Group Blog
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
พฤษภาคม 2558

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เม้ามอย สำหรับใครที่สนใจสมัครแบรนด์เครื่องสำอาง (BA / MAKE UP ARTIST)
 เอาล่ะ บล็อกนี้ปอจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ปอไปสมัครงานกับ M.A.C Cosmetics ในตำแหน่ง Retail Artist (หน้าที่ก็คือประจำเคาน์เตอร์แมคเพื่อให้คำแนะนำ คำปรึกษา ขายสินค้า ให้บริการแต่งหน้ากับลูกค้า หรือที่เราเรียกกันว่า BA นั่นล่ะ) ให้รู้กัน เผื่อใครสนใจจะไปสมัคร ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์อะไร ก็ลองดูๆ ไว้เป็นแนวทางแล้วกัน



ต้องบอกก่อนว่าปอเขียนจากที่ปอได้เห็นและสัมผัสนะ อาจจะไม่ได้ดีหรือถูกต้องทั้งหมด เพราะนี่เป็นการสมัครงานครั้งแรกในชีวิตของปอ เป็นแบรนด์แรก และแบรนด์เดียวเลยที่ปอสมัคร ก่อนหน้านี้ทำ Freelance มาตลอด จึงบอกได้เท่าที่รู้ ที่เห็นเท่านั้น

เริ่มแรกสำหรับคนที่สนใจเลยนะ ถามตัวเองก่อนว่าเราชอบเครื่องสำอาง ชอบแต่งหน้า แล้วชอบการให้บริการด้วยหรือเปล่า และการทำงานจะมีวันหยุดไม่เหมือนคนอื่นเรารับได้ไหม ถ้าคิดว่ามันใช่สำหรับตัวเอง ก็ลองดูต่อว่าแบรนด์ไหนเหมาะกับเรา เป็นตัวเรามากสุด บางคนชอบสกินแคร์ก็อาจจะดูเป็นแบรนด์สกินแคร์ก็ได้ เมื่อเลือกตรงนั้นได้แล้ว ก็ลุย!! 


**เตรียมตัวก่อน ได้เปรียบกว่า**

อย่าเสี่ยงไปด้นสดแบบปอเลย คือปอมีเวลาเตรียมเอกสารกับเสื้อผ้าแค่นั้น แต่ไม่มีเวลาเตรียมฝึกตอบคำถามสัมกาษณ์อะไรเลย คือไปสดตอนนั้นจริงๆ ฉะนั้นเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ (รูปถ่าย 1 นิ้ว, สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาวุฒิการศึกษา, และอาจจะติด resume ไปด้วยก็ได้ อย่างปอก็ทำ resume ไปใหม่เลย) ไปกรอกใบสมัครแล้วยื่นที่นั่นเลย ควรติดปากกา กาว และคลิปหนีบหระดาษไปด้วย สิ่งที่สำคัญอีกเรื่องคือการแต่งตัว ดูว่าแบรนด์ที่เราไปสมัครมีลักษณะเด่นๆ คืออะไร อย่างปอไปที่แมค รู้กันดีว่าชุดดำทั้งตัว ปอก็จัดดำไปทั้งตัว แต่มีตัดขาวเล็กน้อยเพื่อให้ดูมีลูกเล่นและไม่ทึบจนเกินไป หน้าผมก็ทำให้ดูดี ไม่ถึงขั้นว่าต้องรวบตึง หรือสั้นเต่อสำหรับผู้ชาย เอาแค่ให้ดูดีและมั่นใจก็พอ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือความมั่นใจและทัศนคติที่ดีๆ พกไปให้เต็มที่ ผู้สัมภาษณ์จะรับรู้มันได้เหมือนเรามีแสงออร่าออกมาจากตัว 555+


**รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ก็ชนะ(แม่ง)ทุกครั้งล่ะ**

พยายามหาข้อมูล จุดเด่นๆ ของแบรนด์ที่เราไปสมัคร เพราะแน่นอน เขาจะมีคำถามที่วัดภูมิเราว่าเรารู้จักแบรนด์มากน้อยแค่ไหน เพื่อดูว่าเราเหมาะสมกับแบรนด์หรือเปล่า ไม่ต้องถึงขั้นท่องจำเป๊ะๆ แต่พยายามทำให้เขาเห็นว่าเรารู้นะว่าอะไรเด่น และเหมาะกับมันยังไง เราจะเข้าไปเสริมให้มันเด่นขึ้นได้ยังไง และพยายามลิสต์คำถามที่อาจจะเป็นไปได้ในการถูกสัมภาษณ์ และลองตอบในแบบที่เป็นตัวเอง อันนี้สำคัญนะ เพราะคำตอบมันบอกถึงทัศนคติ ความคิดของแต่ละคน จะเฟคหรือออกมาจากข้างในจริงๆ ปอเชื่อว่าคนที่เขามีประสบการณ์สัมภาษณ์คนมาเยอะๆ เขาดูออก (เดี๋ยวลองดูตัวอย่างคำถามที่ปอโดนมาได้)


**ฝึกฝนฝีมือให้ชินในเวลาที่จำกัด**

ปอไม่รู้ว่าแบรนด์อื่นๆ เขาทดสอบการแต่งหน้ากันยังไงนะ แต่แมคเมื่อวานจะมีการทดสอบโดยการกำหนดลุคมาให้เราแต่ง พร้อมทั้งกำหนดเวลา และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ (ผลิตภัณฑ์ให้เราเลือกเองนะ หยิบมาเท่าไหน ก็ต้องใช้แค่เท่าที่หยิบ) โดยจะต้องลบหน้าแล้วแต่งใหม่เลย 5555+ ซึ่งมันทำให้เรากดดันกับเวลา ฉะนั้นถ้าเราลองฝึกมือให้ชินในเวลาที่กำหนดแล้ว เราจะได้กะถูกว่าแต่ละขึ้นตอนต้องใช้เวลาเท่าไหนๆ (กำหนดภายใน 15 นาทีต้องแต่งให้เสร็จ)


**เอาทัศนคติดีๆ ไปแสดงให้เขาเห็น**

ปอว่าแบรนด์ทุกแบรนด์อยากได้คนที่พร้อมจะทำงาน รักในงานที่ตัวเองทำ ไม่ได้เข้ามาแป๊บๆ แล้วออก ฉะนั้นเราจะทำยังไงให้เขาเห็นว่าเราจริงจังนะ ลองคิดแบบนี้ดู คิดว่าเราอยู่กับสิ่งที่ชอบ ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ใช่ทำงาน แน่นอนว่ามันอาจจะมีปัญหา หรือกดดันบ้าง แต่คิดว่ามันก็เหมือนกับการแต่งหน้าที่ต้องลองผิดลองถูก ค่อยๆ แก้ไขกันไป คิดแบบนี้เราจะไม่เหนื่อย ไม่เบื่อกับการทำงาน และจะอยู่ได้นานขึ้น (อันนี้ปอบอกตัวเองด้วยเช่นกัน)


***เชื่อว่าเราทำได้ และมันก็จะได้***

อันนี้น่าจะเป็นทริคที่บวกเข้ากับความเชื่อส่วนบุคคล ปอไปกับพี่ที่รู้จักกัน และเป็นสองคนที่ไม่มีประสบการณ์งานด้านนี้มาเลย อย่างปอไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนเลย เว้นแต่การฝึกงาน ท่ามกลางคนอื่นๆ ที่มาสมัคร ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มาแน่นมาก แต่ปอกับพี่ก็ไม่ยอมแพ้ เพราะคิดว่าวันนี้คือวันของเรา จะไม่มีครั้งที่สองอีก เพราะวันนี้เราจะต้องได้งาน! คิดอย่างนี้มันทำให้เรามีกำลังใจที่จะสู้อ่ะ ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร (และเมื่อวานปอได้กำลังใจจากหลายๆ คนด้วย ที่บอกให้ปอสู้ๆ มันเป็นแรงผลักดันให้ปอยิ้มได้ แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดันแค่ไหน) ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ เราจะทำได้


คำแนะนำคร่าวๆ ก็จะมีประมาณนี้ อย่าคิดว่าแค่งานบีเอหรือเมคอัพอาร์ติสของแบรนด์ ขายของตามห้างเอง จะไปยากอะไร ปอบอกเลยว่ามันยากมาก! ถ้าไม่มีไหวพริบดีๆ พูดไม่เก่ง ชักจูง โน้มน้าวไม่เก่ง หรือไม่รู้จักหลบหลีกในการตอบคำถามนี่ยิ่งยากเลย ซึ่งอันนี้อยู่กับไหวพริบและการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าของแต่ละบุคคล แต่อย่าลืม งานทุกงานมีเกียรติและความสามารถเฉพาะตัวของสายงานนั้นๆ


มาถึงช่วงแชร์ประสบการณ์ที่ปอได้ประสบพบเจอมาแล้วนะ  

ในประกาศรับสมัครงาน เขาระบุเวลาไว้คือ 9.00 - 18.00 น. (แบรนด์ในเครือ ELCA (M.A.C, Bobbi Brown, Estee Lauder, Clinique, La Mer, Jo Malone, Tom Ford, AVEDA, Origins, DKNY, Tommy Hilfiger, Lab Series, Ermenegildo Zegna, Coach, Aramis เป็นต้น) จะสมัครที่เดียวกันหมดนะ คือที่ตึกอับดุลราฮิม) ปอว่าตัวเองก็ไปเช้าแล้วนะ แม้ว่าจะสายกว่าเวลาที่เขาเปิดให้เริ่มไปนิดหน่อย คือปอถึงที่ออฟฟิต 9.30 น. โดยประมาณ แต่มีคนมาก่อนหน้าแล้วมากพอสมควรเลย!! และทุกคนดูมั่นใจ ทั้งบุคลิกและประสบการณ์ ตอนเข้าไปกรอกใบสมัครนี่แอบเกร็งอยู่เหมือนกันนะ เพราะรู้สึกว่าเราดูเป็นเด็กน้อยไปเลยอ่ะ ไม่เคยผ่านงานมาก่อนเลยด้วย ปอลองคุยๆ กับพี่ที่นั่งโต๊ะเดียวกัน พี่เขาก็มีประสบการณ์มาเต็มมาก (อ๋อ ลืมบอก ห้องที่กรอกเอกสาร กับที่สัมภาษณ์คนละห้องกันนะ) พอกรอกใบสมัครเสร็จ เตรียมเอกสารทุกอย่างครบถ้วน (เช็คความเรียบร้อยให้ดี) ก็นั่งรอในห้องนั้น แล้วจะมีพี่พนักงานมาเรียกไปยังห้องสัมภาษณ์ เพื่อทำการสัมภาษณ์... ในรอบแรก


ตอนแรกปอก็ไม่รู้หรอกว่ามีสัมภาษณ์ 2 รอบ ตอนย้ายไปอีกห้อง จะแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนที่นั่งรอสัมภาษณ์ และจะมีโต๊ะสัมภาษณ์อยู่กลางห้อง 2 ตัว ส่วนอีกโซนจะเป็นโซนทำ make up test เดี๋ยวค่อยพูดถึง ไล่ไปทีละส่วนล่ะกัน เข้ามาในห้องนี้ เราก็นั่งรอสัมภาษณ์กับ HR ซึ่งจะสัมภาษณ์ตัวต่อตัว ซึ่งถ้าผ่านด่านนี้ไปได้ เขาจะส่งให้เราไปนั่งรอสัมภาษณ์อีกห้องหนึ่ง แต่ถ้าไม่ผ่านด่าน HR ก็กลับบ้านได้เลย

การสัมภาษณ์ก็เริ่มต้นด้วยการให้แนะนำตัวปกติ แต่ปอดันกระแดะ แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษจ้าาา 555+ คือจบอิ้งมาไง ก็โชว์ความรู้ที่มีหน่อย ด้วยการเริ่มต้นว่า Can I speak in English, please? ซึ่งอันนี้ไม่จำเป็นนะ แต่พูดในฐานะตัวปอไง ในเมื่อมีความสามารถก็แสดงให้เขาเห็นหน่อย เราจะได้โดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ถ้าใครไม่ถนัดจะเป็นไทยเขาก็ไม่ว่ากัน เพราะเขาก็แนะนำตัวเป็นภาษาไทยกันหมด การพูดคุยตอนสัมภาษณ์ พี่เขาจะเรียกชื่อเล่นของเรานะ อาจเพราะจะได้ทำให้เราไม่กดดันมากเกินไป และแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้ 

ส่วนคำถามที่จะเจอสำหรับ HR ก็จะเป็นคำถามทั่วๆ ไปเกี่ยวกับตัวเรา ปอจะบอกคร่าวเท่าที่ปอจำได้นะ แต่จะไม่บอกว่าปอตอบว่าอะไร ยังไง เพราะจะเป็นการชี้โพรงมากเกิน (เดี๋ยวจะบอกวิธีการตอบตอนท้าย) ตัวอย่างคำถาม เช่น
- เพื่อนๆ มองว่าเราเป็นคนยังไง และเราคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน เพราะอะไร
- ทำไมถึงเลือกมาสมัครกับแมค (หรือแบรนด์อื่นๆ) 
- คิดว่าตัวเองเหมาะกับแบรนด์ยังไง ทำไมถึงต้องเป็นแบรนด์นี้ ไม่เป็นแบรนด์อื่น
- ถ้าไม่ได้แบรนด์นี้ จะไปแบรนด์อื่นไหม (เขาจะบอกชื่อแบรนด์ในเครืออื่นๆ มา ซึ่งปอมองว่าเป็นการวัดใจนิดหนึ่งว่าเรามุ่งมั่นหรือเปล่า)
- ทำไมแบรนด์ต้องรับเรา
- รู้ใช้ไหมว่างานนี้ต้องขายของ เราสามารถขายของได้หรือเปล่า (อันนี้ก็ทำการแสดงให้เขาดูเลย เหมือนเราขายของให้กับเขา จะเชิญชวนยังไงให้เขาสนใจและซื้อ)
- ประสบการณ์งาน อย่างปอมีแค่ฝึกงานที่คิงพาวเวอร์มา แต่ระยะเวลามันน้อย แค่ 2 เดือน เขาก็ถามว่า ฝึกงานแค่ 2 เดือน จะรู้อะไรเยอะแยะ อะไรแบบนี้
- ถ้าเจอลูกค้าเหวี่ยงขึ้นมาจะทำยังไง
- มีสกิลการแต่งหน้าไหม ไหนลองแนะนำพี่หน่อยสิว่าหน้าตาอย่างพี่ ควรแต่งแบบไหน
และก็มีคำถามอีกมากมายอ่ะ ปอจำไม่ค่อยได้ แต่รู้สึกว่านั่งคุยกันนานมาก! น่าจะเกือบครึ่งชั่วโมงอ่ะ ปอก็คุยไป ยิ้มไป บางทีก็หัวเราะบ้าง เหมือนเรากำลังคุยกับพี่คนหนึ่งอ่ะ ไม่ตื่นเต้นเลย แต่อย่าลืมว่าต้องมั่นใจ เพราะเขาจับตาดูเราตลอดการสัมภาษณ์พร้อมทั้งเขียนประเมินตัวเราอยู่ตลอด ดังนั้นทุกท่าทางการวางตัว และทุกคำตอบของเรามีผลหมด 

แน่นอนว่าปอผ่านมาด้วยดี อ๋อ แนะนำอีกอย่างคือหาอะไรรองท้องไปก่อนก็ดี เพราะอย่างปอไม่ได้กินอะไรไปเลย ตั้งแต่ 9.30 น ได้สัมภาษณ์กับ HR ตอนแรกก็ประมาณ 11 โมงแล้ว พอเสร็จก็ต้องนั่งรอสัมภาษณ์อีกห้อง ซึ่งปอได้สัมภาษณ์ประมาณบ่าย 2 ได้มั้ง (หิวมาก 55+)


ด่านแรกผ่านไป ก็มาถึงด่านที่สอง ว่าด่านแรกหินพอสมควรแล้วนะ เพราะคำถามของ HR ก็ไม่ใช่ย่อย แน่นอนแหละเพราะเขามีหน้าที่คัดกรองคน มาเจอด่านสองนี้หินแกรนิตเรียกพี่เลย! เพราะในห้องจะมีโต๊ะกรรมการสัมภาษณ์ที่มีตำแหน่งสูงๆ ของทางแบรนด์นั่งอยู่ 7-8 คน แล้วมีเก้าอี้ของเราอยู่ตรงกลาง สัมภาษณ์เดี่ยวนะ ในห้องจะมีแค่เรากับกรรมการทั้ง 7-8 คนเท่านั้น ซึ่งจะสลับกันยิงคำถามรัวๆๆๆๆ ซึ่งตรงนี้แหละจะวัดว่าเรามีภูมิพอไหม จะงัดทักษะและไหวพริบอะไรมาใช้เมื่อเจอสถานการณ์และสายตาที่กดดันรอบด้านแบบนี้ ถ้าเจอการถามแบบไล่ต้อนให้เราจนมุม เราจะมีการตอบยังไงให้ตัวเองไม่จนมุม ไหลลื่นต่อได้ และฮุคกลับโดยไม่ให้เขาถามต่อได้ อันนี้แหละที่สำคัญสำหรับการสัมภาษณ์รอบสองนี้ แน่นอนว่าเจอคนใหม่ เราก็ต้องแนะนำตัวใหม่ อ๋อ ในนี้ต้องแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ ฉะนั้นเตรียมไปหน่อยก็ดี พยายามพูดถึงจุดเด่นของตัวเองออกมาให้เขารู้ แต่อย่าโอ้อวดเกินไป เพราะถ้าเขาทดสอบกลับขึ้นมา แล้วเราทำไม่ได้อย่างที่พูดนั่นล่ะจะแย่สำหรับเรา ส่วนคำถามที่ปอเจอก็คล้ายๆ กับ HR ในตอนแรก แต่เพิ่เลเวลความหินที่มากกว่า เช่น
- แมคในมุมมองของเราเป็นยังไง ทำไมต้องแมค
- คิดว่าตัวเองเหมาะกับแมคยังไง หรือแมคเหมาะกับเรายังไง
- ถ้าเราไม่รับ จะกลับมาอีกไหม
- แล้วอย่างปอทำ Freelance มาก่อนใช่ไหม อันนี้จะโดนหนักหน่อยเพราะเขากลัวเข้ามาแล้วออก เขาเลยถามปอว่า เราคิดว่าคนที่เป็นช่างแต่งหน้า Freelance ทำไมถึงมาสมัครกับเรา แล้วทำได้ไม่นานก็ออกไป และเราจะเป็นเหมือนกันคนเหล่านั้นไหม
- เราจะมีวิธีกระตุ้นยอดขายยังไง ลองเสนอวิธีหรือความเห็นของเรามาหน่อย เสนอได้เต็มที่เลย 
- ถ้าเราต้องอยู่เคาน์เตอร์คนเดียว คิดว่าตัวเองสามารถควบคุมสถานการณ์อยู่ไหม เพราะอะไร
- ถ้าขายของไม่ดีจะทำยังไง ถ้าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว แต่ยังเปิดบิลไม่ได้เลย
- ถ้าเราเปิดบิลได้แล้ว 2-3 บิล แต่เพื่อนร่วมงานยังไม่ได้เลยสักบิล เราจะแบ่งยอดให้คนอื่นไหม เพราะอะไร เพราะถ้าเราแบ่งยอดให้ เราก็อาจจะทำยอดขายของเดือนนั้นไม่ได้ 
- ปอฝึกงานที่คิงพาวเวอร์สุวรรณภูมิมา 2 เดือน ปอพรีเซ็นต์เรื่องนี้มาก เขาจะถามปอว่าเจอลูกค้าแบบไหนบ้าง แล้วเรารับมือยังไง ปอก็จะบอกเขาว่าขายของในนั้นต้องทำงานแข่งกับเวลา มันกดดันมากกว่า เพราะเครื่องบินไม่รอเรา และถ้าลูกค้าตกเครื่องเราต้องรับผิดชอบอะไรแบบนี้
- ปอโดนให้ทดลองขายของกับพี่เขา ซึ่งเขาเล่นเป็นลูกค้าที่ค่อนข้างเรื่องมาก โน้นก็ไม่เอา นี่ก็ไม่เอา เราจะมีวิธีการแสดงออกยังไง หรือจะดึงดูดให้ลูกค้ายังคงสนใจในสินค้าเราต่อยังไง อันนี้ต้องแสดงให้เขาเห็น

ที่เหลือจำไม่ได้แล้วอ่ะ แต่โดนมาหนักเหมือนกัน สัมภาษณ์ในห้องนี้นานอยู่ แต่ก็ไม่เกร็งเหมือนเดิม ปอไม่หลบสายตาเลย ตอนที่ปอสัมภาษณ์มี 7 คน ปอก็มองทั้ง 7 คนเลย สบตากับทุกคนในรู้ว่าเราจริงใจและจริงจัง ถ้าตอนที่พวกพี่เขากำลังคิดคำถาม ปอก็นั่งยิ้มและมองพวกเขาทุกคน เอาง่ายๆ คือเป็นตัวของตัวเองอ่ะดีสุด เพราะมันจะทำให้การตอบเราไหลลื่นและดูจริงใจมากที่สุด และปอคิดว่าคำตอบของปอหลายๆ คำตอบกินใจพวกพี่ของได้หลายดอกเลยล่ะ แต่อย่างหนึ่งที่เขาประทับใจคือ resume ของปอ 55+



**เทคนิคการตอบคำถามให้โดนใจ**

- มั่นใจในคำตอบของตัวเอง
- ตอบตามความคิดของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องปั้นคำให้สวยหรู อย่าอวยแบรนด์เว่อร์เพราะยังไม่ได้ทำงานกับเขา มันจะดูว่าเราเฟคมากเกินไป
- อย่าหลบสายตา เพราะนั่นแสดงว่าเราไม่มั่นใจหรือไม่จริงใจในคำตอบ
- ยิ้มเสมอเหมือนตอบคำถามเสร็จ ไม่ว่าคำตอบนั้นจะเป็นที่น่าพอใจหรือไม่
- พยายามจับจุดจากคำถามของเขา ตั้งสติฟังคำถามของเขาดีๆ แล้ววิเคราะห์ว่าเขาอยากได้อะไรจากคำตอบของเรา และตอบให้ตรงจุด ไม่จำเป็นต้องตอบยาว
- ถ้านึกคำตอบไม่ออก ให้ดึงเวลาด้วยการยิ้มและพูดอะไรดึงสถานการณ์ตรงนั้นไปก่อน ถ้าการสัมภาษณ์นั้นไม่ได้เคร่งเครียดมากนัก ก็ลองตบมุกที่ไม่เว่อร์เกินไป อย่างเช่น บอกว่านึกแล้วว่าต้องเจอคำถามนี้ เพราะดึงเวลาให้เราได้คิดคำตอบ 
- ในกรณีที่เขาต้องการต้อนเราให้จนมุม พยายามตอบให้กว้างที่สุด แต่รวบรัดที่สุด และพยายามจบประเด็นด้วยวิธีใดก็ได้ เพราะให้คำถามของเราบีบเราได้น้อยลง
- สุดท้ายคืออย่ากลัวที่จะพูด อย่างเช่นที่ปอเจอคือเขาถามความเห็น ซึ่งเราอาจจะกลัวว่าเราข้ามหน้าข้ามตา ทำตัวเหมือนไปสอนเขา แต่เปล่าเลย เขาจะดูว่าเรากล้าที่จะแสดงความเห็นหรือเปล่าต่างหาก ถ้าความเห็นของเราดี มันจะทำให้เขาประทับใจในตัวเองเรามาก และโอกาสได้งานมีสูงแน่นอน แต่ถ้าเราไม่มั่นใจว่าความเห็นจะดีพอไหม อาจจะเสนอไป แล้วอาศัยถามความเห็นร่วมจากผู้สัมภาษณ์ไปด้วย ถ้าเขาดูไม่เห็นด้วย ก็พยายามเปลี่ยนแปลงไปในทางของเขา หรืออาจจะอธิบายว่าทำไมเราถึงคิดแบบนั้นอย่างประนีประนอม


สัมภาษณ์ด่านที่สองนี้แหละที่วัดว่าใครจะผ่านไม่ผ่าน เพราะตกกันไปหลายคนมาก หรือบางคนอาจจะก่ำกึ่ง ให้ไปวัดกันที่ด่านสุดท้ายคือ make up test ซึ่งนั้นล่ะจะวัดเลยว่าได้ไม่ได้ ซึ่งสัมภาษณ์ด่านสองปอผ่านมาได้อย่างสวยงาม ทำให้ปอมั่นใจกว่า 80% แล้วว่าปอได้งานแน่ๆ 

มาถึงตอน make up test จะมีพี่ M.A.C Make Up Artist ควรดูแลและดูเทคนิค ขั้นตอนการแต่งหน้าของเราอยู่ โดยเขาจะกำหนดลุคมาให้เราแต่ง และกำหนดเวลาด้วย เราจะต้องแต่งให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด และต้องเลือกผลิตภัณฑ์และแปรงที่จะใช้ด้วยตัวเองทั้งหมด โดยเขาให้เรานึกถึงว่าเรากำลังแต่งหน้าให้ลูกค้า ต้องดูตามความต้องการลูกค้าเป็นหลัก แค่แต่งกับหน้าตัวเอง ซึ่งปอได้ 2 ลุค คือ ตาเบา ปากหนัก ให้เวลา 15 นาที รวมหมดตั้งแต่ลงรองพื้น จนถึง finish look และลุคตาหนัก ปากเบา ให้เวลา 10 นาที แต่งต่อจากที่เราแต่งเมื่อกี้ ซึ่งลุคแรกเราก็ต้องวางให้สามารถแต่งลุคที่สองต่อได้ด้วย เขาจะมีการถ่ายรูปตั้งแต่ให้เราล้างหน้าเลยนะ คือหน้าสดก่อน แล้วก็ลุคแรก ต่อด้วยลุคที่สอง เพื่อเปรียบเทียบกัน (แอบกระซิบว่าเขาไม่ได้ดูว่ามันเปลี่ยนแปลงมากหรือเปล่า แต่เขาจะดูว่าเราสามารถดึงจุดเด่น กลบจุดด้อยได้ไหม)

พอเสร็จแล้ว เขาจะให้เราให้คะแนนการแต่งหน้าของตัวเอง เต็ม 10 เราจะให้เท่าไร เพราะอะไร และเขาจะทำการรีวิวให้ว่าเราทำดีตรงไหน และผิดพลาดตรงไหน และเขาถามปอว่า trend คืออะไร ซึ่งเป็นคำถามเดียวที่ปออธิบายไม่ได้ T^T 

ปอกับพี่ที่ไปด้วยเป็น 3 คนสุดท้ายที่รอผล สำหรับผู้สมัครรอบเช้า คือนั่งรอผลยัน 5 โมงเย็นได้อ่ะ 555+ ทรหดมากพูดเลย แต่สุดท้ายก็เป็นไปตามที่หวัง คือผ่านทั้งคู่ ทั้งปอและพี่ที่ไปด้วยเลย คือเราพูดกันไว้ว่าวันนี้เราจะต้องเข้าไปด้วยกัน ได้ด้วยกัน ต้องเป็นวันของเรา! 5555+ 


สุดท้ายแล้วปอค่อนข้างภูมิใจกับตัวเองนะ เพราะมันเป็นการสมัครงานครั้งแรก แล้วเจอสนามที่ค่อนข้างยากพอสมควรเลย แต่ก็ทำได้ ทั้งที่หลายๆ คนที่เขามีประสบการณ์งานมากกว่า กลับไม่ได้ ดังนั้นจงมั่นใจว่าเราทำได้ เตรียมตัวดีๆ ปอเชื่อว่าทุกคนที่ฝันเหมือนปอ จะทำได้เช่นกัน 

ขอให้โชคดี และหวังว่าบล็อกนี้ของปอจะเป็นประโยชน์นะจ๊ะ ถ้าอยากถามคำตอบ ว่าปอตอบว่ายังไงบ้าง ทักเข้ามาถามส่วนตัวได้ในอินบ็อกเลยจ้า ปอยินดีบอกให้ ลองเอาคำตอบปอไปเป็นแนวทาง และปรับใช้เป็นในรูปแบบของตัวเอง



คลิกเลย (":


ขอบคุณนะจ๊ะสำหรับการติดตาม แล้วพบกันใหม่ (":




Create Date : 07 พฤษภาคม 2558
Last Update : 7 พฤษภาคม 2558 23:03:50 น.
Counter : 47488 Pageviews.

19 comments
  
สุดยอดเลยค่ะ
โดย: B IP: 110.168.232.94 วันที่: 25 มิถุนายน 2558 เวลา:18:38:52 น.
  
มีประโยชน์มากๆ ขอบคุณค่ะ
โดย: หมูแฮม IP: 125.24.108.223 วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:3:59:19 น.
  
หนูจะไปสัมภาสพรุ่งนี้แล้วคะ รู้สึกตื่นเต้นมาก
โดย: น้องโบ IP: 49.230.150.80 วันที่: 7 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:10:36 น.
  
Thanks for your experience na ^^ I'll following and do it like you : )
โดย: kanitikkyu IP: 171.96.184.118 วันที่: 4 กันยายน 2558 เวลา:14:41:32 น.
  
- ขอบคุณครับ สำหรับแนวทางดีๆ ^^
โดย: Mik IP: 49.230.196.174 วันที่: 29 กันยายน 2558 เวลา:21:35:47 น.
  
สุดยอดไปเลยเราชอบมากกำลังมองหาแนวทางพอดี
โดย: ชมพูนุท IP: 49.229.64.17 วันที่: 20 ตุลาคม 2558 เวลา:0:01:37 น.
  
กำลังหาข้อมูลพอดี ตอนแรกว่าจะไปถามรุ่นพี่ที่เคาเตอร์แต่ไม่รู้จักใคร เลยดูในเน็ตก่อน ตอนนี้รอเรียกตัวไปสัมภาษณ์ตื่นเต้นจัง
โดย: โต้ง IP: 1.47.232.84 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:38:33 น.
  
กำลังหาข้อมูลพอดี ตอนแรกว่าจะไปถามรุ่นพี่ที่เคาเตอร์แต่ไม่รู้จักใคร เลยดูในเน็ตก่อน ตอนนี้รอเรียกตัวไปสัมภาษณ์ตื่นเต้นจัง
โดย: โต้ง IP: 1.47.232.84 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:39:20 น.
  
เก่งมากๆๆๆ ประสบการณ์ไม่มาก แต่ทำได้
โดย: ตัวเล็กซ์ ที่ลั๊ค IP: 49.229.30.163 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2558 เวลา:11:57:23 น.
  
เงินเดือนเยอะไหมค่ะ
โดย: misue IP: 171.96.244.219 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:16:04 น.
  
มีประโยชน์มาค่ะ จะนำมาทดลองใช้ ได้ความรู้มากเลยค่ะ และคุณปอเก่งมากค่ะ ขอบคุณค่ะ
โดย: K.A. IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:17:11:18 น.
  
🙏🏻🙏🏻ชอบที่พี่แนะมากๆค่ะมีประโยชน์มากเลยค่ะ
โดย: ajung IP: 1.47.227.120 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:12:27 น.
  
ขอบคุณครับ
โดย: เจ IP: 171.96.182.143 วันที่: 6 ตุลาคม 2559 เวลา:9:25:25 น.
  
ถ้าวุฒการศึกษาไม่มีล่ะค่ะ แต่เรียนจบด้านช่างแต่งหน้า มาจากสถาบันสอนแต่งหน้า แระมีประสบการณ์มาบ้าง เขาจะรับไหมค่ะ
โดย: เกษรา IP: 182.232.54.59 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:23:11:14 น.
  
ถ้าวุฒการศึกษาไม่มีล่ะค่ะ แต่เรียนจบด้านช่างแต่งหน้า มาจากสถาบันสอนแต่งหน้า แระมีประสบการณ์มาบ้าง เขาจะรับไหมค่ะ
โดย: เกษรา IP: 182.232.54.59 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:23:11:32 น.
  
ทำไมรับแต่ปริญาตรีอย่าเดียวเลย ปวชรับไม๊อะคะ คือแบบว่าอยากทำ
โดย: ิบอล IP: 58.8.157.37 วันที่: 23 มีนาคม 2560 เวลา:13:04:37 น.
  
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล เป็นประโยชน์มากเลยครับ สนใจจะไปสมัครครับ เป็นงานที่รักและสนใจอยากทำมานานแล้วครับ แต่ไม่มีโอกาส ถือเป็นกุศลบุญอย่างยิ่งสำหรับผมครับ ขอบคุณมากจริงๆ ครับ
โดย: นะโม IP: 110.170.244.2 วันที่: 5 พฤษภาคม 2560 เวลา:9:35:14 น.
  
ขอบคุณมากๆ นะค่ะ สำหรับแนวทางเป็นประโยชน์มากเลย ตอนนี้ได้ทำงานเพราะบทความนี้เลย 😀
โดย: Nattha IP: 171.99.110.151 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:8:39:04 น.
  
เก่งมากค่ะ
โดย: A IP: 27.55.175.85 วันที่: 7 มีนาคม 2562 เวลา:19:54:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PorschePoR
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



สวัสดีจ้าทุกคน!!! ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันก่อนเลย ชื่อ "ปอ" นะ ใครใคร่จะเรียก "ปอร์เช่ ปอ" ก็ตามใจ บล็อกของปอก็จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องสำอางต่างๆ ทั้งรีวิว how to เทคนิค หรือสิ่งที่ปอชื่นชอบ ปลาบปลื้ม รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นด้วย ยังไงช่วยติดตามกันด้วยน๊าาา ^^