ภูกระดึง ที่ไม่ได้มีแต่ปลายทาง (ต.ค. 51)

ภูกระดึงที่ไม่ได้มีแต่จุดหมายปลายทาง

ตลอดสองข้างทางที่ก้าวผ่าน คิดอยู่เหมือนกัน กับสถานที่นั้นๆ อะไรคือสิ่งที่บ่งบอกความเป็นสถานที่นั้นๆ มาภูกระดึง ก็ต้องเป็น ผาหล่มสัก เมเปิ้ล ฯลฯ ป่าสน
หากจะถ่ายต้นหญ้า แอ่งน้ำ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้บอกความเป็นภูกระดึง อย่างนั้นหรือ หากจะถ่ายแค่ต้นหญ้า แอ่งน้ำ คงไม่ต้องไปให้ถึงไหน ไม่ต้องมาให้ถึงภูกระดึง
เพราะอย่างไร ภาพก็ไม่ได้บ่งบอกความเป็นภูกระดึงแม้แต่น้อย



แต่ก็คิด จริงอยู่ปลายทางคือจุดหมายที่ต้องเดินทางไปให้ถึง แต่ก็ไม่ละที่จะทิ้งและเก็บเกี่ยวความงามระหว่างทาง ด้วยเช่นกัน
แล้วจะแปลกอะไร หากสิ่งที่เราเห็น ณ เวลานั้นๆ คือความงาม คือความต้องการที่จะ กด (ชัตเตอร์) เก็บ (ความทรงจำ) ไว้
เพราะเมื่อเวลาที่เราดูภาพเหล่านั้นๆ เราเท่านั้นที่จะรู้รสถึงห้วงเวลานั้นๆ เพียงตัวเรา


ไม่ว่าจะที่ไหนๆ หากเราไม่ละเลยและมองผ่านเส้นทางที่ก้าวเดิน เราก็จะมีภาพที่ ใครไม่มี (??) แต่ก็นั่น ปลายทางคือจุดหมายที่ยังต้องไปให้ถึง
หลายครั้งของการเดินทาง ไม่ใช่มีแค่ เพียงเรา

เพราะเรายังมีเวลา เวลาที่ยังคงอยู่เหนือเราเสมอ คงไม่มีใครที่หยุดเวลาเพื่ออยู่กับสิ่งที่เราต้องการ ได้ ทำได้แค่เพียง
ทำทุกวินาทีให้มีค่า ทำทุกวินาทีให้มีแต่ความสุข เพราะบ่อยครั้งที่มักจะได้ยิน "เวลาแห่งความสุขนั่นผ่านไปรวดเร็วเสียจริง"


คงดีหากทุกการเดินทาง ไม่ต้องมีคำว่า "รอคอย" แต่ก็ที่รู้อยู่ ไม่มีใครที่ไม่เคยรู้รสชาดของคำๆ นี้ ไม่ว่าจะคอยรออะไร รอคอยเพื่ออะไร
แต่ทุกการรอคอยย่อมมีที่สิ้นสุด แต่คงไม่ใช่ทุกเรื่อง น่าเศร้าหากการรอคอยนั่นไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร

การรอคอยมีรสขม แต่ผลของมัน (บางครั้ง) หวานฉ่ำยิ่งนัก


แต่สำหรับจุดสิ้นสุดของการรอคอยถ่ายภาพหยดน้ำบนใยแมง มุม สำหรับฉันภาพนี้ ทำได้แค่นี้ ผลของการ ไม่รอคอย


บางคนเลือกที่จะรอ บางคนเลือกที่จะไม่รอ บางคนไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะ เลือก



สำหรับฉัน หลายครั้ง ฉันเลือกที่จะรอ และก็เช่นกันที่หลายครั้งฉันเลือกที่จะไม่รอ และบางครั้งฉันก็ไม่มีแม้แต่โอกาส

น่าเศร้าอีกแล้วที่เราไม่รู้เลยว่าผลของการ รอ หรือ ไม่รอ อย่างใดจะคุ้มค่ากว่ากัน
เพราะหลายครั้ง โอกาสที่จะได้เลือก มีแค่ครั้งเดียว ซึ่งนั่นเราจะไม่รู้เลยว่าอีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ได้เล ือก มันจะเป็นอย่างไร



หากชึวิตเป็นเสมือนกล้องดิจิตอลก็ดีซินะ เราเลือกที่จะทำและรู้ผลของการทำนั้นได้โดยทันที ปรับเฉดได้หลากสี บันทึกภาพได้มากกว่าสี่สิบภาพต่อม้วน
ไม่ต้องการภาพไหนก็ลบมันออกไป

แต่ชีวิตเราเหมือนกล้องฟิล์ม ไม่รู้ว่าภาพนั้นจะเป็นอย่างไร จนกว่าจะได้ล้างฟิล์ม เมื่อภาพออกมาอาจไม่ใช่แบบที่เราต้องการ
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะอะไร การปรับค่าต่างๆ เวลาที่ไม่รอคอย ความกดดัน จินตนาการ ฯลฯ
ยากเหลือเกินที่เราจะย้อนเวลากลับไปเพื่อบันทึกภาพใน ห้วงเวลานั้นๆ ได้อีก

แต่ไม่ว่าจะชีวิตจะเป็นเหมือนดิจิตอล หรือ ฟิล์ม สิ่งที่เหมือนกันคือ การหวนเวลาย้อนกลับไปเพื่อแก้ไขสิ่งที่พลาดผิด ทำไม่ได้ ทำไม่ได้จริงๆ



Create Date : 19 กันยายน 2555
Last Update : 19 กันยายน 2555 21:20:58 น. 0 comments
Counter : 331 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เกดจัง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




E-mail : cute_gad@hotmail.com
KadeJung

ผู้คนส่วนมาก


มักจะเงยหน้ามองฟ้า

ไล่ล่าไขว่คว้า

หาสิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อม

จนหลายครั้ง

สิ่งที่ทำให้ใจอบอุ่น

และมีความสุข

กลับเป็นเพียงดอกหญ้า

ดอกเล็กบนทางระหว่างเดิน

เพียงแค่ก้มหน้ามองลงดิน

เท่านั้นเอง

ฝากข้อความถึง เกดจัง

Group Blog
 
 
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
19 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เกดจัง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.