พาลูกเที่ยวอเมริกา


My USA West Coast Road Trip! เมื่อซิงเกิ้ลมัมอย่างเรา กระเตงลูกขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวฝั่ง West coast โดยตีตั๋วขึ้นเครื่องบินไปลงที่สนามบินเเอลเอ จากนั้นเช่ารถขับเที่ยวเองเเบบชิลล์ๆ ชิคๆ

ไปเที่ยวที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และ ฝั่ง west coast ของประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงโรงเรียนลูกปิดเทอม  โปกัน 3คนเเม่ลูก

โดยสารเครื่องบินมาลงที่เเอลเอ แล้วเช่ารถขับเที่ยว เเบบค่ำไหนนอนนั่นโดยทำการจองโรงแรมล่วงหน้า ก่อนการเดินทางมาถึง 1 วัน เสิร์ชหาโรงแรมผ่านอินเตอร์เน็ต และจ่ายเงินโดยบัตรเครดิตคาร์ด สนุก ตื่นเต้น เเบบอยากกลับไปเที่ยวอีก


ฝั่ง West Coast หรือฝั่งตะวันตกของอเมริกา มีอาณาเขตติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทางทิศใต้ติดประเทศแมกซิโก แถบนี้จะมีอากาศร้อน ลักษณะภูมิประเทศจะเป็นหุบเขาซะส่วนใหญ่ ประกอบด้วยรัฐต่างๆต่อไปนี้ Alaska, Arizona ,California, Colorado, Hawaii, Idaho, Montana, Navada, New Maxico, Oregon, Utah, Washington, Wyoming.

สถานที่เที่ยวสำคัญๆของฝั่งนี้ได้แก่ Grand Canyon, Yellowstone, Antelope Canyon, Yosemite, San Francisco, Las Vegas, Los Angeles เป็นต้น

เราเหมาเช่ารถเป็นเวลา 2อาทิตย์ เพื่อทำการตะลอนทัวร์ในครั้งนี้ เราขับรถเองคนเดียวทั้งไปเเละกลับแบบม้วนเดียวจบ ไม่มีผู้ช่วย!



โดยนิสัยหรือพฤติกรรมการขับรถที่เมืองไทย มีหลายอย่างที่ไม่สามารถใช้ได้กับการขับรถในอเมริกา มันเเตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การขับรถที่อเมริกา เราต้องเติมน้ำมันเอง เติมลมยางเอง เช็คน้ำมันเครื่องเองเป็นต้น

ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่อเมริกา ที่บริเวญไหล่ทางจะมีลูกระนาดขนาบ2ข้างยาวไปตามเเนวถนน ตอนเราขับรถจากเเอลเอ ไปซานฟรานซิสโก ใช้เวลาขับรถประมาณ7ชั่วโมง ระหว่างขับรถง่วงมาก เมื่อรถออกนอกเส้นทางหรือตกขอบถนน จะเจอกับลูกระนาด ทั้งรถทั้งคนกระตุกสั่นเป็นเจ้าเข้า เราเงื่ยะถึงกับหัวสั่นหัวคลอน มันเป็นการกระชากวิญญาญกลับเข้าร่างชัดๆ!!

ที่นี่จะมีจุดจอดพักเป็นระยะๆ เเต่จะรัฐมักติดป้าย Welcome ตามด้วยชื่อรัฐนั้นๆใว้ เราก็ไปถ่ายเอามาโชว์ว่าเราได้ไปรัฐนั้นๆมาเเล้ว ดูเก๋ไก๋ไม่เบา ห้องน้ำที่ปั้มน้ำมันเเละจุดจอดพัก สามารถเเวะไปใช้บริการได้ ไม่มีการจอดยิงกระต่ายข้างทาง



การขับรถออกต่างรัฐในอเมริกา ต้องวางแผนให้ดี ชีวิตก็จะราบรื่น สมัยก่อนเราขับรถต้องกางเเผนที่ เเต่สมัยนี้สะดวกมาก ไม่ต้องกางแผนที่ หรือส่องแว่นขยายให้งง แค่พก GPS หรือมีอินเตอร์เนตใช้ google map ก็สะดวกดี ปัจจุบันรถรุ่นใหม่ติดตั้งระบบ GPS มาให้พร้อม ทำให้ชีวิตมีความง่ายเเละสะดวกยิ่งขึ้น (แต่ต้องระวังถ้าไปตามอุทยานแห่งชาติ ถนนบางช่วงอาจไม่มีอินเตอร์เนต เลี้ยวผิดชีวิตอาจเปลี่ยนได้)






หากมีรถเสียบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ต้องจอดรถข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉิน เเละเปิดฝากระโปรงหน้ารถ เเละรีบโทรขอความช่วยเหลือ ห้ามจอดรถทิ้งใว้บนถนน หากรถไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ในขณะนั้น เเละมีความจำเป็นต้องทิ้งรถ คุณต้องไปที่สถานีตำรวจ เพื่อขอใบอนุญาติจอดรถ

อีกอย่างที่สำคัญคือ สภาพอากาศ! ถ้าไปเที่ยวฤดูหนาวในที่ๆ มีหิมะตก ต้องศึกษาให้ดีว่าต้องเช่ารถล้อที่วิ่งบนหิมะได้หรือต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมเช่นโซ่ล้อ เป็นต้น พร้อมศึกษาวิธีขับให้ดี เพราะลื่นและอันตรายถ้าเบรคแรงๆ หมุนปัดอยู่บนถนน ทางที่ดีอย่าเสี่ยง

เคยเห็นในหนังฝรั่ง ทำใมกลางวันขับรถต้องเปิดไฟ? ความจริงเเล้วเวลาสตาร์ทรถนี่ ไฟมันจะเปิดเองโดยอัตโนมัติ เนื่องจากเมืองนอกมีหิมะ หมอกลงจัดในหน้าหนาว เพราะฉะนั้นระบบไฟจะเชื่อมอัตโนมัตกับการสตาร์ทรถ รถติด ไฟหน้ารถก็ติดเช่นกัน นอกจากนี้รถเมืองนอก ยังมีระบบเตือนถนนลื่นอีกด้วย

ที่อเมริกาขับพวงมาลัยซ้าย ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก ขับด้านขวา รถเร็ววิ่งซ้าย รถช้าหลบขวา ( เหมือนเมืองไทย รถช้าแช่ขวา!) ถึงแม้เราจะวิ่งเลนซ้ายด้วยความเร็วเท่ากับ speed limit แต่ถ้ามีรถเร็วกว่ามาด้านหลัง เราก็ต้องหลบเน้อ อย่าคิดว่าเราเร็วเท่า speed limit แล้ว ห้ามขับเร็วกว่าฉัน – ไม่ได้นะเจ๊




การเลี้ยว! เลี้ยวขวาส่วนใหญ่จะผ่านตลอด ยกเว้นมีป้ายให้รอสัญญาณไฟ เลี้ยวขวาไม่เท่าไร แต่เลี้ยวซ้ายนี่ตั้งสติดีๆพี่น้อง ท่องไว้ ชิดขวาๆ ไม่งั้นเผลอเลี้ยวเข้าซ้ายเหมือนที่ขับบ้านเรา ได้จูบกับคันอื่นที่วิ่งสวนมาแน่ๆ

จากที่เคยขับรถ เวลาเราขับพวงมาลัยซ้าย เรามักจะขับเบี้ยวขวา ต้องระวังมากถ้าขับขึ้นเขาและด้านขวาเป็นหน้าผา เพราะเผลอนิดเดียว อาจได้ลงไปชมวิวที่ก้นเหวแทน หลักง่ายๆ คือขณะขับให้ตัวเราอยู่ตรงแนวของเส้นเลนด้านซ้ายไว้ อีกข้อนึง ถ้าเป็นเลนสวนกัน เส้นทึบห้ามแซง!

อย่าล้อเล่นกับ speed limit! เจอจริง เจ็บจริง อาจโดนเป็นหมื่นได้ เราเคยโดนไป 300 ดอลล่าร์งามๆ

ป้าย STOP ต้องหยุดสนิท ! ถึงไม่มีรถ ไม่มีคน ก็ต้องหยุด ทำเนียนไหลช้าๆ ก็โดนปรับนะจ้ะ

วงเวียนให้รถทางขวาไปก่อน! ให้รถทางขวาไปก่อนเสมอนะ ไม่ใช่ฉันมาเร็วฉันจะไปแบบบ้านเรา ไม่ได้นะ ได้จูบกันกลางวงเวียนแน่

ทางม้าลาย ถึงไม่ใช่ม้าลายก็ต้องหยุด ถ้าเห็นคนกำลังจะข้ามถนน หยุดให้คนข้ามก่อนเสมอ ถ้าเจอฝรั่งเกรียนนี่โดนตะโกนด่าเลย

เมื่อขับรถเลยทางที่ต้องการจะออกเลี้ยวออก ห้ามถอยหลังรถ ให้ขับเลยไปเเล้วเลี้ยวที่ทางออกถัดไป

อย่าจอดสุ่มสี่สุ่มห้า! ดูป้ายเงื่อนไขการจอดดีๆ ว่าจอดได้ไหม ~ มักจะมีข้อแม้เยอะ เช่น จอดได้บางวัน บางเวลา ได้จำกัดชั่วโมง เป็นต้น หรือจอดเเล้วต้องเสียเงินไหม ~ บางที่เป็นที่หยอดเงินประจำจุดจอด บางที่เป็นตู้รวมให้ไปจ่ายแล้วเอาบิลวางไว้หน้ารถ เป็นต้น ควรรักษาเวลาตามที่จ่ายเงินไปครับ เกินแค่ไม่ถึง 5 นาทีก็โดนปรับมาแล้ว เเละที่สำคัญ ห้ามจอดในที่ส่วนบุคคล บริษัท ร้านค้าที่มีป้ายบอกว่า"จอดได้เฉพาะลูกค้าเท่านั้น"หากเราทะเล่อทะล่าเข้าไปจอด เเล้วเดินไปทำธุระที่อื่น รถเราจะโดนยกนะจ้ะ!^^

ถ้าเห็นรถติดไซเรนแว้บๆ วิ่งตาม ถ้าเป็นรถพยาบาลหรือรถดับเพลิง รีบตบไฟเลี้ยวจอดข้างทางทันที เเต่ถ้าเป็นรถตำรวจ ต้องนั่งรอในรถอย่างสงบ อย่าออกจากรถ ห้ามค้นหาของในเก๊ะใส่ของหน้ารถ เพราะคุณตำรวจจะอุปมาว่าสู้ เดี๋ยวเรื่องหนักจะกลายเป็นหนักกว่า ตอนโดนจับไม่ควรถ่ายรูป

ที่สำคัญ ไม่ว่าจะยากแค่ไหน ควรมีเพื่อนเดินทางที่รู้ใจสำคัญที่สุด การขับรถออกต่างรัฐทุกครั้งจะมีลูก2คนเป็นกำลังใจ มองไปที่เบาะหลังทีไร เห็นหลับคอพับคออ่อนทุกครั้งไป

สุดท้าย ไม่ว่าจะขับรถที่ไหน อย่าลืมขับด้วยความระมัดระวังและเคารพกฎจราจรค่าาา




Seattle, here we come!^^ เมื่อคราวลัดฟ้าพาลูกๆไปเที่ยวกัน 3คน ในช่วงปิดเทอมของปีถัดมา ปลายทางที่"ซีเเอตเทิล" สหรัฐอเมริกา เราขึ้นเครื่องบินจากเเอตเลนต้าไปลงที่ซีเเอตเทิล เเล้วเช่ารถขับเที่ยวไปเรื่อยๆ เป็นเวลา 1อาทิตย์ วันนี้เลยอยากล่าเรื่องเกี่ยวกับเมืองนี้ให้ฟังค่าา

1. รู้จัก ‘ซีแอตเทิล’ ซีเเอตเทิล เป็นมืองเล็กๆ แต่สำคัญมาก เป็นเมืองท่าชายฝั่งในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแปซิกฟิคตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลสาบวอชิงตัน อยู่ห่างจากชายแดนสหรัฐอเมริกา - แคนาดา 154 กิโลเมตร นั่นแปลว่านั่งรถข้ามไปเที่ยวเเคนาดาได้สบายๆ เลย

2. ไม่ต้องห่วงเรื่องฝน เพราะตกแน่นอน! ตกเกือบจะทั้งปีเลยทีเดียว แต่เพราะภูมิอากาศแบบนี้ล่ะที่ทำให้ซีแอตเทิลได้ฉายาว่าเป็น ‘เมืองมรกต’ เพราะต้นไม้จะแตกยอดเขียวครึ้มไปทั่วเมือง เรามาที่นี่อาทิตย์กว่าๆ ฝนตกเกือบทุกวัน

3. เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุด! ปี 2009 ซีแอตเทิลถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดลำดับที่ 4 ของอเมริกา และก็ยังเชื่อว่าเราสามารถวางใจเมืองที่แสนจะเฟรนด์ลี่แห่งนี้ได้อยู่เสมอ

4. ซีแอตเทิล ให้ความสำคัญกับเรื่องการคมนาคมมากๆ จนคว้าอันดับ 1 เมืองที่เดินทางที่ดีที่สุดในอเมริกา เราสามารถนั่งรถไฟ ขึ้นรถเมล์ ขี่จักรยาน หรือเดินจากอีกที่ไปอีกที่แบบชิลล์ๆ ยังมีตั๋วจำพวกรายสัปดาห์สำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

5. ซีแอตเทิลเป็นอีกหนึ่งเมือง ที่สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ บนโลกนี้ ซีแอตเทิลจึงกลายเป็นบ้านหลังใหญ่ของแบรนด์ดังระดับโลกยังไงคุณก็ต้องรู้จัก Amazon, Getty Images, Costco, Microsoft, Nintendo และ Starbucks ซึ่งสาขาของร้านกาแฟที่เปิดขายเป็นเเห่งเเรกของโลก

6. โอ้ย!^^ ยิ่งเรื่องของกินนี่สบายหายห่วง ซีแอตเทิลอุดมสมบูรณ์ด้วยทะเล เพราะมีตลาด Pike place ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดของเกษตรกร ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา และสามารถมองเห็นวิวริมแม่น้ำเอลเลียตเบย์อีกด้วย เราไปเที่ยวตลาด pike place market ด้วยค่ะ จะมีกลิ่นคาวๆอาหารทะเลหน่อย โดยตลาดนี้จะขายของทะเลสดๆเพียบ ดูน่ากินดี แต่ราคาก็แรงบาดกระเป๋าอยู่ ซีฟู้ดเลยเป็นจานปกติที่เห็นได้ทั่วไปตามมุมถนน นอกจากนี้ก็มีอาหารเอเชี่ยนชิคๆ คูลๆ มีให้กินเต็มเมือง ลืมพวกไก่ทอดหรือฟาสต์ฟู้ดไปได้เลย

7. เป็นมืองที่เหมาะกับการเรียนรู้เป็นที่สุด! ต่อให้เราเข้าพิพิธภัณฑ์วันละ 1 ที่ในซีแอตเทิล ก็ยังสำรวจไม่หมดอยู่ดีเชื่อไหมละ! มันใหญ่มากกก ที่นี่เป็นเมืองที่เหมาะกับการเรียนรู้เป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจเลยว่าใครๆ ก็ตัดสินใจเอาตัวเองมาเรียนต่อที่นี่ มีทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ พิพิธภัณฑ์จำลองการถ่ายหนัง และพิพิธภัณฑ์อากาศยาน ยังมีอีกมากเกินกว่าสาธยายในนี้ค่าา.



นิวยอร์ค นิวยอร์ค เราก็พาลูกไปเที่ยวมาเช่นกัน ขับรถไปเอง กะเตงลูก2 คนไปด้วย ค่ำไหนนอนนั่นค่าา สนุกมากๆ

ขอบคุณทุกท่านที่เเวะมาเยื่ยมนะคะ

เพื่อผลการรับชมบล็อกที่ดีกว่า กรุณาเข้าหน้าบล็อกของคุณ เเบบ BlogGang Mobile version  (โมบิล เวอร์ชั่น




 

Create Date : 10 มีนาคม 2563
0 comments
Last Update : 10 มีนาคม 2563 22:24:29 น.
Counter : 320 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สมาชิกหมายเลข 3661152
Location :
ชิคาโก United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ซิงเกิ้ลมัมลูก2 อพยบไปอยู่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2003 อาศัยอยู่รัฐจอร์เจีย ต่อมาเมื่อปี 2014 ย้ายไปอยู่ชิคาโก รัฐอิลินอยส์ จนถึงปัจจุบัน
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มีนาคม 2563
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3661152's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.