Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Review - YSL Fusion Ink Foundation (บางเบาดุจขนนก ติดทนดั่งน้ำหมึก)
กราบสวัสดีพี่น้องแฟนเพลงทุกท่านนน (ไม่ใช่ล่ะ 55+)
ช่วงที่ผ่านมาเรียกว่าเป็นศึกแห่งรองพื้นเลยก็ว่าได้ แบรนด์ต่างๆ ออกรองพื้นมาเยอะมาก! 
และจุดเด่นที่แต่ละแบรนด์ดึงมาใช้ก็เห็นจะเป็นเรื่องของความบางเบา ความเป็นธรรมชาติ ดูเป็นผิว หมดยุคของรองพื้นหนาๆ แล้ว! 

ปอเองก็ปวดหัวอยู่เหมือนกันนะ ว่าจะเลือกซื้อตัวไหนมาใช้ดี เพราะแต่ละตัวก็ดีและมีความเด่นแตกต่างกันไป ก็ไล่เวียนลองมันซะทุกแบรนด์อ่ะ 555+ จะโดนจิกไม่โดนจิกฉันไม่สน ถ้าฉันจะซื้อทั้งที ฉันต้องลองแล้วแน่ใจว่ามันดีจริงๆ ถึงจะได้กินเงินฉัน! 

จนสุดท้ายมาจบที่เจ้าตัวนี้ ที่ปอคิดว่ามันตอบโจทย์ความต้องการของปอมากที่สุด เจ้ารองพื้นที่ปอสอยมาก็คือ

"YSL Fusion Ink Foundation"



ที่ทางแบรนด์เคลมมาเลิศหรูว่า "บางเบาดุจขนนก ติดทนดั่งน้ำหมึก" แค่คำโปรยก็น่าสนใจแล้ว แต่มันดีมากขนาดไหน ตอบโจทย์ปออย่างไร ลองดูกันเลยยย!!!


Product's Claimed

ด้านในของกล่องจะมีกระดาษบอกเกี่ยวกับรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เป็นภาษาต่างๆ รวมถึงวิธีการใช้งานด้วย (ส่วนที่บอกวิธีใช้งานสำคัญมาก!)

ในกระดาษก็จะอธิบายประมาณว่ารองพื้นตัวนี้อ่ะนะ มันได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำหมึก ที่เมื่อใช้จะให้ความรู้สึกบางเบาและสบายผิวประดุจน้ำหมึก เนื้อเนียนและเหลว ให้ลุคแมตต์โดยสมบูรณ์ สามารถลงทับเป็นชั้นๆ เพื่อให้การปกปิดที่มากขึ้นได้โดยไม่ก่อให้เกิดคราบ ให้ลุคธรรมชาติและไม่รู้สึกหนักหน้า ให้เราได้สัมผัสผิวสวยสมบูรณ์แบบตลอดทั้งวัน

แล้วก็จะบอกรูปแบบของตัว applicator ว่ามันเป็นรูปแบบของปากกาขนนก หรือ Quill Pen นั่นเอง



Product's Reviewed

แพกเกจ (Packaging)
ตัวขวดออกมาให้ดูเรียบหรู ตามสไตล์ของแบรนด์ ขวดเป็นขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมมีลูกเล่นเป็นสีดำแล้วมีช่องตรงกลางให้เห็นสีของเนื้อรองพื้น ฝาสีทองสะดุดตา มีโลโก้แบรนด์ YSL ให้เห็นชัดเจน บรรจุมาในกล่องกระดาษสีทองเช่นกัน พร้อมกับรายละเอียดต่างๆ ที่กล่อง เวลาหมดอายุหลังจากเปิดใช้งาน เบอร์ที่ใช้ ปอใช้เบอร์ B50 Beige นะจ๊ะ

แต่ตัวฝากสีทอง เปิดออกไปจะไม่ได้เจอหัวปั๊มหรือปากขวดเลยนะ มันเป็นแค่ปลอกปิดฝาจริงๆ ไว้เท่านั้น ด้านในจะมีฝาแบบเกลียวสีดำปิดอยู่อีกชั้น


รองพื้นตัวนี้ไม่ใช้แบบหัวปั๊ม อันนี้น่าจะรู้กันอยู่เนอะ เพราะอย่างที่เขาบอก ว่าตัว applicator เขาออกแบบมาจากปากกาขนนก ดังนั้นมันจะมีเหมือนหัวแปรง หัวพายจุ่มผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใช้ หน้าตาจะเป็นแบบนี้

มันจะเป็นลักษณะคล้ายๆ กับหัวปากกาที่เขาใช้เขียนหนังสือตัวพิมพ์เขียนกันอ่ะ เก๋ไก๋ดีนะ และเขาเคลมว่าจุ่ม 1 ครั้ง สามารถใช้ได้ทั่วทั้งใบหน้าเลย! ถ้าต้องการการปกปิดเพิ่มขึ้น ก็จุ่มแล้วแตะเพิ่ม


ราคา (Price)
ค่าเสียหายสำหรับรองพื้นเลอค่าตัวนี้อยู่ที่ 2,400 บาท แต่ปอซื้อมาได้ส่วนลด 10% จะเหลืออยู่ที่ 2,160 บาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นรองพื้นที่อยู่ในระดับ Hi-End แพงจริง แถมยังมีปริมาณน้อยกว่ารองพื้นทั่วๆ ไปด้วย เพราะปริมาณแค่ 25 ml. จ้า


เนื้อสัมผัสและระดับการปกปิด (Texture & Coverage)
รองพื้นตัวนี้มีเนื้อสัมผัสที่เบามากๆ เบาและเหลวเหมือนกับน้ำเลย เกลี่ยง่ายมากๆ ให้ความรู้สึกเหมือนรองพื้นที่ไร้น้ำหนักจริงๆ อ่ะ ไม่รู้สึกหนักหน้า ไม่แม้แต่รู้สึกว่าเราลงรองพื้นอ่ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ให้เม็ดสีของรองพื้นแน่นอยู่นะ เพราะให้การปกปิดที่โอเคในระดับหนึ่ง ไม่ได้ปกปิดเนียนกริบ แต่พวกรอยเล็กๆ ที่สีไม่เข้มสามารถกลบได้มิด แต่มันสามารถลงทับเพื่อเพิ่มระดับการปกปิดได้ แต่แนะนำให้ลงเฉพาะจุด ถ้าต้องการความบางเบาและเป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถให้การปกปิดได้ถึงขั้น full coverage นะ เต็มที่ก็ medium coverage อ่ะ ลงกับผิวแล้วมันจะแมตต์ และกลืนไปกับผิวเลย ช่วงแรกๆ จะให้ความผ่องหน่อย ถ้าเป็นผู้ชายใช้ อาจจะผ่องไปนิด แต่อยู่ๆ ไปสักพักจะกลืนเป็นสีผิว (ถ้าเลือกสีมาตรงหรือใกล้เคียงกับผิวนะ) ปอเอาเบอร์ B50 Beige มา มันเป็นสีกลางๆ ที่เข้าได้กับทั้งอันเดอร์โทนเหลืองและชมพู เพราะจะเป็นการผสมกันของสีเหลืองและชมพูเข้าด้วยกัน ซึ่งเรียกว่า Neutral Tone นั่นเอง

ปอลงโดยไม่ลงแป้งฝุ่นทับ
แต่... แม้จะมีเนื้อบางเบายังไง แต่รองพื้นตัวนี้มีวิธีการใช้งานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วยนะ แม้จะบอกว่าเนื้อเบา แต่อย่าลืมว่าเม็ดสีมันแน่น ถ้าลงไม่ดีเป็นคราบได้เหมือนกัน ดังนั้นวิธีที่ควรใช้ก็คือ

1. ใช้นิ้วมือในการเกลี่ย โดยการเกลี่ยจากกึ่งกลางหน้าออกไปสู่กรอบหน้า โดยวิธีการวนเบาๆ เรื่อยๆ จนทั่วทั้งใบหน้า แบบนี้จะได้ลุคที่ให้การปกปิดที่มากกว่าอีกวิธี และค่อนข้างแมตต์กว่า แต่ข้อดีคือมันไม่เป็นคราบและแนบสนิทไปกับผิวหน้า

2. ใช้แปรง Polishing Brush ของแบรนด์เอง หรือแปรง Stippling Brush/Duo Fiber Brush ที่มีลักษณะใกล้เคียงลงวนเบาๆ ในรูปแบบเดียวกับนิ้วมือ จากด้านในออกด้านนอกเช่นกัน แต่จะได้ลุคที่ต่างกันนิดหน่อย คือใช้แปรงจะได้ความบางเบาและเป็นธรรมชาติมากกว่า และลุคจะไม่ดูแมตต์สนิทเหมือนใช้นิ้ว แต่ข้อเสียก็มี ถ้าเกลี่ยไม่ดีก็เป็นรอยแปรงได้เหมือนกัน

ลองดูในเอกสารประกอบการใช้งานดูนะจ๊ะ วิธีการป้ายรองพื้นในแต่ละจุด และวิธีการใช้ทั้งนิ้วและแปรงในการลง 2 วิธีนี้ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน 100% แต่เป็นวิธีที่เวิร์คสุดในการลงรองพื้นตัวนี้ ถ้าใช้ฟองน้ำ มันจะกินเนื้อรองพื้นมากๆ เพราะเนื้อรองพื้นมีความเหลวที่สูง ถ้าใช้แปรงลงรองพื้นแบบหัวแบนปกติ จะเป็นเส้นอย่างชัดเจน

Before use with bare skin (หนังหน้าสด)

ลงใบหน้าครึ่งหนึ่งด้วยนิวมือ (Apply a half of face by using fingertips)
พอลงที่ใบหน้าแล้ว จะเห็นได้ว่ามันเนียนเป็นผิว เป็นธรรมชาติ และไม่ได้ดูแมตต์สนิทเท่าไร จะดูเหมือนผิวกำมะหยี่มากกว่า สามารถปกปิดได้นิดหน่อย พวกรอยจางๆ แต่สีผิวจะดูสม่ำเสมอและเรียบเนียนขึ้น และหน้าจะดูผ่องขึ้นด้วย

ลงอีกครึ่งหน้าด้วยแปรง (Apply the other side by using Stippling Brush)

ด้านซ้าย(ของรูป)ใช้นิ้วมือลง ด้านขวา(ของรูป)ใช้แปรง Stippling Brush ลง

ความทนทานและการควบคุมความมัน (Lasting & Oil Control)
จริงๆ เวลาปอรีวิวรองพื้น ปอจะแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน เพื่อทดสอบปริมาณน้ำมันด้วย แต่ตัวนี้ปอไม่ได้ทดสอบปริมาณน้ำมัน เพราะว่าทางบีเอบอกมาว่ารองพื้นตัวนี้มีส่วนผสมเป็น Mineral Oil และ Essential Oil อยู่แล้ว ดังนั้นทดสอบไปก็จะมีปริมาณน้ำมันเยอะชัวร์ๆ เลยข้ามไปเลย มาดูที่การควบคุมความมันเลยดีกว่า เพราะปริมาณน้ำมันบางครั้งก็ไม่ได้บอกว่าคุมมันหรือไม่ เริ่มจากเรื่องความติดทนนานก่อนดีกว่า รองพื้นตัวนี้ติดทนมาก!!! มากจริงๆ ยอมซูฮกให้เลย ทั้งที่ปอไม่ได้ลงแป้งทับเพื่อเซ็ตรองพื้น แต่มันสามารถเซ็ตตัวเองให้อยู่บนผิว ไม่ไหล ไม่เยิ่ม แต่ถามว่ามีหลุดบ้างไหม ถ้าเอากระดาษทิชชูซับมีหลุดติดออกมาบ้างเล็กน้อย แต่น้อยมาก ช่วงที่ปอไปงานรับปริญญาเพื่อน มันร้อนมาก แล้วตอนบ่ายๆ ระหว่างที่รอเพื่อน ปอเข้ามานอนพักในที่พัก แล้วเป็นคนชอบนอนจะแคงมุดหน้ากับหมอน ตื่นขึ้นมาปลอกหมอนก็ไม่เปื้อนเลยนะ ดี๊ดี!

ชั่วโมงที่หนึ่ง ผิวยังเหมือนเดิมเลย เหมือนตอนที่เพิ่งลงเสร็จใหม่ๆ ไม่มันขึ้นหรือหมองลงเลย ในชั่วโมงที่สองหลังใช้หน้าก็ยังไม่ค่อยมันมากขึ้น และไม่หมองเช่นกัน ความมันของใบหน้าปอจะเริ่มออกมาในชั่วโมงที่สาม แต่ก็ยังผ่องและไม่ถึงกับมันเยิ้มเท่าไร

ชั่วโมงที่ 4 ลองถ่ายแบบไม่ใช้แฟลชดูด้วย ก็ไม่ได้แย่นะ พอเปิดแฟลชหน้าดูมันกว่าเดิม แต่ก็ยังดูเป็นลุคดิวอี้ๆ เกาหลีหน้ามันอะไรแบบนั้นอยู่ 5555555555+ ถ้าไม่ซับหน้าตอนนี้ก็ยังพอใช้ชีวิตได้ต่ออีก แต่... ปอจะทำอะไรพิเศษๆ ในชั่วโมงที่ 4 นี้ด้วย

touch-up ทับลงไป!!!
ใช่แล้ว ที่ปอทำคือการเติมรองพื้นลงไปอีก โดยไม่ซับหน้าด้วย เพราะบีเอบอกว่าเจ้ารองพื้นตัวนี้มันสามารถใช้ทับเครื่องสำอางระหว่างวันได้ ซึ่งวันแรกที่ปอไปลองเลย เขาก็ลองให้กับหน้าปอกับเพื่อนโดยไม่ลบเมคอัพก่อนหน้าออกเลย แต่มันพิเศษตรงที่ มันเนียน ผ่อง และไม่เป็นคราบเลยแม้แต่น้อย แม้จะมีเครื่องสำอางอยู่บนหน้าอยู่แล้ว ปอลองทัชอัพในชั่วโมงที่ 4 ด้านที่ทัพอัชมีความมันลดลงแม้ว่าจะไม่ได้ซับหน้าก่อน และผิวก็ดูผ่องขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย แสดงว่าที่ลงไว้ 4 ชั่วโมงก่อนหน้ามีการ oxidized ลงเล็กน้อยเช่นกัน แต่ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตเท่าไร ส่วนด้านที่ไม่ได้ทัพอัช ก็ยังอยู่บนหน้าอย่างดีเช่นเดิม ลองดูภาพที่ถ่ายใกล้ๆ จะเห็นได้ว่ามันไม่เป็นคราบจริงๆ ถ้าเป็นรองพื้นตัวอื่นมาลงทับแบบนี้รับรองว่าได้มีคราบกันบ้างแหละ แต่ตัวนี้มันเนียนกลืนกันไปเลย

เข้าชั่วโมงที่ 5 (ภาพล่างซ้ายมือ) ด้านที่ทำการทัชอัพจะดูแมตต์กว่าอีกด้านที่ไม่ได้ทัชอัพ ซึ่งมีความมันอยู่พอสมควรเพราะไม่ได้ซับหน้าเลย ลองดูด้านข้าง ด้านที่ทัชอัพจะดูดิวอี้ๆ แต่อีกด้านจะมันๆ แล้ว ส่วนชั่วโมงที่ 6 ฝั่งที่ทัชอัพมีความมันแล้วเช่นกัน คงเพราะปอไม่ได้ซับหน้าก่อนด้วย น้ำมันเก่าและน้ำมันใหม่ที่ผิวขับออกมารวมกันเลยทำให้มันเร็วกว่าตอนแรก ส่วนอีกด้านก็มันพอๆ กับก่อนหน้า แต่โดยรวมความทนทานก็ยังดีอยู่เพราะไม่มีไหลเลย และแทบไม่หมองลงเลยด้วยซ้ำ

มาสู่สองชั่วโมงสุดท้ายของการทดสอบ ชั่วโมงที่ 7 ปอว่ามันเริ่มไม่ไหวแล้วแหละ หน้ามันมาก พอมันมันมากๆ ก็ดูหมองลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นลองซับหน้าดูหน่อย แทบกรี๊ด!!! พอซับความมันออกไป หน้ากลับมาผ่องเหมือนเดิมอีกแล้ว!! คือเลิศอ่ะ!!! ชั่วโมงสุดท้าย 8 ชั่วโมงหลังจากที่ใช้ และ 4 ชั่วโมงหลังจากที่ทำการทัชอัพ ผิวก็ยังดูใส ดูเนียน และดูเด้งอยู่ คือสามารถไปปาร์ตี้ได้ต่ออ่ะ แต่หน้ามันเร็วขึ้นนะ ด้วยความที่มันอยู่มาทั้งวันด้วยแหละ ปอเองก็ผิวมันมากอยู่แล้ว แต่ถือว่าผ่านการทดสอบเรื่องความทนนะ มันทนมากเลยจริงๆ ส่วนเรื่องควบคุมความมัน ทำได้ดีในระดับหนึ่ง สำหรับคนผิวมันแบบปอ ประมาณ 4 ชั่วโมงแรกหลังจากที่ใช้ ถือว่าอยู่ได้สบายๆ เลย แต่หลังจากนั้นควรมีการซับบ้างจะดีกว่า

หลังใช้เสร็จสดๆ ร้อนๆ กับหลังใช้ไปแล้ว 7 ชั่วโมง (หลังซับหน้า) แทบไม่แตกต่างกันเลย ต่างกันแค่ปริมาณแสงที่ใช้ถ่ายรูป

สรุป (In Conclusion) 
โดยส่วนตัวปอนะ ปอชอบมันมากๆ คือชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปลองตอนที่มันเข้าไทย 100 ขวดแรกแล้วแหละ แต่ซื้อไม่ทัน เพราะเบอร์ที่เข้ากับผิวสุดมันหมด รอคอยมานานถึงได้มานี่ คือตัวนี้มันตอบโจทย์ปอตรงที่เบามากๆ ปอไม่ชอบรองพื้นหนักๆ ส่วนเรื่องการปกปิด อันนี้ปอไม่ซีเรียสอยู่แล้ว เพราะผิวปอไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก แถมเจ้าตัวนี้มันยังช่วยให้ผิวดูผ่อง ดูไบร์ทขึ้นอีกด้วย มันช่วยให้บางครั้งที่หน้าโทรมๆ ดูดีขึ้นหลังใช้ ทนมากๆ ยอมรับจริงๆ เห็นบอกว่ามันทน 12 หรือ 24 ชั่วโมงเลยนะ ปอไม่แน่ใจ แต่ที่ทดสอบและจากการใช้งานจริงๆ แม้วันไปรับปริญญาแดดแรงๆ อากาศร้อนๆ มันก็ยังไม่ไหลไม่เยิ้ม แต่ถ้าอากาศร้อนมันจะมันเร็วกว่าปกติ ส่วนเรื่องควบคุมความมัน ก็ถือว่าโอเคเลยแหละ เพราะทุกครั้งที่ปอใช้ตัวนี้ ปอไม่ใช้แป้งฝุ่นหรือแป้งผสมรองพื้นใดๆ ทับอีก คือลงแค่ตัวนี้แล้วก็ไปทำขั้นตอนอื่นเลย ดังนั้นมันไม่มีแป้งมาช่วยซับความมันอีกขั้นปอจึงถือว่ามันคุมมันได้โอเคเลย แม้จะใช้เดี่ยวๆ (ปล. ที่ไม่ใช้แป้งทับเพราะตัวนี้ไม่เหมาะจะลงแป้ง เพราะตัวมันค่อนข้างแมตต์อยู่แล้ว) ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็จะมีวิธีการใช้งานที่อาจจะยุ่งยากไปหน่อย แต่ถ้าทำจนชินจะถือว่าปกติ และมันมีกลิ่นหอมนะ ลืมบอก แต่ไม่มีน้ำหอม เหมือนเป็นกลิ่นของพวกน้ำมันที่ผสมอยู่อ่ะ


จบแล้วแหละ รีวิวหมดเปลือก จัดเต็ม ไม่น่าจะมีอะไรเหลือแล้วเนอะ ถ้ามีข้อสงสัย ถามทิ้งไว้ได้เลย เดี๋ยวจะมาไล่ตอบให้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รีวิวปอเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อมูลที่จะใช้ในการตัดสินใจนะ สภาพผิวและความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นไม่ลองด้วยตัวเองก่อนเป็นดีที่สุด ปอเกริ่นไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าช่วงเวลานี้มีรองพื้นออกมาหลากหลายมาก ดังนั้นไปหาตัวที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตัวเอง ถ้าดูแล้ว YSL Fusion Ink Foundation ที่ปอรีวิวจบไปนี้คือตัวที่ใช่ ก็พุ่งไปที่เคาน์เตอร์ ลองด้วยตัวเองอีกทีค่อยตัดสินใจก็ไม่สาย (":

7 ชั่วโมงแล้วยังสวย เลิฟเลยยย

ไปแล้วน๊าาา ไว้เจอกันใหม่ ขอบคุณที่ติดตามจ้าาา (":



ฝากติดตามกันด้วยนะจ๊ะ คลิกเลย (":



Create Date : 20 มีนาคม 2558
Last Update : 22 มีนาคม 2558 13:03:06 น.
Counter : 6257 Pageviews.

2 comments
  
รีวิวละเอียดมากเลยค่ะ มีการทดลองให้ดูเป็นแต่ล่ะ ชม.ด้วย คุมมันไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ได้ลุคโกลว์เหมาะสำหรับคนต้องการเผยผิวซะมากกว่า เป็นกำลังใจให้ปอนะคะ ^_^
โดย: nannie nan IP: 110.168.232.123 วันที่: 28 มีนาคม 2558 เวลา:21:32:11 น.
  
มันเลิศมากค่ะน้องปอ อยากใช้มากเเต่ราคาสุงไปหน่อย รอเก็บตังค์ก่อนค่ะ
โดย: jeab siriporn IP: 183.89.39.17 วันที่: 3 เมษายน 2558 เวลา:17:14:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



PorschePoR
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



สวัสดีจ้าทุกคน!!! ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันก่อนเลย ชื่อ "ปอ" นะ ใครใคร่จะเรียก "ปอร์เช่ ปอ" ก็ตามใจ บล็อกของปอก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องสำอางต่างๆ ทั้งรีวิว how to เทคนิค หรือสิ่งที่ปอชื่นชอบ ปลาบปลื้ม รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นด้วย ยังไงช่วยติดตามกันด้วยน๊าาา ^^