปรษณีย์ได้ค่ะ ถ้าคุณมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามนี้

1. คุณเคยมีวีซ่าเชงเก้นที่ออกโดยกงศุลเยอรมันภายใน12 เดือนที่ผ่านมา หรือ

2. คุณมีวีซ่าเชงเก้นที่ใช้แล้วอย่างน้อย2 วีซ่า โดยสถานฑูตหรือกงศุลประเทศที่เป็นสมาชิกเชงเก้นเป็นผู้ออกให้ภายใน24 เดือนที่ผ่านมา หรือ

3. คุณมีวีซ่าเชงเก้นหนึ่งปีหรือมากกว่านั้นภายใน24 เดือนที่ผ่านมา และได้ใช้วีซ่าไปแล้ว หรือ

4. คุณมีใบ advance parole and approval notice document(I-797) และต้องการจะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินในเยอรมันระหว่างการเดินทางกลับประเทศของคุณ (ถ้าบีบีจำไม่ผิด ใบ advance parole คือใบอนุญาติออกนอกประเทศของคนที่อยู่ในกระบวนการขอกรีนการ์ดค่ะ)

        *****บีบีอ้างอิงข้อมูลมาจากกงศุลเยอรมันในซานฟรานตามเวปนี้นะคะ//www.germany.info/Vertretung/usa/en/03__Consulates/San__Francisco/03/Visa__in__San_20Francisco___C3_9CS.html

การขอวีซ่าที่กงศุลใหญ่ต้องนัดวันเวลาก่อนนะคะ ไม่รับ walk in ค่ะ การจองคิวสามารถจองได้ที่เวปไซส์ของกงศุลใหญ่แต่ละกงศุล ส่วนเอกสารที่ใช้ในการสมัคร  ใช้เหมือนกันกับของบีบีด้านบนเลยค่ะ ส่วนค่าธรรมเนียมจ่ายเป็นเงินสดหรือ moneyorder ได้ค่ะ แต่ไม่รับเช็คเงินสดกับเครดิตการ์ดนะคะ อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่าดูตามเวปนี้เลยค่ะ //www.germany.info/Vertretung/usa/en/05__Legal/02__Directory__Services/01__Visa/__Visa__Fee.html

ส่วนการขอวีซ่าทางไปรษณีย์เอกสารหลักที่ใช้ก็ตามของบีบีค่ะ เพียงแต่ว่าเอกสารตัวจริงเช่น กรีนการ์ด / ใบขับขี่/ ทะเบียนสมรส เราจะไม่ส่งตัวจริงหรือสำเนาไป  แต่เราจะส่งเอกสารโนตาไรซ์ไปแทนค่ะ การรับรองเอกสารแบบโนตาไรซ์ (Notarized documents) คือการเอาเอกสารฉบับจริงไปให้ผู้มีอานาจรับรอง-รับรองให้ค่ะ ผู้มีอำนาจรับรองเอกสารที่ว่านี่มีตั้งแต่บริษัทที่เป็นPublic Notary ธนาคารต่างๆ หรือUPS บางสาขาค่ะ ขั้นตอนการรับรองเอกสารก็ง่ายค่ะๆไปที่ร้านที่เขารับรองเอกสารแล้วบอกเค้าว่า Notarize document แล้วก็เอาเอกสารฉบับจริงให้พนักงาน แล้วพนักงานจะเอาเอกสารเราไปถ่ายเอกสารและเขียนใบรับรองพร้อมประทับตราลายเซนต์ให้  เสร็จแล้วจะเย็บใบรับรองติดกับสำเนาเอกสาร เสียค่ารับรองลายเซนต์ละ 10$ (บางธนาคารถ้าเราเป็นลูกค้าเค้า เค้าจะทำให้เราฟรีด้วยค่ะ) ส่วนค่าธรรมเนียมวีซ่าบีบีแนะนำให้จ่ายเป็น moneyorder นะคะ สั่งจ่าย “German Consulate General สาขาที่เราสมัคร” ไม่แนะนำให้ส่งเงินสดไปทางไปรษณีย์ค่ะ เดี๋ยวหาย

บล็อคนี้บีบีเขียนช้าไปหน่อยแต่หวังว่าข้อมูลบางอย่างคงพอช่วยเพื่อนๆที่กำลังจะขอวีซ่าได้มั่งนะคะ





Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2557 3:46:10 น.
Counter : 2515 Pageviews.

1 comments
  
^^
โดย: Poppy IP: 49.230.186.228 วันที่: 27 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:55:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Sugar lip
Location :
Seattle  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 153 คน [?]



วันหนึ่ง เราจะต้องทำบล็อคหน้าตาสวยๆออกมาให้ได้ คอยดูสิ หึ

บีบีได้มาใช้ชีวิตอยุ่ที่อเมริกาถึงวันนี้ก้อเกือบ 3 ปีล่ะค่ะ การได้มาใช้ชีวิตต่างแดนตัวคนเดียว เวลามีปัญหาหรือข้อสงสัยขึ้นมา มันก้อไม่รุ้จะไปถามใคร ภาษาเราก้อไม่ดี บีบีก้อจะหาข้อมูลในเวป google แล้วบีบีก้อจะได้คำตอบออกมาในรูปแบบของ bloggang บีบีเลยรู้สึกถึงความสำคัญของบล็อค รู้สึกขอบคุณคนเขียนบล็อคทุกๆคน ที่เสียสละเวลามาเล่าประสบการณ์ต่างๆที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายกับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างบีบี ดังนั้นบีบีก้อเลยตั้งใจไว้ว่าจะทำบล็อคเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ และ how to ต่างๆ ของบีบี เผื่อว่าจะได้เป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆมั่งค่ะ
New Comments