ตุลาคม 2561

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
21 ตุลาคม 2561
น้ำตาดวงดาว 4



พอร่างของสมชายเซถลาล้มไปกองกับพื้น ดาวจึงรีบเบี่ยงตัวมาหาคนตัวสูงที่ใบหน้าแดงกร่ำยืนตรงไม่ตรงดีตรงหน้าในทันที ก่อนจะได้ยินคำผรุสวาทจากชายที่มีมาดบุคลิกดูดี แต่กลับสามารถทำร้ายผู้หญิงได้ในชั่วพริบตาด้วยอารมณ์โกรธ..

“ มึงทำกับกูแบบนี้ได้ไงไอ้วิน ...”

“ เออ ... แค่นี้ยังน้อยไปวะชาย...”

“ กูเป็นเพื่อนมึงนะโว้ย ... อ้อ.. เดี๋ยวนี้มึงเห็นอีโสเภณีข้างถนนนี้ดีกว่าแล้วใช่ไหม...”

มาวินทำท่าจะถลาเข้าไปซัดร่างสูงที่กำลังลุกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวดึงเหนี่ยวรั้งเอาไว้อย่างเต็มที่ด้วยแรงเท่าที่มีอยู่
“ หุบปากชั่ว ๆ ของมึงเอาไว้แล้วไสหัวไปซะดีกว่า ... คราวหลังอย่าให้กูเห็นหน้ามึงอีก ...”

“ มึงกำลังหลงนังนี่ ทั้งๆที่รู้ว่ามันขายตัวแลกเงิน ... สักวันมึงจะต้องเสียใจที่ชกกูแบบนี้ไอ้วิน มึงจำคำกูเอาไว้ให้ดี...”

สมชายลุกยืนขึ้นชี้หน้า แล้วลูบคางปร้อย ๆ เดินผละจากไปพร้อมสายตาที่คนทั้งสองต้องมองหน้ากัน ... ดาวหันมาสำรวจดูสภาพของคนตัวใหญ่ว่าเป็นอย่างไร ... แต่ก็ต้องตกใจเพราะมาวินกำลังจะเอนล้มไปข้างหลัง ...

“ คุณวิน ...เดินไหวไหมคะ...”

กว่าที่หญิงสาวจะพยุงร่างของอีกฝ่ายขึ้นรถแท็กซี่แล้วพากลับคอนโดหรูได้ก็ทำเอาเหนื่อยหอบนั่งอยู่ข้างเตียงใหญ่ของคนเมาไปนานหลายนาทีอยู่เหมือนกัน แต่พอหายเหนื่อยก็พบว่าคนเมากำลังกรนออกมาเบาๆ ... จึงมีความคิดว่าควรจะถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายแล้วเช็ดตัวให้จะได้สบายตัว หลับสนิทจนถึงรุ่งเช้า ... เมื่อคิดได้จึงเดินไปห้องแต่งตัวที่อยู่ถัดไปอีกห้องข้างๆ
ก็พบว่ามาวินมีเสื้อผ้าที่มากมายกว่าร้อยชุด แต่ละชุดถูกตัดเย็บมาอย่างดี มีราคาแพงลิบลิ่ว ไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น แถมยังคละสีได้ครบแม่สีอีกต่างหาก .... ดาวยืนตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบชุดลำลองสีเหลืองอ่อนขึ้นมาพร้อมเสื้อและกางเกง..

พอมาถึงเตียงนอนหนานุ่มสีฟ้าสดใสหญิงสาวก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่ได้จัดเตรียมไว้ ค่อยเปลื้องผ้าบนร่างหนาใหญ่ของชายหนุ่มอย่างช้า ๆ พร้อมไปกับเสียงเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามเมื่อเห็นร่างกายที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามตึงเปรียะทุกส่วนสัด ผสมกับผิวขาวเนียนละเอียดที่ดาวจะไม่แปลกใจเลยถ้าเป็นผิวของผู้หญิง ...

ดาวใบหน้าแดงซ่านด้วยความขวยเขินที่ตนเองเห็นความลึกล้ำภายในของมาวิน ...

มาวินทำท่างัวเงียขึ้นมาเล็กน้อยทำเอาดาวต้องเบือนหน้าหนีด้วยความอายหลังเปลี่ยนเสื้อผ้าและกางเกงเสร็จ ...ก่อนจะลุกขึ้นตรงไปยังห้องเล็กๆมุมสุดของคอนโดสูทหรูแห่งนี้เพื่ออาบน้ำชำระร่างกายคลายความเหม็นอับมาทั้งคืน ...

พอจะทรุดตัวลงนอนก็ต้องแปลกใจได้ยินเหมือนเสียงการเคลื่อนไหวของใครบางคนอยู่ข้างนอกห้อง จึงลุกขึ้นแล้วเดินออกไปดู เมื่อเห็นเงาตะคุ่มคุ้นเคยก็ถอนหายใจอย่างโล่งใจ ...

“ อ้อ ...คุณวินน่ะเอง ... ลุกขึ้นมาทำไมคะ ไหนตะกี้บอกดาวว่าปวดหัว...”

“ ผมหิวน้ำ ...เลยเดินออกมา ... ดาวเข้านอนแล้วใช่ไหม...”

“ กำลังจะนอนค่ะ ...พอดีเห็นคุณเดินอยู่เลยออกามาดู ...”

“ ผมตาสว่างแล้ว ..นั่งเป็นเพื่อนผมสักหน่อยได้ไหมครับ...”

ดาวพยักหน้าด้วยความเต็มใจ แต่ก็มิวายที่จะอดระแวงชุดนอนที่บางหวิวของตนเองไปไม่ได้ มาวินอมยิ้มด้วยความสุขแล้วทำท่าทางชี้ไปข้างบนดาดฟ้า ... หญิงสาวทำตาโตแต่ก็กระชับมือแน่นจากการเกาะกุมแล้วเดินตามไปโดยดี..

“ ไม่นึกว่าข้างบนนี่ลมจะเย็นกว่าข้างล่างนะคะ...”

ดาวยิ้มร่าเริง ยื่นมือไปในอากาศโบกไปมาร่าเริงกว่าปกติ ส่ายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงภาคอีสานที่ระยิบกระพริบพราวจนดูคล้ายว่าเมืองทั้งเมืองสว่างด้วยแสงไฟคล้ายกลางวัน ... มาวินทรุดตัวลงนั่งม้าหินอ่อนที่ตั้งไว้โดดเดี่ยวพร้อมตั้งขวดไวน์ราคาแพงแล้วเปิดจุกขวดเทลงแก้วบางใสจนน้ำสีแดงใสสะท้อนประกายท้าทายให้ชิม ...

“ เอ้าดาว ... ดื่มให้กับมิตรภาพของเราสองคน...” หญิงสาวทำท่าลังเล แต่เมื่อมองเห็นสายตาอ้อนวอนของอีกฝ่ายส่งมาเว้าวอนซะเหลือเกิน จึงยกขึ้นชนช้าๆ …

“ ดีมากครับ ... ผมดีใจมากที่ดาวมาอยู่เป็นเพื่อนผมคืนนี้ หวังว่าคงไม่หายหนีไปไหนอีกแบบคราวก่อนนะ..”

ดาวเบ้หน้าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่แรงพอดู แต่ก็รู้สึกขัดเขินกับคำพูดเชิงหยอกเย้าจึงตอบเลี่ยงๆว่า...

“ ดาวยังไม่ได้ทำอะไรตอบแทนคุณวินเลยซักอย่าง ...”

“ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แค่อยู่เป็นเพื่อนผมคืนนี้ ... ให้มันผ่านไปก็พอแล้ว ...”

พอพูดจบมาวินก็โอบแขนแล้วทิ้งแขนไว้กับไหล่ของดาว ก่อนจะเอนศรีษะพิงกับลำคอละหงของหญิงสาวจนดูเหมือนว่าคนทั้งสองกำลังถ่ายทอดความรู้สึกให้กันและกัน ...

กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสว่าง ฟ้าสีทองเห็นรำไรที่ปลายขอบฟ้า ... ดาวประคองร่างของมาวินที่เกือบไม่ได้สติกลับมายังห้องพัก ทิ้งตัวให้ลงไปในนอนในที่นอนนุ่ม ก่อนจะตวัดผ้าห่มห่มให้ชายหนุ่ม ... แต่แล้วทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่ต้องการเมื่อคนตัวใหญ่ที่อยู่ใต้ผ้าห่มดึงตัวเธอลงไปเคียงคู่ในผ้าห่มอุ่น พร้อมกับซุกไซร์ไปตามลำคอ ก่อนจะมาหยุดที่ริมฝีปากนุ่ม ...

“ อย่าคุณวิน อย่าทำแบบนี้เลย ...”

“ ดาว ... เป็นของผมนะ ผมรักคุณ ...จะรักคุณคนเดียว...”

“ คุณวินอย่า ... มันไม่ดี ดาวต่ำต้อยเกินกว่าคุณจะมาทำแบบนี้...”

“ ผมรักคุณนะดาว ... ไม่ต้องสนอะไรอีกแล้ว...”

ดาวพูดอะไรไม่ออกอีกแล้วเมื่อรับรู้ว่าริมฝีปากที่พร่ำพุดได้ถูกประกบพร้อมกับความหอมหวานแห่งสุนทรีย์รสค่อยๆคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ จนคนทั้งสองแทบจะสำลักความสุขที่มีให้กัน เวลาผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่ากระทั้งเช้าตรู่ของวันใหม่เข้ามาเยือนอย่างแท้จริง ...

----------------------------------

ในยามเช้าเช่นนี้เป็นปกติทุกวันที่แทนคุณจะออกมาวิ่งจ๊อกกิ้งริมสวนสาธารณะแห่งนี้ บึงสระน้ำที่กินบริเวณกว้างเนื้อที่เกือบพันไร่ ทางราชการได้ทำทางสำหรับวิ่งและทางจักรยานจนรอบบริเวณบึงสระน้ำแห่งนี้ ... อากาศเช้าที่มีหมอกระเรี่ยพื้นปกคลุมคุ้งน้ำทำเอาชายหนุ่มถึงกับสูดเอาลมหายใจบริสุทธิ์เข้าไปอย่างเต็มปอด ....

ถึงแม้เมื่อคืนจะไม่ได้พบดาวที่ร้านวิกตอเรียอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ แต่เช้าวันนี้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องไปหาที่นั่นอีกครั้ง ...
แทนคุณวิ่งเหยาะๆไปตามถนนลาดยางที่ตอนนี้ไม่มีผู้คนวิ่งมากนัก อาจจะเป็นเพราะอากาศเย็นยามเช้าเช่นนี้ยังไม่มีใครตื่นนอนมาออกกำลังกายท้าลมหนาวก็เป็นได้ ...

พอวิ่งได้ถึงหกกิโลเมตรแทนคุณหยุดเดิน แล้วมานั่งริมม้าหินอ่อนทอดสายตามองไปยังผิวน้ำไกลสุดสายตา เสียงนกร้องบินออกสู่โลกใบใหม่ฟังดูเจื้อยแจ้วไม่ได้ศัพท์ แต่ก็เป็นชีวิตที่มีความสุขตามประสา ... ไม่เหมือนชีวิตคนช่างวกวนและคดเคี้ยวไม่มีที่สิ้นสุด ....

พอปล่อยความคิดไปตามห้วงอารมณ์ก็พบว่าเวลาได้ผ่านไปไกลสุดคะเนเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งมีเสียงใสแจ๋วดังขึ้นข้างๆตัว ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมองยังที่มาของต้นเสียง ... ก็พบว่าเป็นสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ตากลมใสไร้แววทุกข์โศก ส่งสายตาวิบวับแปลกประหลาดมาให้พร้อมใบหน้านวลแสนคุ้นเคยยื่นตรงมาตรงหน้าจนอดแปผลกใจไม่ได้ว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงทำเช่นนี้ได้ทั้งๆที่ดูเหมือนไม่เคยพบเจอกันมาก่อน ...

“ อาจารย์ขาจำหนูพุกได้มั้ยคะนี่...”

“ หนูพุก ... หนูพุกไหนครับ ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย...”

“ นี่แหละหนาคนไม่สำคัญ ..อาจารย์ถึงจำหนูไม่ได้ ฮึ ...งอนแล้วนะเนี่ย...”

คนตัวเล็กทำหน้าเชิด ใบหน้าง้ำงอนคล้ายจะเอาจริงอย่างที่พูดเสียให้ได้ ... แทนคุณพยายามใช้ความคิดอย่างมากเพื่อจะให้รู้ว่าสาวน้อยหน้าจิ้มลิ้มหน้าเป็นคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงมีท่าทางคล้ายสนิทสนมตนเองเกินกว่าคนธรรมดาที่รู้จัก ...

“ เอางี้แล้วกันหนูพุกจะใบ้เหตุการณ์บางอย่างให้อาจารย์ฟื้นความจำขึ้นมาสักหน่อย ... อาจารย์จำตอนที่สอนที่ มทส.มหาวิทยาลัยสุรนารีได้ไหมคะ ... ตอนนั้นอาจารย์เพิ่งเรียนจบโทมาหมาดๆ หนูเรียนอยู่ปีหนึ่งเรียนวิชาบริหารการเงินกับอาจารย์เผ่าทองแล้วมีปัญหาส่วนตัวนิดหน่อย ... ก็ได้อาจารย์ช่วยเอาไว้ ไม่งั้นหนูคงลาออกจากมหาวิทยาลัย ไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไงในตอนนั้น ...”

แทนคุณนั่งนึกถึงเรื่องราวที่สาวน้อยหน้าใสกล่าวอ้าง แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าตอนนั้นตนเองได้ช่วยไว้อย่างไร ... หนูพุกหรือพัชราวดี ทำหน้ายุ่งแล้วระบายยิ้มออกมา พร้อมหัวเราะคิกคักหนาแดงขึ้นมาเฉย ๆ ก่อนจะเล่าต่อไปว่า ...

“ เออ .... ใช่สิตอนนั้นหนูพุกไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา ...”

“ ตอนนั้นคุณคือเด็กอ้วนผิวคล้ำคนนั้นใช่ไหม...”

แทนคุณจ้องไปในดวงตาของเด็กสาวก็รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นเด็กคนนั้นนั่นเองที่เคยได้ช่วยเหลือให้รอดพ้นจากการกระทำชำเราของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเรือจ้างได้อย่างหวุดหวิด ... ชายหนุ่มจำแววตาที่ตื่นตระหนกของเด็กสาวในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี มันดูเหมือนใครคนหนึ่งที่ห่างหายไปนานจากชีวิตเมื่อครั้งยังเด็ก ...

“ ใช่ค่ะอาจารย์ ... ขนาดตอนนั้นหนูน้ำหนักตั้ง 70 กิโลไอ้แก่ตัณหากลับนั่นยังมีอารมณ์จะปล้ำหนูได้อีก ... คนเรานี่หนอช่างทำได้ ถึงแม้จะเป็นครูบาอาจารย์ สอนคนได้ตั้งเป็นหมื่นเป็นพัน ....” แทนคุณยิ้มมุมปาก ไม่ได้ออกความเห็นอะไรออกไป ... แต่หนูพุกก็เล่าเรื่องราวต่อไปอย่างสนุกสนานและเมามัน

“ พออาจารย์ช่วยหนูวันนั้น ... หนูก็ตามหาจะขอบพระคุณที่ช่วยลูกหมูตัวดำๆเอาไว้ แต่ไปถามที่คณะหลายๆครั้งก้ได้รับคำตอบว่า อาจารย์แทนคุณได้ลาไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษสามปี ... หนูเลยหมดหนทางจะขอบคุณได้อีกแล้วเพราะในตอนนั้นอีกสองปี หนูก็จะเรียนจบ ... จนโชคดีได้ทำงานในตัวเมืองโคราช ก็สอบถามอาจารย์บุปผาว่าอาจารย์จะกลับมาสอนเหมือนเดิมหรือเปล่า ... กระทั่งเมื่อวานหนูไปรับน้องที่คณะเลยทราบว่าอาจารย์ได้กลับมาสอนพิเศษเหมือนเดิมแล้ว ... ก็เลยมาดักรอที่บุ่งนี่แหละค่ะ...”

“ ใช่หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ... ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ..สบายดีไหมครับ...”

“ หนูพุกได้งานทำที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้าใหญ่นั่นแหละค่ะ ... การงานก็ไปได้ดี เราเด็กใหม่ของที่นั่นพี่ๆ ก็ให้โอกาสและให้อภัยอยู่แล้ว .. . ถ้าไม่คิดมากเรื่องการแย่งชิงลูกค้ากันนะคะอาจารย์...”

“ ทุกวงการก็มีปัญหาเหมือน ๆ กันทั้งนั้นแหละครับ ...”

“ ค่ะ...หนูก็ได้วิชาความรู้ที่อาจารย์ถ่ายทอดมาให้ เอาไปปรับใช้กับการงานและชีวิตประจำวันได้พอสมควร ... แต่อาจารย์ขาหนูพุกจะบาปไหมคะถ้าจะบอกว่าว่าอีกไม่นานจะลาออกไปอยู่วัดแล้ว ...”

“ อะ ...อะไรนะครับ... คุณจะไปอยู่วัด...ไปบวชน่ะเหรอ...”

แทนคุณหันมามองอีกฝ่ายอย่างสงสัย เพราะเพิ่งเคยได้ยินที่เด็กสาวอายุยี่สิบปี หน้าตาสดใสเริงร่าสมวัยจะหนีทางโลกเข้าสู่ทางธรรมตามที่พูดได้เต็มปากเต็มคำ ...

“ หนูพุกพูดจริงนะ ... ถ้าพ่อกับแม่อนุญาตจะไปบวชชีเลย ...”

“ คุณหนูพุกมีเรื่องทุกข์ใจอะไรหรือเปล่า ... ถึงได้เอ่อ... ตัดสินใจแบบนั้นครับ...”

“ อาจารย์ขา ... ที่หนูกล้าโผล่มาจ๊ะเอ๋อาจารย์เหมือนผีหลอกที่นี่วันนี้ ...มันมีเหตุผลที่ว่าเพราะหนูได้แอบมารอดูอาจารย์ตั้งหลายครั้งแล้ว ... กว่าจะกล้าแสดงตัวให้ได้รู้ ... หนูเห็นอาจารย์มาที่นี่นั่งนิ่งๆ มองไปบนผิวน้ำนานเป็นชั่วโมง ครึ่งชั่วโมง แล้วก็ถอนหายใจออกมาเป็นพักๆ เหมือนกำลังมีความทุกข์ที่แก้ไม่ตก ...”

“ ใช่ผมยอมรับว่าถ้าไม่สบายใจก็จะมานั่งดูน้ำที่นี่ ...”

“ วันนี้หนูกล้าเข้ามาคุยกับอาจารย์ เพราะคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่หนูจะมาขอบคุณอาจารย์ แล้วลาออกจากงานที่ธนาคาร ... ไปบวชชีตามที่หนูต้องการเสียที ...”

“ การบวชตลอดชีวิต... อาจจะไม่ใช่หนทางหนีปัญหาก็ได้นะครับคุณหนูพุก...”

“ นี่หนูพุกก็กำลังจะบอกอาจารย์ว่า ... ที่หนูไปบวชไม่ใช่เพราะเกิดปัญหาแล้วเข้าวัดไปเป็นภาระให้สังคม แต่หนูมาค้นพบหลักคำสอนของพระพุทธองค์อยู่หลายข้อที่น้อมนำไปใช้จนเกิดศรัทธา เลยอยากจะไปศึกษาอย่างแท้จริง .. หนูไม่ได้อกหักหรือว่าผิดหวังจากความรัก การพลัดพราก หรือมัวเมากับอะไรเลยนะคะอาจารย์ ... หนูตั้งใจจะบวชรับใช้พระพุทธศาสนาจริงๆ แต่ก็ติดที่แม่ห้ามไว้ขู่ไว้ว่า จะตัดแม่ตัดลูกกันเลยถ้าทำอย่างที่หนูตั้งใจ ... เรื้องมันก็เลยเศร้าฉะนี้แลอาจารย์ขา...”

“ ฮึม ...เป็นความคิดที่แปลกดี ในสมัยนี้ผมไม่เคยเห็นใครคิดได้แบบคุณเลย น่าทึ่งมาก...”

“ เพื่อนหนูมันก็เอาแต่ด่าแต่แช่ง ว่าเป็นเพราะเข้าวัดกับคุณย่าบ่อยงี้แหละ ... เลยถูกของไปโน้นเลย น่าเกียจจริงเลยพวกมารศาสนาพวกนี้ ...” หนูพุกหัวเราะร่วนออกมาพร้อมกับสังเกตว่าแทนคุณอารมณ์ดีขึ้นตามเรื่องราวที่เล่าแล้ว ...

“ พวกมันก็ว่าหนูบ้า ไม่ตามกระแสเกาหลีญี่ปุ่นที่พวกมันกำลังคลั่ง อาจารย์ลองคิดดูสิคะวันเสาร์อาทิตย์ไม่เป็นทำอะไร พอตื่นขึ้นมามันก็ใช้แปรงสีฟันที่มีชาเขียวหรือดาราเกาหลีประจำ พอสายหน่อยออกไปกินอาหารญี่ปุ่นข้าวปั้นปลาดิบ จนถึงเวลาเที่ยงเข้าโรงหนังดูหนังเกาหลี กรี๊ดอยู่ได้ยังกะผีเข้า ... พอออกมาก็ตรงไปนี่เลยห้องคาราโอเกะสไตล์ญี่ปุ่นแหกปากร้องยังกะควายถูกเชือด ... พอหนูทนพฤติกรรมเหลวไหล ไร้สติของพวกมันไม่ได้ เลยด่าไปหลายชุด ผลที่ได้ก็คือพวกมันรวมหัวกันไปฟ้องพ่อกับแม่ว่าหนูมีความคิดว่าจะลาไปบวชตลอดชีวิต ... หนูถึงอึ้งกิมกี่ ก่อนที่ของจะขึ้น ... อยากค่ะอยากจะตัดพวกไร้สมองพวกนี้ออกจากสารบบเพื่อน .... แต่นึกไปนึกมาก็สงสารพวกเขา ยังติดอยู่ในห้วงอบายโดยแท้ ชีวิตยังมีกิเลสให้เสพ ไม่รู้สิ้นสุด ... วันเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า น่าสงสารที่สุดเลย ...”

หนูพุกเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ชายหนุ่มฟังเหมือนเป็นเพื่อนหรือเคยพบกันมาก่อน ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาทำเอาแทนคุณถึงกับหูผึ่งในเรื่องราวที่ได้ฟัง ... คิดในใจว่าชีวิตมนุษย์เราแทบจะไม่มีอะไรให้หวังจากคนอื่นได้เลย ...นอกจากตัวเราเองที่เป็นที่พึ่งยามสุดท้ายเท่านั้น ....

“ ผมว่าคุณหนูพุกใจเย็นๆ ก่อนดีกว่า ค่อยคิดทำอย่างรอบคอบ ... เพราะเราอยู่ในสังคมเรามีพ่อมีแม่ มีใครหลายคนที่รักเรา ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนกลุ่มที่เล่าของเรา พวกเขากำลังอยู่ในวัยตักตวงความสุขจากโลกภายนอก จะให้มาเข้าวัด ปฏิบัติธรรมเดินจงกรมเป็นพุทธมามกะแบบคนแก่ ๆ หรือผู้ที่ศรัทธาในพระพุทธองค์อย่างหนูพุก ... พวกเขาคงทำไม่ได้ ... เอาไว้ถ้าถึงเวลาค่อยพาพวกเขาเข้าตามไปก็ได้นี่ครับ ...”

“ ขอบพระคุณคะอาจารย์ที่แนะนำสิ่ง ๆ ดีให้หนูมาตลอด ... ว่าแต่ว่าวันนี้อาจารย์ว่างเหรอคะถึงได้มานั่งสบายอารมณ์ที่ริมน้ำนี่ได้ ส่วนหนูพาคุณย่ามาเดินรับลมตอนเย็นๆ ...”

. “ ก็มาเรื่อยๆแหละครับ พอดีวันนี้ว่างนิดหน่อย ... แวะมาได้กำลังจะกลับอยู่เหมือนกัน...”

“ อ้าวจะกลับแล้วเหรอคะอาจารย์ ... หนูยังไม่ได้เบอร์โทรอาจารย์เอาไว้ปรึกษาเวลาอับจนความคิด...”

“ นี่นามบัตรของผม ... คุณหนูพุกโทรได้ตลอดถ้ามีปัญหาอะไรที่ผมช่วยได้ ...”

“ ขอบพระคุณค่ะอาจารย์ .... วันพุธหน้าหนูจะไปวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรีเอาบุญมาฝากอาจารย์ด้วยนะคะ...”

“ ขอบใจมากหนูพุก ... เราคงได้เจอกันอีกนะครับ...”

แทนคุณลุกยืนขึ้นพร้อมกับยื่นนามบัตรให้เด็กสาว ก่อนที่จะเดินจากไปอย่างเงียบๆ เด็กสาวเดินระบายยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้เกือบทั้งหมดแล้ว ทั้งในเรื่องได้พูดขอบคุณเกี่ยวกับบุญคุณที่เคยช่วยเหลือจากการถูกกระทำชำเราจากอาจารย์ผู้หิวกาม และเรื่องจะเอ่ยปากถกสนทนาเข้าวัดฟังธรรมะ ...

เสียงผู้เป็นย่าเรียกให้ได้ยินมาแต่ไกล ทำเอาเด็กสาวหน้าใสต้องวิ่งถลาไปหาในทันใด พร้อมเรื่องราวที่อยากจะเล่าให้ผู้อาวุโสอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ....

------------------------------------------------

ภายหลังจากที่ได้ออกมาจากคอนโดของมาวินเพราะความจำใจในความเชื่อที่ว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าไม่คู่ควรกับชนชั้นสูงอย่างมาวิน ดาวกลับมาที่บ้านเช่าก็พบว่าสีนวลได้ออกไปทำงานที่คลับเปิดใหม่ใกล้ทางบายพาสเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้เพียงโน๊ตสั้นๆว่าอาจจะไปค้างที่นั่นเลย ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะที่ทำงานมีที่พักพร้อมอาหารและสวัสดิการพิเศษถ้าหากทำงานได้ตามเวลาที่กำหนด … หญิงสาวรับรู้ดีว่าที่สตาร์ผับแห่งนั้น เป็นเสมือนโรงฆ่าสัตว์ดีๆ นี่เอง เพราะจากคำพูดที่บอกต่อกันมาว่าที่นี่จะบังคับพนักงานรับแขกทั้งคืนทั้งวัน ไม่มีเวลาหยุดพัก ... แถมยังไม่ให้นอนหรือว่างเหมือนที่อื่นทั่วไป จะต้องทำงานให้ได้ทั้งวันปกติและวันเสาร์-อาทิตย์ เคยมีคนตายเพราะทำงานหนักที่นี่อยู่หลายคน แต่ด้วยอำนาจเงินหรืออำนาจมืดสามารถปิดบังหรือปิดป้องความผิดได้รอดเสียแทบทุกครั้ง ... คนที่เดือดร้อน ทุกข์ทรมานก็คือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเงินทองเหล่านั้น เช่น พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่คนที่สนิทผูกพันด้วยทุกอย่าง ....

ดาวรู้สึกสงสารสีนวลขึ้นมาจับจิต นี่คงอยากจะได้เงินทองมากขึ้นกว่าไปเร่ขายของเก่าริมถนนใกล้สวนสาธารณะแห่งนั้น ... หญิงสาวถอนหายใจออกมาแรงๆ คิดถึงเรื่องสีนวลไปทำงานที่สตาร์ผับกับเรื่องราวของตนเองกับมาวิน เกี่ยวโยงถึงค่าใช้จ่ายนางลำเจียกที่ต้องไปจ้างพยาบาลเวรพิเศษดูแลให้เป็นอย่างดี ... เงินที่เก็บไว้ในกระปุกออมสินก็เริ่มหรอยหรอเหลือไม่ถึงสองร้อย ... ถ้าหมดเงินจำนวนนี้ไปแล้วจะทำยังไงต่อไปดี ... นี่ยังดีที่มาวินมาจ่ายค่าเช่าบ้านล่วงหน้าให้แล้วหกเดือน แต่ถ้ามาคิดให้ดีอีกครั้งก็จะต้องมีปัญหาตามมาถ้ามาวินรู้ว่าตนเองยังพักที่นี่ .... และจะตามมาช่วยเหลือผูกพันกันไม่มีที่สิ้นสุด ...
เฮ้อ ...จะทำยังไงดีนะ .... จะอยู่ที่นี่หรือไปหารบ้านเช่าหลังใหม่อยู่ ...

หญิงสาวกำลังสับสนในหนทางข้างหน้าของตนเอง ... กระทั่งเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ก็ตัดสินใจได้ ...

“ เราต้องกลับไปขอความช่วยเหลือจากป้าเจียก ให้ช่วยหางานทำให้ แต่จะต้องเลือกที่จะทำงานแบบไซต์ไลน์ เลือกไปกับลูกค้าที่พอใจเท่านั้น ...”

พอคิดได้ดาวจึงผละลุกขึ้นแล้วตรงไปยังร้านคาราโอเกะวิกตอเรีย เดินดุ่มเข้ามาในร้านก็มองเห็นแสนเสน่ห์ สาวน้อยหน้าคมเข้มสวยเก๋รุ่นน้องเดินนวยนาดตูดบิดตูดเบี้ยวเดินตรงเข้ามาหา พร้อมกับเอ่ยทักขึ้นมาว่า ...

“ ตายยากจริงนะพี่ดาว ... มีแขกถามหาพี่เกลียวทุกวัน ...”

“ งั้นเหรอแสน ... ป้าคองไม่อยู่เหรอวันนี้...”

“ แม่ไม่อยู่ออกไปข้างนอกกับท่านนายกฯ ประเดี๋ยวสักพักคงกลับ ... พี่มีอะไรเหรอ..”

“ พี่ว่าจะมารบกวนของานป้าอีกครั้ง ... คราวนี้จะไม่ขอไปทำงานข้างนอกอีกแล้ว...”

“ อะไรกันพี่ดาว ... หนูได้ข่าวจากลูกค้าว่าพี่อยู่ที่สวนคิวไม่ว่างเลยไม่ใช่เหรอ...”

สาวน้อยหน้าคมจากแดนปักษ์ใต้ ยกบุหรี่ขึ้นมาสูบ จนมองเห็นปลายแดงวาบๆพร้อมกลุ่มควันที่คละคุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ... ดาวคิดในใจว่าทำไมเด้กรับงานรุ่นใหม่ต้องติดบุหรี่กันแทบทุกคน อย่างแสนเสน่ห์ก็เข้าข่ายนั้น จึงโบกควันไปมาช้าๆแล้วตอบไปว่า ...

“ ถ้าเราทำงานตามน้ำ รายได้มันก็โอเคอยู่หรอกจ๊ะแสน แต่พี่ไปมีเรื่องกับขาประจำแถวนั้นเข้า งานก็เลยเข้าน่ะสิจ๊ะ ” ดาวอธิบายไปด้วยความขื่นใจ ตรงข้ามกับอารมณ์ของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาอย่างสนใจในเรื่องราว ...

“ จิ๊กโก๋ข้างสวนนั่นหรือเปล่าพี่ ...”

“ นั่นก็ด้วย พอดีพี่มีเรื่องกับพวกไอ้มืดที่มาซ้อมรบกับบ้านเรา เลยเกิดเรื่องใหญ่โต กลับไปทำงานที่นั่นไม่ได้อีกแล้ว”

“ เห็นมั้ย ...แม่คองพูดเอาไว้ไม่ผิดว่า พี่ทั้งสองจะต้องซมซานกลับมา...”

“ ก็เพราะพี่คิดมากหลายเรื่องในตอนนั้น ... ป้าคองต้องยุ่งยาก..”

“ แต่ก็มีส่วนดีอยู่นะพี่ดาว ....” แสนเสน่ห์ทำหูตาพราวจนดาวสงสัยจึงถามไปว่า ...

“ ส่วนดีอะไรเหรอแสน ...”

“ อ้าวพี่ดาวคงไม่รู้อะไร ... พอพี่ไม่อยู่ทำงานที่ร้านอาจารย์หนุ่มรูปหล่อทรมานใจสาวๆที่นี่ก็มาตามหาพี่แทบจะทุกคืนน่ะสิจ๊ะ...พี่รู้มั่งหรือเปล่าจ๊ะ ...นี่หนูยังไม่นับพ่อหล่อล่ำมีเครานิด ๆ พอเซ็กซี่คนนั้นอีกล่ะ มาที่นี่บ่อย ๆ พอ ๆ กัน ... นี่ถ้าเป็นแสนนะคงเลือกยาก คนนี้ก็หล่อ คนนี้ก็เท่ห์และแสนดี ... เฮ้อ ...”

แสนเสน่ห์ทำตาลอยเคลิ้มจนหญิงสาวถึงกับหยิกหมับเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้ในกิริยาบ้าคลั่งผู้ชาย ออกนอกหน้าขนาดนี้ ... แต่ถึงยังก็น่าขอบใจเด็กสาวที่นำข่าวทั้งแทนคุณและมาวินมาบอกกล่าวให้ได้รับรู้ถึงความพยายามตามหา ...

“ น้อยๆหน่อยสาวน้อย ... ว่าแต่เสี่ยสมบูรณ์แฟนเธอยังมาแวะเวียนอยู่หรือเปล่าจ๊ะ...”

“ เขาก็มาอยู่เรื่อยๆนะพี่ดาว ...ว่าแต่พี่เหอะวันนี้เอายังไงป้าคองคงยังไม่กลับตอนนี้หรอก ...”

“ พี่ว่าจะอยู่รอสักพัก ถ้าป้ายังไม่มาก็จะกลับไปบ้านเช่าเลยจ๊ะแสน...”

“ งั้นตอนนี้หนูขอเข้าไปดูแขกในร้านก่อนนะพี่ ...”

“ จ๊ะ จ๊ะ ...”

พอสาวน้อยหน้าคมเดินผละจากไป ... ดาวจึงเดินอ้อมไปนั่งรอที่ม้าหินอ่อนที่หน้าร้านคาระโอเกะวิกตอเรีย ... กระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววการมาถึงร้านของนางประคองเลย ... แดดยามบ่ายก็คล้อยต่ำอ่อนแสงลงไปมากดาวมองเห็นว่าถ้าขืนรออยู่ต่อไปคงไม่ได้การ สู้มาหาใหม่ในวันพรุ่งนี้น่าจะดีกว่า จึงลุกขึ้นเตรียมจะกลับบ้านพัก ... แต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อมองเห็นร่างสูงใหญ่ยืนเป็นเงาทาบกับแสงแดด กำลังเดินตรงมาด้วยสีหน้าท่าทีที่มุ่งมั่น ...

“ พี่แทน ...”

“ โอ ... ดาวมาอยู่ที่นี่เอง ผมตามหาคุณมานานแรมเดือนแล้ว...”

ก่อนที่หญิงสาวจะพูดอะไรออกไปแขนสองข้างก็ถูกรวบแล้วดึงขึ้นรถคันหรูหราราคาแพงออกจากร้านวิกตอเรียเหลือเพียงฝุ่นคละคุ้งทิ้งเป็นเงาจางๆ พร้อมคำกระซิบกระซาบพนักงานในร้านที่เริ่มจับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรส ....

พอรถจอดหน้าบ้านสองชั้นราคาหลายล้านตกแต่งด้านในอย่างมีระดับ ... ชายหนุ่มเจ้าของรถเดินวนอ้อมไปเปิดประตูให้อีกฝ่ายที่นั่งนิ่ง ๆ รับฟังเรื่องราวมาตั้งแต่ออกจากร้านคาราโอเกะกระทั่งถึงบ้านหลังนี้ให้ออกมาเพื่อเดินเข้าไปในตัวบ้าน ...

ดาวหันมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทีที่ยังคงตื่นตระหนกอยู่เล็กน้อย ... ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเบาะหนานุ่นของเก้าอี้ริมระเบียงใกล้กับชิงช้าเล็กๆ แกว่งไกวไปมาอยู่ตรงหน้า ... จนเวลาผ่านไปได้ครู่ใหญ่เจ้าของบ้านก็ได้เดินออกมาพร้อมกับจานขนมไทยสามสี่อย่างวางยื่นตรงหน้าพร้อมแก้วน้ำหวานสีสันสดใส ...

“ ทานขนมหวานรองท้องไปก่อนนะดาว ประเดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกอีกครั้งค่อยไปหาอาหารอร่อยทานกัน...”

เมื่อดาวผินหน้าไปมองที่อื่น ... แทนคุณค่อยยอบตัวนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามแล้วเอื้อมมือไปกุมมือเล็กบอบบางของอีกฝ่าย ก่อนจะพยายามสบตาอยู่เนิ่นนาน จนคนถูกมองต้องหันมาสบตาคมปลาบอย่างเสียไม่ได้ ...

“ ไม่มองตากันแบบนี้แสดงว่ายังโกรธพี่อยู่ใช่ไหม...”

“ พี่แทน ... ดึงตัวดาวมาที่นี่ทำไม ...”

“ เมื่อตะกี้ตอนขึ้นรถพี่ได้เล่าให้ฟังหมดแล้ว ... งั้นแสดงว่าเรากำลังตกใจ พี่จะเล่าให้ฟังใหม่อีกครั้งก็ได้ ... ตลอดเวลาที่พี่กับเจ้าอนึกออกตามหาเราไปซะทั่วเมืองโคราช ...ไปมันทุกที่ที่ได้ข่าวว่ามีคนเห็นดาวโผล่ตรงโน้นตรงนี้พี่ก็ไป แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้งไป .. แต่ถึงผลจะออกมาแบบนี้พี่ก็ไม่หมดความพยายามเพราะถือว่านี่เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่พี่ต้องหาตัวดาวให้เจอ เพื่อทดแทนในสิ่งที่ดาวเสียไปในวัยเด็ก ... ในทุกวิถีทางที่จะทำได้ ... ร้านวิกตอเรียก็ไปทุกวัน จนพนักงานในร้าน เด็กเสริฟหรือแม้แต่ป้าประคองก็มีน้ำใจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ... พี่ไม่เคยท้อที่จะตามหาดาวเลยสักครั้งเดียว ...ดาวคงเข้าใจพี่นะ ที่พี่ตต้องทำแบบนี้ ... เมื่อวานก็ทะเลาะกับแม่เรื่องนี้ ... พี่หนีออกมาหาดาวและรอคอยที่จะรับมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ... แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไม่มีใครมายุ่งเกี่ยว ... เฉพาะเราสองคน ...”

“ โธ่พี่แทน ... ดาวสบายดี ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ...”

“ไม่ได้หรอกนะดาว ... คราวนี้ขอขัดใจ พี่จะไม่ให้เราไปไหนเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว ..”

“ พี่แทนปล่อยดาวไปตามทางเถอะนะคะ ดาวอยู่แบบนี้ไม่ได้ ... ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนอย่างดาวจะอยู่ได้ ...”

แทนคุณตรงเข้าไปโอบหญิงสาวเข้ามาแนบอกแล้วระล่ำระลักบอกว่า ...

“ ทำไมล่ะดาว ... ที่นี่คือบ้าน ... คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตดาว ... มันจะเกิดขึ้นที่นี่ พร้อมกับพี่...”

“ พี่แทนฟังดาวนะคะ ... ดาวไม่ใช่น้องสาวคนนั้นของพี่แทนอีกแล้ว ... ดาวมัวหมองเกินกว่าคนดีๆอย่างพี่จะมาเกลือกกลั้ว คลุกคลี เอาใจใส่หรือทำดีด้วยมากมายขนาดนี้ ... ดาวสกปรกเกินกว่าที่พี่แทนคิดไว้เยอะ ... ผู้หญิงหากินแบบนี้ใครที่ไหนจะมายกย่องหรือเมตตาทั้งที่ความจริงน่าจะตายไปจากโลกแห่งความเป็นจริงไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว...”

“ ดาวฟังพี่นะ ... ดาวจะยังคงเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่รัก และอยู่ด้วยตลอดชีวิต ... เราสองคนจะไม่แยกจากกันไปไหน อีกแล้ว พี่จะมีครอบครัวกับดาว ... แล้วดาวจะได้เป็นแม่บ้าน มีเจ้าตัวเล็กออกมาวิ่งให้เราจับรอบๆบ้าน ... ต่อไปชีวิตของดาวจะไม่ลำบากอีกต่อไปแล้ว ... เชื่อใจพี่เถอะนะ อยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไป ...”

“ พี่แทนขา ... ดาวขอเวลาสักหน่อยได้ไหม...”

“ คงไม่ได้หรอกจ๊ะดาว ... ถ้าขืนพี่ให้เราตัดสินใจ อีกไม่ช้าไม่นานเราคงหนีพี่ไปอีกครั้ง...”

“ ดาวสัญญาว่าจะไม่หนีพี่แทนไปไหนอีก ... ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ...”

“ ดีมากดาว .... ทานขนมรองท้องไปก่อน ประเดี๋ยวเราออกไปข้างนอก พี่จะได้ให้ดาวหาเสื้อผ้าไว้ใส่ งบประมาณไม่อั้น .. งานนี้พี่เต็มใจจะทำให้ดาวของพี่สวยกว่าใครๆทั้งหมด...”

“ ดาวไม่รบกวนพี่แทนถึงขนาดนั้นหรอก ... ขอให้พี่ดีกับดาวแบบนี้ไปอีกนานๆ ถ้าหากวันข้างหน้าไม่เป็นอย่างที่เราฝันเอาไว้ ... ดาวก็ยังเชื่ออยูเสมอว่ามีคนสี่คนที่รักและเข้าใจดาวเสมอ ...”

“ งั้นตกลงดาวอยู่กับพี่ที่นี่ไปซักพักก่อน ... แล้วค่อยว่ากันต่อนะ...”

“ จ๊ะพี่แทน ...”

เมื่อแทนคุณมองสีหน้าที่แบ่งรับแบ่งสู้ของสาวน้อยตรงหน้าแล้วแทบจะถอดใจในการรั้งดึงตัวหล่อนเอาไว้ที่นี่ ... คิดนึกเอาไว้ว่าดาวคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเพราะห่วงในใจหลายห่วงยังคงมีอยู่และวนเวียนให้คิดอยู่ตลอดเวลา ไหนจะเรื่องนางลำเจียกที่อยู่โรงพยาบาล หรือเรื่องการทำงานอาชีพเมื่อยามว่าง หรือแม้แต่เรื่องการปรับตัวเป็นแม่บ้านด้วยการนั่งอยู่เฉยๆทั้งวัน ก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะเป็นไปได้แล้ว ...

การที่ชายหนุ่มเห็นดาวยังนั่งเฉยยอมรับปากจะอยู่ที่นี่ ก็อาจจะเป็นเพราะยังเกรงใจในความพยายามตามค้นหาของตนเองก็ได้ คิดแล้วทำให้กลุ้มในใจจึงค่อยเปลี่ยนเรื่องคุยไปคุยเรื่องอื่นๆน่าจะดีกว่า ...

“ ประเดี๋ยวดาวเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน ... พี่จะเดินดูกล้วยไม้ที่หน้าบ้านซะหน่อย ...”

“ ค่ะพี่แทน .. ไปเถอะไม่ต้องห่วง ดาวจัดการตัวเองได้ ...”

“ งั้นดีแล้ว..”

แทนคุณยิ้มให้หญิงสาว ... ก่อนจะเดินเลี่ยงลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ดัดเตี้ยตรงไปยังเรือนกล้วยไม้ขนาดกลาง ไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ประดามีด้วยสีสันหลากพันธุ์ของกล้วยไม้ป่าและพันธุ์ต่างประเทศลับตาไปในพุ่มเฟิรน์กอใหญ่ ...

หญิงสาวถอนหายออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจ เพราะเข้าใจเหตุผลของแทนคุณดีทุกอย่างที่ต้องการจะชดใช้ในเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมานับตั้งแต่ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน กระทั่งหมดสิ้นหนทางจะเป็นคนดีๆ ต้องออกขายของเก่าแลกเงินมายาไส้พร้อมกับดูเลี้ยงนางลำเจียก ผู้มีพระคุณที่ป่วยไข้รอการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช ... ด้วยการพามาดูแลให้ที่อยู่อาศัย ไม่ต้องเร่ร่อนหลบเจ้าของบ้านเช่าไปวันๆ หรือกระเบียดกระเสียดเงินทองที่จะใช้จ่ายจนแทบจะหมดสิ้นความสุขในชีวิตไป ...

แต่หัวใจข้างในของดาวมันร่ำร้องบอกแต่ว่า ... ชาตินี้ทั้งชาติ ไม่เคยคิดถึงแทนคุณเกินเลยไปกว่าความเป็นพี่เป็นน้องแต่อย่างใด แถมหนำซ้ำกลับรักและเทิดทูนบูชาน้ำจิตน้ำใจชายหนุ่มจนยากที่ชีวิตนี้ทั้งชีวิตจะหาพบเจอคนเช่นนี้ได้อีกแล้ว ...

พอทั้งสองได้ออกมาข้างนอก รับประทานอาหารที่แสนอร่อย บรรยากาศดีๆ อิ่มหนำสำราญกันตามประสาคนหนุ่มคนสาวที่ทำอะไรก็ดีและสนุกสนานไปเสียหมด ... แทนคุณพาหญิงสาวไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดแห่งใหม่พร้อมกับพาแล่นเรือไปตามสายน้ำที่ไหลวนรอบสระใหญ่ ทั้งสองสนทนาถึงเรื่องราวต่างๆมากมาย จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานจนตะวันบ่ายคล้อย ... จึงได้พากันไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในภาคอีสานเพื่อหาซื้อเสื้อผ้า และของใช้สำหรับดาวในบางส่วน ก่อนจะไปจบที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง อิ่มอร่อยไปกันสักพักใหญ่จึงกลับบ้านนอกเมืองพร้อมความสุขที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นกับแทนคุณ
แต่เพียงผู้เดียว โดยที่หญิงสาวยังคงแย้มยิ้มอยู่เงียบๆเช่นเดิม ....

บนรถหรูแทนคุณพูดแทรกความเงียบขึ้นมาหลังจากมองเห็นว่าดาวกำลังจะเคลิ้มหลับไปด้วยความเหนื่อย ...

“ วันนี้สนุกไหมดาว ... ไปซะหลายที่เลยเนอะ...”

“ ก็สนุกดีนะจ๊ะพี่แทน ... ดาวไม่เคยเที่ยวแบบนี้มาก่อนเลย...”

“ วันหลังเราไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้อีกดีกว่านะ ... พี่จะแถมท้ายไปไหว้พระที่สีคิ้วกับสูงเนินอีกโปรแกรมหนึ่ง..”

“ พอแค่นี้ก็ได้จ๊ะพี่ ... ดาวอยากจะหางานทำ ไม่อยากจะอยู่เฉยๆมันเบื่อยังไงก็ไม่รู้...”

“ ตกลงพี่จะลองไปถามฝ่ายบุคคลที่มหาวิทยาลัยดูว่ามีตำแหน่งอะไรให้ดาวทำบ้าง...”

“ ที่นั่นคงไม่ใช่ที่ดาวต้องไปทำงานแน่ๆพี่แทน ... ไว้ดาวหาเองดีกว่า ..”

“ ตกลงยังไงก็ได้ ...”

“ ขอบคุณค่ะพี่แทน ...”

พอทั้งสองมาถึงบ้านพักชานเมือง หญิงสาวเดินอ้อมไปเลื่อนประตูใหญ่ให้รถหรูเคลื่อนตัวเข้าไปในบ้านอย่างช้าๆ แต่ทั้งสองก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าประตูบ้านได้เปิดทิ้งเอาไว้ พร้อมคนอย่างน้อยสามคนกำลังสนทนาอย่างถึงพริกถึงขิง ...

“ แม่ แม่พี่แทนมาแล้ว ...”

เสียงแหลมใสของสาวร่างสูงที่ยืนสะกิดผู้เป็นแม่ให้หันไปตามเสียงเท้าที่เดินเข้าไปในตัวบ้าน .. แต่ไม่ทันที่ดาวจะทันโผล่เข้าไปในบ้านอย่างเต็มตัวก็ต้องสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเมื่อเสียงแหลมใสกรีดร้องออกมาอีกครั้งพร้อมร่างกระโจนตรงเข้ามาอย่างประสงค์ร้าย ...

“ กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด อีดาวมันมากับพี่แทนน่ะแม่ ...”

นางสุนีย์หันไปมองตาขวางเมื่อเห็นเป็นจริงตามที่สาลินีว่าแทนคุณกำลังโอบร่างนังดาว อีเด็กโสโครกคนนั้นเดินตรงเข้ามาในบ้านอย่างไม่สะทกสะท้านใครหน้าไหนอะไร ทั้งสิ้น

(จบตอน)



Create Date : 21 ตุลาคม 2561
Last Update : 21 ตุลาคม 2561 23:29:49 น.
Counter : 54 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 4063778
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]