เมษายน 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
14 เมษายน 2559
น้ำ ก็สำคัญนะ



สวัสดีค่า ไม่ได้เขียนบล็อคนานมากกกก นานถึงขนาดมีเมลล์ส่งมาถามว่า "พี่ตายไปแล้วหรือค่ะ ไม่เห็นเขียนบล็อคเกี่ยวกับน้องหนามเลย" 555 เจอคำถามนี้ไปแถบจะหยิบโน๊ตบุ๊คมาทำบล็อคไม่ทันเลยค่ะ เก๊ายังไม่ตายนะตะเอง!!แค่เก๊าไม่ค่อยว่างอ่ะจร้า คือเอาจริงๆนะค่ะเนื่องจากบั๊มมีงานประจำที่ต้องทำบางครั้งเลยทำให้ไม่มีเวลาที่จะทำบล็อคอ่ะค่ะ (จริงๆคือข้ออ้างของคนขี้เกียจนะค่ะ) เอาล่ะค่ะ บั๊มสัญญาค่ะจะพยายามหาเวลามาลงประสบการณ์การเลี้ยงแคคตัสหรือน้องหนาม ที่รู้สึกว่าตอนนี้กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งบั๊มรู้สึกดีนะค่ะ ดูได้จากการที่มีน้องๆหรือพี่ๆที่ทั้งเมล์มาถามหรือทิ้งคำถามไว้ในกล่องcomment นะค่ะ  งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า  ตอนที่2 น้ำสำคัญยังไง  วันนี้บั๊มจะขอแชร์เหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่า ถ้าแคคตัสได้รับน้ำมากหรือน้อยเกินไปจะเกิดอะไรขึ้นกับแคคตัสของเราบ้างค่ะ

    ด้วยที่ตอนนี้เข้าสู่หน้าร้อนแบบเต็มตัวแล้วและองศาแดดก็เปลี่ยน บั๊มเลยทำการย้ายแคคตัสเพื่อรับแสงแดดให้เหมาะสม โดยจุดที่นำแคคตัสมารับแสงแดดนั้น มีหลังคาคุมอยู่ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นค่ะ คืนหนึ่งฝนตกหนักมาก ทั้งลมทั้งฝน ตกมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนเช้าขึ้นมาบั๊มก็เจอกับสภาพนี้

ลมแทบจับค่ะ สงสารต้นไม้สุดที่รักจับใจ บั๊มรีบเอาแคคตัสออกจากอ่างที่น้ำขังและเอาไปไว้ที่แห้ง และที่ช้ำใจเข้าไปอีกก็คือหลังจากคืนที่ฝนตกผ่านไปวันต่อมาอากาศก็แบบอึมครึม ไม่มีแดดให้แคคตัสที่อิ่มน้ำของบั๊มได้อาบแดดเลยค่ะ แทบไม่น่าเชื่อประมาณ 3 วันหลังจากฝนตก แคคตัสหรือกระบองเพชรบางต้นของบั๊มก็มีสภาพเป็นเช่นนี้ค่ะ

ค่ะใช่  เน่าค่ะ เป็นโรครากเน่า รากไม่เดิน จากรูปจะเห็นใช่ไหมค่ะว่าเน่าจากตรงโคนมาก่อน ซึ่งโรคพวกนี้น่ากลัวมากค่ะ เพราะถ้าเราดูผิวเผินเราจะเห็นแคคตัสของเราดูปกติดีทุกอย่างแต่สิ่งที่คุณจะต้องคอยสังเกตุคือ สีตรงโคนหรือลำต้นมีการเปลี่ยนไปไหม ต้นไม้ดูนุ่มนิ่มแปลกๆไป สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณที่กำลังบอกว่าน้องหนามหรือแคคตัสของเรากำลังมีปัญหาแล้วล่ะค่ะ และรูปใต้ล่างนี้เป็นรูปตอนที่แคคตัสเจ้าต้นนี้ยังมีสภาพดีๆอยู่นะค่ะ

ต้องบอกก่อนเลยนะค่ะว่า หลังจากวันที่ฝนตกบั๊มเปลี่ยนดินเปลี่ยนกระถางให้เจ้าต้นนี้ใหม่เพราะหวั่นๆเรื่องโรครากเน่านี่ล่ะค่ะ แต่สุดท้ายก็ยังไม่รอด

ต้นนี้ก็ไม่รอดค่ะ รูปนี้จะเห็นชัดเลยใช่ไหมค่ะว่า ช่วงลำต้นขึ้นไปดูปกติมากแต่เมื่อดูส่วนล่างช่วงโคนต้นจะเห็นถึงความผิดปกติของแคคตัสต้นนี้เลยใช่ไหมค่ะ นี่ล่ะค่ะ โรครากเน่า ที่ทำให้ต้นไม้สุดที่รักของเราตายได้ และถ้าให้น้ำน้อยไปละจะเกิดอะไรขึ้น? แคคตัสที่ได้รับน้ำน้อยจะมีลักษณะเหี่ยวย่นค่ะ ลำต้นจะเหี่ยวย่นลักษณะจะคล้ายกับโดนแสงแดดมากเกินไป สามารถดูรูปได้จาก บทเรียนแสงแดด ที่บั๊มเขียนไว้คราวที่แล้วได้เลยค่ะ แต่ความแตกต่างอยู่ที่แคคตัสที่ขาดน้ำสีลำต้นจะไม่เปลี่ยนแค่เหี่ยวย่นเท่านั้นค่ะ และคำถามที่บั๊มมักจะมีคนถามบ่อยๆคือ เราจะรู้ได้ยังไงค่ะว่ารดน้ำแค่ไหนถึงจะพอ?แล้วต้องรดบ่อยแค่ไหนค่ะ?อะไรแบบนี้เป็นต้นค่ะ ถ้าเช่นนั้นบั๊มก็ขอนำมาบอกเล่ากันตรงนี้เลยนะค่ะ

1. หน้าร้อน บั๊มจะรดน้ำอาทิตย์ละ 2ครั้ง คือรดวันพุธ และวันเสาร์

2. หน้าฝน บั๊มจะรดตามความเหมาะสมค่ะเช่น ถ้าแคคตัสโดนน้ำฝนเยอะก็จะงดให้น้ำไปอีก1อาทิตย์ค่ะนับหลังจากวันที่ฝนตกค่ะ หรืออาจจะนำไม้จิ้มฟันเช็คสภาพความชื้นของดินก่อนรดน้ำค่ะ

3. หน้าหนาว บั๊มจะรดน้ำต้นไม้ให้น้อยที่สุด อาจจะอาทิตย์ละครั้งแต่ถ้าช่วงไหนที่อากาศเย็นมากๆบั๊มก็จะงดรดน้ำไปเลยค่ะ บางท่านจะกลัวว่าถ้าเราไม่รดน้ำทั้งอาทิตย์เลยแคคตัสต้องขาดน้ำแล้วตายแน่ๆๆ ซึ่งความคิดเหล่านี้มันเป็นไรที่ทำร้ายต้นไม้เรามากเลยนะค่ะ บั๊มอยากให้มือใหม่ที่หัดเลี้ยงท่องไว้ในใจเลยนะค่ะ ว่าสำหรับการเลี้ยงแคคตัสหรือกระบองเพชรให้น้ำน้อยต้นไม้รอดให้น้ำเยอะต้นไม้ตายค่ะ โดยเฉพาะหน้าหนาวเป็นช่วงที่แคคตัสเค้าจะพักตัวเราอย่าพยายามไปยุ่งอะไรกับเค้ามากเลยค่ะ

4. เวลาที่บั๊มรดน้ำ บั๊มจะยกกระถางแคคตัสขึ้นมาแล้วก็ค่อยรดน้ำลงไปคอยสังเกตุว่าถ้ามีน้ำหยดจากก้นกระถางเมื่อไหร่ถือว่าเป็นอันจบการรดน้ำของต้นไม้กระถางนี้ บั๊มทำแบบนี้ทุกกระถางเลยค่ะเวลายกกระถางก็ถือโอกาสใช้สายตากวาดมอง สังเกตุแคคตัสให้ทั่วๆว่าเค้าดูเป็นอย่างไรบ้าง สีลำต้นเปลี่ยนไปไหม หนามเป็นยังไงบ้าง มีขนปุยๆเหมือนสำลีมากน้อยแค่ไหน แต่ปัจจุบันนี้บั๊มมีแคคตัสมากจนยกทีละต้นไม่ไหวแล้วอ่ะค่ะเลยต้องใช้วิธีใช้สายตาทั้งส่องทั้งจิก แต่ละต้นเอาอ่ะค่ะ

5. บั๊มใช้น้ำประปา ธรรมดาๆรดค่ะ เคยอ่านบางตำราเขาให้รองนำประปาแล้วพักใส่ถังทิ้งไว้1 อาทิตย์แล้วค่อยรดน้ำ จะดีกับต้นไม้ซึ่งบั๊มก็เคยทำนะแต่ก็ไม่เห็นความแตกต่างระหว่างการรองน้ำไว้ก่อนกับรองน้ำแล้วรดเลยค่ะ แต่ ที่สำคัญกว่าคือ น้ำที่เรานำมารด จะต้องไม่ร้อน เพราะบางทีเรามักจะเปิดน้ำแล้วเอาน้ำมารดเลย ซึ่งต้องระวังให้มากๆเลยนะค่ะ เพราะน้ำค้างสายยางส่วนใหญ่จะร้อนถ้าเรานำมารดเลยแคคตัสอาจตายได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ เราควรใช้มือเราเช็คอุณหภูมิน้ำจากสายยางทุกครั้ง ถ้ารู้สึกได้ว่าน้ำเหมือนจะร้อนๆให้พักไว้ก่อนอย่าเพิ่งรดทันทีนะค่ะ

6. เมื่อแคคตัสเหี่ยวย่นเพราะขาดน้ำ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ยังค่ะเค้ายังไม่ตายแค่ขาดน้ำ วิธีแก้ก็แค่ เพิ่มวันรดน้ำให้มากขึ้น จากอาทิตย์ละครั้งก็เป็นอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งค่ะ แล้วคอยสังเกตุว่าอาการเหี่ยวย่นค่อยๆหายไปหรือไม่ค่ะ

หวังว่าการแชร์ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆของบั๊มในวันนี้คงจะมีประโยชน์กับท่านที่เข้ามาอ่านบ้างนะค่ะ อย่าเพิ่งเลิกติดตามบล็อคเล็กๆนี้นะค่ะ ยังมีเรื่องอีกมากมายที่อยากจะเล่าจะแชร์ให้กับท่านที่คอยติดตามบล็อคของladybump20นี้ค่ะ ขอบคุณค่า




Create Date : 14 เมษายน 2559
Last Update : 18 เมษายน 2559 15:23:08 น.
Counter : 1955 Pageviews.

2 comments
  
ขอบคุณมากนะคะ ได้ความรู้เพิ่มจากบทความมากเลยค่ะ
โดย: Anavrin IP: 49.228.225.111 วันที่: 13 กันยายน 2559 เวลา:21:50:55 น.
  
ถึง คุณ Anavrin ด้วยความยินดีคร้า และก็ดีใจมากๆเลยค่ะ ที่บทความนี้พอจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย หวังว่ามันจะมีประโยชน์นะคะ่
โดย: Anavrin IP: 49.228.225.111 (bumpza ) วันที่: 21 กันยายน 2559 เวลา:19:58:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

bumpza
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]



เป็นผู้หญิงที่รักและหลงใหลแคคตัส/กระบองเพชร ชอบแต่งหน้าให้คนอื่นแต่ไม่ชอบแต่งหน้าให้ตัวเอง รักสวยรักงามแต่ขี้เกียจดูแลตัวเองให้สวยงาม ขี้อายในบางเรื่องและก็กล้าในบางเรื่องเช่นกัน แต่ทุกสิ่งที่ทำคือใจรักล้วนๆเพราะถ้าไม่รักบั๊มจะไม่ทำ