Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
9 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
น้ำใจน่ะน้ำใจ

สังคมในปัจจุบันดูเหมือนว่าเรื่องน้ำใจคงหาได้ยากเต็มที
เพราะมันบีบให้เราต้องแข่งขัน ต้องทำเวลากันมากขึ้น
เพื่อนผมเคยบอกผมว่า ทำตัวอย่างที่ผมเป็นอยู่เนี่ยไปไม่รอดในสังคมหรอก
ก็เพราะความคิดแบบนี้กันน่ะสิ สังคมมันถึงได้เละเทะอยู่อย่างนี้ไง
ลองหยุดคิดซักนิดสิครับ ลองหันมามองคนที่อยู่รอบ ๆ ข้างบ้าง
ลองคิดถึงจิตใจของคนที่อยู่รอบข้างเราบ้าง ว่าเค้าคิดเค้ารู้สึกยังไง
เพราะว่าในความเป็นจริงแล้ว ไม่ได้มีเราอยู่คนเดียวในสังคมซะหน่อย
เพราะมีคนนึงจึงเกิดสิ่งหนึ่งที่ทำให้กระทบถึงอีกคนหนึ่งต่างหาก มันถึงทำให้เกิดสังคมขึ้น
คนนึงทำสิ่งไม่ดี ผลกระทบมันก็ต้องไม่ดีต่ออีกคนหนึ่ง แล้วคนๆ นั้นเค้าจะสร้างสิ่งที่ดีเหรอครับ
เค้าก็ต้องตอบโต้ด้วยสิ่งไม่ดีสิ จากกฏที่ว่า แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยาไง
แต่ถ้าคนนึงทำสิ่งดี ผลกระทบต่ออีกคนนึงมันต้องก็ต้องดีด้วย ถึงแม้ว่าคน ๆ นั้นเค้าจะไม่ได้สร้างสิ่งที่ดีกลับมา
แต่เค้าก็คงไม่สร้างสิ่งที่ไม่ดีตอบเรามาหรอกจริงรึเปล่าครับ
น้ำใจสร้างได้หลายอย่าง ทั้งน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ และต่อสัตว์โลก
ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำใจต่อโลกและธรรมชาติที่เราได้อาศัยอยู่
การแสดงน้ำใจอย่างง่าย ๆ ที่เราสามารถทำได้ก็เช่น การแบ่งปันสิ่งของหรือความรู้แก่คนที่เค้าขาด
การไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น ช่วยเหลือคนที่มีเรื่องเดือดร้อน (เช่นตอนทำข้อสอบ)
การหยุดรถให้คนข้ามถนน ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งน่าอายเลย ถ้าจะเลือกทำ
สำหรับผมบางเรื่องก็อาจทำได้ บางเรื่องก็อาจทำไม่ได้ แต่ก็จะทำในสิ่งที่ตัวเองพอจะทำได้
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมเองภูมิใจมาก คือมีอยู่คืนนึง คือพรุ่งนี้จะเป็นวันสอบวิชานึง
ผมก็เลยไปอ่านหนังสือหอเพื่อนผม อ่านหนังสือถึงประมาณตี 4 ผมก็กลับหอผม
ซึ่งตอนนั้นผมอยู่หอในมหาวิทยาลัย ก็ขี่รถมาเรื่อย ๆ ตี 4 มันก็มืดพอสมควร แต่ก็ยังมีไฟข้างทางให้อุ่นใจ
พอใกล้จะถึง 4 แยกตรงประตูข้างมหาวิทยาลัยผม ซึ่งแถวนั้นไม่มีบ้านคนอยู่เลย มีแต่ปั้มน้ำมันตรงประตูทางเข้า ซึ่งก็ปิดไปแล้ว(มันไม่เปิด 24 ชั่วโมงนะ)
เพราะด้านหนึ่งเป็นเป็นมหาวิทยาลัย อีกด้านก็เป็นเหมือนพื่นว่าง ๆ แต่มีรั้วกั้น
พอผมขี่ใกล้ 4 แยกผมก็เห็นรถตู้คนนึงอัดก๊อปปี้กับเสาไฟฟ้าต้นหนึ่งอยู่ (แหงสิ จะให้อัดสองต้นเหรอ)
ผมก็เพ่งดู ก็ไม่เห็นมีอะไร คนก็ไม่มามุง ผมก็นึกว่า คงชนไปนานแล้ว
และเค้าคงส่งคนเจ็บอะไรไปโรงพยาบาลแล้ว ผมก็ไม่คิดอะไรแล้ว ก็ขี่มาจอดตรง 4 แยก
เพื่อจะเลี้ยงขวาเข้ามหาวิทยาลัย แต่เนื่องจากติดไฟแดงผมก็เลยจอดรถรอไฟเขียว (ถึงเป็นตี 4 ก็ไม่ทำผิดกฏหมายเฟ้ย)
ตอนที่จดรถรออยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ เข้าหูผมว่า “โอ๊ยๆๆ … ช่วยด้วย”
“เอาล่ะสิ” ผมคิด ตูจะเจอดีวันนี้เหรอเนี่ย เหวอ! พรุ่งนี้มีสอบนะเฟ้ย เก็บไว้หลอกวันหลังไม่ได้เหรอ
ขี้เกียจหัวตั้งไปนั่งสอบนะเฟ้ย แต่เสียงครวญครางก็ยังดังมาเรื่อย ๆ
ตอนนั้นเป็นไฟเขียวพอดี ผมก็ออกรถจะเลี้ยวขวา แต่เนื่องจากนิสัยส่วนตัวของผม (สันดาน)
ที่เป็นคนอยากรู้อยากเห็น (เสือกนั่นเอง) จนเพื่อน ๆ ตั้งฉายาว่า Satellite Man
มีเรื่องไหนบ้างที่โจไม่รู้ ถ้าเรื่องนี้เราตกข่าวล่ะ เราจะเอาหน้าไปไว้ไหน
ผมคิดได้ดังนั้นจึงยูเทิร์นรถกลับไปอีกฝั่ง(ด้านมหาวิทยาลัย) แล้วก็จึงยูเทิร์นกับมาตรงรถตู้อีกรอบ
คราวนี้ก็จ้องดูดี ๆ เนื่องจากสายตาไม่ดีนัก และไม่กล้าพอ จึงไม่จอดรถ
แต่ก็ขี่รถช้า ๆ ผ่านรถตู้ไป คราวนี้ได้ยินเสียงครางมาจากรถตู้เต็มๆ
บอกว่า ช่วยด้วย ๆๆ ผมก็เลยจอดรถ แล้วก็เดินเข้าไปดูที่รถตู้
ก็เห็นผู้ชายคนนึง นั่งอยู่ตรงด้านคนขับ เค้าเห็นผม เค้าก็รีบบอกว่า
“ช่วยด้วย ช่วยผมด้วย ผมเจ็บเหลือเกิน” ผมก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ผมก็เลยถามว่า
แล้วมีคนแจ้งตำรวจรึยัง เค้าก็บอกว่า”มีแล้ว แต่ผมเจ็บเหลือเกิน ช่วยผมด้วย”
เอาล่ะสิ ตูไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการช่วยชีวิตคนโดนรถชนมาซะด้วย ทำไงดีหว่า
ตอนนที่คิดอยู่นั้น ก็มีรถผ่านมาบ้างแล้วเพราะช่วงนี้ก็เกือบเช้าแล้ว
ผมก็เลยตัดสินใจโบกรถที่ผ่านไปผ่านมาให้จอดช่วยผม
แต่แม่ง ไม่มีใครจอดซักคัน แล้งน้ำใจกันชิปเลย ไอ้คนพวกนี้
คนนั้นก็ยังร้องอยู่นั่นแหละว่าเจ็บ ๆ ช่วยด้วยๆๆ ผมก็ลองเปิดประตูรถตู้ดู
ต้องดึงสุดแรงกว่าจะออกเพราะมันโดนอัดก๊อปปี้ซะเละ (แต่เพื่อนผมบอกว่า ผมดึงได้ไงฟ่ะ ทำไมแรงควายจัง ปกติเค้าแงะกันหลายคน)
พอเปิดประตูรถออกมา โอ้ พระเจ้า ผมก็เห็นเลือดๆๆๆ เจิ่งนองเต็มไปหมด
คน ๆ นั้นก็ยกมือกวักมาทางผมบอกว่าช่วยด้วยเค้าเจ็บ
ตอนเค้ายกมือเนี่ย เลือดงี้หยดแปะๆๆ ลงพื้น แถมขาเค้าโดนอัดก๊อปปี้เละเลย
ผมคิดในใจ”ไม่น่าหาเรื่องเลยตู ไม่เปิดก็ดีแล้ว” ผมพยายามแงะเค้าออกมาแต่ก็ไม่ได้
ทำไมตำรวจยังไม่มานะ ผมคิด เอาล่ะสิ จะทำไงดีหว่า แถวนั้นก็ไม่มีบ้านคนด้วย เอาล่ะวะ เป็นไงเป็นกัน
ผมเลยฝึกออกเสียงร้องเพลงตอนตี 4 ครับ ผมตะโกนบอกว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วยครับ”
ผมตะโกนสุดเสียงด้วยเสียงโซปราโน่ ได้ผลครับ เริ่มมีคนสนใจ
แล้วก็เดินมาทางผม ผมก็เห็นเป็นพวกยาม และพวกที่เฝ้าปั้มมากันประมาณ 3-4 คน
พอดีตรงประตูข้างมหาลัยผมจะมียามเฝ้าอยู่ มันคงตื่นเพราะเสียงผม อิอิ
พอเค้าเดินมา ก็ถามผมว่ามีอะไร ผมก็บอกว่ามีรถชน ผมก็บอกเค้าว่าช่วยดูหน่อยนะคับ
เดี๋ยวผมจะไปโทรตามตำรวจ แล้วผมก็ขี่รถออกไปโทรตามตำรวจ
สักพักตำรวจก็มา (ผมก็งงว่าแล้วไอ้ที่ไปตามตำรวจคนแรกมันหายไปไหนฟ่ะ)
ตำรวจเค้าไม่มาคนเดียว เค้าชักชวนปอเต๊กตึ้งมาด้วย โอ้ สามัคคีจัง ผมคิด
แล้วเค้าก็ช่วยกันเอาคนนั้นออกมา แต่ผมเห็นว่าไม่ไหวแล้วตู พรุ่งนี้มีสอบด้วย
ผมก็เลยขอตัวกลับก่อน ดีจังที่ตัวเองเป็นคนเรียบง่าย เห็นอะไรลืมง่าย
ทำให้ไม่มีภาพติดตาไปรบกวนในความฝัน เอามาเล่าให้เพื่อนฟัง
เพื่อนก็บอกว่า ดีนะเนี่ย ภูมิใจได้เลยนะ ว่าได้ช่วยชีวิตคน ลองคิดดู ถ้าผมไม่ได้ไปเจอเค้า
เค้าอาจจตายก็ได้ เฮ้อ ดีจัง แต่ผลบุญไม่ได้ช่วยให้ทำข้อสอบได้เลย (เฮ้ยๆๆ ช่วยไม่หวังผลนี่นา แฮะๆๆ)
มีอีกเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง อันนี้คนอื่นมีน้ำใจต่อผม
คือผมขี่รถจะไปเรียนอีกวิชาหนึ่ง แล้วทางผ่านเนี่ยจะต้องผ่านไอ้สามแยกมหาภัย
ไอ้สามแยกนี้จะเป็นสามแยกวัดใจของชาวมหาวิทยาลัยผม
ที่ผมจะต้องไปคือเลี้ยวขวา แต่มันติดไอ้รถทางซ้ายที่เลี้ยวขวาไม่ยอมหมดซักที
ผมก็พยายามใช้หน้าตาผมเป็นอาวุธ ให้ไอ้พวกนั้นมันหน้ามืดจอดให้ผมมั่ง
แต่นานๆๆ ไม่มีใครหน้ามืดซักคน แตซักพัก โอ้ มีคนโดนอาวุธผมจนได้
เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอขี่มอเตอร์ไซด์มาคนเดียว เธอจอดให้ผมครับ
ทำไมเธอเป็นคนดีอย่างนี้นะ ผมมองเธอ เธอก็มองผม มองกันไปมองกันมา
เธอเห็นว่าผมไม่ยอมเลี้ยวขวาไปซักที เธอก็เลยมองผมเขม็ง
แล้วก็โบ้ยหน้าไปทางที่ผมจะไป เหมือนจะบอกว่า ไปสิๆ
และปาก She ก็ขยับบอกว่าไปสิๆๆ ชั้นอุตสาห์จอดให้แล้วนะ
เอ่อๆๆ ทราบรึเปล่าครับ ทำไมผมถึงไม่ยอมไป เอาแต่มองหน้าเธอ ทั้งที่เธอคนนั้นจอดรถให้
เฉลยๆๆๆ ก็จะบอกให้ก็ได้นะ ก็หล่อนน่ะ หยุดรถแค่คนเดียวนี่หว่า
แล้วไอ้รถคันอื่น ๆ มันไม่จอดให้นี่หว่า จะให้ฉันข้ามไปตายเหรอไงฟ่ะ
ขอบใจในความมีน้ำใจนะ แต่ช่วยดูสถานการณ์หน่อยนะค้าบบบบ
ว่าน้ำใจที่ให้ผมน่ะ มันอาจทำให้ผมตายได้นะ ผมซึ้งเจง ๆ
สักพักรถทางขวาก็หมดโดยมี She จอดรถหยุดอยู่คันเดียว
ผมก็ถึงได้ไป โดยไม่ลืมส่งสายตาขอบคุณให้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เฮ้อ เธอเป็นคนดีจริง ๆ
อ๋าๆ ตอนแรกมาอย่างเครียดตอนหลังทำไมมันตลกฟ่ะ
ช่างเหอะๆๆ สรุปแล้วการมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์และสัตว์โลกคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงเกินไปนะคับ…



Create Date : 09 พฤษภาคม 2550
Last Update : 9 พฤษภาคม 2550 11:23:33 น. 2 comments
Counter : 281 Pageviews.

 
คนมีน้ำใจ และไร้น้ำใจในสังคมคงมีพอกันค่ะ
แต่เพราะเคยมีเหตุการณ์ที่ คนมีน้ำใจโดนทำร้ายมั๊งค่ะ
เลยทำให้คนกลัวการช่วยเหลือผู้อื่น(ในบางเรื่องนะค่ะ)

แต่น้ำใจเหือดหายลงเยอะจิงๆค่ะ
แต่คนเห็นแก่ตัวมีเพิ่มขึ้นทุกวันเลยเนอะ
คนอื่นเปงยังไงเราคงแก้ไม่ได้หรอกค่ะ

แค่อย่าให้ตัวเราเปงคนแล้งน้ำใจ
เราก้อลดคนเห็นแก่ตัวไปได้หนึ่งคนนะ


โดย: Devilish5698 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:30:44 น.  

 
เดี๋ยวนี้ทำไมคนเราแล้วน้ำใจกันจัง


โดย: ปาล์ม (palmpada ) วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:19:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

JO-Kung
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add JO-Kung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.