Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
ตุลาคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
16 ตุลาคม 2557
Review - DiorSkin Star Studio Makeup
หวัดดีจ้าทุกคนนน
ช่วงที่ผ่านมามีรองพื้นออกใหม่เยอะมาก ปอสนใจหลายตัวมากๆ แต่ได้ไปลองรองพื้นของแบรนด์หนึ่งแล้วชอบมาก
ความรู้สึกตัวลองเสร็จที่เคาน์เตอร์นี่มันสวยมาก!! ตัดสินใจพร้อมจ่ายเงินภายใน 5 นาทีกันเลยทีเดียว 555+
ปอขอนำเสนอรองพื้นที่เปล่งประกายดั่งดวงดาว (เว่อร์มาก) คือเจ้า

"DiorSkin Star Studio Makeup"

หรือเอาแบบเวอร์ชั่นเต็มก็

"DiorSkin Star Studio Makeup Spectacular Brightening Weightless Perfection SPF 30 - PA ++ / Long Wear"

ยาวไปม่ะ?? 555+ เอาสั้นๆ ก็คือ Dior Star รองพื้นตัวใหม่ล่าสุด (ในตอนตั้งกระทู้นี้) นั่นเอง



ปอซื้อเบอร์ 030 มานะจ๊ะ มันเป็นอันเดอร์โทนชมพู จริงๆ อยากได้ 031 เพราะเป็นอันเดอร์โทนเหลือง แต่ที่เคาน์เตอร์ไม่มี เหมือนจะไม่เข้าไทยมั้ง หรือไงไม่รู้เลยได้สีนี้มาแทน ใช้แล้วหน้าแอบลอยเบาๆ 55+



นี่เลย ปอซื้อจาก Dior Backstage Studio ที่ชั้น 2 เซ็นทรัลลาดพร้าว ตอนนั้นมันมีขายแค่ที่นั่น แต่ตอนนี้มีทั่วไปแล้ว ตอนไปซื้อปอบอกให้พี่เขาลบหน้าแล้วแต่งใหม่ให้เลย 55+ คืออยากลองให้แน่ใจเลยว่ามันโอเคแน่ไหม ก็อย่างที่เห็น เก๋ๆ (ปล. พี่ Makeup Artist ที่นี่เฟรนลี่ทุกคนเลย ลองไปเล่นกันดูได้)



จากภาพก่อนหน้า อยู่ๆ ภาพก็ตัดกลับมาที่บ้านพร้อมกับถุงใบนี้ และเงินในกระเป๋าสตางค์ที่หายไป ฮ่าๆๆ สบายตัวเลย



เปิดมาด้านใน โฟกัสที่กล่องรองพื้น อย่างอื่นช่างมัน 55+



เก๋ไก๋ตามระเบียบ โอเค เห่อล่ะ ต่อไปก็เชิญรับชมรีวิวค๊าาา

Product's Reviewed
แพกเกจ (Packaging)
    ถ้าใครเคยใช้รองพื้นดิออร์รุ่นอื่นๆ ก่อนหน้า ตัวขวดเหมือนกันเลย คือเป็นขวดแก้ว ดูหรูหราตามระดับของแบรนด์ แต่ตัวนี้จะแตกต่างคือตัวขวดจะเงามาก สะท้อนไฟได้ดีมาก เป็นหัวปั๊มมีฝาผิดอีกชั้นเหมือนเดิม หัวปั๊มสามารถควบคุมปริมาณได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดหลังใช้หน่อย ไม่งั้นตรงหัวปั๊มจะเปื้อนมากและลามไปเปื้อนในฝาปิดด้วย ด้านหลังมีระบุอายุการใช้งานไว้ชัดเจน นั่นคือ 12 เดือนหลังเปิดใช้ และมีสัญลักษณ์บอกว่าให้เขย่าก่อนใช้งาน 



ลองเทียบดูกับขวด DiorSkin Forever ดูนะจ๊ะ มันจะต่างกันที่การพรีเซ็นต์ลุคของขวด



Dior Star จะเงาๆ สะท้อนแสงไฟ แต่ Dior Forever จะด้านๆ แมตต์ๆ หน่อยจ้า นอกนั้นรูปร่าง ลักษณะ หัวปั๊มเหมือนกันหมดจ้า ฝาถึงไม่เหมือน แต่ก็สลับกันได้อยู่ดี

ราคา (Price)
     ตัวนี้แพงกว่า DiorSkin รุ่นก่อนหน้า 50 บาท ค่าตัวอยู่ที่ 2,000 บาทถ้วน (ปอใช้บัตรเซ็นทรัลลด 5% เหลือ 1,900 บาท แต่บางทีจะมีโปรโมชั่นลด 10% ด้วยนะจ๊ะ) ปริมาณ 30 ml. เท่ากับรองพื้นทั่วๆ ไป ซึ่งถือว่าเป็นรองพื้นระดับ Hi-End เลยทีเดียว (แหม! ดูชื่อก็รู้แล้วมั้งหล่อน!)

เนื้อสัมผัสและระดับการปกปิด (Texture & Coverage)
     คือสำหรับปออ่ะมีตัวเปรียบเทียบกับรองพื้นตัวนี้ นั่นคือตัว Dior Forever ซึ่งปอชอบมากๆ ก่อนหน้า เลยค่อนข้างคาดหวังกับรองพื้นตัวนี้สูง เนื้อสัมผัสแรกที่ได้ลองเจ้าตัวนี้คือเนื้อดี แต่เกลี่ยแล้วหนืดนิดๆ ไม่มากนัก เนื้อไม่เหลวนัก กลิ่นหอมมากๆ รองพื้นตัวนี้เหมาะกับการใช้คู่กับฟองน้ำที่ขายคู่กัน (แต่ปอไม่ซื้อฟองน้ำมาเพราะมันหมด) ให้ระดับการปกปิดระดับปานกลาง พวกรอยสิว จุดด่างดำที่ไม่เข้มมากปกปิดได้โอเค แต่ปอไม่แนะนำให้ build เลเยอร์เพิ่มนะ เพราะเนื้อรองพื้นค่อนข้างหนัก ลงซ้ำๆ เป็นคราบแน่นอน แต่ที่น่าแปลกคือตัวเนื้อรองพื้นดูหนักเวลาใช้ง่ายใช่ป่ะ แต่เวลามันอยู่บนผิวปุ๊บ มันสบายผิวมาก! คือรู้สึกเบาเหมือนไม่ได้ลงรองพื้น อันนี้เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมากสำหรับรองพื้นตัวนี้ ถ้าใครชอบรองพื้นที่เป็นผิวขอให้มองข้ามตัวนี้ไปนะจ๊ะ ถึงจะระบุว่า weightless แต่ปอว่ามันเป็นความรู้สึกเวลาอยู่บนผิวมากกว่าการให้ลุคที่เหมือนกับการไม่แต่งหน้า คือใช้ตัวนี้แล้วดูออกเลยว่าอีนี่ลงรองพื้นมา ถ้าใครที่ไม่ได้ซื้อฟองน้ำมาแบบปอ แล้วใช้มือหรือแปรงลง ต้องเกลี่ยดีๆ หน่อยนะ ถ้าใช้มือนี่เกลี่ยยากมากเพราะมันหนืด ถ้าใช้แปรงควรใช้แปรง buffing brush หรือ strippling brush ในการลงเพราะจะให้ลุคธรรมชาติมากกว่าและเกลี่ยได้ง่ายและกลืนกับผิวมากกว่า แต่ถ้ามีฟองน้ำ (ของดิออร์เอง) พี่ที่ลองให้ปอบอกว่าไม่ต้องชุบน้ำนะ สามารถลงได้เลย ใช้คู่กับฟองน้ำแล้วปอว่ามันดูกลืนกับผิวมากที่สุดและให้ความเรียบเนียนมากที่สุด 



มันปกปิดได้ระดับหนึ่งเลยนะ แต่คงไม่มีใครมีจุดด่างดำเข้มขนาดนี้ถูกม่ะ 555+ แต่ลองดูกับผิวหน้าแบบ close-up บ้างล่ะกัน



ผิวก็ดูเรียบเนียนขึ้นนิดหน่อย 



    เมื่ออยู่บนผิวหน้า จะสังเกตได้ว่ามันปกปิดได้ในระดับหนึ่งเลย ถ้าไม่ได้มีรอยสงครามที่ร้ายแรงนัก ลุคที่ให้จะดูเงาๆ วาวๆ เป็นคุณสมบัติของรองพื้นตัวนี้อยู่แล้ว คือมันจะเล่นกับแสงไฟ แสงแฟลช โดยเฉพาะกับแสงสปอตไลท์ มันถึงได้ชื่อว่า Studio Makeup ไง ตัวนี้ใช้ถ่ายรูปในสตูดิโอสวยมาก! 



    เปรียบเทียบกับ Dior Forever นะจ๊ะ (สีไม่เท่ากัน เพราะคนละเบอร์กัน) เนื้อใกล้เคียงกันมาก! แต่ Dior Forever จะเบากว่าเล็กน้อย เนื้อจะแมตต์กว่า ปกปิดน้อยกว่าและเป็นธรรมชาติมากกว่า กลืนกับผิวได้ดีกว่า ในความรู้สึกปอนะ และ Dior Forever จะสามารถ build เลเยอร์ได้โดยไม่เป็นคราบ

ปริมาณน้ำมันและการควบคุมความมัน (Oil Control)
     เจ้าตัวนี้จะให้ลุคที่ดูฉ่ำวาว เล่นกับแสงได้ดี reflect แสงได้สวยเป๊ะ ตอนแรกปอเลยเดาว่าปริมาณน้ำมันคงเยอะ แต่ผิดคาด ปริมาณน้ำมันไม่ได้เยอะมากอย่างที่คิด คือปอถ่ายรูปทดสอบไว้ 1 ชั่วโมง แต่ลองปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ปริมาณน้ำมันก็คงเดิมอยู่แค่นั้น 



     ถึงปริมาณน้ำมันจะไม่เยอะมากนัก แต่มันไม่ค่อยจะคุมมันได้ดีเท่าที่ควร! คือใช้สัก 2 ชั่วโมงหน้าก็จะเริ่มมันแล้ว สำหรับคนผิวมันแบบปออ่ะนะ ถ้าได้ไพรเมอร์ช่วยด้วยก็ทนขึ้นนิดหน่อย แต่ก็มันเร็วอยู่ดี ฉะนั้นปอว่าเรื่องควบคุมความมันไม่ดีเท่าที่ควร

ความทนทาน (Long Lasting)
     เอาตรงๆ นะที่ซื้อตัวนี้มีก็เพราะจะใช้เป็นรองพื้นในงานรับปริญญา เพราะมันขึ้นแสง ขึ้นกล้องไรงี้ แต่แอบผิดหวังอยู่พอสมควรเลยนะ เพราะมันไม่ทนอย่างที่คิด คือตัวก่อนหน้าอย่าง Dior Forever ที่ปอชอบนั้นทนมากๆ เลยคิดว่าตัวนี้ก็คงทนเหมือนกัน แต่ก็นะ ผ่านไป 4-5 ชั่วโมงนี่ oxidized อย่างเห็นได้ชัดเลย! คือมันดูหมองลง ไม่สดใสเท่าตอนใช้แรกๆ แถมถ้าร้อนๆ ด้วยยิ่งเป็นคราบอีกต่างหาก ประสบการณ์ตรงจากการใช้วันรับปริญญา ไหลเจ้าค๊า! อาจเป็นเพราะมันร้อนและเร่งรีบมากกว่าปกติด้วยมั้งในช่วงนั้น แต่วันธรรมดาที่ใช้ก็หมองลงนิดหน่อยนะ แต่ไม่ไหล แค่มันเยิ้มต้องคอยซับหน้าอยู่ตลอด แล้วอีกอย่างคือเวลาซับหน้าด้วยทิชชูหรือกระดาษซับหน้ามันเองก็ตาม เนื้อรองพื้นจะหลุดติดออกมาด้วยเสมอ! เรื่องความทนทานเป็นอีกเรื่องที่ไม่โอเค เหมาะกับการแต่งไปเดินห้าง อยู่ในห้องแอร์ หรือถ่ายรูปในสตูดิโอ อะไรแนวๆ นั้นมากกว่า 





ลองสังเกตดูว่าหน้าเริ่มเงาเนื่องจากความมันตั้งแต่ชั่วโมงที่ 2 หลังใช้ จนมาถึงชั่วโมงที่ 4 นี่มันแบบไม่ไหวแล้ว!


เห็นดังนั้นก็ซับ จะเห็นได้ว่าเนื้อรองพื้นติดออกมาที่แผ่นฟิล์มที่ใช้ซับด้วย ถ้าเป็นกระดาษทิชชูจะเห็นชัดกว่านี้มาก ส่วนผิวที่ซับเสร็จก็จะดูฉ่ำวาวกว่าตอนหลังแต่งเสร็จ แต่แตะๆ ดูไม่มันจ้า 



แต่พอผ่านไป 5 ชั่วโมงก็มันอีกแล้ว ลองดูรูปสุดท้าย ระหว่างเพิ่งแต่เสร็จหมาดๆ กับผ่านไป 7 ชั่วโมง โดยซับหน้า 1 ครั้งตอนชั่วโมงที่ 4 จะเห็นได้เลยนอกจากความมันแล้วคือความสดใสของผิว ผิวมันจะดูหมองลงไปเล็กน้อย ไม่สดใสเหมือนช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก
(ไม่มีการแต่งเพิ่มหรือเติมหน้าระหว่างการทดสอบใดๆ ทั้งสิ้น)

สรุป (In Conclusion)
     แอบผิดหวังเล็กๆ เพราะบอกแล้วว่าคาดหวังไว้สูง คิดว่ามันจะมาเป็นตัวแทนเจ้า Dior Forever ได้ แต่ไม่ใช่เลย ถ้าเทียบกันแล้วยังคงชอบตัวเก่านั่นมากกว่า ตัว Dior Star นี้ชอบแค่เรื่องที่มันสามารถกระจายแสงได้ดี ขึ้นกล้องมาก ผิวดูไม่แมตต์ ดูเป็นเงาสุขภาพดี แล้วก็ชอบแพกเกจที่หรูหราของมัน 555+ แต่ในด้านการใช้งานจริง ปอจะใช้เจ้าตัวนี้ผสมกับรองพื้นเนื้อเหลวๆ ตัวอื่นซะมากกว่า แต่ในอนาคตถ้าซื้อฟองน้ำมาใช้แล้วอาจจะชอบมากขึ้นก็ได้มั้ง แต่เรื่องของความทนทานคงต้องทำใจ เพราะซื้อมาแล้วนี่เนอะ ฮ่าๆ สำหรับใครที่สนใจตัวนี้อยู่ ต้องลองเล่นดูเองอ่ะ ไม่ใช่ว่ามันจะแย่ขนาดนั้นนะ ถ้าคุณทำงานอย่างที่ปอบอกคือต้องถ่ายรูปบ่อย ไม่ได้ถ่ายนอกสถานที่หรืออินดอร์ที่อากาศร้อนๆ ตัวนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยเสริมให้ผิวดูมีออร่า ขึ้นกล้อง เล่นแสงเงากับแสงไฟได้ดี แต่ถ้าต้องใช้ชีวิตสมบุกสมบันหน่อยก็ข้ามไปดีกว่าเพราะราคาก็ไม่ใช่ว่าถูก ซึ่งสำหรับก็มันก็คงมีไว้ใช้แต่งหน้าทำฮาวทูอะไรแบบนั้น 555+ 



ยังคงชอบ DiorSkin Forever มากกว่านะจ๊ะ 555+



ยังไม่จบ! มี Finish Look ที่ใช้ DiorSkin Star Studio Makeup มาฝากด้วย 55+ กับลุคเก๋ๆ ง่ายๆ เผื่อแต่งตามกัน 





สวยมาก นี่พูดเลย!! ใช้แค่ไลเนอร์แบบดินสอสีเหลืองกับลิควิดไลเนอร์สีดำแค่ 2 แท่ง กับปากสีแดงแซ่บๆ (หรือจะสีอื่นก็ได้ แต่ให้เป็นสีเข้มๆ หน่อย) แค่นี้ก็สวยเป๊ะเว่อร์ล่ะ ลองดูสิว่ามันเงา ดูมีเอฟเฟค ขึ้นกล้องมากๆ 



ไม่ขอสรุปข้อดี ข้อเสียซ้ำซ้อนนะจ๊ะ ปอว่าปอเขียนไว้ก่อนหน้าละเอียดมากแล้ว แต่บอกไว้หน่อยล่ะกันว่ามีน้ำหอม เพราะกลิ่นแรงอยู่ อีกอย่างคือ การใช้งานอาจจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลนะ บางคนอาจจะใช้แล้วถูก ใช้แล้วดีก็ได้ ก่อนตัดสินใจยังไง ถ้ามีโอกาสได้ไปลองเล่น ปอก็อยากให้ลองด้วยตัวเองก่อน กล้าๆ เข้าไปบอกแบบปอเลยว่าอยากลองกับหน้าเลย จะได้รู้และช่วยในการตัดสินใจไปเลย 



ขอบคุณสำหรับการติดตามนะจ๊ะ รู้เลยว่ายาวมาก 555+ (เม้าธ์เก่ง ฝอยเก่งไปหน่อย)
อยากให้มันละเอียดที่สุด ในแบบที่ถ้าเป็นปออ่านแล้วอยากรู้อะไร ปอก็จัดให้เต็มเลย
ถ้ามีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมหรือปอตกหล่นอะไรไป ถามเข้าและแนะนำมาได้เลยนะจ๊ะ
ไปล่ะ เจอกันใหม่จ้า บ๊ายบายยย!!


ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ คลิกเลย (":



Create Date : 16 ตุลาคม 2557
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2557 19:31:58 น.
Counter : 13762 Pageviews.

3 comments
  
เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ กะว่าจะไปสอย แต่ตอนนี้ชัดไม่แน่นใจ 555
โดย: Liverpool_sky IP: 171.6.82.97 วันที่: 11 มกราคม 2558 เวลา:14:56:19 น.
  
กำลังตัดสินใจจะซื้อรองพื้นตัวนี้อยู่พอดีเลยมาหารีวิวอ่านก่อน มีประโยชน์มากๆ เลยย ขอบคุณมากๆ นะคะ :)
โดย: JJ IP: 110.168.134.67 วันที่: 15 กรกฎาคม 2558 เวลา:19:36:36 น.
  
รีวิวได้ละเอียดมากเลยค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ มีประโยชน์มากๆค่ะ :)
โดย: iYing IP: 223.204.247.63 วันที่: 1 สิงหาคม 2558 เวลา:10:58:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PorschePoR
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



สวัสดีจ้าทุกคน!!! ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันก่อนเลย ชื่อ "ปอ" นะ ใครใคร่จะเรียก "ปอร์เช่ ปอ" ก็ตามใจ บล็อกของปอก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องสำอางต่างๆ ทั้งรีวิว how to เทคนิค หรือสิ่งที่ปอชื่นชอบ ปลาบปลื้ม รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นด้วย ยังไงช่วยติดตามกันด้วยน๊าาา ^^