มกราคม 2561

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
29 มกราคม 2561
หนามยอกหนามบ่ง


 มาลีโรย    โดย เมฆชรา

...บรรยากาศในร้านอาหารกึ่งผับของฉันในวันนี้ ลูกค้าบางตาเพราะว่าเป็นวันหวยออก คนไปเที่ยวปีใหม่กันซะหมด แต่ลูกค้าคนสำคัญของร้านยังคงนั่งที่ประจำของหล่อนอยู่เช่นเดิม พร้อมกับกระดกเบียร์แก้วแล้วแก้วเล่า จนฉันต้องปรามไปในบางครั้ง แต่ดาริกากลับเร่งดื่มด้วยความครึ้มใจ และพร่ำบ่นออกมาเหมือนทุกครั้งที่มานั่งในร้านแห่งนี้ …

“ ใช่สิชีวิตของฉันมันชาด้าน ไร้ความรู้สึกทุกอย่างไปหมดแล้วนี่ ฉันอยากจะรู้ว่ายังจะมีใครหน้าไหนจะมาใยดีกับคนเลว ๆ อย่างฉันอีกล่ะ …หึ หึ ความจริงมันก็สมควรแล้วที่ฉันจะได้รับบทเรียนเจ็บปวดทรมานกายใจอย่างอย่างสาสมในตอนนี้เธอว่ามั้ยยายนิล..”
ดาริกาหรือไหม เพื่อนรักคนเดียวของฉันเพ้อออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา เครื่องสำอางที่เคลือบหนาเลอะออกมาจนน่าเกลียด แต่ไหมกับไม่ยี่หร่ากับมัน เอื้อมมือกระดกแก้วแอลกฮอล์ตรงหน้าแก้วแล้วแก้วเล่า …จนฉันต้องไปตะปบมือไว้ในหลาย ๆ ครั้ง …

“ ฟังฉันนะไหม ตอนนี้เธอกำลังเจ็บปวดกับความรักในครั้งนี้ เธอจะต้องดีขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้ ..”

ฉันพยายามปลอบให้เพื่อนรักคนเดียวของฉันคิดแต่เรื่องดีดีที่จะเข้ามาในชีวิต แต่เธอดื้อไม่ค่อยจะฟังใครเท่าไหร่ จนใครหลายคนหลีกหนีหายอย่างอิดหนาระอาใจกันไปหมด …

“ เฮอะ ๆ ชีวิตฉันจะดีขี้น ฝันไปล่ะสิ เธอไร้เดียงสาไม่รู้จักโลกกว้างเลยนะนิล แถมหนำซ้ำยังอ่อนแอต่อโลกอย่างงี้เสมอ ใช่! เธออาจจะเป็นตัวแทนของความดีงาม ส่วนฉันคือตัวแทนของสิ่งมอมเมาและความเลวร้ายทั้งมวล ฉันละอิจฉาเธอจริง ๆ ที่ตีหน้าซื่อได้ยังไงตลอดทั้งวัน ตอหลดตอแหลซะไม่มี ..”

นี่เป็นหนึ่งในหลายครั้งที่ฉันกำหมัดไว้แน่นอย่างอดกลั้นและข่มใจ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยเรียนชั้นอนุบาลและกำลังจะเกี่ยวดองเป็นญาติกันเพราะตฤณคนรักของฉันเป็นลูกพี่ลูกน้องกับดาริกา ….

ฉันคงเดินหายไปจากชีวิตของหล่อนคนนี้ไปตลอดกาล …

ดาริกา เป็นสาวสวยและโดดเด่นเสมอเมื่ออยู่ในวงล้อมผู้คนโดยเฉพาะกลุ่มหนุ่ม ๆ ที่มีฐานะและชาติตระกูลดี ในสังเวียนรักไหมจะโชกโชนและเป็นผู้ชนะเสมอ อาจด้วยเป็นเพราะเธอมีคติที่เคยบอกกับฉันไว้ว่า ผู้ชายก็เหมือนวัวเหมือนควาย สนได้ต้องสนสะพายอย่าให้หลุดมาควบคุมเราได้ ถ้าใครพยศมากก็ต้องใช่เวลากันหน่อย และที่สำคัญต้องพยายามทำให้ผู้ชายคนนั้นเหมือนของเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เท่านี้ก็สิ้นฤทธิ์ แต่ฉันมักจะเถียงเสมอว่า พวกผู้ชายเขาก็มีชีวิตจิตใจ มีมุมที่อ่อนไหวบ้างเหมือนกัน อย่ามองโลกในแง่ร้ายอย่างงั้นสิ ดาริกาเอ่ยสรุปจบมาว่า เธออย่าเข้าข้างพวกมันนักเลยซักวันจะน้ำตาเช็ดหัวเข่าซมซานกลับมา ฉันนิ่งอึ้งกับอารมณ์เกลียดผู้ชายฝังลึกของดาริกาไว้แค่นั้น เราสองจบการสนทนาไว้เป็นคำถามว่า ทำไมดาริกา เพื่อนรักของฉัน จะจงเกลียดจงชังผู้ชายถึงขนาดนั้น นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องค้นหาคำตอบให้ได้ในคราวต่อไปถ้ามีโอกาสงาม ๆ เข้ามาอีกครั้งแบบวันนี้ …

“ คนดีดีก็ยังมีนะไหม อย่างคุณประกิตที่คบหาเธอพักหนึ่งนะ...ตอนนี้ไปไหนแล้วล่ะ ”

“ อย่าพูดถึงมันเลย ปล่อยให้ไอ้สารเลวคนนี้ตกนรกไปเถอะ..”

ดาริกาสบถคำพูดออกมาอย่างคั้งแค้น จนฉันรู้สึกกลัวขึ้นมาตงิด ๆ แต่ก็อดจะแหย่ต่อไปไม่ได้ว่า “ ทำไมล่ะ ก็เห็นเธอสวีทหวานแหววกันออกจะตาย…ใคร ๆ ต่างอิจฉากันทั้งเมือง ” แต่เพื่อนของฉันกลับมองจ้องมาหาฉันเหมือนฉันเป็นตัวประหลาด “ นี่แกแกล้งโง่หรือแกบ้าไปแล้วยายนิล เรื่องระหว่างฉันกับไอ้หัวเถิกหน้าปลาจวดนั่น ทำไมแกจะไม่รู้อะไร … ก็วันนั้นแหละเป็นวันสุดท้ายที่ฉันไปกับหมอนั่น ก่อนที่จะแวะไปรับแกมากินข้าว ก็คือวันที่ฉันปรนเปรอมันจนอิ่มหนำ แล้วฉิ่งหนีออกมาจนแคล้วคลาดกับเมียจอมโหดของมันอย่างหวุดหวิด คิดไปก็น่าขำนะ … ที่คนสวยอย่างฉันต้องหนีความผิดหัวซุกหัวซุนเหมือนเป็นฆาตกรฆ่าคนตาย …. หลังจากนั้นมาฉันก็เปลี่ยนมือถือ เปลี่ยนที่ทำงาน เปลี่ยนชีวิตใหม่จนมาเจอกับคุณวิลาสนี่แหละ ” ดาริกาน้ำเสียงอ่อนลง จนฉันแปลกใจ แต่ก็คงยังสงสัยต่อไป

“ นายวิลาสที่เป็นรองผู้อำนวยการสำนักฯ ของเธองั้นรึ”

ฉันอดแปลกใจไม่ได้ว่าผู้ชายคนที่สิบห้าของ
ดาริกาจะเป็นคนที่ใกล้ตัวเพื่อนฉันมาก ๆ ขนาดนี้ แต่หล่อนก็ตอบสวนฉันมาในทันทีว่า ..

“ ใช่แล้วใครจะทำไมก็ฉันรักของฉันนี่ คุณวิลาสเขาเป็นผู้ใหญ่ เวลาได้อยู่ใกล้จะรู้สึกว่าอบอุ่นเหมือนพ่อ เพราะความใกล้ชิดนี่แหละที่ทำให้ฉันใจอ่อน ทั้งรักและหลงบูชาคนแก่ ความจริงฉันสงสารเขานะ …นิลเธอรู้จักคุณสุวรรณาใช่มั้ย ! ยายแก่คนนี้แหละที่คุณวิลาสต้องนอกใจเพราะมัวแต่หลงทำบุญ สร้างเจดีย์ โบสถ์วิหาร ถวายผ้าป่า กฐินอะไรไร้สาระทั้งนั้น เธอลองคิดดูสิระหว่างคนแก่หนังเหี่ยว ๆ ธรรมะธัมโมคิดฝันแต่โลกหน้ากับสาว ๆ เนื้อหนังเต่งตึงไปทุกส่วนสัดอย่างชั้น เธอคิดว่าคุณวิลาสจะเลือกอยู่กับใคร ..”

ฉันขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้เพราะความอยากรู้แล้วเอ่ยถามไปอีกครั้งว่า

“ แต่เธอก็ถูกย้ายในอีกไม่นานนี่นาไหม ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ ไหนเธอบอกว่าคุณวิลาสจะซื้อบ้านหลังโตแถบชานเมืองให้ด้วยนี่นา ..”

แต่คำตอบกลับมาทำเอาฉันแทบจะเป็นลมไปซะตรงนั้นเลย เมื่อดาริกาเอ่ยออกมาตาลุกวาว เริงโรจน์ไปด้วยไฟที่อยู่ในดวงตาสวยคู่นั้น …

“ เรื่องมันพังเพราะคุณสุวรรณาจับได้ว่าฉันมีอะไรกับคุณวิลาสแล้วบังคับให้ฉันสารภาพกับนักข่าว ฉันทนไม่ได้จึงจ้างคนไปสาดน้ำกรด แต่เด็กมันทำพลาดไปสาดใส่ยายน้ำฝนลูกสาวคุณวิลาสแทน ฉันเลยต้องออกจากงานอย่างฉับพลันทันที แล้วก็รอดมาได้นี่ก็บุญสุด ๆ แล้ว เพราะกว่าจะมายืนคุณกับแกได้ฉันก็ต้องยัดเงินตำรวจไปหลายแสนเหมือนกัน ”

ดาริกาตอบฉันอย่างไม่ยี่หร่ากับชีวิต จนฉันต้องถามต่อไปเพื่อความอยากรู้

“ เงินจำนวนมากขนาดนั้น เธอไปเอามาจากไหนละยายไหม..”

“ เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอย่างฉันหรอกนะนิล ถ้าถามฉันว่าเอามันมาจากไหนน่ะเหรอ แกคงจะรู้จักภูเบศวร์ ที่มาหาฉันตอนตีสามบ่อย ๆ ใช่มั้ย …คนนั้นแหละเอามาให้ฉัน..”

ดาริกายิ้มเยาะฉันเหมือนกำชัยชนะอะไรสักอย่าง

“ คุณภูเบศวร์ที่เป็นลูกหลานไฮโซดังก้องฟ้าคนนั้นนะเหรอไหม..ไม่น่าเชื่อว่าจะมาให้เธอไถ่เงินได้ง่าย ๆ ขนาดนี้ เธอไปทำอะไรเขาเหรอ..”

“ บ้าน่ายายนิล ดูพูดเข้าสิฉันไม่ใช่ปลิงนะยะที่ได้สูบเลือดผู้ชายกันง่าย ๆ อย่างนั้น ฉันก็แค่จับพิรุธคนบางคนได้ก็เท่านั้นเอง แกคงอยากรู้ใช่มั้ยว่าฉันทำอย่างไง .. ฉันก็แค่ทำตัวสนิทกับพวกไฮโซกลุ่มนี้ให้มาก ๆ เข้าไว้ เขาไปกินไปเที่ยวที่ไหนฉันก็ไปอยู่ที่นั่น จนภูเบศวร์เข้ามาตกหลุมพรางที่ฉันขุดเอาไว้ เราสองคนสุขสันต์หรรษาจนขึ้นสวรรค์ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จนวันหนึ่งฉันมาจับได้ว่าภูเบศวร์คบฉันเพราะจะให้เป็นสะพานไปหาเอกกมล เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของฉัน ครั้งนี้ฉันรู้สึกเหมือนโดนถูกหักหลังอย่างแท้จริง ฉันร้องกรี๊ด ๆ ไปหลายวัน ... ก่อนสรุปจบตรงที่ฉันจะต้องทำอะไรสักอย่าง นั่นก็คือ เข้าแบล็กเมล์นายภูเบศวร์ แล้วยื่นข้อเสนอสุดพิเศษ โดยให้จ่ายเงินก้อนใหญ เพื่อแลกกับข่าวและภาพลับของคนทั้งสอง …

นายนั่นกลัวจนลนลาน ก่อนจะยอมตกลงแต่โดยดี ในวันที่เจอสองคนนั่นแอบจู๋จี๋กันในห้องนอน ฉันล่ะข้ำขำที่เห็นภูเบศวร์หน้าซีดเผือด เหมือนคนไม่มีเลือดในกายซักหยด ส่วนเอกกมล ก็วิ่งถลาเข้ามาหาฉันแล้วละล่ำละลักบอกว่า นึกว่าสงสารเถอะช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าเพ่งพรายไปบอกแอนนาเมียรักที่กำลังจะใกล้คลอดแล้ว เอกกมลกลัวว่าทุกอย่างที่กำลังสวยงาม .... จะพังทลายลงมาเหมือนปราสาททรายริมทะเลกว้าง... ..
ฉันรู้สึกเวทนาคนทั้งสอง จึงปล่อยไป แต่ขอค่าเสียเวลาอีกนิดหน่อย ซึ่งทั้งสองก็ยอมรับจะทำตามสัญญา ..”

“ น่าสงสารคนทั้งสองนั่นนะ ขนาดจะรักกันยังต้องหลบซ่อนอีก สรุปแล้วเธอก็เลยเอาเงินนี่ไปให้ตำรวจเกือบหมด เหลือมาสุรุยสุร่ายเลี้ยงเด็ก กินเด็กจนถึงทุกวันนี้ ”

ฉันเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างเพราะเด็กคนที่ดาริกากำลังคั่วอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นหลานแท้ ๆ ที่ฉันเลี้ยงมากับมือ แต่ยายไก่แม่ปลาช่อนอย่างดาริกาก็ไม่ละเว้น เพราะตาอ๊อดหลานของฉัน ทั้งหุ่นดี หน้าตาดี สูงชะลูดพอ ๆ กับดารานายแบบทั้งหลายที่ออกทีวีอยู่ตอนนี้ ... ทั้งสองคนเจอกันที่บ้านฉันพาดาริกาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในวันหนึ่ง .... แล้วทั้งสองก็เข้าห้องด้วยกันในอีกวันถัดไป ... ฉันถอนหายใจในพฤติกรรมทั้งสองคน ก่อนจะบ่นไปกับท้องฟ้าสายลมว่า มันไวไฟกันจริง ๆ เชียว ...

คราวนี้ดาริกานิ่งขึงไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยเถียงขึ้นมาในทันใดเช่นเคย …

“ อะไรกันยายนิล จนป่านนี้แกยังไม่เลิกหวงหลานชายอีกเหรอ ไหน ๆ มันก็ผ่านมาจนถึงขั้นนี้แล้ว ปล่อยวางมั่งเหอะ ดีเสียอีกฉันจะได้เรียกแกว่าน้านิลไง ฮึ ฮึ ..”

“ ถ้าเป็นคนอื่นฉันจะไม่กลุ้มใจเท่านี้หรอกไหม แต่นี่เป็นแกที่เป็นเพื่อนรักของชั้น และตาอ๊อดก็เป็นลูกพี่สาวฉัน แกไปหาคนอื่นที่ไกล ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง ..”

“ แหมยายนิลเชยจังเลย สมัยนี้เขาต้องจับเด็กกินเด็กรักเด็กถึงจะอินเทนด์เข้าสมัย ไม่เหมือนสมัยพวกเราหรอกเป็นเต่างมโข่งอยู่ตั้งนานกว่าจะได้จูบกัน แล้วนี่แกร้อนเนื้อร้อนตัวไปทำไมในเมื่อตาอ๊อดเป็นผู้ชาย ผู้เสียหายควรจะเป็นชั้นที่เป็นผู้หญิง เข้าใจมั้ยหล่อน..”

ดาริกาทำท่าจะหัวเราะฉันที่ชอบทำเป็นแม่แก่อย่างนี้

“ ว่าไม่ได้นี่นาฉันรักของฉัน ว่าแต่แกเถอะวันนี้ทำไมมาเมาแอ๋รำลึกอดีตรักที่โชกโชนอยู่ที่ร้านฉันได้ล่ะนี่ ราชรถคนล่าสุดนายภีม พ่อค้าพลอยเมืองจันทร์ไปไหนเสียล่ะ อย่าบอกว่าเลิกกันแล้ว ฉันเห็นหน้านายคนนี้แค่อาทิตย์เดียวเองน่ะ ..”

ฉันพยายามถามเปลี่ยนเรื่องจากคนใกล้ตัวออกไปห่าง ๆ หน่อย..

“ แกก็เข้าใจถูกแล้วนี่นิลยาคนสวย ฉันบอกเลิกภีมไปเมื่อวานนี่เองรายนี้ไม่ไหว ถ้าแกลองเจอแม่ผัวในอนาคตดุยังกะหมาจนต้องตั้งฉายาให้ว่า แม่ผัวมหาภัยกันเลยทีเดียว ..”

“ ความจริงมันก็เหมาะกับฉายา " พริกขี้หนูแสบร้อน " อย่างเธอแล้วนี่นา ... ดูสมน้ำสมเนื้อออกประเภทลูกสะใภ้ซ่าส์ แม่ย่าแสบ ขิงก็ราข่าก็แรงอะไรทำนองนี้ สรุปแล้วก็คือเลิกและแยกทางกันไปตามระเบียบใช่มั้ยไหม..”

“ ก็ทำนองนั้นแหละ อุ๊ยตาย !นี่จะสี่ทุ่มแล้วเหรอ ...นิลจ๋านี่เงินค่าเหล้าวันนี้นะ ...ฉันจะรีบไปแล้วมีนัดกับแขกคนพิเศษที่หน้าสยาม วันหลังจะแวะมาปรึกษาอีก ฉันไปล่ะเพื่อน ”

พอคล้อยหลังดาริกาไปได้นิดเดียวตฤณ คนรักที่คบกันมานานก็โทรศัพท์เข้ามาหาฉันด้วยน้ำเสียเหนื่อยหน่ายกับการทำงานเต็มที่ว่า ..

“ ไหมจ๊ะ วันนี้ผมไม่เข้าไปหานะครับ วันนี้รู้สึกเหนื่อยมากอยากเข้าบ้านนอนเลย พรุ่งนี้เจอกันนะจ๊ะไหม กู๊ดไนต์สวัสดีจ๊ะ ”

ตฤณวางสายโทรศัพท์ไปในเวลาอันรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่ฉันทันยังไม่อ้าปากจะพูดอะไรออกไปเลย ฉันพับมือถือเก็บเข้ากระเป๋าถืออย่างใจลอย เพราะเริ่มวิตกกังวลสงสัยในพฤติการณ์ของตฤณที่พักนี้หลบหน้าหลบตาอยู่ตลอดเวลา และชอบอ้างว่าติดงาน ติดธุระ หรือไม่ก็เหนื่อยจากการงานจนไม่มีเวลาติดต่อกลับมาหรือโทรหาว่าอยู่ที่ไหน ยิ่งวันนี้ได้ฟังเรื่องราวชีวิตรักอันโลดโผนเข้มข้นของดาริกาเพื่อนผู้เจนโลกของฉันแล้วฉันเริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเอาได้อีก …
ความคิดแว่บแรกเกิดปิ้งขึ้นมาในหัวสมองว่า ตฤณมีโทรศัพท์อยู่สองเครื่องนี่นา งั้นเราควรลองโทรไปถามอีกครั้งว่าจะไปหาที่บ้านได้มั้ย เผื่อว่าจะได้ต้มข้าวต้ม อุ่นน้ำแกงให้กินหรือเช็ดตัวให้ยังพอจะมีประโยชน์อะไรให้ได้ชื่นใจบ้าง ...

....ฉันจึงเปิดสมุดโทรศัพท์และกดเบอร์ที่ต้องการ จนสัญญาณปลายสายบอกว่าสายว่าง ฉันอดดีใจขึ้นมาวูบหนึ่งไม่ได้ว่า เอ่อ … โชคยังดีที่คิดได้อย่างนี้ …
แต่พอปลายสายยกหูโทรศัพท์ขึ้นรับแล้วพูดออกมาเท่านั้น ฉันถึงกับต้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง จนลูกน้องพนักงานเสริฟในร้านต้องเข้ามาประคองตัวฉันให้ไปนั่งตรงที่ลมแอร์พัดแรง ๆ น้ำหูน้ำตาฉันไหลพราก ๆ ออกมาอย่างไม่อายใคร ต่างเอ่ยถามว่าฉันเป็นอะไร ฉันได้แต่ตอบไปเพียงว่าไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไร …

ทั้ง ๆ ที่สายโทรศัพท์ที่ตอบกลับมาเป็นน้ำเสียงที่ฉันคุ้นเคยกรอกเสียงตามสายมาว่า ..

“ นั่นใครไม่ทราบยะ ดึก ๆ ดื่น ๆ ยังโทรหาผัวชาวบ้านเขาอีก…เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยโทรมาใหม่ไม่ได้หรือไง ตอนนี้ผัวฉันกำลังเหนื่อยหลับปุ๋ยอยู่ข้างฉันนี่ แค่นี้นะน่ารำคาญจริงเชียว พวกโรคจิต..”

ป้าสมร ผู้ดูแลร้านเอายาดม ยาลม ยาหม่องมาให้ฉันหลายขนาน ฉันโบกมือให้ทุกคนกลับบ้านได้ฉันอยากจะอยู่คนเดียวและจะปิดร้านเอง ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านตามที่ฉันสั่ง …

จนตอนนี้ฉันทรุดลงนั่งอยู่ริมน้ำพุที่พุ่งขึ้นสูงไปบนท้องฟ้าแล้วตกลงมาเป็นสายฝนบนพื้นน้ำเป็นวงกระเพื่อมจนสุดขอบบ่อน้ำ ความรู้สึกชิงชังแล่นริ้วเกาะกุมหัวใจฉันเต็มทุกห้องแล้ว ในครั้งนี้ฉันคงจะไม่ยอมอะไรอีกแล้ว ...
ใครเล่าจะยอมให้เพื่อนรักมาแย่งคนที่จะมาเป็นสามีในอนาคตอันใกล้นี่ไปง่าย ๆ ถึงจะเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็กก็เหอะ …

“ นังดาริกา !นังงูพิษเลี้ยงไม่เชื่อง ! แกคอยดูว่าฉันจะตอบแทนสิ่งที่แกทำกับฉันในตอนนี้ไว้ให้ดี ..ฉันสาบานว่าจะทำให้แกเจ็บช้ำกว่าที่ทำกับฉัน เป็นร้อยเป็นพันเท่า แกคอยดูก็แล้วกัน ”



Create Date : 29 มกราคม 2561
Last Update : 29 มกราคม 2561 11:17:54 น.
Counter : 294 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 4063778
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]