[[Fic : Photo of Love - 01]]
สวัสดีคับผม ^^

แจ้งก่อนว่า ฟิคนี้เป็นฟิคเฉพาะกิจ สืบเนื่องมาจากในพี-ก้องคลับค่ะ
ดังนั้นจะมีตอนหน้าหรือไม่มี จะมาช้าหรือเร็ว อันนี้ไม่รับปากและไม่รับประกันนะคะ คนเขียนนิสัยเสีย.. พลอตมีเยอะ แต่ยังไม่ยอมจบสักเรื่อง :P

ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนแค่ที่เห็นในคลับ แล้วก็ค้างไว้แค่นั้นค่ะ (ฮ่าๆ) แต่ดันเผลอบอกให้ทวงได้ เลยโดนพี่นกทวงเลย :) จัดมาให้แล้วนะคะ .. ตอนแรกมันสั้นๆหน่อยน้า ยังไม่รู้จะเขียนอะไร ลากยาวได้เท่านี้ก็สุดๆของเด็กน้อยแล้วฮะ แต่ตอนหน้า (ถ้ายังมีหน้ามาอัพ) ก็ยาวกว่านี้แน่นอน ^^

ถ้าไม่สนุกก็ไม่ต้องทวงนะคะ ยังปั่นอีกเรื่องไม่เสร็จ (อ่าว ! ขมขู่คนอ่านเหรอ) แต่ถ้าอยากอ่านจริงๆทวงได้ค่ะ ปั่นอีกเรื่องจบไปอีกตอนเมื่อไหร่ จะเอาตอนสองมาลงนะคะ

พยายามอ่านให้มันสนุกหน่อยเนอะ #ส่งสายตาปิ๊งๆ

ด้วยรักและเวิ่นเว้อ
Angsumalin :)


***************************************************

:: Chapter 1 ::



"พี่โส ก้มหน้าลงนิดนึงครับ"

เสียงตากล้องหนุ่มมือสมัครเล่นดังขึ้นจากหลังเลนส์.. เขาได้รับการไหว้วานให้มาถ่ายรูปประกอบผลงานเพลงชิ้นใหม่ของรุ่นพี่ที่สนิท กันมากว่าสามปีอย่างโส ร็อกเกอร์หนุ่มผู้มีใจรักในเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ

หนุ่มหน้าหวานรัวชัตเตอร์อย่างคล่องมือ แม้เขาจะไม่ได้ทำงานเป็นช่างภาพมืออาชีพ แต่ด้วยความที่หัวใจมีศิลปะ เฝ้าคอยศึกษาในศาสตร์ด้านศิลป์หลากหลายแขนง ทำให้การถ่ายภาพกลายเป็นงานอดิเรกของชายหนุ่มนอกเหนือไปจากการร้องเพลง ที่เจ้าตัวรักนักรักหนาไม่แพ้หนุ่มรุ่นพี่แม้แต่น้อย

"ดีครับพี่ ดีๆ เอียงซ้ายอีกนิดนะครับ โอเค... เรียบร้อยแล้วฮะ"

เสียงหวานยังคงสั่งการอย่างต่อเนื่อง.. เขายกยิ้มดีใจเมื่องานสิ้นสุดลง ไม่ต่างอะไรไปจากรุ่นพี่หนุ่มที่เดินเข้ามาหาน้องชายคู่ซี้อย่างอารมณ์ดี.. มือหนาขยับปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยรอยยิ้มบาง

"เป็นไงบ้างฟลุค มีอะไรต้องแก้อีกมั้ย"

"ไม่แล้วครับพี่ ผมว่าเซทนี้โอเคแล้วฮะ เอาลงคอมพ์ไปปรับแสงนิดๆหน่อยก็พอแล้ว เพราะนายแบบหล่อ"

"ฮึ.. ทำเป็นมาชมนะไอ้ตัวแสบ" เสียงของหนุ่มร็อกเกอร์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี.. น้องชายคนนี้ของเขามักปากหวานเมื่อต้องการผลประโยชน์บางสิ่งจากตัวเขาเสมอ และครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกันนัก

"มีอะไร ว่ามา.. ไม่ต้องมาทำเป็นชมเลย พี่รู้ทันหรอกนะ"

"โธ่.. พี่ ผมไม่ได้แกล้งนะ ผมชมพี่จริงๆ ดูรูปเอาเองดิ.. หล่อป่ะล่ะ ?" เสียงหวานไม่แพ้หน้าตาเอ่ยท้วงเสียงแข็ง หากแต่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ใครๆล้วนบอกว่ามันเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก

"เย็นนี้เลี้ยงข้าวฟลุคด้วยนะพี่ ตังค์หมดละ.. แหะๆ" เสียงกระซิบพร้อมเสียงหัวเราะตบท้ายนั้นไม่ผิดคาดไปจากที่ร็อกเกอร์หนุ่มคาด การณ์เท่าไหร่นัก เขายิ้มกว้างอย่างจนใจกับหนุ่มรุ่นน้อง ก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งตวัดไปตบบ่าของคนถือกล้องแรงๆหนึ่งที

"ให้มันได้อย่างนี้สิ มีครั้งไหนที่จะชมแล้วไม่หวังผลบ้างเนี่ย ฮึ ?"

"ไม่รู้ล่ะพี่ เลี้ยงผมด้วย"

"เออๆ ตกลง รอประชุมเสร็จก่อนแล้วกัน ร้านเดิมนะเว้ย..."

"คร้าบบบบบ"

เสียงหวานลากยาวตอบรับตามสไตล์หนุ่มขี้เล่น สร้างรอยยิ้มจากหนุ่มรุ่นพี่และทีมงานที่คุ้นเคยรอบข้างได้อย่างดี...

แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวสักนิด ว่าตลอดระยะเวลาที่เขากำลังทำหน้าที่เป็นช่างภาพจำเป็นนั้น ได้ถูกบันทึกภาพจาก 'ใครบางคน' เป็นที่เรียบร้อยแล้ว !!


...
...
...


"ท่านครับ.." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ หากแต่เสียงนั้นถูกเอ่ยด้วยความราบเรียบ ร่างสูงใหญ่โค้งตัวลงเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลที่ถูกเรียกว่า 'ท่าน'

ชายหนุ่มผู้อยู่ในฐานะเหนือกว่าเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจากโต๊ะทำงานพลางปรายตามอง 'ลูกน้อง' คนสนิทในเชิงถามหาบางสิ่ง.. แค่เพียงปรายตาเท่านั้น อะไรที่เขาต้องการ ก็จะต้องได้ดั่งที่ใจนึก

"เหยื่อรายที่ 169 .. เป็นนักร้องผับในเครือของคุณพัฒน์ ชื่อฟลุคครับ" หนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทเอ่ยรายงานพร้อมวางรูปถ่ายสอง-สามใบลงบนโต๊ะของผู้เป็นนายอย่างเบามือ "ตอนนี้กำลังทำงานเป็นช่างภาพให้กับรุ่นพี่ที่สนิทกัน และคืนนี้จะเดินทางไปทานอาหารค่ำที่ร้าน 'เพียงดิน' ย่านเดียวกับที่ทำงานของพวกเขาครับ"

"อย่างงั้นเหรอ"

เสียงพึมพัมถูกเอ่ยขึ้นขณะที่มือหยาบนั้นหยิบภาพถ่ายขึ้นมาพิจารณา ดวงตาเรียวจ้องมองคนในภาพด้วยสายตาคมกริบอย่างคนที่ผ่านโลกที่เต็มไปด้วยอืทธิพลมืดมาเกือบ 30 ปี

..น่าสนใจ..

"ถ้าเราปฏิเสธงานนี้ซะล่ะ ?" เสียงจากผู้เป็นนายเอ่ยถามคนสนิทด้วยท่าทีที่ไม่ใส่ใจนัก หากแต่แววตาคู่นั้นกลับฉายให้เห็นได้ชัดว่า 'สนใจ'

"ท่านแน่ใจเหรอครับ ว่าจะปฏิเสธงานนี้จริงๆ .. งานนี้ 'ลูกค้า' จ่ายเงินให้เราสูงกว่ารายอื่นๆอีกนะครับท่าน"

"ฉันก็ไม่ได้ร้อนเงินนี่ หรือว่านายอยากได้ หืม ?"

บุรุษผู้เป็นนายร้องถามด้วยท่าทีไม่ต่างจากเดิมนัก เขาหมุนเก้าอี้ตัวเองให้หันไปสนใจโน้ตบุคตรงหน้าดังเดิม เป็นสัญญาณว่าเขากำลัง 'ไม่พอใจ' ในคำถามของคนสนิทสักเท่าใดนัก

เป็นเสียงของหนุ่มร่างใหญ่ที่รีบปฏิเสธด้วยท่าทีนิ่งเฉย ตามแบบฉบับของ 'มือปืน' ที่ถูกสั่งสอนเรื่องบุคลิกภาพมาเป็นอย่างดี

"เปล่าครับ"

"งั้นก็จัดการตามที่ฉันสั่ง ปฏิเสธงานนี้ไปซะ บอกว่ามีรายอื่นยื่นข้อเสนอมาดีกว่า แล้วถ้ามีปัญหา.. ให้มาเคลียร์กับฉัน"

"ครับ"

เสียงทุ้มต่ำตอบรับคำสั่งนั้นแต่โดยดี คำสั่งของผู้เป็นนายที่เป็นมากกว่านาย เพราะ 'อนุชิต' ไม่ใช่เพียงเจ้านายของเขา แต่ยังเป็นเพื่อนที่เติบโตมาพร้อมๆกัน เป็นผู้มีพระคุณของเขาอีกด้วย..

สองขาอันแข็งแกร่งนั้นก้าวถอยหลังออกไปอย่างช้าๆ หากแต่ท่าทางนั้นบ่งบอกได้ว่าเต็มไปความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว.. กว่า 10 ปีมาแล้วที่เขาและอนุชิตต้องก้าวเข้ามาทำงานในวงการนี้ วงการที่แม้ไม่มืดมิดอนธกาล แต่ก็ไม่อาจมองเห็นแสงสว่างได้แม้แต่น้อย

พวกเขาไม่ใช่บริษัทรับจ้างฆ่าคน หรือซุ้มมือปืนเถื่อนโดยทั่วไปอย่างที่ใครต่อใครเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น แต่บริษัทของพวกเขารับจ้าง 'ชำระความ' ให้กับลูกค้าที่ต้องการ 'เหยื่อ' มาเซ่นบูชา ไม่ว่าจะต้องการแบบตัวเป็นๆ หรือถึงแก่ชีวิตก็ตาม

พวกเขาไม่ได้มีหน้าที่ทำลายชีวิตให้ดับสิ้นด้วยกระบอกปืน แต่มีหน้าที่ลงมือช่วงชิงตัวมาเพื่อให้ได้ซึ่ง 'ค่าจ้าง' รายหัวเท่านั้น

หากจะกล่าวว่าพวกเขาเป็นมาเฟียนั้นคงผิดถนัด เพราะแม้แต่อนุชิตผู้เป็นนายก็ไม่ได้มีอิทธิพลกว้างขวางในวงการมืดอย่างมาเฟียคนอื่นๆ แต่ก็ต้องนับว่านายของเขาไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์นัก เพราะหน้าที่การงานที่ได้รับการมอบหมายจากบิดาให้สืบทอดบริษัทแห่งนี้อย่างหลีกหนีไม่ได้ ทำให้พวกเขาต้องลงมือ 'ทำร้าย' ผู้คนมากมายทั้งบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์

เป็นสิ่งที่พวกเขารู้ดี ว่ามันท้าทายอำนาจของกฏหมายมากขนาดไหน

และกับเหยื่อรายนี้.. เขากล้าพนันกับตัวเองได้เลยว่ามันจะไม่จบเพียงเท่านี้ ในเมื่อลูกค้าแจ้งความประสงค์อย่างแน่วแน่ ว่า'ต้องการตัว'เด็กหนุ่มที่ชื่อฟลุค พร้อมข้อเสนอด้วยจำนวนเงินกว่าสามสิบล้าน ซึ่งเป็นค่าจ้างที่สูงที่สุดนับตั้งแต่อนุชิตก้าวขึ้นมาเป็น 'ประธานบริษัท' ซึ่งถูกฉาบหน้าไว้ด้วยรูปแบบของบริษัทรักษาความปลอดภัยทั่วๆไป

จะเอาตัวเด็กคนนั้นไปทำอะไรย่อมไม่ใช่กิจของเขา..
แต่มันจะเป็นปัญหา เพราะ 'นาย' กลับอยากรั้งตัวเหยื่อไว้เสียเอง ทั้งที่บริษัทไม่เคยมีนโยบายปฏิเสธงานหลังการเจรจาสิ้นสุด.. เว้นก็แต่เหยื่อรายที่ 7 เมื่อเกือบ 9 ปีก่อน

ยากที่จะคาดการณ์ หากงานนี้นายของเขาจะ 'พลาด' เป็นครั้งที่สอง..

..'พิทักษ์' รีบสลัดห้วงความคิดเหล่านี้ออกในฉับพลันที่ก้าวพ้นออกมาจากห้องของผู้เป็นนาย.. แม้ความเป็นเพื่อนจะทำให้เขาอดเป็นห่วงคนเอาแต่ใจข้างในห้องนั้นไม่ได้ แต่สิ่งที่เขาต้องกระทำ คือทำตามคำสั่งนั้นแต่โดยดี

มือใหญ่คว้าโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ขึ้นมาพร้อมกดหาลูกค้าคนสำคัญอย่างหนักใจ.. ทันทีที่ปลายสายรับ เสียงราบเรียบก็ถูกส่งไปอย่างไม่หวั่นเกรงต่อคำตอบที่อาจจะได้รับกลับมา

"คุณกรณ์ครับ ทางเรามีเหตุจำเป็นที่จะแจ้งให้ทราบในการขอยกเลิกสัญญาจ้างระหว่างเราครับ.."


.....
.....
.....


"โอ๊ยย !! ประชุมเสร็จสักที ฟลุคล่ะหิวจะตายอยู่แล้ว"

เสียงหวานร้องขึ้นอย่างยินดีจนน่าหมั่นไส้เมื่อการประชุมของค่ายเพลงที่เขาร่วมเป็นหุ้นส่วนอันน้อยนิดนั้นจบลง พร้อมชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหยียดเต็มแขนก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้มกว้าง

"ปะ ! พี่โส ไปกินข้าวกัน ฟลุคหิวแล้ว"

เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อ 'ฟลุค' ร้องบอกรุ่นพี่หนุ่มอย่างอารมณ์ดี เขาใช้มือข้างหนึ่งไปจับแขนของโสเอาไว้ในเชิงชักชวน จนร็อกเกอร์หนุ่มออกอาการยิ้มขันในท่าทีของเด็กไม่รู้จักโตตรงหน้า

"เดี๋ยวสิไอ้ตัวดี นี่เพิ่งกี่โมงเอง จะรีบไปไหน ห่ะ ?"

"โธ่พี่.. เดี๋ยววันนี้ผมต้องไปร้องเพลงต่อตอน 4 ทุ่มนะฮะ กว่าจะกินข้าวกับพี่เสร็จ กว่าจะฝ่ารถติดกลางกรุงเข้าไปถึงร้านก็แทบไม่ได้นั่งพักอยู่แล้ว ใจคอพี่จะไม่ให้ฟลุคได้พักเลยเหรอ"

"หึ ทำมาเป็นเรียกร้อง นี่ตกลงแกจ่ายหรือพี่จ่ายวะ" เอ่ยจบก็หัวเราะ.. โสเคยชินเสียแล้วกับหน้าตาและน้ำเสียงอ้อนๆแบบนี้ของฟลุคที่ใครๆก็ชอบเข้าใจว่าเด็กคนนี้เป็นพวกเพศที่สาม ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นตรงข้ามคนละขั้ว

เห็นหน้าหวานๆ เสียงอ้อนๆแบบนี้ ทำสาวอกหักมาแล้วไม่รู้กี่รายต่อกี่รายด้วยความเจ้าชู้ เจ้าเล่ห์เพทุบายของมันเองนี่ล่ะ !

"ก็พี่จ่ายไง.. แต่ฟลุคหิว" เสียงบางนั้นอุบอิบแค่พอได้ยินกันสองคน เป็นอาการที่ทำให้รุ่นพี่หนุ่มนึกเอ็นดูน้องชายตรงหน้ายิ่งนัก

"เออๆ รออีกห้านาที ฟลุคไปรอพี่หน้าบ้านเลยแล้วกัน เดี๋ยวกินเสร็จแล้วพี่จะแวะเอาแกไปส่งไว้ที่ร้านให้"

"โห ! ใจดีอ่ะพี่ผม ไว้ฟลุคมีตังค์แล้วจะเลี้ยงคืนนะ"

"เชื่อตายล่ะ.. ไอ้ทะเลเรียกพี่ !!" ท้ายประโยคโสจงใจย้ำชัดให้กับหนุ่มรุ่นน้อง ก่อนจะเดินหนีไปด้วยเสียงหัวเราะสบายใจ ทิ้งให้เด็กหนุ่มหน้าหวานยืนหน้ายู่อยู่คนเดียวที่ถูกแซวเรื่องความ 'งก' อีกหน

และเป็นอีกหนที่เขาเถียงไม่ออก เพราะหลักฐานมันมัดตัวอยู่ชนิดดิ้นไม่หลุด.. หากเถียงออกไปก็เกรงว่าจะไม่ได้ 'กินฟรี' อย่างที่ตั้งใจไปเสียอีก

เมื่อนึกขึ้นได้ เด็กหนุ่มก็รีบเดินออกไปด้านนอกแต่โดยดี.. เรียวขายาวทั้งสองข้างนั้นก้าวออกไปพร้อมกับรอยยิ้มบางด้วยความสุขใจ เมื่อยามได้นึกเมนูไว้ในหัวสำหรับมื้อเย็นครั้งนี้

มีความสุขจนลืมนึกถึง 'คำเตือน' เมื่อวันก่อน จากลูกค้า VIP ที่ผับไปเสียสนิท !!


...
...
...


==TBC==



Create Date : 07 เมษายน 2555
Last Update : 7 เมษายน 2555 13:28:41 น.
Counter : 1056 Pageviews.

7 comments
  
โดย: new pek วันที่: 7 เมษายน 2555 เวลา:13:07:56 น.
  
ไรนิ ค้างอ่ะ มาต่อเลยๆๆๆๆ อยากรูว่าทำไม เจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยถึงปฏิเสธงานนี้ ไม่ใช่เพราะรักแรกพบหรอกนะ ฮิ๊ววววววววว
โดย: biomedical_girl วันที่: 7 เมษายน 2555 เวลา:13:15:41 น.
  
ขอบคุณนะไรเตอร์ ว่าแต่มันสั้นไปไม๊อ่ะ นี่เขายังไม่ได้เจอกันเร่ยนะตัวเอ๊ง ((ค้างเหมียนเดิมเร่ยอ่า)) -_-'
โดย: thenok วันที่: 7 เมษายน 2555 เวลา:13:48:32 น.
  
ปฏิเสธเพราะอยากได้เอาไว้เอง ฮี้วฮี้ววววววววววว~~~~

ชอบบบบ ชอบเรื่องแนวๆนี้ มาต่อนะมาต่อ

เรื่องเก่าด้วยนะยะ ชาปเตอร์ทูออกแล้ว อย่าเบี้ยว//หยอกเย้า
โดย: ปอ IP: 223.206.58.79 วันที่: 7 เมษายน 2555 เวลา:16:51:02 น.
  
ขัดใจจัง กำลังเพลินๆๆๆอ่ะ บีม มาต่อเลยน้อ ^^
โดย: Destiny IP: 110.171.29.107 วันที่: 7 เมษายน 2555 เวลา:16:59:02 น.
  
สนุก ชอบ/ไม่ถามไม่ทวง..โอมะ!!
โดย: miyukik IP: 110.49.253.69, 141.0.10.51 วันที่: 11 เมษายน 2555 เวลา:0:13:36 น.
  
มาเฟีย???

รอตอนต่อไปคับผม
โดย: แม่ดา IP: 192.168.0.77, 180.183.58.189 วันที่: 13 เมษายน 2555 เวลา:20:13:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

MF Angsumalin
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เด็กน้อยตัวเล็กขนาดพกพา ออกมาเดินทางบนโลกใบใหญ่ พกพามาเพียงแค่ตัวและหัวใจ ที่ฝันใฝ่ในฝันที่หมายปอง
เมษายน 2555

1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
7 เมษายน 2555