อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2563
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
17 พฤศจิกายน 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 8 ทิพยประทีป โดย ภูระริน



8



ปุศวีก้มหน้านิ่ง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะทำเรื่องที่อยากทำ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ห่วงอีกมาก คีรีมองเห็นทั้งหมด หล่อนยิ้มเจื่อน “ที่ให้กลับไปตอนนี้ไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่ทางนี้ต้องพบท่านก่อน การมาของท่านครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่”

ชายหนุ่มยิ้มอย่างจนใจ เขาปรับตัวได้ดีขึ้น ไม่อยากจะคิดอะไรทันทีที่ได้รับคำสั่งจากสมอง สิ่งที่เห็นรอบตัวไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำให้ระแวงแล้ว เพราะมันเลี่ยงไม่ได้แล้ว

“อีกนานไหมครับ กว่าจะได้พบท่าน ? ”

“อีกไม่นาน ดูเหมือนท่านมีอะไรจะถามข้า”

ปุศวีมองไปที่จานผัดกะเพราตับ “คุณไปเรียนมาเมื่อไร ? ”

“ตั้งแต่แรกเห็น อยากรู้ว่าทำไมท่านกินแต่ของเดิม ๆ ”

“เรียกคุณบ่อย ๆ ก็ได้นะ มาเรียกท่าน ๆ ผมขนลุกชอบกล ยังไงผมก็ต้องกลับบ้านตัวเองเหมือนที่คุณเคยบอกว่าผมคงไม่ได้กลับมาที่นี่อีก ผมจะนึกเสียว่าไม่ได้ยินเรื่องที่โครัมเล่า อดีตคืออดีต ผมไม่ยึดติด”

คีรีอมยิ้ม ความรู้สึกผิดหวังผุดขึ้นมาในอก ชายผู้นี้จดจำทุกคำเช่นกัน เขาจะกลับมาที่นี่อีกไม่ได้แน่ เพราะเขาจะไม่ได้กลับไป หญิงสาวเชิดหน้าพลางยิ้ม

“คุณาธร….กับแม่ของเขาเป็นห่วงคุณนัก ฉันต้องไปพบเขาอยู่เนือง ๆ หากมีอะไรจะพูดก็บอกมาได้ หรือจะเขียนก็ได้”

ความหวังสว่างจ้าขึ้นทันที “ได้นะ ผมดีใจมากเลย”

หญิงสาวพยักหน้าให้เท่านั้น



ร่างบึกบึนหยิบพานเล็ก ๆ ขึ้นมาแล้วสูดดมกลิ่นแห่งความหอมจากแก่นไม้กฤษณา “ได้มามาก คนสมัยนี้เขาค้าขายไม้หอมกันมากขึ้น มิได้หายากอย่างแต่ก่อน พวกเขาทำให้ข้ารู้สึกว่าตัวเองแก่นักคีรี”

“ปุศวีก็ทำให้ข้ารู้สึกอย่างนั้น เด็กผู้ชายที่ข้าเห็นเมื่ออายุ 12 ปี บัดนี้พูดจาไม่เหมือนเดิม และยังเขียนอะไรน่ากลัว”

“ส่งจดหมายกระนั้นหรือ ? เจ้าคิดว่ามันจะช่วยให้เขาคลายเศร้าได้สินะ หากทำตอนนี้ก็ดูจะเหมาะควร แต่วันหน้ามันจะทำให้เขาเศร้ายิ่งขึ้นเมื่อเจ้าจะปิดทางเสีย เว้นแต่เจ้าจะบอกกล่าวเขาก่อน”

หญิงสาวส่ายหน้า “หาทำได้ไม่ ปุศวีก็เหมือนมนุษย์ทั่วไปที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดกลัว ข้าต้องปลอบโยนเขาและทำให้เขารักข้าให้ได้ ความรักจากข้าจะชดเชยการพลัดพรากจากครอบครัว”

ท่านสาละยิ้ม “ยิ่งกว่าคลุมถุงชนอย่างมนุษย์กระมัง แต่ข้าว่าเจ้าโชคดีกว่ามนุษย์ที่ดลบันดาลอะไรได้เองอยู่มาก แม้แต่แสวงหาความเป็นนิรันดร์ก็ทำได้ แต่เจ้าก็โชคร้ายนักที่คู่หมายดันเป็นมนุษย์ที่ไม่อาจเป็นอมตะได้ คีรีเจ้าจะตัดเสียแต่บัดนี้ก็ต้องเร่งทำก่อนวันลอยประทีป หรือหากจะผูกตรวนก็ต้องเร่งทำเช่นกัน”



หลังอาหารมื้อค่ำคุณโยทะกานั่งอยู่กับไตรและลูกชายที่ตกลงกันว่าจะมาค้างด้วยทุกคืน “น้องคุณทำการบ้านเสร็จแล้วเหรอลูก ? ”

“ทำที่โรงเรียนแล้วฮะ พ่อกุ๊กจะปิดร้านกี่โมงนะคืนนี้ ? ”

“ทำไม หิวอะไรเหรอ แม่ทำให้ไหม ? ”

“จะมีคนมาในครัว มาเอาของสด คุณอยากไปดูแต่ก็กลัวเกะกะที่ร้านฮะคุณย่า” เด็กชายหันไปหาคุณโยทะกา

ท่านยิ้มเจื่อนให้ไตรและลูกชาย “ไปสิลูก ย่าไม่ขวางทางใครเด็ดขาด น้องคุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจะมาคืนนี้ ? ”

“มีกลิ่นหอมมาแต่ไกลครับ”

“ค่ะแม่ คุณจะรู้เพราะกลิ่นด้วย ถ้ากลิ่นหอม ๆ ก็คนจากทางนั้น ถ้ากลิ่นไม่ดีก็พวกสัมภเวสีเร่ร่อน บางทีมาขอความช่วยเหลือ บางทีมาดูเฉย ๆ ”

“คนเหล่านั้นที่สวย ๆ คงไม่ใช่พวกเร่ร่อน แม่คิดว่าเขามาดี แต่มันก็ไม่ดีตรงเขาเอาลูกแม่ไปซ่อนนี่แหละ ปูนเป็นมนุษย์จะไปอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักได้ยังไง” สีหน้าคุณโยทะกาเศร้า แต่ก็ยังดูเหมือนพยายามมีสติ

“แม่เก่งจังเลยค่ะที่ไม่ตกใจหนักอย่างที่ปูนมันชอบนินทา มันว่าแม่ขี้กลัวสุด ๆ แต่ดูตอนนี้สิคะ แม่มีความเข้มแข็งอย่างที่สุด ถ้าไตรเจออย่างนี้ก็คงทำได้ไม่เท่าแม่”

คุณโยทะกาน้ำตาเอ่อ ท่านส่ายหน้า “ปูนเหมือนแม่ ขี้โวยวาย แต่แม่รู้ดีว่าเขามีสติยิ่งกว่าใคร ลองเขาเลือกที่จะไปหาคนทางนั้นเอง แม่รู้ว่าเขาเต็มใจและต้องมีความสุข” น้ำตาของท่านไหลออกมา หากแต่ไม่มีเสียง ไตรหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้น้ำตาตัวเองทำให้อีกคนทุกข์ไปด้วย หัวอกแม่ที่ต้องสูญเสียลูกไม่มีใครจะไม่เจ็บปวด แต่แม่คนนี้กำลังเสียลูกเพราะความตั้งใจของเขา และท่านก็ยังเชื่อว่าลูกจะมีความสุข



รถที่จอดอยู่ในร้านหายไปเกือบหมดแล้ว คุณาธรเดินออกมาดูแล้วรีบวิ่งเข้าไปในครัว ไม่มีคนอยู่ในนั้น คนงานคงกลับบ้านกันแล้ว เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากหลังบ้าน เด็กชายวิ่งออกไปทางประตูหลังทันที

“นั่นมาเล่นอะไรกันดึก ๆ ? ”

“เล่นกับกุมารที่ศาล” เด็กคนหนึ่งโผล่หน้าออกมาจากรั้วดอกอัญชัญที่ขึ้นอยู่เป็นแผง รั้วลวดหนามตามแนวกั้นระหว่างบ้านกับสวนมีต้นไม้หลายชนิดขึ้นปกคลุมอยู่

“ชื่ออะไร ? ”

“เหรียญ ตายเป็นเดือนแต่ไปเกิดไม่ได้ ตกน้ำตายที่บึงโน้น ไม่มีใครมาเชิญวิญญาณกลับบ้าน”

“เขาไม่จัดงานศพเหรอ ? ”

“วัดทำให้ เรากำพร้า ไม่มีคนแจ้งหาย เรามารับจ้างในตลาด ไม่มีคนรู้จัก ในตลาดเขาเรียกไอ้หลง ไม่มีใครรู้ชื่อ”

“อยากให้ช่วยเหรอ ? ”

“ไม่ต้องหรอก อยู่อย่างนี้ก็สนุกดี ถ้าได้เกิดก็จะยุ่งยากเหมือนเดิม หาพ่อหาแม่ หาเลี้ยงปากท้อง เหรียญเหนื่อย”

เด็กชายมองเหรียญผู้นั้นด้วยความสงสาร เขาใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ ตัวผอมเกร็ง ผิวคล้ำ

“อายุเท่าไร ? ”

“12 แต่ตัวโต”

คุณาธรส่ายหน้า เด็กที่เรียกตัวเองว่าตัวโตนั้น หัวโตมากกว่าตัวต่างหาก ชีวิตคงลำบากน่าดู “เราก็ 12 ชื่อคุณ อยากได้อะไรก็บอก เราช่วยได้ แม่ก็ใจดี เรามาที่นี่มาช่วยพ่อ” อีกคนยิ้มแฉ่งอย่างคนอารมณ์ดี

“ให้ช่วยอะไรไหม ? มีกลิ่นหอมแปลก ๆ ที่นี่ เราเลยเข้ามา เจ้าที่ก็ใจดีไม่ไล่ ชี้หน้าอย่างเดียว เราก็เลยไม่ดื้อไม่ซน กุมารเอาของไหว้มาแจกด้วย เลยอิ่ม แถมเล่นกันสนุกด้วย เราชอบที่นี่”

“ถ้ามีจะบอก เดี๋ยวมีคนมา ระวังเขาดุ อย่ากวนนะ”

อีกคนพยักหน้าชะเง้อคอมองหา ก่อนที่ทั้งสองจะเห็นร่างของผู้หญิงมีผ้าคาดอก นุ่งผ้าถุงยาวกรอมเท้า มีผมมวยสูงอยู่กลางศีรษะ 4-5 คนปรากฎขึ้นมากลางอากาศ แล้วเดินลงพื้นราวกับเดินลงบันได พวกหล่อนมองเด็กทั้งสองแล้วยิ้ม หากแต่ไม่พูดจา ทั้งหมดเดินเข้าประตูบ้านโดยไม่ได้เปิดแม้แต่นิดเดียว คุณาธรวิ่งไปเปิดประตูเข้าบ้านทันที เหรียญวิ่งชนประตูตามเข้าไปเช่นกัน



ฉันทิตยืนอยู่หน้าตู้แช่ของสดขนาดใหญ่ เขาเหมือนคนที่กำลังรอใครอยู่ ชายหนุ่มจ้องอาหารสดในตู้อย่างเอาเป็นเอาตาย “มาแล้วฮะพ่อกุ๊ก ! ”

ชายหนุ่มหันหน้ามา “เหรอลูก ถุงสีฟ้าทั้งหมด พ่อเตรียมไว้ให้เขา เอาไปได้เลย ทั้งหมด 5 พันบาท”

เหรียญเห็นหญิงสาวทั้งหมดพยักหน้าพร้อมกัน แล้วก็เปิดประตูตู้แช่เองแล้วช่วยกันขนถุงอาหารออกมา โดยที่ฉันทิตมองไม่เห็นภาพเหล่านี้เลย เสียงอะไรตกดังตุ้บ ฉันทิตจึงก้มลงดูที่พื้น ถุงผ้าสีเหลืองวางอยู่ที่พื้น เมื่อเปิดออกมาจึงได้เห็นทองแท่งหนึ่งอยู่ในนั้น “บ้านเมืองเขาเปย์เก่งนะ ทองแท่งนี่เกินราคาของ”

คุณาธรมองตามกลุ่มหญิงสาวที่เดินพ้นออกประตูไป แต่ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นแทน หล่อนมองมาที่เขา “มานี่สิ” คีรีเรียก เด็กชายเดินเข้าไปใกล้ประตู ฉันทิตเห็นเขามองขึ้นที่สูงเหมือนกำลังคุยกับใครอยู่ “เอานี่ให้มารดาของพ่อเจ้า บอกนางว่าไม่ต้องห่วง มันเป็นชะตายากจะแก้” หล่อนยื่นกระดาษพับแผ่นหนึ่งให้เด็กชาย

“พ่อต้องแต่งงานกับท่าน ท่านจะไม่ให้คุณย่าเห็นหน่อยหรือครับ ตอนนี้คุณย่าพยายามเข้มแข็ง แต่อีกไม่นานคงป่วยแน่”

“เช่นนั้นจะช่วยได้หรือ ? ”

“อย่างน้อยท่านก็ได้เห็นว่าที่ลูกสะใภ้นะครับ”

คีรีถอนใจมองหน้าเด็กชายนิ่ง “พรุ่งนี้ข้าจะมาหาท่าน ไปบอกเสียแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ตกใจ ส่วนเจ้า ! ถ้าจะมาอยู่บ้านนี้อย่าปากสว่างเที่ยวไปพูดจากับใคร เข้าใจหรือไม่ ? ” เหรียญพยักหน้าหงึก ๆ รับอย่างหวาดกลัว

“บอกนางไตรแม่เจ้า อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต นางนิดนั่นก็อย่าได้ไปยุ่ง มันจะสติวิปลาสเพราะมายุ่งเรื่องจิตตานี่แหละ”

“ท่านขู่เพราะอะไรเหรอครับ ? ”

“เพราะชะตาอย่างไรเล่า” คนพูดก้มหน้าลงมาใกล้ กลิ่นหอมฟุ้งกรุ่นอยู่เต็มหน้าคุณาธร เหรียญตัวสั่น เพราะแววตาของหญิงสาวทั้งดุทั้งงดงามอยู่ในที



มือไม้ของคุณโยทะกาสั่นเทาเมื่อกำลังเปิดจดหมายอ่าน

แม่….ปูนนะ

ขอโทษที่มาแบบนี้ เหมือนคนไม่มีหัวคิด แต่ท้ายที่สุดแล้วใจก็นำทางมานั่นแหละ ที่นี่เหลือเชื่อมากแม่ เหมือนอีกประเทศหนึ่ง กินอยู่เหมือนกันกับเรา อากาศก็ดี มีของสนุก ๆ ให้ดูเต็มไปหมด บางทีก็เหมือนปูนฝัน แต่เท่าที่รู้มันเกิดจากคำสัญญาของตัวปูนเอง แม่อย่าหัวเราะสิ ปูนยังจำไม่ได้เลยพูดอะไรไป แต่ว่าที่ลูกสะใภ้แม่จริงจังมาก หล่อนไม่ใช่คน แต่เจ๋งกว่าคนมาก แม่ต้องสนุกแน่ ๆ ถ้าได้เจอหล่อน ไม่ต้องห่วงปูน จะปราบให้อยู่หมัด แม่คอยดู

กินข้าว นอน ใช้ชีวิตให้เหมือนตอนที่ปูนไปเรียนนอก เราได้เจอกันแน่ แม่ไม่ต้องกลัว ปูนโอเคสุด ๆ รักเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเรากำลังเจอเรื่องสนุก ๆ นะแม่ ผัดกะเพราตับของหล่อนยังสู้แม่ไม่ได้ หล่อนพยายามเรียนรู้จากแม่มานาน น่าสงสารเนอะ

ปูน

คุณโยทะการ้องไห้โฮจนไตรต้องกอดท่านไว้ คุณาธรจับมือคุณย่าลูบไปมา

“คุณย่าไม่ร้องนะครับ ว่าที่ลูกสะใภ้คุณย่าจะมาหาพรุ่งนี้ เธอสวย ดูใจดีแล้วก็ดูจะรักพ่อปูนมาก” คุณโยทะกาผละออกจากอ้อมกอดของไตรแล้วเช็ดน้ำตา

“ย่าต้องทำยังไงลูก ? พ่อปูนบอกว่าสบายดี และดูเหมือนจะยอมรับทุกอย่าง เขามีสติมากไตร เขาปลอบแม่ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่รู้อนาคต ดูเหมือนอนาคตจะอยู่ในมือหล่อน เขาชื่ออะไรนะ ? ” คุณาธรส่ายหน้า เรื่องนี้ต้องออกมาจากปากหญิงสาวผู้นั้นเท่านั้น

“แม่คะ…คุณบอกไตรไม่ให้ไปตามเรื่องป้านิด เพราะแกจะเป็นบ้าถ้ามายุ่งเรื่องนี้ ไตรต้องขอความเห็นของแม่ค่ะ”

คุณโยทะกาพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไร แค่ได้เห็นลายมือปูนก็มั่นใจได้ว่ายังไม่ตาย เขาได้กินผัดกะเพราตับที่ผู้หญิงคนนั้นพยายามมาแอบดูแม่ทำ แต่รสไม่เหมือนกัน มันต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับดวงชะตา ไม่งั้นไม่มีเรื่องแบบนี้ มันเหลือเชื่อ แต่แม่ก็ต้องยอมรับ”

“ปู่เลิศบอกคุณว่า พ่อปูนมีแฟนไม่ได้เพราะเรื่องนี้แน่ ๆ ”

“ยังไงลูก ? ”

“ปู่บอกว่า บางคนมีคู่เป็นคนในภพอื่น เขาสัญญากันมาก็เลยเป็นโสด หรือต่อให้แต่งงานกับใครก็ต้องเลิกกัน ปู่ว่าพ่อปูนไม่เคยรักใครเลย ไม่เคยคิดถึงใครเลย น้องคุณว่าคงจริงอย่างที่ปู่ว่า พ่อปูนจำไม่ได้ว่าสัญญาอะไรไป เพราะใจพ่อปูนยึดคำสัญญาไว้ต่างหาก บางคนจำเรื่องในอดีตไม่ได้ แต่ฝังอยู่ในจิตนานแล้ว”

“ไตร…..เด็ก 12 พูดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ? ”

“นั่นสิคะ แม่คงไม่คิดว่าไตรสอนอะไรแบบนี้นะคะ เพราะไตรกับปูนไม่เคยรู้จักคำว่าโรแมนติกจริงจังด้วยซ้ำ” ไตรหัวเราะ

“แม่อยากเจอเธอ ทำยังไงจะไม่กลัว ? ”

“คุณย่าก็คิดว่าเธอเหมือนแม่ไตรสิฮะ จะได้ไม่กลัว เพราะแม่ไตรก็ไม่ได้เหมือนคนปกตินัก” เด็กชายมองไปที่มารดา ไตรกัดริมฝีปากตัวเองเพราะรู้ว่ากำลังถูกลูกตำหนิซึ่งหน้า หล่อนสะบัดหน้าแล้วยิ้มกว้าง

“ค่ะ ตกลงว่าปูนมันบอกว่ามันโอเคใช่ไหมคะแม่ ? ”

“ดูเหมือนจะกำลังจีบสาวทีเดียวล่ะ แม่ไม่ให้อ่านนะ เพราะแม่อยากให้คนที่ไม่รู้อะไรในจดหมายนี้อยู่กับแม่อย่างคนเห็นโลกปกติ เพราะปูนของแม่กำลังอยู่ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ไตรคงเข้าใจว่า คนเป็นแม่เท่านั้นที่จะจับผิดลูกตัวเองได้” ท่านยิ้มเจื่อน



หนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยดอกไม้หน้าตาประหลาด บางต้นเหมือนต้นไทรใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา แต่มันมีดอกไม้หน้าตาเหมือนดอกฟักเขียวเลื้อยเต็มต้นไปหมด

“น่าจะเป็นการผสมพันธุ์อะไรสักอย่าง ต้นไทรออกดอกเป็นดอกฟักเขียวเหลืองอ๋อย” ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ กายแล้วก็เหมือนอยู่ในโลกมนุษย์นั่นแหละ หากแต่ที่นี่มีสวนกว้างสุดลูกหูลูกตา พอหันกลับมาก็เห็นผู้คนเดินกันหนาตา ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่มีเขาเพียงคนเดียว “อะไรวะ ? ซ่อนตัวเหรอ ? ” คนที่นี่ดูเหมือนจะขี้อาย เมื่ออยากให้มองเห็นเท่านั้นจึงจะได้เห็น การที่เขาเห็นคนมากขึ้น น่าจะเป็นเพราะมีคนรู้จักเขามากขึ้นแล้ว แม้ไร้ซึ่งเสียงซุบซิบนินทา แต่แววตาของผู้คนทำให้เขารู้ว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้อง

“ขอรับ อยากให้เห็นจึงได้เห็น” โครัมปรากฏขึ้นข้างกาย ดูเหมือนเขาจะตามมาตลอดเวลา หากแต่ไม่ได้แสดงตัวให้เห็น

“หายไปไหนมา ? ”

“ไปดูในห้องเสบียงมา ได้ของสดมามากมาย ดูเหมือนคนที่บ้านท่านจะจัดของที่ท่านชอบมาขายทั้งสิ้น”

“อ่อ กุ๊กๆ เขารู้จักพี่ดีกว่าตัวพี่อีก ว่าแต่ที่นี่มีพ่อครัวไหม ? ”

“ไม่มี แต่จะมาปันเอาของสดไปทำกินเอง อย่างที่ท่านคีรีทำให้ท่านก็เป็นของหล่อน คนรู้จักท่านมากขึ้นเพราะรู้ว่าอาหารพวกนั้นคือของที่ท่านชอบกิน เจตนาอยู่ในทุกสิ่ง แม้แต่ของกินที่มองเห็น เราถึงไม่มีความลับต่อกัน คนซื้อหาของสิ่งใด เจตนาอยู่ในสิ่งนั้น”

“คมเนอะ คิดได้ไง ถ้าเป็นพี่ก็ต้องบอกว่า อยากกินอะไรกิน อยากได้อะไรซื้อ ไม่ได้ไปจริงจังกับเจตนานักหรอก บางทีซื้อของออนไลน์มาเพราะมันลดราคาเท่านั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้ใช้เมื่อไร เปรี้ยวไหมล่ะมนุษย์ ? ” ปุศวีหัวเราะ

“เราจดจ่อกับความคิดและความตั้งใจ คำสัญญาจึงสำคัญ ข้าอยากเล่าให้ท่านฟังเรื่องคำสัญญาของท่าน แต่มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะพูด”

“พี่ก็ไม่อยากจำได้ตอนนี้หรอก” ชายหนุ่มยิ้มเจื่อน โครัมคงรู้ว่าเขากำลังกลัว หากรู้ว่าตัวเองสัญญาไว้ บางทีอาจจะเป็นการปิดทางกลับบ้านเลยด้วยซ้ำ เด็กชายไม่เล่าและไม่ชี้ทางเขา คนที่มีอำนาจที่สุดที่นี่น่าจะไม่ใช่ท่านสาละเสียแล้ว คนในที่ประชุมที่ท่านสาละต้องไปพบนั่นต่างหากที่ดูจะใหญ่สุดในที่นี้

“อย่าพึ่งไปอยากรู้เลยขอรับ ท่านคีรีจะไปพบแม่ท่านแล้ว บางทีเรื่องดี ๆ อาจจะเกิดขึ้นให้ท่านได้คลายกังวลลงได้”

“จดหมายของพี่ช่วยแม่ได้แน่ แต่คีรีของเจ้าคือคนที่จะทำให้ท่านคลายความหวาดกลัวลงได้ คีรีของเจ้าเท่านั้นจริง ๆ ”

“ท่านเก่งที่ไม่คิด แต่พูดออกมาเหมือนใจคิดได้ทันทีมากขึ้น”

ปุศวีมองออกไปยังผู้คนที่เขามองเห็น โลกที่คนอื่นไม่เห็นเป็นอย่างนี้นี่เอง โลกที่ต้องตัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองทิ้งให้ได้ จึงจะมองเห็นความจริง นี่สินะเรียกว่าการตัดกิเลสแล้วจดจ่อกับปัจจุบัน เขาทำได้มากขึ้น เพราะเขารู้ว่าความลับไม่มีในโลกนี้ต่างหาก ผมจะปล่อยให้คุณได้ดูแลในส่วนที่คุณอยากดูแล

คนที่คิดจะทำผัดกะเพราตับให้ผมกินไม่ได้มีแต่แม่สินะ

รู้สึกดีเป็นบ้า ชายหนุ่มยิ้ม




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2563
0 comments
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2563 15:52:29 น.
Counter : 419 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณรัชต์สารินท์, คุณnewyorknurse

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#17


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.