Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
28 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
ความเครียดของเจ๊ใหญ่

เนื่องจากตอนก่อนบอกว่าถึงคิวจะเชือดสโนไวท์
แต่เนื่องจากขี้เกียจเขียนอ่ะครับ
เอาตอนนี้มาขัดตาทัพก่อนละกัน
แต่ตอนนี้ออกจะโหดๆ หน่อยนะครับ


------

ดิฉันชื่อใหญ่ค่ะ ตอนนี้มาทำงานสร้างเขื่อนอยู่ต่างประเทศ ไม่อยากบอกหรอกค่ะว่าประเทศไหน ให้เดากันเอง ที่บอกว่ามาสร้างเขื่อนน่ะ ดิฉันไม่ได้มาแบกซุง โบกปูนอะไรพวกนั้นนะคะ ดิฉันเป็นถึงวิศวกรค่ะ วิศวกรหญิงที่หาได้น้อยนิดในไซท์งานนี้ ที่ดิฉันมาในครั้งนี้ จะมาเล่าถึงความคับแค้นใจของดิฉันในการมาทำงานที่นี่ค่ะ

การมาทำงานที่นี่ทำให้สารรูปดิฉันแย่มากๆ ค่ะ งานจะต้องปีนไปดูนู่นดูนี่ ตรวจงานห่าเหวอะไรไม่รู้นักหนา จะแต่งตัวอย่างที่เคยแต่งก็ไม่ได้
รองเท้าบูทปราด้าที่อุตสาห์หอบมาจากเมืองไทยก็ต้องมาเป็นหมันเพราะไอ้งานพวกนี้
ต้องมาใส่รองเท้าผ้าใบมอมๆ กางเกงยีน เสื้อยืดเก่าๆ กรี๊ดสสสสสสสส!!! แค่คิดก็สยองแล้วใช่มั้ยคะคุณผู้อ่าน ถึงหน้าจะสวยเด้งแค่ไหน มาแต่งตัวอย่างงี้ ก็กลายเป็นยัยแจ๋วได้นะคะ


เรื่องอาหารการกินก็ลำบากมากมาย ทำกินแม่งเหมือนดิฉันไปขอพวกมันกิน ทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่พวกมันต้องทำอาหารมาปรนเปรอดิฉัน อาหารที่พวกมันทำก็ใช่ว่าจะดีเลิศ บางวันแม่งเหมือนทำน้ำปลาตกใส่เป็นขวด

พวกคนที่ทำงานด้วยกันก็แม่งนิสัยเหี้ยๆ กันทั้งนั้น

แต่เนื่องจากดิฉันเป็นลูกผู้ดี จะต้องเก็บกิริยาไว้ คนภายนอกจะได้มองว่าดิฉันเป็นคนดีจิตใจเมตตา ทำให้ดิฉันต้องอดทนมาตลอด


แต่ความอดทนก็ต้องมีขีดจำกัดใช่มั้ยคะ
เริ่มจากวันนี้ดิฉันจำเป็นต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เนื่องจากยัยนิดที่เป็นรูมเมทของดิฉันมันเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมาไม่รู้ ลุกขึ้นมารำตอนตี 5
ดิฉันเลยถามมันอย่างน้ำเสียงใจเย็นว่า “มึงทำเหี้ยอะไรของมึง”
ยัยนิดมันตอบกลับมาว่า “รำขอหวยค่ะเจ๊ วันนี้หวยออก หนูได้ยินมาว่าถ้าตื่นมารำตอนตี 5 แล้วจะถูกหวย”

“อีโง่เอ้ย” ดิฉันกะว่าจะคิดในใจ แต่ทำไมถึงพูดออกไปแล้วก็ไม่รู้
“เจ๊ ไม่มีสิทธิ์มาด่าหนูอย่างนี้นะ” นังนิดมันเถียงกลับมา
“ทำไมชั้นจะไม่มีสิทธิ์ นี่เวลานอนของชั้นต้องมาหมดไปเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องของหล่อน” ดิฉันด่ากลับ
“แล้วทีเจ๊ล่ะ นอนกรนเสียงดังไปถึงพม่า หนูยังไม่บ่นเลย” นังนิดสวนกลับด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ดิฉันเลือดขึ้นหน้าค่ะ มันมารบกวนเวลานอนของดินฉัน แถมยังโมเมว่าดินฉันกรนอีก ผู้หญิงสวยๆ อย่างดิฉันไม่มีทางที่จะกรนแน่ๆ ใช่มั้ยคะ
ดิฉันปรี่เข้าไปตบมันฉาดใหญ่ มันหน้าหันเซไปชนกำแพง
ยังค่ะ ดิฉันไม่ปล่อยให้มันตั้งหลักได้ ดิฉันปรี่เข้าไปจับหัวมันโขกกำแพงอีก 3 ครั้ง ดัง ป๊อก ป๊อก ป๊อก
ถ้าข้างห้องดิฉันตื่นอยู่ คงนึกว่าดิฉันตื่นมาเล่นป๊อกเด้งแต่เช้า
ดิฉันลากยัยนิดที่ยังมึนอยู่ ออกไปข้างหลังห้อง เห็นบ่อส้วมที่เปิดฝาทิ้งไว้
นี่แสดงว่ามันมาสูบส้วมแล้วไม่ปิดฝาอีกแล้วล่ะสิ มักง่ายจริงๆ
แต่ก็ดีกับดิฉัน ดิฉันเลยลากยัยนิด แล้วโยนมันลงไปในบ่อส้วม
ยัยนิดซึ่งกำลังมึนๆ อยู่ ไม่มีแรงแม้แต่ตะโกน และแล้วดิฉันก็ลากฝาบ่อส้วมมาปิดไว้แล้วโบกปูนทับในทันที
แล้วดิฉันก็เข้ามาหลับต่ออย่างเป็นสุข
การนอนน้อย ทำให้วันนี้ดิฉันตื่นสาย ซึ่งกว่าดิฉันจะแต่งหน้าทำผมเสร็จ ก็ปาไป 9 โมงกว่าแล้ว ดิฉันรีบวิ่งไปทำงานอย่างช้าๆ งงใช่มั้ยคะ คือในใจรีบน่ะค่ะ แต่ต้องเดินช้าๆ เดี๋ยวไม่สวย
พอดิฉันเข้าไปในแผนกเท่านั้นแหละ ไอ้โอ่งที่เป็นหัวหน้าดิฉันก็ตวาดใส่ดิฉันทันที
“ทำไมมาเอาป่านนี้ คนอื่นๆ เค้าออกไปตรวจงานกันหมดแล้ว”
“เอ้อ...” ดิฉันพูดได้แค่นั้น ไอ้โอ่งมันไม่เปิดโอกาสให้ดิฉันพูดต่อ
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว หัดรับผิดชอบซะมั่ง งานการสั่งอะไรไปไม่เคยได้ดั่งใจเลย”
กรี๊ดสสสสสสสสส ดิฉันเลือดขึ้นหน้าอีกแล้วค่ะ แต่ต้องยับยั้งชั่งใจไว้
“ไปตามของที่สั่งซิ ว่าได้รึยัง นานมากแล้ว” มันสั่งดิฉัน
ดิฉันจึงจำใจเดินไปแผนกจัดซื้อด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เจอยัยมะนาวนั่งอยู่คนเดียว
“มะนาว หัวหน้าพี่ให้มาตามของที่สั่งด่วนไปน่ะ” ดิฉันพยายามข่มอารมณ์ขุ่นมัวถามมันไปอย่างใจเย็น
“ด่วนทุกอย่างน่ะแหละค่ะ แผนกพี่น่ะ แล้วไอ้ที่พี่มาตามน่ะ มันพึ่งสั่งมาเมื่อวานนะคะ หนูไม่ได้ผลิตเองนะคะ ที่จะทำวันต่อวันให้พี่ได้เนี่ย หัดเข้าใจอะไรหน่อย คนทำงานมันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ......” ยัยมะนาวมันจะพูดอะไรต่อดิฉันไม่สนใจแล้วค่ะ
เพราะดิฉันกดหัวมันกระแทกกับโต๊ะไปเรียบร้อยแล้ว ปากมันกระแทกขอบโต๊ะอย่างแรง เลือดไหลอาบเต็มโต๊ะ มันพยายามจะหนี ดิฉันเลยหยิบเก้าอี้ขึ้นมาฟาดใส่มันเต็มแรงมันหมดสติไปแล้ว
ดิฉันจึงลากมันเข้าไปในห้องเก็บเอกสาร แล้วผูกคอมันด้วยเหล็กเส้น แล้วเอาไปแขวนบนขื่อ
หือ… อะไรนะคะ จะถามว่าทำไมไม่ใช้เชือกเหรอ
ดิฉันลองใช้แล้วค่ะ แต่อีนี่มันหนักค่ะ เชือกเบอร์ไหนก็ขาดก่อนทั้งนั้น
กว่าจะดัดเหล็กได้เหนื่อยจริงๆ ค่ะ ดัดด้วยมือเปล่าเนี่ย ไม่เชื่อก็ลองดูนะคะ

กลับมาที่แผนกตัวเอง ไอ้โอ่งมันเอาอีกแล้วค่ะ
“ไปอะไรนักหนา แค่ไปตามของแค่นี้ มัวแต่อู้รึเปล่าวะ หัดทำอะไรใช้สมองหน่อย ทำอย่างนี้เมื่อไหร่งานมันจะไปได้ด้วยดี”
กรี๊ดสสสสสสสส ดิฉันเลือดขึ้นหน้าอีกแล้วค่ะ
มาด่าดิฉันได้ ทีตัวมันเองนะคะ ไม่เห็นจะทำงานอะไรซักอย่าง มีแต่ให้พวกดิฉันทำ กล้าดียังไงถึงมาด่าดิฉันได้
กว่าดิฉันจะคิดจนจบประโยคเมื่อกี้ หัวหน้าดิฉันก็ลงไปนอนแน่นิ่งเพราะดิฉันหยิบโน๊ตบุ๊คของมันแล้วทุบที่หัวมันเต็มแรง
หลังจากมันนอนแน่นิ่งแล้ว ดิฉันไม่รอช้า รีบฉีดเฮโรอีนเข้าเส้นมันทันที เผื่อว่ามันยังไม่ตายสนิท จะได้ช็อคตายอีกรอบ
“พี่ใหญ่ทำอะไรน่ะ!!!”
ดิฉันหันไปเป็นไอ้นุ้ยค่ะ มันมาตอนไหนกันนะ
มันทำท่าจะวิ่งออกไป ดิฉันหยิบรองเท้าส้นสูงใต้โต๊ะดิฉันขว้างใส่หัวมันทันที
เนื่องจากดิฉันเป็นมือวางอันดับหนึ่งหญิงขว้างส้นสูงมาก่อน
ทำให้ส้นสูงเจาะกะโหลกไอ้นุ้ยพอดี ทำให้มันล้มลงตายคาที่ มันสมองไหลเยิ้มค่ะ

ดิฉันยัดศพมันสองคนลงถุงขยะสีดำแล้วลากไปที่ห้องแล็ปเอาศพมันไปแช่ในบ่อน้ำกรดแล้วปิดป้ายหน้าห้องว่า “ไม่ว่าง กำลังมีปาร์ตี้”

ขณะที่ดิฉันกำลังจะเดินออกมา ก็ได้ยินเสียงสองเสียงคุยกัน
“ว้าย ห้องนี้เขียนว่ามีปาร์ตี้ด้วยล่ะพี่โอ”
“ว้าว จริงๆ ด้วย จะมีอะไรกินบ้างนะออย พี่อยากกินลาบเป็ด กับกระเพราหมูกรอบ”

ดิฉันหันไป เจอสองพี่น้องโอกับออย พวกมันสองคนนี่เห็นของกินเป็นไม่ได้
ปากบอกว่าจะลดความอ้วน แต่ชวนกันไปกินทุกที
“น้องคะ ปาร์ตี้ห้องนี้ไม่รับคนนอกค่ะ” ดิฉันบอกมันไป
“อ้าว อยู่บริษัทเดียวกัน ก็คนในเหมือนกันทั้งนั้นแหละพี่” นังออยบอก พร้อมกับทำท่าจะเปิดห้องเข้าไป
“หยุดนะ อีอ้วนเห็นแก่กิน บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ” ดิฉันตวาด
“เอ๊ะ! อีแก่นี่ มางกของกินทำไม กินนิดๆ หน่อยๆ จะเป็นไรไป” พวกมันสองคนประสานเสียงด่าดิฉันด้วยถ้อยคำโหดร้ายมาก
กล้ามาว่าดิฉันอย่างงี้ มีหรือที่ดิฉันจะอยู่เฉย
ดิฉันแย่งส้อมที่นังออยถือติดตัวตลอดมา แล้วจิ้มไปพี่พุงมันอย่างแรง ไขมันไหลเยิ้มติดตามส้อมออกมาด้วย
“เอ๊ะ อีนี่ มาทำน้องชั้นทำไม” ไอ้โอพูดพลางจะปรี่เข้ามา
ดิฉันไม่ให้มันมาถึงตัวหรอก ดิฉันเอาส้อมจิ้มสวนเข้าพุงมันอย่างแรง แต่กับไอ้โอ ดิฉันจิ้มมันไปสองที เนื่องจากดิฉันหมั่นไส้มันค่ะ
ผู้ชายอะไรหน้าตาดีกว่าผู้หญิงอย่างดิฉันซะอีก ผิวก็ขาวเนียน กรี๊ดสสสสสสสส ทนไม่ได้ๆๆ
หลังจากที่ไอ้โอล้มลง เอามือกุมพุงที่มีไขมันไหลย้อยออกมาเป็นทาง ดิฉันปรี่ไปนั่งทับมันไว้ แล้วเอาส้อมกรีดหน้ามัน มันร้องโอดครวญ ดิฉันรำคาญเสียงมันค่ะ เลยเอาส้อมจิ้มคอหอยมัน แล้วปาดคอมันเกือบขาด ดิฉันเหลือบไปเห็นนังออยกำลังจะคลานหนี ดิฉันรีบหยิบเอาเสียมแถวนั้น(ไซท์งานดิฉันชอบวางของไม่เป็นระเบียบค่ะ แย่มากๆ)ขึ้นมาทุบนังออยไปหลายทีจนแน่นิ่ง ดิฉันลากศพสองคนขึ้นรถ แล้วเอาไปส่งที่ตลาดขายหมูค่ะ บอกว่าเนื้อหมูราคาถูก คนก็มาซื้อกันเยอะนะคะ สอบถามทีหลังได้ความว่า เนื้อมันอร่อยค่ะ มีไขมันแทรกอยู่ทุกอณู

ดิฉันคิดว่าจะกลับห้องไปล้างคราบเลือดซะหน่อย เปิดห้องไปดันเจอยัยนิลกับยัยนอ สองคนนั่งอยู่ในห้องดิฉัน อีชะนีสองตัวนี้เข้ามาห้องดิฉันได้อย่างไร
อ๋อ ลืมไป ว่ายัยนิลมันมีกุญแจห้องฉันอยู่
ยัยนิลกับยัยนอ เป็นรูมเมทกัน แต่ไม่ค่อยกินเส้นกัน แล้วมันมานั่งทำอะไรในห้องกูนะ
“น้องๆ มานั่งทำอะไรกันเหรอคะ” ดิฉันถามไปอย่างคนสวยที่จะถามกัน
พวกมันสองคนก็เงียบ
เอ๊ะ อีชะนีพวกนี้นี่ กูถามดีๆ ไม่ยอมตอบ
แต่เนื่องจากดิฉันพอรู้อยู่แล้วว่าพวกมันไม่ค่อยกินเส้นกัน นี่คงมานั่งปรับความเข้าใจห่าเหวอะไรกันอีกล่ะสิ
ทั้งๆ ที่พวกมันก็ไม่เคยจะคุยกันรู้เรื่องเลย แต่พวกมันก็ชอบมาปรับความเข้าใจกัน
ดิฉันไม่เข้าใจจริงๆ
ดิฉันก็เลยออกมาจากห้อง ก่อนที่ดิฉันจะออกมาจากห้อง ดิฉันก็พูดลอยๆ ไปว่า
“วันนั้นได้ยิน’นิล’ พูดว่า’นอ’ตอแหล ส่วน’นอ’ ก็พูดว่า’นิล’ทึนทึก อ้อ… แล้วพี่ซื้อมีดใหม่มา ค้มคม อยู่บนอ่างล้างจานแน่ะ” พูดจบแล้วดิฉันก็ปิดประตูออกไป
แต่ตาดิฉันแอบมองลอดช่องของประตูเข้าไปในห้อง
ภาพที่เห็นคือ นังนิล กับนังนอ ตบตีกันแย่งมีดบนอ่างล้างจาน
นังนอ คว้ามีดได้ก่อน จึงเอาเสียบเข้าท้องของนังนิลทันที
“ว้าย คมจริงๆ ด้วย” นังนอ อุทาน
“อีเหี้ย มึงกล้าเสียบกูเหรอ” นังนิลเซไปพิงกับตู้เย็น

“น้องนิล น้องนอ จ๊ะ!! พี่ลืมบอกไปว่าพี่ซื้อมีดมา 2 เล่ม อีกเล่มอยู่บนหลังตู้เย็นนะจ๊ะ เล่มนี้ยิ่งค้มคม” ดิฉันตะโกนเข้าไปให้ได้ยินทั่วถึงกัน แล้วก็แอบมองต่อ
เห็นนังนิลคว้ามีดจากหลังตู้เย็น แล้วปาดคอนังนอ ขาดกระเด็นไปบนเตียงดิฉัน
“ต้องเปลี่ยนผ้าปูเตียงใหม่อีกแล้วกู” ดิฉันคิด
“คมจริงๆ ด้วย หึหึหึ” นังนิลหัวเราะเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็ทรุดลงไปกับพื้นพร้อมมีดคาอยู่ที่ท้อง

ดิฉันเดินยิ้มกลับมาที่แผนกอย่างสะใจ
กลับมาเจอพี่พลอยนั่งอยู่ที่แผนก สงสัยกลับมาจากตรวจงานแล้ว
“ใหญ่ ไปไหนมาเนี่ย แล้วคนอื่นๆ ไปไหนกันหมด งานน่ะ ก็ช่วยๆ กันทำหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้พี่ทำคนเดียว มันเหนื่อยนะ”

กรี๊ดสสสสสสสสส อีคนพวกนี้มันเป็นอะไรกันนะ ไม่บ่นจะตายรึไงนะ
ดิฉันเลยแอบใส่ยาเบื่อหนูลงในกาแฟของพี่พลอยตอนพี่พลอยไปเข้าห้องน้ำ
พี่พลอยจิบไปคำแรกก็นอนดิ้นทุรนทุราย เนื่องจากดิฉันใส่ไปเยอะมากทำให้ไม่ได้มีโอกาสที่จะตะโกนขอความช่วยเหลือเลย
ดิฉันมองพี่พลอยนอนดิ้นอย่างทรมาน แล้วก็แน่นิ่งไปอย่างสะใจดิฉัน
ดิฉันกำลังจะทำลายศพ แต่ได้ยินเสียงคนเดินมาที่แผนกพอดี
ดิฉันกลัวคนมาเห็น ก็เลยรีบเอาศพไปยัดไว้ในตู้เก็บของก่อน
คนที่เดินเข้ามาคือ ไอ้ทู่นั่นเอง ไอ้ทู่มันเป็นรุ่นน้องที่มหาลัยของดิฉันเอง มันเป็นเหี้ยอะไรไม่รู้ค่ะ ชอบขัดดิฉันตลอด ดิฉันบอกว่าใช่ มันก็จะบอกว่าไม่ ดิฉันบอกว่าซ้าย มันก็จะว่าขวา กรี๊ดสสสสสสส ประสาทจะแดกเพราะมันเนี่ยแหละค่ะ คุณผู้อ่านจำยัยนิลได้มั้ยคะ ยัยนิลเป็นน้องรักของไอ้ทู่ค่ะ แต่เห็นมันกัดกันได้ทุกวัน อาจจะเป็นเพราะไอ้ทู่ปากเสียกับทุกคนอยู่แล้วมั้งคะ

ไอ้ทู่เดินเข้ามา ประโยคที่มันทักกวนตีนมาก่อนเลยค่ะ
“เจ๊ ไม่ออกไปไหน ไม่ไปทำงานทำการบ้างรึไงเจ๊ ลูกน้องผมทำงานเหนื่อยจะตายอยู่แล้วเนี่ยยยยยยย”

“ชั้นก็มีเรื่องยุ่งๆ ให้ทำทั้งวันเหมือนกันแหละ”
“ทำอะไรอ่ะเพ่ แล้วนี่พี่พลอยไปไหนเนี่ย ไหนบอกว่าจะรออยู่ที่แผนก”
“ชั้นไม่รู้ ชั้นมาก็ไม่เจอใคร”
แอ๊ดดดดดดด ตึง!!!!!
ประตูตู้เก็บของเปิดออกศพพี่พลอยล้มกลิ้งลงมา คงเพราะดิฉันรีบร้อนยัดศพเกินไป เลยลืมปิดประตูให้แน่น

“เฮ้ย พี่พลอยยยยยยย พี่พลอยเป็นไร ฮือๆๆๆ เจ๊ๆๆๆ เจ๊ทำอะไรพี่พลอย ผมจะไปบอกทุกคน”
มันก็พูดได้เท่านั่นแหละค่ะ
เพราะดิฉันซัดหมัดเข้าไปที่ปากมันอย่างเต็มเหนี่ยว
ฟันกรามมันหลุดติดมือดิฉันออกมาเลยค่ะ
ไอ้ทู่ลงไปนอนดิ้นน้ำตาไหลพราก
ดิฉันสะใจยิ่งนัก ไอ้พวกปากดี สมควรจะโดนอย่างนี้ทุกคน ดิฉันเอาเชือกมามัดมือมัดเท้าไอ้มืดไว้
ดิฉันหยิบมีดคัทเตอร์จากบนโต๊ะ เนื่องจากดิฉันยังสงสารรุ่นน้องค่ะ
ไม่อยากให้เห็นภาพที่ไม่ดี ดิฉันก็เลยเอามีดคัทเตอร์กรีดตามันทั้งสองข้าง มันร้องโอดโอย ดิฉันได้ยินเสียงร้องแล้วยิ่งมีความสุข
ดิฉันเอาคัทเตอร์กรีดเนื้อไอ้ทู่ออกมาเป็นแผ่นบางๆ หลายๆ แผ่น กะว่าจะโยนให้หมากินค่ะ
ดิฉันกรีดเนื้อไอ้ทู่จนมันแน่นิ่งไป เลือดไอ้ทู่ไหลนองเต็มพื้น
ดิฉันตัดแขน ตัดขา ตัดหัว แบ่งตัวไอ้ทู่เป็นส่วนๆ แล้วเอาแต่ละส่วนไปฝังตามที่ต่างๆ ค่ะ
ส่วนศพพี่พลอยดิฉันเอาไปยัดไว้บนฝ้าเพดานให้หนูแทะเล่นค่ะ ดิฉันใจบุญใช่มั้ยคะ

เฮ้อ เพราะพวกนี้แหละค่ะ ทำให้วันนี้ดิฉันทั้งเครียดทั้งเหนื่อยเลยค่ะ
เอาเป็นว่า วันไหนดิฉันเครียดอีก จะมาระบายให้ฟังอีกนะคะ
ลาก่อนค่ะ

-เจ๊ใหญ่-



Create Date : 28 มิถุนายน 2550
Last Update : 28 มิถุนายน 2550 16:05:38 น. 8 comments
Counter : 434 Pageviews.

 
ทั้งหมดกี่ศพคะ


โดย: ริมยมนา วันที่: 28 มิถุนายน 2550 เวลา:17:19:02 น.  

 
โห เครียด จัง


โดย: mintny_n วันที่: 28 มิถุนายน 2550 เวลา:23:43:34 น.  

 
เพิ่งมาเจอ
เขียนอ่านสนุกมาก ๆ เลยครับ

จำพี่ได้เปล่า
พี่ sensitiveman เองครับ


โดย: angel of music IP: 203.156.6.60 วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:33:23 น.  

 
หวัดดีครับพี่ จำได้ครับ ไม่ได้เจอนานเลย

ตอนนี้งานยุ่งครับเลยไม่มีเวลาเขียนต่อ
ไว้เจอกันพี่


โดย: JO IP: 202.62.97.204 วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:11:58 น.  

 
พี่ ๆ เพิ่งไป meeting กันมาครับ สนุกมากเลย นั่งคุยกันตั้งแต่ทุ่มไปจนเกือบเที่ยงคืนเลยครับ

กลับมาไทยแล้วบอกเจ้า big หรือใครก็ได้นะครับ จะได้ไปนั่งคุยกันอีก


โดย: angel of music IP: 203.156.6.80 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:58:25 น.  

 
อืม เสียดายเหมือนกัน
เพราะไม่ได้เจอพี่นานมาก
นัดมีตติ้งทีไร พี่ชอบไม่ว่างทุกที


โดย: JO IP: 202.62.97.204 วันที่: 26 กรกฎาคม 2550 เวลา:16:06:35 น.  

 
คราวหน้ายังไงถ้าน้องโจมาจะว่างครับ :)


โดย: angel of music IP: 203.156.6.7 วันที่: 1 สิงหาคม 2550 เวลา:23:06:55 น.  

 
เดินทางสายกลางจะดีกว่าค่ะ ไปนั่งสมาธิ วิปัสนาก้อได้นะค่ะ จิตใจจะได้ปลอดโปร่ง ไม่เคียดแค้น ยิ่งคิดก้อยิ่งทุกข์ เมื่อรู้ว่าทุกข์ก้ออย่าคิดดีกว่าค่ะ มันบาปนะค่ะ


โดย: balloon IP: 124.121.142.125 วันที่: 19 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:37:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

JO-Kung
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add JO-Kung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.