...ปล่อยให้รักมันลวงตาต่อไป
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
15 มิถุนายน 2553
 
 
ครูบ้านนอก : เรื่องเล่าที่อยากให้เข้าหูผู้ที่มีความต้องการเกินความพอเพียง

ช่วงปีสองปีมานี้ผมมักจะได้ยินข่าวการบุกรุกป่าสงวนอยู่บ่อยๆ ทั้งที่เป็นการโจมตีกันของนักการเมืองและการบุกรุกของกลุ่มบุคคลที่ถูกเรียกว่า “นายทุน” โดยคนพวกนี้จะอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ระบบคอรัปชั่นใต้โต๊ะหรือแม้แต่ต้นทุนที่ได้เปรียบกว่าทางสังคมมาเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่าโดยไม่สนใจความเดือดร้อนใดๆ และทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

ล่าสุดที่ได้ยินข่าวแล้วเศร้าใจแม้ไม่ใช่การบุกรุกทางธรรมชาติก็คือ การหมดสัญญาปิดม่านการแสดงของหุ่นละครเล็ก โจ หลุยส์ ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความใจแคบของคนที่ได้ชื่อว่า “นายทุน” (ในที่นี้คือผู้ที่เป็นเจ้าของพื้นที่) แม้ผมจะไม่เคยไปชมการแสดงของหุ่นละครเล็ก โจ หลุยส์ มาก่อน แต่ก็รู้สึกใจหายที่ได้ยินข่าวนี้

เมื่อพูดถึง “นายทุน” ผมจึงอยากจะแนะนำหนังไทยหนึ่งเรื่องที่ใครหลายๆคนอาจจะมองข้ามไป เป็นผลงานการรีเมคงานเก่าของตนเองของ อ.สุรสีห์ ผาธรรม นั่นคือ ครูบ้านนอก : บ้านหนองฮีใหญ่ ซึ่งเหตุที่อาจทำให้หนังเรื่องเวอร์ชั่นนี้ไม่ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบัน ก็น่าจะมาจากเรื่องราวที่ดูเชยไปแล้วเมื่อเทียบกับสมัยนี้และการที่หนังใช้ขนบต่างๆของหนังยุคก่อนซึ่งดูจะขัดหูขัดตานักดูหนังสมัยนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่หนังตีแผ่ออกมานั้นเรากลับปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่เคยหายไปจากสังคมไทยซึ่งก็คือ การรุกรานสังคมชนบทของ “นายทุน”



ด้วยต้นทุนทางสังคมที่ได้เปรียบผู้อื่นทำให้ “นายทุน” พวกนี้มีความต้องการมากกว่าผู้อื่น เพื่อผลประโยชน์ของตนเองเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น ส่งผลให้เป็นการทำลายวิถีชีวิตแบบชนบทที่ใช้ชีวิตแค่พออยู่พอกิน ดั่งที่เราจะเห็นได้จากการที่ชาวบ้านหนองฮีใหญ่ที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอยู่กับป่า แต่ต่อมากลับไม่สามารถกลับเข้าไปหาของป่าได้เนื่องจากการไล่ที่ของ “นายทุน” ที่ต้องการผืนป่าในการตัดไม้ เป็นการทำลายชีวิตแบบพอเพียงของชาวบ้านที่อาศัยผืนป่าในการอยู่รอด แต่เมื่อไม่สามารถทำกินในพื้นที่ได้แล้วก็เป็นเหตุทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องออกเดินทางสู่เมืองใหญ่เพื่อหางานทำ และนี่จึงเป็นสาเหตุของการล่มสลายของสังคมชนบท

ความจริงแล้วก่อนหน้าที่เราจะได้เห็นประเด็นนี้ในหนังเรื่อง ครูบ้านนอก เราอาจจะเคยได้เห็นในเรื่อง เฉือน มาแล้ว ซึ่งนอกจาก เฉือน จะทำให้เราเห็นการล่มสลายของชนบทโดยฝีมือของ “นายทุน” (และนักการเมือง) แล้ว หนังยังให้เราเห็นความฟอนเฟะจากการแออัดกันของคนในสังคมเมือง ทำให้เมืองกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะของปัญหา

และด้วยความที่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่สนใจใยดีในความเดือดร้อนของผู้อื่น และไม่สนในวิธีการที่จะได้มาของทรัพยากรที่ตนต้องการ จึงเป็นเหตุให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบทางสังคม ทั้งการใช้ต้นทุนทางสังคมที่ได้เปรียบและอำนาจทางการเมือง รวมทั้งการใช้กระสุนปืนด้วย

แม้ ครูบ้านนอก จะมีองค์ประกอบหลายๆอย่างที่ล้าหลังจนดูขัดหูขัดตาคนดูหนังสมัยนี้ก็ตาม แต่ประเด็นที่มีอยู่ในหนังนั้นกลับพบเห็นได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะเราสามารถพบเห็นเรื่องราวเหล่านี้ได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวตามโทรทัศน์ หรือแม้แต่ในโลกออนไลน์ แต่สิ่งที่เราปฏิบัติกับข่าวเหล่านี้คือการปล่อยให้ข่าวมันผ่านไปเฉยๆด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่ใช่คนในพื้นที่” และถ้ามีใครสักคนลุกขึ้นมาต่อสู้เหมือนครูพิเชษฐ์...สุดท้ายก็จะพบจุดจบที่ไม่ต่างกัน

ทุกวันนี้ประชากรโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน แต่แทนที่มนุษย์เราจะแบ่งสันปันส่วนทรัพยากรกันอย่างเท่าเทียมโดยเว้นที่ไว้สำหรับสิ่งที่เป็นธรรมชาติไว้ส่วนหนึ่ง มนุษย์กลับมีความต้องการที่ไม่รู้จักพอจนเบียดเบียนผู้อื่นเพื่อสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ โดยลืมพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงจนกลายเป็นการแก่งแย่งให้ได้มาซึ่งความเหนือกว่าทางฐานะ และคนอย่างครูพิเชษฐ์ก็จะหายสาบสูญไปจากสังคม



Create Date : 15 มิถุนายน 2553
Last Update : 15 มิถุนายน 2553 14:57:29 น. 16 comments
Counter : 754 Pageviews.

 
อยากดู ยังไม่ได้หามาดูเลย


โดย: ชิโยจัง วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:15:20:30 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:15:56:59 น.  

 
สอนศิษย์ให้กลายเป็น "คน" ... หวังว่าคำนี้จะอยู่ในใจของคุณครูทุกท่านครับ


โดย: gaius วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:16:20:06 น.  

 
อืม... แต่ตามต้นฉบับจริง ๆ ไม่ได้หมายถึง "นายทุน"

แต่โจมตี "อำนาจรัฐ" โดยตรงเลยล่ะ เพราะตามต้นฉบับการที่ชาวบ้านคัดค้านการตัดไม้ทำลายป่าถือได้ว่าเป็นการขัดขวางการพัฒนาประเทศชาติ


โดย: ครูบ้านใน IP: 118.172.97.200 วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:17:40:15 น.  

 
เชื่อว่าทุกสังคมจะยังมีคนที่มีจุดยืนค่ะ

แต่บางทีเหตุผลที่มากมาย.............

อาจจะทำให้สิ่งต่างที่ตั้งใจลดลงจนเหมือนไม่ทำอะไรเลย


โดย: nice day in my life วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:18:09:57 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่ดูเลย
เคยดูแต่สมัยปิยะ ตระกูลราช


โดย: คนขับช้า วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:18:11:41 น.  

 
ยังไม่เคยดู


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:20:22:18 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยค่ะ

ชอบ The Pianist นะคะ
แต่เรื่อง The Ghost Writer นี่เราว่างงมากไปหน่อยค่ะ


โดย: แมวเอิง วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:23:48:46 น.  

 
เวอร์ชั่นเดียวกะของ ปิยะ ตระกูลราษฏร์ปะ..เหอๆๆ

เคยดูอันนั้นนานมาก..จำไม่ได้แระ


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:9:18:05 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาส่งยิ้มให้กันในวันทำงานกลางสัปดาห์จ้า
จากบล็อกชื่อไทยไม่เพราะ แต่หนังเขาทำได้ดีเชียวน๊า



โดย: หอมกร วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:11:08:48 น.  

 
ยังไม่ได้ดูอ่ะครับ
เลยของดออกความคิดเห็น


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:15:06:05 น.  

 
ยังไม่เคยดูเลยครับ


โดย: wingang (wingang ) วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:15:08:42 น.  

 
สวัสดียามเช้าจ้ะ...:)


โดย: Opey วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:7:55:32 น.  

 
จะเปลี่ยนแปลงบางแนวนิยม
คงต้องยกเครื่องสังคมกันใหม่เลยล่ะค่ะ


โดย: ลำเนา วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:11:27:43 น.  

 
เรื่องนี้ได้ดูตอนขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน
แอบเศร้าตอนสุดท้ายที่พระเอกโดนยิง
ขี่จักรยานยังตามมายิงกันได้


โดย: amoderndog วันที่: 17 มิถุนายน 2553 เวลา:12:52:37 น.  

 
สวัสดีค่ะ
หลับฝันดีนะค่ะ


โดย: little nurse วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:4:15:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 

komyooth
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมชอบดูหนังที่มีพลังทำให้ผมไปคิดต่อได้ แม้บางเรื่องอาจจะไม่ใช่หนังที่ดีเลิศก็ตาม
[Add komyooth's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com