You'll never walk alone.
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ร่องรอยแห่งการเรียนรู้ No pain no gain (Part 2)

ร่องรอยแห่งการเรียนรู้ No pain no gain (Part 2)

เรื่องเล่าน้องดีไซน์ บันทึกเรื่องการรักษาแขนหัก บอกเลยว่ายาวมากกกกกกกกก ใครขี้เกียจอ่านก็ข้ามไปเลยนะจ๊ะ

จากเหตุการณ์ที่ดีไซน์ตกเครื่องเล่นที่โรงเรียนแล้วทำให้แขนหักตอนเดือนพฤศจิกายน 2561 แล้ววันนั้นทำการรักษาโดยการดัดกระดูกให้เข้าที่แบบสดๆ จนกระดูอยู่ในตำแหน่งที่ควรเป็นแล้ว ทำการใส่เฝือกที่แขน ที่โรงพยาบาลบางโพ และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ หมอนัดติดตามผลปรากฎว่ากระดูกที่อยู่ในตำแหน่งดีแล้วหลังจากเข้าเฝือกครั้งก่อนนั้น เกิดการเคลื่อนตัวและงอผิดรูป ทำให้ทั้งหมอ แม่ และพ่อ ตกใจและเครียดมาก ไม่คิดว่ามันจะเกิดการผิดพลาดได้ขนาดนี้ ณ วันนั้นหมอวินิจฉัยแล้วว่าต้องทำการรักษาโดยเข้าห้องผ่าตัดดมยาสลบเพื่อจะใส่เหล็กเสียบเข้าไปเพื่อยึดกระดูกไว้ ทางโรงพยาบาลประเมินค่าใช้จ่ายคร่าวๆให้ประมาณ 70,000 บาท โอ๊ะ!แม่เจ้า เช็คกับประกันที่ทำไว้ทุกฉบับแล้ว ยังมีส่วนต่างต้องจ่ายเองอีกประมาณ 40,000 บาท เฮ๊ย!! ไม่ไหวอ่ะ ราคาแรงไป หลังจากปรึกษากันรวมทั้งถามแม่นุ่น แม่ของอะตอมที่เคยแขนหักมาก่อนแล้วเกิดเคสคล้ายๆกัน แม่นุ่นบอกว่าไปรพ.รามา ไปรักษาต่อที่นั่นดีกว่า จากที่คุยกับแม่นุ่นและปรึกษากับพ่อของดีไซน์เรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว เลยขอให้หมอที่ รพ.บางโพทำเรื่องส่งตัวไปที่ รพ.รามาให้ หมอก็ช่วยประสานรุ่นน้องที่เป็นหมอที่ รพ.รามา เรื่องเคสนี้ให้เรียบร้อยแล้ว หมอแจ้งว่าพรุ่งนี้คิวผ่าตัดว่าง ตอนเช้าเอาเอกสารและฟิล์ม x-ray เข้าไปที่ รพ.รามา ทำบัตรแล้วไปที่ ชั้น 2 ตึกพระเทพ และให้อดน้ำอดอาหารไปตั้งแต่คืนนี้เลยนะ กว่าจะเสร็จจากรพ.บางโพ กลับถึงบ้านคืนนั้นก็เกือบ 4 ทุ่มแล้ว

เช้าวันต่อมาตื่นแต่เช้าและออกบ้านตอน 6.00 น.ไปที่ตึกพระเทพ รพ.รามา วนหาที่จอดรถตรงชั้นใต้ดินของตึกพระเทพวนอยู่ 2 รอบไม่มี แม่เลยตัดสินใจพาดีไซน์ลงไปทำบัตรและไปรับคิวที่ห้องตรวจกระดูกก่อน รวมทั้งเอาไฟล์ผล x-ray จากที่ รพ.บางโพไปลงฐานข้อมูลของ รพ.ไว้ ส่วนพ่อให้วนหาที่จอดรถไป ไปนั่งรอหมอที่หน้าห้องตรวจตั้งแต่ 8.30 จนถึง 11.00 น. หมอเรียกเข้าไปตรวจ หลังจากซักถามพูดคุย ดูฟิล์ม x-ray แล้ว หมอบอกว่า “ต้องผ่าตัด แต่เตียงเด็กไม่ว่าง” แล้วหมอก็เรียกเพื่อนหมออีกคนเข้ามาปรึกษาว่าจะทำยังไงดี หมอคนนั้นบอกเดี๋ยวไปปรึกษาอาจารย์หมอก่อน แล้วบอกให้เราออกไปนั่งรอข้างนอก ระหว่างที่รอตั้งแต่ก่อนพบหมอจนพบหมอรอบนี้แล้ว ดีไซน์บ่นหิวตั้งแต่ยังไม่ 10 โมง บอกปวดท้องมากเลยขอกินได้มั๊ย พ่อแม่ก็ไม่กล้าให้กิน เพราะถ้าต้องผ่าตัดจะได้เข้าห้องผ่าตัดได้เลย ระหว่างที่รอนี้แม่ก็ร้อนใจไปถามเตียงเด็กของรามาพรีเมี่ยมชั้น 4 ว่ามีว่างมั๊ย เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมบอกว่ามีห้องว่างรึเปล่า โยนกลับมาให้เราไปถามหมอตรงชั้น 2 ว่ามีอาจารย์หมอรับเคสของเรามั๊ย แล้วให้ประสานไปที่เค้า อ้าว!! ยุ่งยากไปอีก เลยตัดสินใจไปติดต่อเคาน์เตอร์ห้องกระดูกของรามาพรีเมี่ยมว่ามีหมอกระดูกเด็กเข้าวันนี้มั๊ย ปรากฎว่าไม่มี หมอกระดูกเด็กเข้าอีกที่ต้องรออีก 2 วัน สรุปคือทางนี้ไปต่อไม่ได้ กลับไปที่หน้าห้องตรงเดิมที่พ่อลูกนั่งรออยู่ เวลาผ่านไปจนเที่ยงก็แล้ว ก็ไม่มีหมอหรือเจ้าหน้าที่คนไหนเข้ามาบอกหรืออัพเดทอะไรให้ ผ่านไปซักพักหมอคนที่ตรวจตอนแรกก็เดินมาบอกว่า “กำลังเคลียร์ห้องให้อยู่” แล้วก็เดินหายไปอีก ลูกก็ร้องไห้เพราะหิว จนแม่ทนไม่ได้ออกไปซื้อซาลาเปาและน้ำมาให้กินในใจก็คิดว่า กำลังเคลียร์ห้องให้อยู่ แสดงว่าต้องได้ห้อง ถ้าต้องผ่าตัด อย่างน้องแอดมิทไปก่อนแล้วอดอาหารให้ครบ 6 ชั่วโมงใหม่ แล้วผ่าพรุ่งนี้เช้าก็ยังได้ เพราะมีห้องแล้ว เลยตัดสินใจให้ลูกกินอาหาร ลูกก็กินแบบคนหิวจัดเลยทีเดียว จนหมอคนที่บอกว่าจะไปปรึกษาอาจารย์หมอเดินผ่านมาเห็นนั่งกินอยู่ นางทำหน้าตกใจแล้วอุทานว่า “เฮ๊ย! ใครให้กินอาหารอ่ะ” ก็เลยบอกว่า “เด็กหิวจนทนไม่ไหวแล้ว อดน้ำอดอาหารมาจะ 14 ชั่วโมงแล้ว” แล้วหมอก็เดินหายไป 10 นาทีต่อมา หมอคนเดิมที่ทักเรื่องกินอาหารมาบอกว่า “นี่อาจารย์หมอจะมาผ่าให้ตอนบ่าย 3 แต่กินอาหารแบบนี้แล้วก็ผ่าไม่ได้แล้ว เอาแบบนี้มั๊ย ลองไปหา รพ.อื่นแถวๆนี้ดูมั๊ยว่ามีเตียงเด็กว่างมั๊ย เด๋วจะออกเอกสารสรุปเคสให้” แล้วนางก็เดินจากไป พอได้ยินแบบนี้ ทั้งพ่อและแม่เลยตัดสินใจโทรปรึกษาพี่ๆ เรื่องรพ.ว่าไปที่ไหนยังไงต่อดี มีคนรู้จักที่ รพ. นั้นๆมั๊ย

แล้วก็เหมือนเสียงสวรรค์ฟ้ามาโปรด รุ่นพี่ท่านหนึ่งบอกว่าท่านมีเพื่อนเป็นอาจารย์หมออยู่ รพ.เด็ก แกโทรบอกเพื่อนแกให้แล้ว เอาเบอร์ไปแล้วโทรหาเลยนะ พ่อก็โทรหาอาจารย์หมอท่านนั้นทันที เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ให้หมอฟังตั้งแต่วันเกิดเหตุจบถึงปัญหาที่กำลังประสบอยู่ อาจารย์หมอเข้าใจเหตุการณ์เป็นอย่างดีแล้ว แกเลยโทรประสานหมอกระดูกที่ รพ.เด็กให้ว่ายังอยู่มั๊ย หรือต้องทำยังไง แล้วอาจารย์โทรกลับมาบอกว่า “วันนี้หมอกระดูกออกเวรไปแล้วให้มาใหม่วันพรุ่งนี้ อดน้ำอดอาหารมาเลยนะ เด๋วส่งสำเนาสูติบัตรน้องมาด้วยจะให้คนไปทำบัตรไว้ให้ พรุ่งนี้ให้มาถึงก่อน 8 โมง มาถึงแล้วให้โทรหานะ”

ระหว่างที่กำลังประสานกับอาจารย์หมอที่ รพ.เด็ก มีเจ้าหน้าที่ผู้ชายของรพ.รามาเอาเอกสารมาให้แล้วบอกให้เราไปจ่ายเงินที่ห้องการเงินก่อนกลับบ้านได้ เราเปิดดูเอกสารปรากฎว่ามันคือเอกสารเดิมที่ทาง รพ.บางโพออกให้เรามาอย่างเดียว ไม่มีเอกสารของ รพ.รามาเลย แล้วเราก็ไปห้องการเงินทำเรื่องจ่ายตังค์ 50 บาท(ใช้สิทธิ์เบิกตรงได้) เรียบร้อยแล้วกลับบ้านไปตั้งหลักเพื่อที่จะเตรียมตัวไป รพ.เด็กวันพรุ่งนี้ใหม่ สรุปวันนี้ ที่ รพ.รามา ผ่านไปโดยไม่มีอะไรคืบหน้า เหมือนไปนั่งหายใจทิ้งแล้วปล่อยให้ลูกทนหิวแบบทรมานโดยเปล่าประโยชน์ พร้อมความรู้สึกติดลบกับ รพ.รามาอย่างรุนแรง

เช้าวันต่อมา แต่งตัวออกบ้านกันแต่เช้าเหมือนเดิม ไปถึง รพ.เด็กประมาณ 8 โมง ตามที่อาจารย์หมอนัดไว้ แล้วโทรหาอาจารย์หมอ อาจารย์บอกให้เราแถวกาแฟอเมซอนใต้ตึกเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แล้วให้ จนท.คนนึงมาหาพาไปชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดไข้เรียบร้อยแล้ว ไปนั่งรอหน้าห้องตรวจกระดูก รอเวลา 9 โมง คุณหมอลงตรวจ ดีไซน์ได้คิวตรวจคิวที่ 3 พ่อก็โทรบอกอาจารย์หมอว่า “จะได้เข้าตรวจแล้ว” อาจารย์หมอบอก “เดี๋ยวแวะไป” พอเข้าไปตรวจหมอดูฟิล์มแล้ว ก็บอกว่าจะต้องผ่าตัดใส่เหล็กยึดกระดูกไว้ แล้วหมอเปิดดูคิวผ่าตัดหมอว่าคิวผ่าอีก 4 วันข้างหน้า แม่ก็ปากเร็ว ถามต่อว่า “มันจะไม่นานไปเหรอคะหมอ จะเป็นไรมั๊ย” หมอว่า “ไม่เป็นไรหรอก เพราะตอนนี้มันไม่ติดแล้ว รออีกไม่เป็นไร” แต่หมอก็ยังทำท่าคิดอยู่ว่าจะยังไงดี พอดีกับจังหวะที่อาจารย์หมอเดินมาหาที่ห้องตรวจพอดีคุยกันซักพักหมอได้ข้อมูลมาว่าดีไซน์อดอาหารมาแล้ว หมอกระดูกก็หันมาถามว่า “นี่อดน้ำอดอาหารมาแล้วเหรอ งั้นเดี๋ยวผ่าให้บ่ายนี้ ทำเรื่องแอดมิทรอเลย” แล้วออกมารอเจ้าหน้าที่ทำเอกสารที่หน้าห้องตรวจ มีพยาบาลคนหนึ่งก็บอกว่าอดอาหารมานานแค่ไหนแล้ว แกเลยว่าหมอจะผ่าอีกทีบ่าย 3 ให้จิบนมซัก 100 ml. ซักหน่อยได้นะ เราก็สงสารลูกที่หิว เลยให้กินตอนประมาณ 10 โมง พอทำเรื่องแอดมิทนอน รพ.แล้วไปที่ห้องพักผู้ป่วย พยาบาลที่วอร์ดกระดูกก็ถามประวัติ รวมถึงอาหารที่กินล่าสุดกี่โมง บอก 10 โมง ปรากฎว่าเวลาผ่าตัดเราต้องเลื่อนออกไปเป็น 4 โมงเย็นแทน ระหว่างนี้ก็ใส่สายน้ำเกลือและก็รอเวลาไปแต่เป็นการรอคอยที่ต่างจากเมื่อวานชัดเจน พยาบาลเอาจิ๊กซอมาให้ต่อเล่น ทั้งพ่อ แม่ ดีไซน์ก็ช่วยกันต่อฆ่าเวลาไป จนดีไซน์เบื่อก็พักการต่อจิ๊กซอไว้ ซักพักพยาบาลมาแจ้งว่า “ตอน 4 โมงเย็นห้องผ่าตัดคิวไม่ว่าง ได้คิวตอน 3 ทุ่ม” ก็รอกันต่อไป บ่าย 2 ครึ่ง หมอเจ้าของเคสเข้ามาเยี่ยมแล้วบอกว่า “เดี๋ยวหมออกไปทำธุระก่อนแล้ว 3 ทุ่มหมอเข้ามาผ่าให้นะ” พวกเราก็รับทราบแล้วกล่าวขอบคุณหมอ ตลอดทั้งถึงแม้จะใส่สายน้ำเกลือแล้ว แต่มันก็แค่ช่วยให้ไม่เพลียเท่านั้น ส่วนความหิวยังมีอยู่ ดีไซน์ก็บอกว่าท้องร้อง เป็นระยะๆ แม่กับพ่อได้แค่ปลอบใจว่า “ให้ทนเอานะลูกทนไว้ เดี๋ยวผ่าตัดเสร็จ อยากกินอะไรเด๋วพรุ่งนี้แม่ซื้อให้กินนะ อยากกินอะไรบอกมาเลย แม่จะได้เตรียมไปซื้อให้กิน” ดีไซน์ก็บอกรายการของที่อยากกินมาหลายอย่างเลย 555+

ทุ่มครึ่ง ดีไซน์ที่ง่วงมากจากที่ต้องตื่นเช้าก็ง่วงและหลับไป พ่อกับแม่มองหน้ากันก็มีความกังวลและเครียดอยู่ในสีหน้าเลยพากันต่อจิ๊กซอไปจะได้ไม่ต้องคิดอะไรมากต่อไปต่อมาจนเสร็จ จนถึง 3 ทุ่ม เวลาที่รอคอยมาถึง พ่อแม่ใจจดใจจ่อรอเค้ามารับดีไซน์ไปห้องผ่าตัดแต่จนผ่านไป 10 นาทีก็ยังไม่มี 20 นาทีก็ยังไม่มา จน 3 ทุ่มครึ่งแม่ทนไม่ไหว เดินไปถามพยาบาล พยาบาลแจ้งว่า “ตอนนี้ห้องผ่าตัดเคสก่อนหน้ายังไม่เสร็จแต่ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ คุณหมอก็มารอแล้ว ให้เตรียมตัวน้องให้เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเลยนะคะ อีกแป๊บนึงจะมีเตียงไปรับที่ห้องค่ะ” แม่กลับมาปลุกดีไซน์ให้ตื่นและพาเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย พอดีกับที่เจ้าหน้าทีเข็นเตียงมารับไปห้องผ่าตัดพอดี เดินไปที่ห้องผ่าตัดเค้าให้แม่ตามเข้าไปด้านใน มีเจ้าหน้าที่และคุณหมอวิสัญญีเข้ามาคุยกับแม่ อธิบายถึงการดมยาสลบ และให้แม่คอยปลอบตอนเค้าฟื้นมา เค้าจะยังชาที่แขนแล้วจะคิดว่าแขนหายไป ต้องคอยปลอบเค้าว่าแขนยังอยู่ไม่หายไป ให้กำลังใจเค้าว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้น แล้วเค้าก็เชิญแม่ออกมารอที่หน้าห้องผ่าตัด ระหว่างนี้แม่กับพ่อก็นั่งรอไป คุยไลน์กับย่าและอาไป ผ่านไป 45 นาที หมอออกมาบอกว่า “ผ่าตัดเรียบร้อยดี เอาเหล็กใส่ไปดามกระดูก 2 เส้น หมอใส่เฝือกสั้นให้จะได้ไม่อึดอัดจนเกินไป ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว พรุ่งนี้หลังให้ยาครบแล้วก็ออกจาก รพ.ได้” แล้วหมอก็ขอตัวกลับ พ่อแม่ก็ยกมือไหว้ขอบคุณคุณหมอกันไป นั่งรออีกประมาณ 10 นาที เค้าก็พาดีไซน์ออกมาจากห้องผ่าตัด นอนกรนออกมาอย่างสบายใจเลยลูกชาย แล้วก็พาไปส่งที่ห้องพักคิดตั้งเครื่องวัดความดัน ไว้คอยเช็คเรียบร้อยแล้ว พยาบาลให้ลงไปเบิกยาที่ห้องยาแล้วเอากลับมาให้พยาบาล แม่ก็ไปเองเพราะรู้ว่าอยู่ที่ไหน ให้พ่ออยู่เป็นเพื่อนลูกไป ไปเอายากลับมาแล้วถึงคราวเปลี่ยนมือกัน ให้พ่อออกไปซื้ออะไรมากินเพราะความหิวส่งสัญญาณมาบอกว่าต้องไปหาอาหารกินได้แล้ว พ่อลงไปเจอ7-11 จัดมาม่าคัพมา 3 ถ้วย นั่งกินไปดูลูกนอนกรนไปด้วยความโล่งใจ แล้วหลังจากนั้นพยาบาลก็เข้ามาวัดไข้ วัดความดัน 15 นาที 30 นาที 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง และมาอีกทีคือตอน 6 โมงเช้า พ่อแม่ก็หลับๆตื่นๆทั้งคืน มีช่วงหนึ่งที่พยาบาลมาวัดไข้และถามว่า

พยาบาล : น้องฉี่รึยังคะ
แม่ : ยังค่ะ น้องหลับยังไม่ตื่นเลยน่าจะหลับยาวจนถึงเช้า
พยาบาล : พรุ่งนี้เช้าถ้าน้องไม่ฉี่ พยาบาลขอสวนนะคะ
แม่ : ต้องสวนเลยเหรอคะ
พยาบาล : ค่ะ เพราะไม่งั้นจะติดเชื้อค่ะ

แล้วพยาบาลก็เดินออกไป พ่อแม่หันหน้ามาปรึกษากัน พ่อบอกว่าไม่ให้สวนนะ แม่เลยว่าต้องหาทางทำให้ลูกฉี่ให้ได้ พอตี 2 ครึ่ง ดีไซน์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แล้วบอกด้วยความตกใจ

ดีไซน์ : ทำไมแขนน้องดีไซน์เป็นแบบนี้ ทำไมแขนมันเบี้ยว (มารู้ตอนหลังว่าด้วยความที่มีเหล็กโผล่มา ทำให้หมอพันเฝือกแล้วเฝือกมันดูเบี้ยว และเฝือกปูนยังไม่แห้งดี มันเลยหนักๆ)
แม่ : มันเบี้ยวเพราะหมอพันเฝือกไม่สวยน่ะ เด๋วตอนเปลี่ยนเฝือกคราวหน้าให้หมอพันใหม่ให้สวยๆนะ
ดีไซน์ : ทำไมแขนมันเป็นอย่างนี้ ทำไมเกาแขนไม่ได้ (ความหมายคือด้วยฤทธิ์ยาชา ดีไซน์ไม่รู้สึกที่แขน)
แม่ : เมื่อกี้ตอนหมอรักษาแขนให้น้องดีไซน์ หมอฉีดยาชาให้ ตอนนี้มันยังชาๆอยู่ ดีไซน์เลยไม่รู้สึก เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็หายนะ แล้วตอนนี้ดีไซน์หิวน้ำหิวข้าวมั๊ยลูก (ในใจแม่ยังคิดถึงเรื่องที่พยาบาลบอกว่าถ้าลูกไม่ฉี่ต้องสวน จะให้ฉี่)
ดีไซน์ : ไม่หิวครับ (ทำท่าจะนอนต่อ)
แม่ : กินน้ำหน่อยนะลูก ตอนนี้กินได้แล้วนะ กินน้ำหน่อยนะ แล้วนอนต่อ

แม่เอาน้ำยื่นให้กิน ดีไซน์ดูกินพอประมาณ แล้วก็นอนต่อ หลับยาวไปจนถึง 6 โมงเช้า พอตื่นมา แม่ถามก่อนเลยว่า

แม่ : ปวดฉี่มั๊ยลูก ฉี่หน่อยเนอะ เดี๋ยวแม่เอากระบอกฉี่มาเนอะ ยืนฉี่บนเตียงนี่แหละ
แล้วดีไซน์ก็ฉี่ ทำแม่โล่งใจมาก ที่ไม่ต้องสวน 555+

พอ 7 โมงเจ้าหน้าที่ รพ. เอาอาหารเช้ามาให้ เป็นข้าวต้ม ไข่ต้ม และแอปเปิ้ล 1 ลูก พ่อป้อนข้าวดีไซน์เสร็จ ปิดท้ายด้วยดีไซน์กัดแอปเปิ้ลกินเองทั้งลูก ตอนสายพยาบาลมาถอยสายน้ำเกลือออกแต่ยังเหลือปลายเข็มไว้ฉีดยาตอนกลางวัน แม่ก็ถามพยาบาลว่า “จะออก รพ.ได้ตอนไหน” พยาบาลก็บอกว่า “ตอนบ่าย หลังฉีดยาครบไม่เกินบ่าย 2” หลังจากทานข้าวเช้าไปแล้ว แม่ก็ไปซื้อขนมตามรายการที่ดีไซน์อยากกินมาเตรียมไว้ให้กิน ช่วงที่รอออก รพ. ก็กินขนมไปสิคะ จน 11 โมงกว่าๆ อาหารกลางวันมาแล้วก็อย่ารอช้า รีบกินให้เสร็จ เดี๋ยวพยาบาลมาฉีดยาให้อีกครั้งก็กลับบ้านได้แล้ววววว เที่ยงกว่าๆ แม่เดินไปถามพยาบาลอีกทีว่าจะฉีดยาตอนไหน ระหว่างรอไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายรอก่อนเลยได้มั๊ย พยาบาลบอกว่าเดี๋ยวค่อยเคลียร์ตอนออกก็ได้ค่ะ เคลียร์แป๊บเดียวไม่นาน บ่ายโมงพยาบาลมาฉีดยาให้ฉีดยาเสร็จพ่อลูกเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน แม่ก็ไปเอาเอกสารไปจ่ายเงินที่การเงิน (ใช้สิทธิ์เบิกตรงของข้าราชการจ่ายแค่ส่วนต่างค่าห้องพิเศษนอกเหนือจากที่เบิกได้ เบ็ดเสร็จแล้วเสียเงิน...-400.-...สี่ร้อยบาทถ้วน) กลับมารับใบนัดที่หมอนัดมาตรวจอีกที อีก 3 วันข้างหน้า เรียบร้อยแล้ว ได้เวลากลับบ้านนนนนนนนน เย้!!!

3 วันต่อมา มาตามนัดที่คุณหมอนัดไว้ มาถึง รพ.ก็ดำเนินเรื่องยื่นบัตรยื่นสิทธิ์ วัดไข้ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ไปรับบัตรคิวหน้าห้องตรวจ แล้วไป x-ray เรียบร้อยมานั่งรอเจอหมอ ตอนที่เจอหมอ หมอก็เปิดดูผล x-ray ดู แล้วชี้ให้ดูว่าใส่เหล็กยังไง โดยรวมแล้วกระดูกโอเค แม่ถามหมอว่า “แล้วแบบนี้ตอนถอดเหล็กต้องทำยังไงคะ” หมอบอกว่า “ก็ดึงออก เหมือนดึงไม้เสียบลูกชิ้นออกจากลูกชิ้นน่ะ” (คิดตามสิคะ แค่คิดก็เสียวแล้ว) และหมอให้ไปแกะเฝือกดูแผลที่ห้องเฝือกด้วยความที่คนเยอะ เค้าเลยให้เด็กและผู้ปกครอง 1 คนเข้าไปรอได้ ตอนแกะเฝือกและล้างทำความสะอาดแผลนั้น ช่วงที่พยาบาลเช็กแขนและแผล มันมีเหล็กโผล่มาด้วย แม่เห็นแล้วก็ลุ้นไปด้วย กลัวเจ็บแทนลูกก็กลัว เกร็งไปหมด ลูกก็ร้องโอ๊ยๆๆๆ (ตามสไตล์ของดีไซน์ที่จะมีร้องโวยวายไปก่อน) นาทีนี้แหละ อิแม่ก็เริ่มรู้สึกหน้ามืดจะเป็นลม จังหวะเดียวกับที่คนในห้องเฝือกเริ่มน้อย พ่อได้ยินเสียงลูกร้องเดินถือหนังสือไดโนเสาร์ที่เพิ่งซื้อเข้ามาจะมาปลอบใจลูก แม่ก็อาการไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เลยบอกพ่อว่า “พ่ออยู่กับลูกนะ เค้าไม่ไหวแล้ว จะเป็นลม ขอออกไปสูดอากาศข้างนอกนะ” จนใส่เฝือกใหม่ พ่อลูกพากันออกมา เสร็จเรียบร้อยกลับบ้านได้ พร้อมใบนัดให้มาพบอีกทีอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ระหว่างนี้ดีไซน์ก็ไปโรงเรียนตามปกติ แม่ย้ำกับดีไซน์ตลอดว่าให้ระวังแขนตัวเองนะ อย่าเพิ่งไปเล่นหนักๆกับเพื่อน คุณครูและเพื่อนๆที่โรงเรียนก็ช่วยกันดูแลดีไซน์อย่างดี เพื่อนๆคอยช่วยอำนวยความสะดวกให้หลายๆอย่าง ทั้งช่วยหยิบจับสิ่งของ รวมถึงช่วยหิ้วกระเป๋านักเรียนและกระเป๋าใส่ยาลงมาส่งตอนแม่ไปรับที่โรงเรียน

2 สัปดาห์ผ่านไป เร็วเหมือนกันนะ แต่ก็แอบมีความกังวลอยู่นิดๆ จากที่คราวก่อนโน้นหวังไว้อย่างดีว่ากระดูจะอยู่ในที่ทางที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่ มารอบนี้ความกังวลยังมีอยู่จากประสบการณ์รอบก่อน แถมดีไซน์ยังมีไม่อยู่นิ่งยิ่งกว่าตอนไม่เจ็บอีก มาถึง รพ.ก็ดำเนินเรื่องยื่นบัตรยื่นสิทธิ์ วัดไข้ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ไปรับบัตรคิวหน้าห้องตรวจ แล้วไป x-ray เรียบร้อยมานั่งรอเจอหมอตามขั้นตอนเสร็จสรรพ พอได้เจอหมอ ดูผล x-ray หมอบอก “กระดูกเริ่มงอกใหม่แล้วนะ ไม่มีปัญหาอะไร บอกดีไซน์ให้กินนมเยอะๆ กระดูกจะได้ติดเร็วๆ เด๋วนัดอีกที อีก 2 สัปดาห์ น่าจะเอาเฝือกออกได้ รอบนี้ไม่เปลี่ยนเฝือกก็ได้นะ” แต่แม่ขอหมอว่า “เปลี่ยนเถอะค่ะ เพราะเฝือกมันไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ สีเปลี่ยนไปเยอะแล้ว กว่าจะมาเจอหมออีกทีอีก 2 สัปดาห์คาดว่าจะไม่เห็นว่าสีเดิมคือสีอะไร” หมอก็ให้ไปเปลี่ยนที่ห้องเฝือก แกะเฝือกทำความสะอาดแผลใส่เฝือกใหม่เรียบร้อย รอบนี้แม่เตรียมยาดมไปด้วยกันเป็นลม 555+ รับใบนัดแล้วกลับบ้านได้

หลังปิดปีใหม่ เปิดมาได้ 3 วัน ถึงวันที่หมอนัด มาถึง รพ.ก็ดำเนินเรื่องยื่นบัตรยื่นสิทธิ์ วัดไข้ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ไปรับบัตรคิวหน้าห้องตรวจ รอบนี้ต้องแกะเฝือกก่อน แล้วค่อยไป x-ray คนที่ห้อง x-ray วันนี้เยอะมากกกกกก รอคิวนานกว่าจะได้ x-ray แล้วมารอเจอหมอหน้าห้องตรวจ หมอบอกกระดูกติดโอเค ถอดเหล็กออกเลยก็ได้นะ แล้วก็ให้ไปรอที่ห้องเฝือก คนในห้องเฝือกเยอะ 1 เด็กต่อ 1 ผู้ปกครอง แม่ให้พ่ออยู่กับลูกเพราะกลัวจะเป็นลมอีก แม่ออกมานั่งทำใจรอหน้าห้อง วันนี้มีหมอ Extern 2 คนมาเป็นผู้ช่วยอาจารย์หมอช่วยดึงเหล็กออกให้ แม่นั่งรออยู่ข้างนอกซักพัก ได้ยินเสียงดีไซน์ร้อง เลยเดินเข้าไปดูในห้องเฝือก มีหมอ Extern 2 คน คนหนึ่งถือคีม อีกคนจะมือดีไซน์ไว้ และพยาบาลอีก 1 คนจับแขนดีไซน์ไว้ รวมถึงพ่อที่ก้มกอดดีไซน์ช่วยกันล็อคตัวดีไซน์ไว้ไม่ให้ดิ้น แม่เข้าไปเห็นจังหวะที่หมอดึงเหล็กอันแรกออกพอดี (เฮ๊ย!! ดูดึงง่ายอ่ะ) และกำลังจะดึงเหล็กอันที่ 2 ออก หมอใช้เวลาในการในการดึงเหล็ก 2 อันไม่ถึง 30 วินาที ถามว่าดีไซน์ร้องมั๊ย ก็ร้อง “โอ๊ยๆๆๆๆ พอแล้วๆ” ทุกคนก็ช่วยกันปลอบว่า “เสร็จแล้วๆๆๆ” แล้วพยาบาลก็เอาผ้าก๊อชซับเลือดกดแผลลงเล็กน้อย ตอนนี้เองดีไซน์ก็บอก

ดีไซน์ : โอ๊ยๆๆๆ ทำไมต้องกดลงมาอีก
พยาบาล : ก็กดห้ามเลือดไม่ให้ไหลออกมาไง ไม่ได้กดแรงเลยนะ
ดีไซน์ : โอ๊ยยยย กดแรงทำไม ไหนบอกเสร็จแล้วไง
แม่ : จะเสร็จแล้วๆ เดี๋ยวพันผ้าปิดแผลไว้ก็เสร็จแล้ว
พยาบาลพันผ้าผิดแผลไว้ แล้วบอกว่า 3 วันนี้อย่าเพิ่งให้โดนน้ำนะ หลังจากนั้นให้แกะผ้าก๊อซออกมาทำความสะอาดแผล เช็ดเบาๆ อย่าดึงหนังที่ลอกออก ให้เอาโลชั่นค่อยๆทา เดี๋ยวมันลอกออกเอง ไม่งั้นมันจะเป็นแผลนะ ทำแผลก็เช็ดให้สะอาดแล้วเอายาเบตาดีนใส่ แล้วก็ปล่อยไว้ไม่ต้องพันผ้าอีก

อ่อ...ลืมบอกไป ตอนดึงเหล็กออกนั่นคือ ดึงสดนะจ๊ะ ไม่มีการฉีดยาชาใดๆทั้งสิ้น

หมอก็เข้ามาดูอีกรอบ ย้ำให้ระวังเรื่องการใช้มือและระวังเรื่องการใช้มือค้ำ เพราะโอกาสที่จะหักที่ตำแหน่งเดิมมันมีอีก

หมอนัดอีกรอบ 3 สัปดาห์หน้านะจ๊ะ นั่งรอใบนัด ได้รับแล้วก็ชวนดีไซน์กลับบ้าน ดีไซน์ที่ยังรู้สึกแปลกที่ไม่มีเฝือก ขาดความมั่นใจในการใช้แขนข้างที่เจ็บอยู่

แม่ : ป่ะ ดีไซน์ กลับบ้านกัน
ดีไซน์ : โอ๊ยยย แล้วน้องดีไซน์จะเดินยังไงอ่ะ
แม่ : อ้าว ก็เดินตามปกติไง ขาไม่ได้เป็นอะไรนี่ ส่วนแขนก็ใกล้จะหายแล้วนะ รอแค่แผลที่ดึงเหล็กออกติดและแห้งสนิทก็หายแล้ว อีก 3 วันโดนน้ำได้ก็ไม่เป็นไรแล้ว

แม่ หมอและพยาบาล รวมทั้งผู้ปกครองเด็กคนอื่นที่ได้ยินถึงกับยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ พูดแซวดีไซน์กันใหญ่เลยว่า ทำไมจะเดินไม่ได้ ขาไม่ได้เป็นอะไรนะ
จากวันที่เกิดเหตุแขนหัก จนถึงวันที่ถอดเฝือกถอดเหล็ก ระยะเวลาทั้งหมดประมาณหนึ่งเดือนครึ่งนะจ๊ะ

(บันทึกไว้เมื่อ 8 มกราคม 2019)




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2563 10:37:31 น.
Counter : 373 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


nesle18
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





New Comments
Friends' blogs
[Add nesle18's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.