โบกรถ ขี่จักรยาน แบกกล้อง ท่องเขาใหญ่




เขาใหญ่ ไปมา มาไป กี่ครั้งจำไม่ได้แล้ว หลายครั้งมากที่ได้ไปเยือน แต่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตในเขาใหญ่ ที่
โบกรถ ขี่จักรยาน แบกกล้อง ท่องเขาใหญ่

ตั้งใจไว้เลยว่าต้องเป็นเขาใหญ่ อยากไปนอนดูดาว สัมผัสอากาศเย็น ๆ สบายๆ แต่ เสียงสะท้อนกลับมาว่า เราไม่ใช่ตัวคนเดียวนะ
เรามี เจ้า 300D ด้วย ลำบากแน่ถ้าต้องไปคนเดียว เวลาไปอาบน้ำ ต้องทิ้ง เจ้า 300D ไว้อย่างเดียวดาย หรือ ต้องพาไปอาบน้ำด้วย เหวออ ที่สำคัญ ต้องนอนคนเดียวนี่จิ อย่ากระนั้นเลย หาเพื่อนสาวร่วมเดินทางไปอีกจักคน (ไปเฝ้ากล้อง) ดีก่า นี่ถ้าเพื่อนสาวผู้ร่วมเดินทางเค้ารู้ คงซึ้งใจ น้ำตาไหลแทบแย่ อิ อิ อิ


ฮาโหล ฮาโหล สิบสองโหล เฮ้ย ไปเขาใหญ่ เออ ไปป่าว เออ ไปกันสองคน เออโบกรถนะเฟ้ย ?!#$#&(89-=)@ //}{\\ ^_^"
วันรุ่งขึ้นก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า แบกกล้อง แบกเต๊นท์ (เพื่อนร่วมเดินทางแบก) แบบถุงนอน (ไม่เอาไป แค่เป๋ากล้องก็แย่พอแล้ว
เอาไว้คราวหน้าจะพาไปด้วย) ไม่ใช่อะไรที่ไม่เอาถุงนอนไป เพราะเห็นว่าเป็นเดือน มีนาคม อากาศยังไม่หนาวเย็นหรอกมัง
เกือบจะเข้าฤดูร้อนเสียด้วยซ้ำไป (กลางคืนเดี๋ยวก็รู้)


เสาร์ 25 มีนาคม 2549

6.30 น. ราชสีมาทัวร์ 139.-
นัดกันหกโมงเช้า คุณพี่เพิ่งตื่น T_T!


9.00 น. ตลาด อ.ปากช่อง
10.00 น. สองแถว หน้าด่าน 25.-
จาก 09.00-10.00 น. หายไป 1 ชม. ไม่ใช่รอรถนานหรอก มั่วแต่ซื้อของนานอะจิ T_T!

เกิดมาก็เคยโบกแต่รถโดยสาร ลงแล้วก็จ่ายเงิน เอ แล้วนี่ต้องโบกรถส่วนตัวของคนอื่น เค้าจะให้เราไปไหมหนอ? เค้าจะรับเราไหมหนอ?
เค้าจะ....

10.30 น. โบกรถกระบะ (เหมือนจะขนอะไรสักอย่าง) ถึง ที่ทำการฯ


11.00 น. โบกรถกระบะขนสังฆทาน ลง แยก ปราจีนฯ
มีหลวงพี่นั่งข้างหน้าหนึ่งรูป ตอนลงจากรถ หลวงพี่บอกว่า "ถ้าไม่ติดต้องไปทำบุญตอนเช้า จะไปส่งถึงทีเลย" สาธุ_/\_

11.20 น. โบกรถตุ้ยนุ้ย สงขลา ลง ผากล้วยไม้ (ที่เรียกว่า ตุ้ยนุ้ย เพราะคนขับอ้วนกลม อ้วนกลม น่ารักนะ)

12.30 น. กินข้าวกลางวัน ร้าน ก๋วย

13.00 น. เดินผากล้วยไม้ 4 กิโลเมตร


"นี่ เราจะถึงทางออกก่อนเย็นป่าว" "กลัวหลง"

แฮ่ แฮ่ พูดทำไมฟระ เข้าป่าเค้าห้ามพูดไรทำนองนี้นะ อยากจะคว่ำกระโหลกสักหนึ่งที แต่ทำไม่ได้นะ
เดี๋ยวคราวหน้าเค้าไม่มาเฝ้ากล้องให้อีก เอิ๊กส์


ได้ยินคำถามนี้แล้ว ทำให้นึกถึง เมื่อครั้งที่มาครั้งแรก กับกลุ่มไลเคน บางคน ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่เดินป่าด้วยกัน ครั้งนั้น
เราเป็น ญ ที่สวยที่สุดในกลุ่ม (เพราะเป็น ญ คนเดียว) เค้าให้เราเดินนำทาง จำได้ว่า เทลผากล้วยไม้นี่แหละ
พี่เค้าสอนว่า เป็นคนนำทางน่ะ ต้องหมั่นสังเกตทางที่เดินมาด้วย เหลียวหลังมองสมาชิกเป็นระยะๆ อย่าทิ้งห่างกันมากฯลฯ จำไม่ได้วุ้ย

แล้ว แล้ว แล้ว หนึ่งในสมาชิกก็ทักขึ้นมา 555 เราก็พาพวกเค้าหลง หันกลับไปมองข้างหลังสุดอีกที
อ้าวเฮ้ย นี่เราพาพวกเขาลงเหว นี่หว่า ยิ่งเดิน ยิ่งเดิน มันเหมือนยิ่งลึกลง ลึกลง ไม่รู้สึกว่ามันลง ลง ลง เลยนะ
ก็แหม จำได้เลยนะ ตอนที่เดินนำทาง มองไปทางไหน มันก็ทางนี่หว่า แล้วไหงเป็นแบบนั้นไปได้หนอ
ในครั้งนั้นพวกเราก็ไม่ได้หลงระเริงไปไหนไกลหรอก เพราะรู้ตัวทันเสียก่อน เฮ้ย เป็นความทรงจำมาตลอดเลย ^_^!


ครั้งนั้นมาถึงครั้งนี้ แต่เราไม่ได้บอกคุณพี่เค้าฟังหรอกนะ กลัวเค้าตกใจ แล้วเสียขวัญ ว่าเราเคยนำทางแล้วพาสมาชิกหลง อุ๊บส์
ก็บอกว่า ไม่ไกลหรอก เดี๋ยวก็ถึงทางออกแล้ว (แต่มันก็น่าคิดอะนะ ไม่มีใครเค้าเดินเทลกันบ้างเลยหรือไงหนอ เดินมาก็นาน)
ไม่หลงนะ ไม่หลงหรอก เดินไปได้สักระยะ ก็พบกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางสวนมา (เฮ้ย โล่งอกวุ้ย) ยิ่งแน่ใจว่าไม่หลง เมื่อ
ได้ยินเสียงรถที่ดังมาจากด้านบน หุหุหุ สบายใจ แวะถ่ายภาพข้างทางที่เป็นสายน้ำ แต่ตอนนี้แห้งขอดเพราะไม่มีน้ำ


แวะถ่ายภาพกันเสียนาน ก็แน่ใจชัดแล้วว่า ไม่หลง จากนั้นก็ เย้ เย้ เย้ เจอทางออกแล้ว


นะ มาถึงน้ำตกเหวสุวัต เดินเล่น ถ่ายรูป นิดหน่อยพอเป็นพิธี ถึงเวลาที่ต้องโบกรถกลับไปผากล้วยไม้อีกแล้ว สนุกจังโว้ยยยย


กลับมาถึงเต็นท์ที่ผากล้วยไม้แล้ว บ่ายสามโมง อืมม์ เวลาเหลืออีกมากโขเลย ทำไรดีนะ อ่ะ ไปหนองผักชี ดีกว่านะ
ไปสัมผัสอากาศเย็นๆ ยามพระอาทิตย์คลอยต่ำ ไปดูฝูงกวางออกหากินหญ้าอ่อน ไม่แน่อาจได้เจอ เจ้านกเงือกน้อยบินกลับระหว่างทาง


อ่ะ ถึงเวลาโบกรถอีกแล้วนะ แต่ไปมะถึงหนองผักชี เพราะรถเค้ากลับที่พักที่ลำตะคอง อ่ะ มะเป็นไร ก็เรามาโบกรถเป็นกิจวัตร
อยู่แล้ว โบกต่อละกัน


16.50 น. ก็มาถึงหนองผักชี อืมม์ อากาศเย็นสบายๆ ดีจัง เดินถ่ายรูปสนุก สนาน มีความสุขกับการกดชัตเตอร์




พระอาทิตย์เริ่มลับหลังพุ่มไม้ เห็นได้แต่แสงท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปเท่านั้น อืมม์ นี่เป็นสัญญาณถึงเวลาค่ำแล้วหรือ


ดูนาฬิกาที่ข้อมือ 17.42 เดินออกจากที่นี่ดีกว่า พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไม่นานหรอก ความมืดจะเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็วนะ
เวลายิ่งเดินผ่านไป ผ่านไป เท่าไร เท่าไร แสงสุดท้ายก็ยิ่งสวยงามมากเท่านั้น ไม่วายที่จะถ่ายรูปไว้อีกนะ หลงระเริงถ่ายรูปกันไป


18.02 น. เอาหละซิ ทำไมอากาศเริ่มเย็นขึ้นนะ ถึงเวลาต้องโบกรถกลับที่ผากล้วยไม้อีกแล้วนะ เอ เริ่มเย็นอย่างนี้ จะมีรถไหมหนอ
18.06 น. ได้โบกรถอีกคราแระ คราวนี้เป็นครอบครัวหนึ่งที่จะมาหาที่พักบนเขาใหญ่ เริ่มแรกเข้าแวะที่ทำการ เพื่อติดต่อที่พัก
เราสองคนก็ลงเดินจนถึง มอสิงโต แล้วครอบครัวนี่ก็มารับไปผากล้วยไม้อีกครั้ง

ค่ำคืนนี้ ดาวบนท้องฟ้าสวยงามจัง บรรยากาศเย็นๆ นอนมองดวงดาวบนท้องฟ้ากับแสงจากเทียนเล่มน้อย ช่างมีความสุขเสียจริง

อาทิตย์ 26 มีนาคม 2549
06.15 น.เช้าแล้วหรือนี่ หาวว เมื่อคืนนี้ ขณะนอนในเต๊นท์ "เฮ้ย หนาววะ เอาผ้าห่มมาห่มตัวเร็ว ไม่ต้องปูมันแล้ว นอนบนดินนี่แหละ อุ่นดี"

แหม ใครว่า มีนาคม เป็นเดือนเข้าหน้าร้อนไม่หนาวนะ หนาวจะแย่
แต่ก็เช้าจนได้ เดินเล่นซะหน่อยเรา เอ๊ะ เค้าทำไรกันที่ใต้ต้นไทรนะ อ๋อ ดูเจ้านกเงือก จู๋จี๋ กันนี่เอง



08.20 น.ได้เวลาโบกรถอีกแล้ว วันนี้วางแผนกันว่าจะขี่จักรยานเล่นรอบเขาใหญ่เสียหน่อย เราโบกรถไปที่ทำการฯ เพื่อเช่ารถจักรยาน
อัตราค่าบริการ 50.-/ชั่วโมง เราก็เช่ามาทั้งวัน 200.- บาท

โดยเริ่มจากเส้นทางที่เริ่ม เริ่มจากที่ทำการฯ เลี้ยวซ้าย และแวะสอบถามเส้นทางจากพี่เจ้าหน้าที่แสนใจดี พี่เค้าแนะนำพร้อมแผนที่ เข้าเส้นสนามกอล์ฟเขาใหญ่ ผ่านมาเรื่อยจนมาออกหลังลำตะคอง แล้วก็วิ่งเข้าผากล้วยไม้




เพิ่งได้ลิ้มรสการปั่นจักรยานลงเขาก็วันนี้แหละ นี่ถ้าไม่ห่วงว่ามีกล้องมาด้วยคงได้ล้ม กลิ้ง เป็นลูกขนุน กันไปแล้ว ทางลงไม่ได้ชันอะไร แต่เป็นเพราะระยะทางที่ยาวกันความมันส์ ทำให้ลืมความกลัวไปได้ชั่วขณะ


10.01 น. พวกเราปั่นมาถึงผากล้วยไม้แล้ว พักเหนื่อย กินข้าว เติมพลังให้กับชีวิตเพื่อเริ่มการปั่นจักรยานกลับไปยังที่ทำการฯ อีกครั้ง
คราวนี้เราไม่ได้ปั่นจักรยานพร้อมกล้อง แต่มีเจ้าเป้ใบน้อยๆ ด้วย แม้ว่าจะมีสัมภาระเพิ่มขึ้น แต่ความหนักก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกในการ
ปั่นจักรยานลดลงเลย เราต้องปั่นจักรยานกลับเส้นทางเดิมที่มา


จากที่มีแต่ปั่นลง ปั่นลงเนิน คราวนี้ถึงคราวต้องสลับกันบ้างแล้ว ปั่นขึ้นอะจิ เฮ้อ ความรู้สึกอยากทิ้งทุกสิ่ง ทุกอย่างมันก็มาแล้วนะ
ทำไมเหนื่อยอยากนี้ฟระ ใจจะขาดแล้ว T_T! ปั่นไม่ไหวแล้ว จูงขึ้นเนิน ซะงั้น


12.42 น. และละที่ทำการฯ ก็ไม่ไกลเกินมาถึง


13.13 น. ถึงเวลาได้กินอีกแล้ว มีความสุขจริงๆ ส้มตำดีกว่าเรา ให้แสบซ่ากันไปเลย ขอบอกว่า อร่อยจริงๆ


14.58 น. สุดท้ายของการโบกแล้วนะ เราต้องไปหน้าด่านเพื่อต่อรถไปยังตลาดแล้วขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ
พอมาถึงหน้าด่านแล้ว ไม่มีรถไปตลาด เราก็ยังคงต้องทำการโบกรถเป็นคันสุดท้ายเป็นครั้งสุดท้ายของทริปนี้


ระหว่างทางกำลังสนุกสนานกับการถ่ายภาพบนท้ายรถ ฝนเจ้ากรรม ตกมาทักทายเสียนี่ แต่ดีนะ ตกมาเพียงให้ชุ่มฉ่ำเล็กน้อย ไม่มาก
ถือว่าเป็นการส่งท้ายที่เย็นฉ่ำดีแท้

ไปละนะ เขาใหญ่ที่รัก แล้วเราจะกลับมาเยือนอีกหลาย หลายครั้ง



Create Date : 26 กันยายน 2549
Last Update : 30 ตุลาคม 2549 0:59:07 น. 11 comments
Counter : 1672 Pageviews.

 
วันหลังมีโบก.....ชวนผมมั่งจิครับ
ผมชอบโบกรถมากครับ...เคยโบกเที่ยวแล้ว 2 ครั้งครับ สนุกมาก
และก็เป็นการเช็ค เสน่ห์ของตัวเองไปด้วยครับ 55555
ถ้าโบกไม่ได้แสดงว่าพ้มไม่มีเสน่ห์อ่ะ รถเลยไม่จอด อิอิ


โดย: little-joe วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:11:43:30 น.  

 
วันหลังมีโบก.....ชวนผมมั่งจิครับ
ผมชอบโบกรถมากครับ...เคยโบกเที่ยวแล้ว 2 ครั้งครับ สนุกมาก
และก็เป็นการเช็ค เสน่ห์ของตัวเองไปด้วยครับ 55555
ถ้าโบกไม่ได้แสดงว่าพ้มไม่มีเสน่ห์อ่ะ รถเลยไม่จอด อิอิ


โดย: little-joe วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:11:44:49 น.  

 
มีลิงสองตัวด้วยแฮะ...อิอิ
มาเม้นตามคำขอจ๊ะ


โดย: YS IP: 124.120.206.28 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:22:35:34 น.  

 
Happy Halloween Day ค่า...........


โดย: รักบังใบ วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:21:06:34 น.  

 
อ่านเรื่องแล้วหนุกดีีครับ แล้วเราคงได้ร่วมทางกันเนอะ


โดย: JUNGLE MAN วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:26:53 น.  

 
แวะมาหวัดดีวันพูธธธธธ ค้าบบ


โดย: little-joe วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:40:55 น.  

 
ง๊า........

อยากไป โอ๊ะอยากไปอยากไป


โดย: ดาริกามณี วันที่: 6 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:17:38 น.  

 
ยังไม่เคยไปเขาใหญ่เลยสักครั้ง อยากลองไปดูมั่งจังคับ

ว่าแต่เรื่องโบกรถเนี่ย สมัยเรียนมหาลัยโบกไปเซอร์เวย์เส้นทางท่องเที่ยวกันบ่อยๆ คิดถึ๊ง คิดถึง ช่วงนั้นจัง เดี๋ยวนี้ไม่ได้โบกรถแล้วเพราะมีอยู่หัวเดียวกะเทียมลีบไม่กล้าโบกหรอก

แล้วปั่นจักรยานทางวิบากแบบนั้นไม่เจ็บ....เหรอคับ เป็นผมปั่นไม่ได้เลยนะ จะเจ็บตรงนั้นมาก


โดย: ปอมปอม วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:20:51 น.  

 
สงสัยวันหลังต้องไปมั่ง.....อยากเที่ยวอีกแระ


โดย: little-joe (little-joe ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:10:56 น.  

 
กั๊กๆ... เด๋วมาอ่านต่อ....

อ่านผ่านๆแล้วนึกถึงสมัยโบกรถกลับกรุงเทพฯจากแสลงหลวงจริงๆ... ฮิฮิ...


โดย: namit วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:20:07 น.  

 
คิดถึงเกด........ จัง


โดย: ดาริ IP: 125.24.184.132 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2549 เวลา:16:36:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
เกดจัง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




E-mail : cute_gad@hotmail.com
KadeJung

ผู้คนส่วนมาก


มักจะเงยหน้ามองฟ้า

ไล่ล่าไขว่คว้า

หาสิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อม

จนหลายครั้ง

สิ่งที่ทำให้ใจอบอุ่น

และมีความสุข

กลับเป็นเพียงดอกหญ้า

ดอกเล็กบนทางระหว่างเดิน

เพียงแค่ก้มหน้ามองลงดิน

เท่านั้นเอง

ฝากข้อความถึง เกดจัง

Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
26 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เกดจัง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.