Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 กรกฏาคม 2564
 
All Blogs
 

1 กค 64 ตะพาบ 280 มหาวิทยาลัยวัยซน

               วันนี้ค้นภาพเก่าๆ  ได้มาประกอบตะพาบ  ที่จริงการสื่อสารด้วยภาพจะค่อนข้างง่ายกว่าการเขียน  เขียนยาวเหยียดไม่มีภาพประกอบ ก็ไม่น่าอ่าน  แต่ก็นะ ถ้าจะอ่านอะไรก็ไม่ยาก ถ้าไม่อ่านอะไรก็ยาก  


                  " มหาวิทยาลัยวัยซน"  หัวข้อนี้แทบไปไม่เป็นเลยค่ะ     เป็นน้องเล็กเด็กว่าง่าย ไม่ซุกซนไม่มีวีรกรรมอะไร   หัวดี เรียนเก่งมาแต่เด็ก  ครูให้ขึ้น ป.1 ตั้งแต่ สองขวบครึ่งไม่ให้เรียนอนุบาล ครูว่าเก่งเกินเด็ก ป. 1 แม่จับมาซ้ำชั้น ป.1 อีกจะได้ไม่จิ๋วเกินเพื่อน    ความดีงามฉลาดหัวไว ครูสรรเสริญมาในสมุดพกเป็นปกติ  ก็ไม่ได้ใช้ความพยายามอะไร เพียงแค่ตั้งใจฟังครูสอนในชั้นเรียน ก็เล็กจิ๋วอยู่แต่ท้ายแถวเลือกที่นั่งที่ไหนต้องถูกครูเรียกมานั่งกลางหน้าห้อง  ก็คงจำใจฟังครูไปโดยปริยายไม่กล้าคุย อยู่ในระเบียบวินัยไม่พูดไม่คุย ไม่เหม่อลอย  กลับบ้านก็เป็นอีกคน ดูทีวี เล่นกับพ่อและพี่ๆ   ไม่ต้องอ่านหนังสือ ไม่ต้องทำการบ้านเพราะทำเสร็จตั้งแต่ครูให้การบ้านแล้ว    ผลสอบตั้งแต่เด็กไม่เคยได้มากกว่าที่ 2   เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย  ตามหลังพี่ๆ   ไม่เคยมีไอเดียว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร    การเลือกคณะเอนทรานส์ก็ตามความนิยม  ว่าเด็กเรียนเก่งต้องเรียนเป็นหมอ  ก็กดดันนะ เพราะเจ้าตัวไม่รู้ว่าอยากเรียนหรืออยากเป็นอะไร  พ่อแม่พี่น้องประชุมกันว่ายังไงก็ยังงั้น    เด็กเก่งเวลาแข่งขันก็เครียดหน่อย  พลาดไม่ได้  เป็นโรคกระเพาะอาหารช่วงเอนทรานส์ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง  แบกความฝันความหวังแบกหน้าของคนในบ้านไว้หลายคนรวมทั้งของตัวเอง



อายุ 16 ปี เริ่มเรียนแพทย์ปีที่ 1 ภาพถ่ายข้างตึกแมงปอ ศาลายา

                    เอนทรานส์เลือก แพทย์ศิริราชอันดับหนึ่ง  เพราะเกิดที่รพ.ศิริราช พ่อแม่อยากให้เรียนเป็นแพทย์ที่นี่  หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกเรียนที่ ศาลายา  มีหอพักอยากพักก็พัก  อยากกลับบ้านก็บอกพ่อแม่มารับ  หรือถ้าเลิกเร็วนั่งรถสองแถวไปต่อรถเมล์กลับบ้าน   ส่วนใหญ่กลับบ้านเพราะสะดวกดี   หอพักอยู่เตียงสองชั้นห้องละ 4 คน  วันไหนมีงานมหาวิทยาลัย  อยู่ฟังเพลง  ซ้อมเชียร์บ้าง  ไม่ใช่เด็กกิจกรรม  ถ้าจำเป็นจะทำหมดแต่ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ทำ  

 




                     เป็นคนไม่ค่อยชอบกิจกรรมคนหมู่มากมาแต่ไหนแต่ไร  แต่ก็ยังมีสปิริตไปงานรับน้องแรกเข้ามหาวิทยาลัยที่ศรีราชา  สมัยนั้น แอ๊ดคาราบาว ยังเตาะแตะเพิ่งเริ่มเข้าวงการ  เพลงแรกที่เสียงกระหึ่มใส่หน้าอก  ก็คือ เพลงวณิพกที่ประกอบบลอกนี้ล่ะ   น้าแอ๊ดร้องลงท้ายว่า " ฉันก็ยังมีควาย.. มานั่งฟัง "  เรียกเสียงฮาได้มากมาย  จนวันนี้น้าแอ๊ดรวยไปกี่หมื่นล้านแล้วเราก็ยังเหมือนเดิม  เขาก็แบ่งเป็นกลุ่มคละกันทุกคณะก็ไม่รู้จักใครสักคน  จำได้ว่า รอรถบัสเบื่อมาก นอนดีกว่า
 




              ข้ามฟากมาอยู่ รพ.ศิริราช มีหอพักให้อยู่  ชั้นปรีคลินิกคือปี 2 ปี 3 อยู่บ้างไม่อยู่บ้างจะเป็นเด็กหอก็ไม่ใช่เด็กบ้านก็ไม่เชิง  ตามสะดวกโยธิน เหมือนอยู่ปี 1 ถ้าวันไหนอยู่หอเลิกเรียนว่าง ไปเดินเที่ยวพระบรมมหาราชวัง  สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีแฮมเบอร์เกอร์ ถั่วและโรงอาหาร มีเก้าอี้นั่งใต้ต้นไม้ร่มรื่น  และห้องสมุดมหาวิทยาลัยศิลปากรกับเพื่อนสนิท  ไม่ได้เข้ากลุ่มก๊วนจี๋จ๋ากับใคร  ไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรมถ้าไม่จำเป็น
 
 
                        ขึ้นปี 4 พ่อแม่ก็ยังมาส่ง รับกลับบ้านเป็นปกติ แต่การเรียนหนักมากไม่สามารถกลับบ้านได้บ่อยๆ  มักจะได้กลับเฉพาะวันสุดสัปดาห์ที่ไม่ต้องอยู่เวร  เพราะต้องขึ้นดูคนไข้แต่เช้าประมาณ 6 โมงเช้าต้องไปแสดงตัวที่ตึกผู้ป่วย ช่วยพี่extern พี่ intern พี่ resident ทำงานวอร์ด เช่นทำแผล เปลี่ยนสายยางปัสสาวะ ฯลฯ  และรอส่งรายงานคนไข้ให้อาจารย์ประจำตึกอ่านตรวจและสอนทีละตัวอักษรทีละตัว  ทีละคน  จนกว่าจะหมด    เสร็จแล้ว ราว์ดวอร์ดเช้ากับอาจารย์และพี่ๆทั้งหมด  เสร็จทำงานวอร์ดที่ต้องหัดทำ รอให้พี่ๆและอาจารย์สอนทำ ฝึกทำ ทั้งหมดที่ต้องจัดทำกับคนไข้   ระหว่างวันมีคนไข้เข้าตึก พี่ๆจะแจกคนไข้ให้เวียนกันรับคนไข้ใหม่ตลอดทั้งวัน   ตรวจเช็คการส่งตรวจและผลตรวจต่างๆเก็บรวบรวมมาใส่แฟ้มคนไข้ให้ทันเวลา ราวด์วอร์ดเย็นพร้อมอาจารย์และพี่ๆอีกครั้ง  

                    แต่ละวันได้คนไข้หลายคน เวียนจนกว่าจะหมดคนไข้ใหม่ แต่ละวอร์ดมีนักศึกษาแพทย์ประมาณ 3 คนก็เวียนกันรับ ช่วยกันทำงานวอร์ด   รับคนไข้ใหม่  ถามประวัติตรวจร่างกายให้ละเอียด  มาเขียนรายงานบันทึก  และอ่านตำราต่างประเทศโรคที่คนไข้เป็น  และมาเขียน discussion เป็นรายงานส่งอาจารย์ให้เสร็จในเช้าวันถัดไป  อาจารย์มาตรวจ  เวียนไปเช่นนี้เรื่อยไป    หมายความว่า  ต้องศึกษาทั้งวันทั้งคืน  เพราะระหว่างว่างต้องรีบเขียน  รีบอ่านหนังสือมาเขียนให้เสร็จ   นอกจากชั่วโมงเลคเชอร์รวม  วิชาการ  หรือ  conference  ต่างๆที่ต้องเข้าไปฟังยกทีมกับพี่ๆ  เรียนชั้นคลินิกเป็นเด็กดีความประพฤติดีมาก  ได้คะแนนล้นท่วม เกรดเฉลี่ย 3.7 กว่าทั้งสามปี 
 
 
 
            
               เมื่อขึ้นชั้น ปี 6 เป็นพี่ใหญ่แล้ว  ก็ต้องคอยสอนน้องๆ  งานหลัก ความรับผิดชอบและการสอนความรู้ถ่ายทอด  จับมือสอนให้กับน้องๆต่อไป เป็นทอดๆ  ที่ศิริราช สถาบันของเรานั้น เคารพระบบอาวุโสเป็นอย่างมาก   น้องพี่รักกัน  พี่รักน้องและน้องเคารพพี่ๆ   แพทย์แต่ละสถาบันจะมีลักษณะเฉพาะของแต่ละแห่ง  อย่างศิริราชเรามีชื่อเสียงเรื่อง ความรู้ความสามารถเพราะประสบการณ์มาก  เห็นมากทำมาก  เคสสวยเคสดีมีให้เรียนมากมาย งานหนักมีให้ทำ  อึดถึกทนไม่อู้  ไม่เอาหน้า  ทำแต่งาน อาจพูดไม่เก่ง ไม่ discuss ข้ามศีรษะคนอื่นๆเพื่อโชว์พาว์    เต็มฝีมืออาจารย์ศิริราชแล้วก็เป็นที่สุดนอนตายสงบศพชมพูได้    

                       เขียนมาเยอะ ไม่ค่อยเข้าเรื่อง "มหาวิทยาลัยวัยซน"  สักเท่าไหร่  เพราะชีวิตการเรียนแพทย์  มีแต่ระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ  จะมาตั้งหน้าเล่นซนไม่ได้  ของเทียมไม่มี ไม่ผ่าน ส่วนความสนุกสนานระหว่างเพื่อน พี่ อาจารย์ ก็เป็นเกล็ดเล็กน้อยของสัมพันธภาพ  เรื่องกิจกรรมออกหน่วยสารพัดทั้งในเวลาเรียนและเวลาปิดเทอมก็มีเป็นปกติ  ปิดเทอมใครอยากไปก็ไป   ถ้าไม่มีธุระก็ไปบ้างชนิดเช้าไปเย็นกลับ   พ่อแม่คอยเป็นห่วงและคิดถึง นานๆจะได้กลับบ้านสักที   เพื่อนๆพี่ๆน้องในคณะ   ดีงาม สะอาด หมดจดทั้งนั้น ไม่เห็นใครเกเรซน ซกมก  ไม่มีเวลาว่างจะทำเรื่องเหล่านั้น  ถ้าใครมีวีรกรรมมาก ส่วนมากก็จะมีชื่อเสียงด้านซ้ำชั้น  บางท่านซ้ำอยู่หลายปี จบไปบ้าง ไม่จบบ้าง  ซ้ำหลายปีก็มักไปไม่สวยงาม  สำหรับเรา การเจียดเวลาอ่านนิยายก็เป็นอย่างมากแล้ว  เพื่อนหญิงส่วนใหญ่เอาหนังสือเรียนไปนั่งอ่านอยู่แต่ในห้องทีวีของหอ  และหลับกลิ้งไปมา  ส่วนเราเป็นเด็กเกียจคร้านไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเรียน  สอบทีไรอ่านไม่เคยจบ เพราะตำราเยอะเหลือเกิน  อาศัยให้เพื่อนสนิทมาสรุปใจความสำคัญให้ฟัง   ส่วนชั้นคลินิกไม่ยากเพราะขลุกอยู่บนตึกคนไข้แทบจะทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว
              
            ชีวิตในมหาวิทยาลัย 6 ปี จึงเป็นความทรงจำดีๆ ตั้งแต่เราไม่รู้จักกัน  ได้มาเล่าเรียน วนเวียนพบปะเจอะเจอกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ  ฝ่าฟันความเหนื่อยยากลำบากอาบเหงื่อต่างน้ำ  ผ่านวิกฤตผ่านอะไรๆมาด้วยกันสารพัด   ความผูกพัน ความสนิทสนม ความรัก  ความซาบซึ้งใจ  ในความรักความดีงาม  ของทุกๆคนในมหาวิทยาลัย  ตั้งแต่ครูบาอาจารย์ที่ดีรักศิษย์ราวกับลูกในไส้เป็นอาจารย์พ่อ อาจารย์แม่  เพื่อนๆ รุ่นพี่  บุคคลากรร่วมงานใน รพ. ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ รปภ.ทุกๆคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  ถามไถ่ทักทาย ห่วงใย ช่วยเหลือ ความยินดีบริการด้วยไมตรีกับนักศึกษาแพทย์ทุกๆคน  เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่งที่ไม่มีวันลืมเลือน
               
 
 

 




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2564
12 comments
Last Update : 2 กรกฎาคม 2564 11:36:32 น.
Counter : 472 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณThe Kop Civil, คุณSweet_pills, คุณหอมกร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse, คุณโอพีย์, คุณทนายอ้วน, คุณhaiku, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสองแผ่นดิน, คุณkae+aoe

 

สุดยอด เราเจอคนเก่งอีกแล้ว จริงๆ แม่ไม่น่าให้เรียนซ้ำนะ ข้ามชั้นได้ก็ข้ามไปเลยดีกว่า ไม่เปลืองค่าเทอมด้วย ของผมก็ข้ามไปปีนึง เรียน อ.1 แล้วไป 3 เลย

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 1 กรกฎาคม 2564 23:24:57 น.  

 

คุณเย็นเก่งจริง.. ครับ... ผมก็ว่า มหาลัยวัยซนไม่ค่อยมี ถ้า
รุ่นมัธยมหรือเตรียม มีเยอะครับเรื่องซน

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 2 กรกฎาคม 2564 5:58:33 น.  

 

คุณเย็นเรียนเก่งมากๆค่ะ
อายุเพียง 16 ปีก็เป็นนักศึกษาแพทย์ปี 1 แล้ว
นอกจากเก่งแล้วยังน่ารักมากด้วย

การเคารพระบบอาวุโส พี่รักน้องน้องเคารพพี่
ความผูกพันกับทุกคนโดยเฉพาะอาจารย์ที่รักลูกศิษย์ราวกับลูก
น่าอบอุ่นและน่าประทับใจจริงๆค่ะ

.............

ขอบคุณคุณเย็นสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ

 

โดย: Sweet_pills 2 กรกฎาคม 2564 6:42:49 น.  

 

หมอเย็นของเราทั้งเก่งทั้งน่ารักแต่สาวๆ ค่ะ

 

โดย: หอมกร 2 กรกฎาคม 2564 9:26:41 น.  

 

แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ

 

โดย: **mp5** 4 กรกฎาคม 2564 13:06:47 น.  

 

สุดยอดเลยครับ เรียนเก่งมาก ๆ ขอชื่นชมคนที่เรียนแพทย์จริง ๆ ครับ ต้องมีความรับผิดชอบอย่างสูงมาก และต้องเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม นับถือเลยครับ

 

โดย: The Kop Civil 4 กรกฎาคม 2564 13:21:57 น.  

 

สวัสดีครับคุณเย็น
คุณเย็นขยันและเรียนเก่งมากครับ
ได้อ่านจนจบแล้ว เป็นความทรงจำหกปีที่ประทับใจครับ

 

โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา 4 กรกฎาคม 2564 18:24:21 น.  

 


เป็นความทรงจำที่ไม่ลืมเลยนะคะ

 

โดย: newyorknurse 5 กรกฎาคม 2564 2:40:46 น.  

 

อะโห..เจ้าของบล็อกนี้สวยจัง
น่ารักมากค่ะ... ชอบๆ

 

โดย: โอพีย์ 5 กรกฎาคม 2564 3:21:54 น.  

 

มารำลึกอดีตด้วยคนแบบช้าไปมากครับ อิอิ

 

โดย: ทนายอ้วน 6 กรกฎาคม 2564 9:33:57 น.  

 

ขอบคุณครับ
มาอ่านมหาลัยวัยซนคุณหมอเย็นครับ
เรียน ป. 1 ซ้ำเหมือนกันเลยครับ
ช่วงมหาลัยเรียนอยู่ข้างรามา บางวิชาก็ไปเรียนที่ศิริราชครับ
ข้ามจากท่าพระจันทร์มาที่วังหลังครับ



 

โดย: สองแผ่นดิน 7 กรกฎาคม 2564 23:24:53 น.  

 

ขอบคุณกำลังใจค่ะคุณเย็น

 

โดย: Sweet_pills 7 กรกฎาคม 2564 23:48:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#17


 
mcayenne94
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Bangkok

Kyoto

Sydney

Mcayenne94's Diary มีวัตถุประสงค์เพื่อบันทึกเรื่องราวของเจ้าของบ้านและสิ่งแวดล้อม ไม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการ จัดจำหน่าย ต้นไม้ดอกไม้ หรือสิ่งใด อนุญาตให้นำภาพถ่าย พร้อมชื่อMcayenneผู้ถ่ายภาพไปใช้ประโยชน์ได้ และสงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำภาพถ่าย Mcayenne ไปใช้ โดยการดัดแปลงตัดต่อหรือลบชื่อภายในภาพ
Friends' blogs
[Add mcayenne94's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.