[FIC] Love Train : ทริปรัก..เฉพาะกิจ : Chapter2
*** เนื้อหาต่อไปนี้ จะมีเรื่องราวความรักในรูปแบบของ boy's love อยู่ด้วย.. หากผู้ใดไม่ชอบเนื้อหาในทำนองนี้ ขอความกรุณาปิดหน้าต่างหน้านี้ได้เลยนะคะ แต่ถ้าหากใครที่อยากมองเห็นอีกมุมมองหนึ่งของความรัก ในแบบคลีนๆ ใสๆ ก็อยากเชิญชวนให้ลองอ่านดูค่ะ ^^ ***


***************************************************


Chapter 2


เป็นเวลาเนิ่นนานที่สมองของณัฏฐ์นุชิตนั้นถูกบรรจุไปด้วยความสงสัยที่เข้ามาเฝ้าวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ และมีทีท่าว่ามันจะไม่มีวันจบสิ้นหากยังไม่สามารถไขปริศนาที่ตนเองสงสัยได้... หนุ่มหน้าคมใช้มือพลิกแฟ้มไปทีละหน้า หากแต่ดวงตาสีนิลของเขากลับเหม่อลอยออกไปคล้ายคนมีอะไรในใจ ภาพของ ‘ใคร’ คนนั้นเข้ามาก่อกวนสมาธิของเขาที่เคยมีให้กับแฟ้มตรงหน้าจนหมดสิ้น

เหมือนนาฬิกาหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว... กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ณัฏฐ์นุชิตเฝ้านึกถึงแต่ภาพเจ้าของใบหน้าหวานที่ทำตัวไม่มีมารยาทเท่าที่ควร ชนิดที่เขาก็เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงได้หยุดนึกถึงใครคนนั้นไม่ได้ ไม่บ่อยนักที่ผู้ชายบ้างานอย่างเขาจะตกอยู่ในอาการแบบนี้ ครั้งล่าสุดคือเมื่อสามปีก่อนที่เขาเล่นละครคู่กับดาราสาวหน้าใหม่ในตอนนั้น….

และเป็นครั้งที่สร้างรอยร้าวในหัวใจให้เขาเจ็บมาจนถึงทุกวันนี้ !!

ช่วงเพียงเสี้ยววินาทีของความคิด ชายหนุ่มรีบสะบัดความคิดนั้นออกไปให้ไกลทันทีที่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้... สิ่งที่เขากลัว สิ่งที่เขาเฝ้าระวังมาตลอดเกือบสองปีเต็มกำลังจะพังทลายลงไปเพียงเพราะใครคนหนึ่งที่เขาไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน.. คนที่เขาไม่นึกชอบท่าทีที่เด็กคนนั้นแสดงออก.. แถมอาจจะเป็นพวกเพศที่สามขึ้นมาเสียอีกดื้อๆ

เด็กคนนั้นอันตรายกับหัวใจของเขาเกินไปหรือเปล่า !!?!!??

“เป็นไงบ้างนัท ตัดสินใจอะไรได้บ้างหรือยัง ?” เสียงของรุ้งรัตน์ดังขึ้นมาจากหน้าห้องเรียกสติของณัฏฐ์นุชิตได้ดี เขาหันไปมองต้นเสียงที่ยังคงส่งยิ้มให้เขาไม่จืดจางแล้วก็ได้แต่ทำปั้นสีหน้ายิ้มกลับ ทั้งที่ในใจนั้นยังวุ่นวายอยู่ไม่น้อย

“ยังเลยครับพี่รุ้ง น่าเที่ยวหมดทุกที่เลย”

“อืม ถ้างั้นพี่เลือกให้ก่อนดีมั้ย” หญิงสาวถามเสียงเรียบ เธอเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมที่เธอลุกจากไป แต่ภาพที่เธอเห็นคือ ชายหนุ่มรุ่นน้องกำลังเปิดแฟ้มกลับหัวอย่างน่าขัน

“นัท... นี่นัทเหนื่อยเกินไปหรือเปล่าจ๊ะ ?” รุ่นพี่สาวถามด้วยอาการอมยิ้มน้อยๆ เธอจ้องมองณัฏฐ์นุชิตที่หันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกว่าแปลกใจกับคำถามนั้น

“ทำไมพี่รุ้งถามผมอย่างนั้นล่ะครับ ?”

“ก็เราอ่านแฟ้มกลับหัวน่ะสิ” พอได้เอ่ยออกไปหญิงสาวก็ถึงกับปล่อยหัวเราะร่วน ดูเหมือนว่าณัฏฐ์นุชิตคงไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป ที่สำคัญคือเขาคงไม่ได้อ่านแฟ้มทั้งๆที่มันกลับหัวเช่นนี้เป็นแน่

และเพราะคำพูดของรุ้งรัตน์ทำให้ณัฏฐ์นุชิตเหมือนนึกขึ้นมาได้ทันที เขารีบก้มลงมองแฟ้มในมือก่อนจะพบว่ามันกลับด้านอยู่อย่างที่หญิงสาวพูดจริงๆ

“อุ้ย ! สงสัยผมคงคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะครับพี่รุ้ง ดูสิ.. เปิ่นซะจนหมอไม่รับเย็บหน้าผมเลยอ่ะ” ณัฏฐ์นุชิตเอ่ยจบแล้วก็ได้แต่แค่นหัวเราะแก้เขิน จนรุ้งรัตน์อดส่ายหัวให้กับความเบลอเฉพาะกิจของคนตรงหน้าไม่ได้

"แล้วคิดอะไรอยู่ล่ะเรา.. ร้อยวันพันปีพี่ไม่เคยเห็นนัทเบลอได้ขนาดนี้เลยนะ"

"ก็...." คำตอบของชายหนุ่มถูกกลืนหายไปทันทีที่ปากเริ่มเอ่ย "ม.. ไม่มีอะไรหรอกครับพี่ ผมก็คิดอะไรไปเรื่อยนั่นแหละครับ"

"จ้า..าาา" รุ้งรัตน์ลากเสียงเย้าคำตอบของชายหนุ่มที่ดูไม่เนียนนักก่อนจะเป็นฝ่ายหนุ่มรุ่นน้องที่เปลี่ยนประเด็นไปเสียง่ายๆ

ประเด็นที่ณัฏฐ์นุชิตรู้อยู่แก่ใจดีว่ามันเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน"

"เอ่อ.. พี่รุ้งครับ ที่นี่มีพนักงานที่เป็นทอมด้วยเหรอครับ"

"หืม ?" หญิงสาวสะดุ้งเล็กๆกับคำถามของหนุ่มรุ่นน้อง เธอครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็ยิ้มออกมา "มีสิ ทอมเขาก็ทำงานเป็นนะนัท"

"อันนั้นผมรู้ครับพี่.." ชายหนุ่มรีบเบรคความคิดของรุ้งรัตน์ทันทีที่เขาได้ยินประโยคหลัง "แต่ผมหมายความว่า ผมไม่เคยเห็นที่นี่มีพนักงานเป็นทอมไงครับ ผมก็เลยสงสัย"

"อ่อ.." รุ้งรัตน์รับฟังคำอธิบายของชายหนุ่มแล้วก็เข้าใจ "มีอยู่คนเดียวน่ะแหละ ชื่อพัดชา แต่คนนี้ทำงานเก่งนะ คล่องแคล่วว่องไว เป็นช่างภาพมือดีของพี่คนหนึ่งเลยแหละ"

"เหรอครับ.."

"แต่บางทีพี่ก็แอบเสียดายนะ พี่ว่าพัดชาจัดเป็นคนที่สวยมากคนนึงเลย แต่ไม่รู้ทำไมถึงเป็นทอมไปซะนี่.. นัทเจอพัดแล้วใช่มั้ยล่ะ เป็นไง สวยมั้ย ?"

"ก็.. สวยดีครับพี่ น่ารักดี" ณัฏฐ์นุชิตเอ่ยออกไปพร้อมรอยยิ้มบางๆที่เขาเผยออกมาโดยไม่รู้ตัว และไม่รู้เลยว่ารุ้งรัตน์มองเห็นพฤติกรรมนั้นอย่างชัดเจน... พัดชาเปรียบเสมือนน้องสาวของเธอคนหนึ่งที่เธออยากจะให้ลงเอยกับใครดีๆสักคน ขณะที่ณัฏฐ์นุชิตเองก็เป็นเหมือนน้องชายที่เธอรัก เป็นน้องชายที่เธอรู้ดีว่าเขากำลังหวาดกลัวกับความรัก

ถ้าจะจับคู่นี้ให้ลองไปเจอกันสักครั้ง.. มันก็คงไม่เสียหายอะไรนัก อย่างน้อยๆทั้งสองคนก็จะได้เพื่อนดีๆเพิ่มขึ้นมาอีกคนก็เท่านั้น !

"งั้นพี่ให้พัดชาไปทริปกับเราละกัน ไม่ขัดข้องอะไรใช่มั้ย ?"

"ฮะ ! แล้ว.. มันจะดีเหรอครับพี่ ยังไงเขาก็เป็นผู้หญิงนะครับ" หนุ่มผิวเข้มรีบถามขึ้นอย่างแปลกใจ จริงอยู่ที่ลึกๆแล้วเขาก็แอบรู้สึกตื่นเต้นและลิงโลดอยู่ไม่น้อย แต่มันจะดูไม่ดีหรือเปล่า ถ้าจะให้เขาไปกับผู้หญิงสองต่อสองแบบนี้

ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนั้น จะเป็นทอมก็เถอะ !

"ไม่เป็นไรหรอกน่า สาวๆในออฟฟิศที่นี่ทุกคนก็รู้ว่าพัดชาเป็นทอมอยู่แล้ว วันๆกรี๊ดกันอยู่นั่นล่ะ พี่ก็ไม่เข้าใจความคิดสาวๆสมัยนี้จริงๆ" พูดจบหญิงสาวก็หัวเราะกับคำบอกเล่าของตัวเอง เธอลอบมองใบหน้าของชายหนุ่ตรงข้ามที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อเล็กๆปะปนไปกับผิวสีแทนอย่างเห็นได้ชัด

"เอาเป็นว่า.. เดี๋ยวพี่สรุปรายละเอียดการประชุมก่อนก็แล้วกัน นัทเองก็กลับไปเตรียมพร้อมตัวเองให้ดี แล้วพรุ่งนี้พี่จะส่งรายละเอียดไปให้ทางเมลล์นะไ

"ครับพี่ ขอบคุณมากนะครับ" ณัฏฐ์นุชิตรีบยกมือประนมไหว้หญิงสาวผู้อาวุโสกว่าตรงหน้าด้วยความนอบน้อม ซึ่งเธอก็รับไหว้นั้นด้วยท่าทีที่ยินดี

"แล้วไว้เจอกันนะ"

"ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่รุ้ง.. สวัสดีครับ"

"จ้ะ" หญิงสาวส่งยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย เธอมองรุ่นน้องของเธอเดินออกจากห้องไปจนลับตา จึงเดินตามออกมาเพื่อตามหาพัดชา แต่มองหาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ...

เป็นวูบเดียวที่เธอหันไปเห็นเด็กหนุ่มซึ่งเป็นช่างภาพมือใหม่ของที่นี่เดินผ่านหน้าไป รุ้งรัตน์จำได้ดีว่าเด็กหนุ่มคนนี้สนิทสนมกับพัดชาอยู่ไม่น้อย แต่วันนี้กลับเห็นเขาเดินอยู่เพียงลำพัง.. รุ้งรัตน์จึงเดินไปถามกับพนักงานสาวอีกคนซึ่งนั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก

"พิมพ์.. นี่พัดชาไปไหนน่ะ พี่มีงานจะให้ทำสักหน่อย"

"เอ๊ะ.." เป็นเสียงของพรักงานสาวผมยามที่ชื่อพิมพ์ส่งเสียงตอบกลับมาอย่างแปลกใจ "วันนี้พี่พัดขอลางานครึ่งวันนะคะ ตอนบ่ายถึงจะเข้ามา นี่พี่รุ้งยังไม่ได้จดหมายลาจากพี่พัดเหรอคะ"

"หืม ? ลาครึ่งวัน ?"

"ค่ะ.." หญิงสาวที่ชื่อพิมพ์ยังคงยืนยันคำเดิมอย่างหนักแน่น หากแต่คำตอบนั้นสร้างความแปลกใจให้กับรุ้งรัตน์ยิ่งนัก

ในเมื่อพัดชา คนที่เธอเข้าใจว่าณัฏฐ์นุชิตถามหาไม่ได้ปรากฏตัวที่ออฟฟิศนี้เลยตั้งแต่เช้า แล้วคนที่ณัฏฐ์นุชิตถามถึงนั้นจะเป็นใครไปเสียล่ะ ?

เธอตัดสินใจทิ้งความสงสัยนั้นลง เมื่อมีโทรศัพท์มือถือดังเข้ามาปรากฎชื่อเป็นลูกค้ารายใหญ่ของนิตสาร.. หญิงสาวเดินกลับเข้าไปในห้องโดยไม่ได้สนใจถึงเรื่องราวที่เธอกำลังสงสัยอีกเลย

เป็นเสียงของพิมพ์ หญิงสาวคนเดิมที่นั่งอยู่ ร้องเรียกเด็กหนุ่มคู่หูของพัดชาด้วยเสียงอันดัง

"พัชร์.. มาช่วยพี่ดูรูปนี่หน่อยสิ"

"..ครับพี่พิมพ์.."



...........

...........

...........



ค่ำคืนมืดมิดกับดวงจันทรากลมโตสุกสว่าง ส่องแสงทักทายหนุ่มน้อยหน้าหวานขี้เหงาที่ยืนเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตากลมโตทอดมองออกไปยังพื้นเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยภาพตึกและไฟที่สาดส่อง มาจากต่างทิศต่างทาง เป็นภาพที่ดูสวยงามหากแต่แอบแฝงไปด้วยความวุ่นวาย ที่เด็กหนุ่มนึกมาเสมอว่านั่นคือความจริงของชีวิต

...ศิลปะของชีวิตที่สวยงาม คือความเคลื่อนไหว ความวุ่นวาย และการใส่หน้ากากเข้าหากัน...

เป็นเวลานานกว่า 2 ปีแล้ว ที่หนุ่มหน้าหวานผู้ไขว่คว้าหาความฝันอย่าง "พัชร์" ต้องอยู่ลำพังภายในคอนโดที่เปรียบเสมือนห้องคุมขังของเขา นับจากวันที่พี่ชายต่างมารดาของเขายื่นคำขาดให้เขาหันมาจับธุรกิจบริหาร อันเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้เป็นบิดาสร้างขึ้นมา และต้องการให้ลูกชายทั้งสองคนสานต่อ

หากแต่คงเป็นเพราะเลือดของผู้เป็นมารดาในตัวของพัชร์คงจะแรงกว่า.. เพราะเขาเลือกปฏิเสธพี่ชาย และเลือกปฏิเสธงานธุรกิจที่อาจจะสร้างรายได้ให้กับเขาเป็นกอบเป็นกำ รวมไปถึงอาจจะสร้างฐานะทางสังคมของเขาให้ดีขึ้นมามากกว่าเก่า เพียงเพราะเขารักในงานศิลปะเกือบทุกแขนง เฉกเช่นเดียวกับที่มารดาของเขาทำมาตลอดชีวิต

และเมื่อเขาปฏิเสธ เท่ากับว่าเขาไม่ควรอยู่ในบ้าน.. ไม่ควรอาศัยอยู่ใต้ชายคา "จันทร์พิทักษ์ไพศาล" อีกต่อไป

เด็กหนุ่มพาตัวเองพร้อมเงินก้อนหนึ่งที่อยู่ในบัญชีซึ่งเป็นเงินเก็บจากการทำงาน พิเศษช่วงปิดเทอมตั้งแต่สมัยที่เรียนมัธยม และเงินเก็บของผู้เป็นมารดาที่ได้จากการขายภาพวาดต่างๆ มาอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้ด้วยความหวังเล็กๆว่า เขาจะสามารถทำตามความฝันของเขา...

ความฝันที่จะได้เป็นช่างภาพมืออาชีพ ความฝันที่จะได้สร้างความสุขให้กับคนที่ได้มองภาพถ่ายของเขา

เด็กหนุ่มเริ่มรู้สติขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเครื่องมือสื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำลายบรรยากาศ แห่งความเงียบงันยามค่ำคืนของเขาลง ครั้นพอมือบางยื่นออกไปคว้าโทรศัพท์มา ก็พบว่าชื่อที่ขึ้นอยู่หน้าจอคือ 'พัดชา' รุ่นพี่สาวหล่อแสนอัธยาศัยดีของเขานั่นเอง

"มีอะไรฮะพี่พัด โทร.มาหาผมซะดึกเลย"

"พี่จะโทร.มาถามว่า อาทิตย์หน้าเราว่างมั้ย พอดีพี่รุ้งให้งานพี่มา แต่พี่ไม่สะดวกไป" เสียงหวานที่ถูกดัดให้ทุ้มตามประสาของสาวหล่อดังขึ้นจากปลายสาย ทำให้พัชร์ถึงกับแปลกใจ

"งานอะไรครับ ?"

"ก็โปรเจคท์พิเศษของบริษัทที่พี่เคยเล่าให้เราฟังนั่นแหละ ว่าไง.. สนใจมั้ย?"

"สนสิครับพี่" พัชร์รีบตอบรับคำถามนั้นทันทีที่รู้ว่าเป็นงานใหญ่ของบริษัท หากแต่อาการดี๊ด๊าเมื่อครู่กลับต้องสะดุดลง เมื่อสาวหล่อปลายสายตอบมาอีกประโยค

"แต่ว่าต้องไปกับดาราที่ชื่อณัฏฐ์นุชิตนะ รู้จักใช่มั้ย"

"รู้จักครับ แต่ผมว่า.. พี่หาคนอื่นดีกว่า ผมคงไม่สะดวกเหมือนกัน"

"อ่าว แล้วไหนเมื่อนี้บอกว่าได้ไง" พัดชาโวยวายกลับมาเสียงดัง

"ไม่รู้ล่ะ งานนี้พี่ไม่ไว้ใจคนอื่นไปทำแทนพี่ แล้วพี่ก็ไว้ใจเราที่สุด พัชร์ลองคิดดูนะ ถ้างานนี้พัชร์ทำได้ดี อีกหน่อยพี่รุ้งอาจจะให้พัชร์ได้ขึ้นมาเป็นช่างภาพประจำเลยก็ได้"

"แต่ว่าผมไม่..."

"ถือว่าพี่ขอนะ พี่เองก็ไม่สบายใจถ้าจะรับงานนี้เหมือนกัน พัชร์เข้าใจพี่นะ"

"ฮะ ก็ได้ๆ ผมทำงานนี้แทนพี่พัดก็ได้" พัชร์เอ่ยพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ.. การทำงานร่วมกับคนอื่นถือว่าเป็นความน่ากลัวสำหรับเขามากเท่าไหร่ การต้องร่วมงานกับณัฏฐ์นุชิตถือเป็นความน่ากลัวมากกว่านั้น

กลัวว่าพี่ชายของเขาจะรู้ กลัวว่าณัฏฐ์นุชิตจะปฏิเสธงานนี้ไปหากรู้ว่าเขาเป็นน้องชายคนเดียวของ "ภัทรพล" คู่แข่งตลอดกาลของณัฏฐ์นุชิต ในเมื่อว่าภัทรพลเองก็นับว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลอีกคน ที่อดีตเคยเป็นนักแสดงอนาคตรุ่งเฉกเช่นเดียวกับณัฏฐ์นุชิต

แถมยังเป็นศัตรูหัวใจคนสำคัญของณัฏฐ์นุชิตเมื่อหลายปีก่อนเสียอีก !

"ขอบใจมากนะพัชร์ แต่พัชร์อย่าเพิ่งบอกพี่รุ้งนะ.. พี่กลัวพี่รุ้งโกรธ"

"เอ่อ.. ฮะ"

"ขอบคุณมากจริงๆ.. พี่รักแกนะ"

"ฮะ.. ผมก็รักพี่ครับ" เด็กหนุ่มรับคำบอกรักนั้นด้วยรอยยิ้มที่เขามอบให้่กับปลายสาย โดยไม่หวังว่าเธอจะมารับรู้หรือไม่.. เขารักพี่สาวที่เหมือนพี่ชายคนนี้ไม่ต่างไปจากพี่แท้ๆอีกคนหนึ่ง เพราะเธอให้คำปรึกษาที่ดี เธอมอบกำลังใจที่ดี และยังทำให้เขาได้พบกับ "คนดีๆ" อีกหนึ่งคน

ถึงแม้ว่า "เธอคนนั้น" จะไม่ได้ติดต่อกลับมาหาเขาเกือบ 4 เดือนแล้ว แต่เขาก็ยังคงมอบหัวใจให้เธอเสมอ..

แต่สิ่งที่เขากำลังจะเผชิญต่อไปนี่สิ คือความจริงที่เขาต้องกลับมาหาหนทางแก้ไข... ผู้ชายคนที่เขาเพิ่งเดินชนไปเมื่อเช้า แถมยังทำตัวไร้มารยาทใส่เขา คือคนที่เขากำลังจะต้องร่วมงาน กำลังจะต้องปิดบังความจริงในส่วนหนึ่งของชีวิตเอาไว้เพื่อไม่ให้กระทบกับงาน ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

แม้ว่าดูจากท่าทีแล้วณัฏฐ์นุชิตอาจไม่รู้ หรือไม่ใส่ใจก็ตามที.. แต่ลางสังหรณ์ของเขามันแปลกไป ว่าจะต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นเป็นแน่

แต่จะอะไรบางอย่างที่ว่านั้นจะเป็นเรื่องใด เขาก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เช่นกัน...

พัชร์เลือกที่จะทิ้งร่างของตัวเองเอนลงบนเตียงนอนสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าต่าง หนุ่มหน้าหวานค่อยๆหลับตาลงไปด้วยความยากเย็น เพราะสิ่งที่รุมเร้ามาให้ได้หวนคิดนั้นช่างมากมายและชวนให้วุ่นวายใจมากจนเกินไป

การปล่อยให้ตัวเองหลับลงไปด้วยความเหนื่อยล้า คือหนทางเดียวที่พัชร์ต้องเลือกในค่ำคืนนี้

……………………….

…………………….....

……………………….


รุ่งอรุณเบิกฟ้าขึ้นมาทักทายชาวโลกอย่างช้าๆราวกับว่ามันล่วงรู้จิตใจของเด็กหนุ่มที่ร่างกายยังคงต้องการการพักผ่อน หากแต่วันเวลาก็ย่อมต้องหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลของมัน.. แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องเข้ามายังห้องนอนของพัชร์จนเขาต้องขยับตัวตามความแรงของแสงนั้น มือบางถูกยกขึ้นมาขยี้เปลือกตาที่ยังคงปิดบังดวงแก้วสีนิลไว้อย่างดี

เป็นเสียงของโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นปลุกพัชร์... เด็กหนุ่มเอื้อมมือออกไปควานหามือถืออย่างสะเปะสะปะ ก่อนจะคว้ามันมารับโดยไม่ทันมองชื่อคนที่โทร.มา

“สวัสดีฮะ นั่น...”

“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่พัชร์” เสียงเริงร่าจากปลายสายกำลังทำให้พัชร์ที่สลึมสะลืออยู่ถึงกับตื่น เสียงหวานที่คุ้นเคยของหญิงสาว “คนนั้น”กลับมาแล้ว !

“ส..สา นั่นสาใช่มั้ย !!??”

“ค่ะ สาเอง คิดถึงพี่พัชร์จังเลยค่ะ” หญิงสาวที่เรียกตัวเองว่าสาตอบกลับมาด้วยเสียงใส.. เธอคือ ‘เนริสา’ น้องสาวคนสวยของพัดชาที่เดินทางไปไกลถึงเมืองนอกเพื่อเรียนเพิ่มเติม น้องสาวอีกคนที่เขา ‘ไม่เคยคิด’ ว่าเธอเป็นน้องสาวเลยสักครั้ง

“พี่ก็คิดถึงสา” หนุ่มหน้าหวานรีบตอบกลับด้วยเสียงอ่อนหวานพร้อมเด้งตัวเองขึ้นมานั่งทันที

“แล้วนี่เป็นไงบ้าง ใกล้จะจบคอร์สรึยัง ?”

“ก็.. อีกสามสี่วันค่ะ แต่ที่โทร.มาเพราะสาจะให้พี่พัชร์มารับสา..”

“หืม ? เมื่อไหร่ครับ ?”

“อาทิตย์หน้าค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยเสียงเริงร่าตามประสา หากแต่คำตอบของเธอกำลังทำให้พัชร์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เสียงหวานที่แอบห้าวเล็กๆของชายหนุ่มถามกลับไปเสียงสะดุด

“ห่ะ ! อาทิตย์หน้าเหรอครับ”

“ค่ะ ทำไมคะ พี่พัชร์มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่า... พี่พัชร์ไม่อยากมารับสา ?” เสียงหญิงสาวส่งกลับมาในเชิงตัดพ้อ แม้เขาจะรู้ดีว่าเธอไม่ได้งอนเขาอย่างจริงจัง แต่พัชร์ก็เริ่มใจไม่ดีเสียแล้ว

เพิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งก็ตอนนี้.. ว่าทำไมพัดชาถึงได้ขอเปลี่ยนตัวให้เขาไปทำงานอาทิตย์หน้าแทนเธอ !!!




==^^ TBC ^^==



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2554 13:27:41 น.
Counter : 618 Pageviews.

4 comments
  
มันอยู่ลึกๆในใจ ลุ้นณัฎฐ์กับพัชร์สุดๆเลยค่ะ
อร๊ายยยอย่าขาดช่วงนานนะคะ
ใจสิขาดตามคร่า^^
โดย: miyukik IP: 110.49.252.167, 141.0.10.45 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:13:43 น.
  
เรื่องราวเริ่มซับซ้อนซ่อนเงื่อน....
ลุ้นได้ตลอด....
ลุ้นให้หนุ่มเขี้ยวเสน่ห์กับคนหน้าหวานให้
มาพบกันอีกครั้ง...
เพราะเราเชื่อในพรหมลิขิตอ่ะ
มาต่อไวไวเน้อwriter
โดย: พี่นิด IP: 61.7.146.3 วันที่: 2 ธันวาคม 2554 เวลา:17:41:07 น.
  
ไม่อัพเทอนะยะ ได้ข่าวว่าในเฟซมันปาเข้าไปหลายตอนแล้วนะ//หยอกเย้า
โดย: ปอ IP: 124.122.177.203 วันที่: 13 ธันวาคม 2554 เวลา:1:25:29 น.
  
มาลงให้อ่านหน่อยคะ อยากรู้ๆตอนต่อไป ไม่ได้เป็นเพื่อนในเฟสงะคะ
ขอบคุณนะคะสนุกมากเลยคะ
โดย: ducky IP: 101.108.55.112 วันที่: 8 เมษายน 2555 เวลา:8:42:52 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

MF Angsumalin
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กน้อยตัวเล็กขนาดพกพา ออกมาเดินทางบนโลกใบใหญ่ พกพามาเพียงแค่ตัวและหัวใจ ที่ฝันใฝ่ในฝันที่หมายปอง
พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
26
27
28
29
30