เรียนตามรอยเท้าพ่อ



บ้านเรียน (homeschool) นั้นประกอบด้วย พ่อ แม่ และ ลูก ที่เรียนรู้จากกันและกัน ในขณะเดียวกันก็เรียนรู้พร้อมกันภายใต้หลังคาบ้านบ้าง ภายใต้หลังคาโลกบ้าง สลับกันไปตามจังหวะชีวิตของแต่ละบ้าน หลังจากที่บ้านเราเริ่มจับทางได้ว่าเป้าหมายในการเรียนรู้ของบ้านเรานั้นคือ การที่ลูก ๆ จะเป็นคนดี มีสุขภาพแข็งแรง มีจิตวิญญาณในการใช้ชีวิตที่ถูกต้องสมดุลย์ สร้างสรรค์ ทำอาชีพที่เลี้ยงตัวได้อย่างพอเพียง และเป็นมิตรกับผู้อื่นและธรรมชาติ จากเป้าหมายก็ย่อมมาถึงแนวทางที่จะไปสู่เป้าหมายนั้น ในขณะเดียวกันเราก็ไม่อยากที่จะจัดเป็นตารางหรือโครงการที่จะต้องทำให้สำเร็จภายในกำหนดเวลา แต่เราเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบอย่างมีอิสระค่ะ

ในทางปฏิบัติแล้วเราต้องเกี่ยวพันกับการประเมินผลของทางภาครัฐ ดิฉันจึงมีความจำเป็นจะต้องพยายามรวบรวมสิ่งที่เราทำให้เป็นรูปธรรม คือการมีหลักสูตรมีเนื้อหาและมีผลงาน โดยเริ่มต้นด้วยการย้อนดูวิถีชีวิตของครอบครัวเรา และเริ่มต้นที่ตัวดิฉันเอง ดิฉันเกิดในครอบครัวคนจีน คนจีนนั้นผู้ชาย แสดงบทบาทที่เป็นผู้นำอย่างเด่นชัด แต่คุณพ่อของดิฉันก็เป็นผู้นำที่น่ารักคือมีระเบียบวินัยสูง แต่ก็ให้ความรัก ให้แง่คิดและการมองโลกที่ดี ถือว่าเป็นสิ่งที่มีผลต่อพื้นฐานทางความคิดและจิตใจของดิฉันเป็นอย่างยิ่ง ท่านมักจะเน้นให้เราทำดี และท่านก็ปฏิบัติตนให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยมีพื้นฐานความเชื่อของจีนที่สืบทอดกันมาว่า " หากเราทำดี ผลของความดีจะส่งต่อถึงลูกหลานด้วย" และแน่นอนค่ะ เหมือนกับครอบครัวคนจีนโดยทั่วไปที่จะต้องมีเรื่อง ขยัน อดทน ประหยัด และกตัญญูเป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิต

ครั้นมาถึงยุคของคุณพ่อของลูกสาวทั้งสองของดิฉัน ดิฉันก็โชคดีที่เขาช่วยดูแลลูกของเราโดยมิได้ปล่อยให้ดิฉันเลี้ยงดูลูกตามลำพังดังค่านิยมที่ผิดเพี้ยน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อพื้นฐานทางจิตใจของลูก โดยมีนักจิตวิทยาหลายท่านให้การรับรองว่า พ่อมีบทบาทสำคัญที่จะทำให้ลูกมีความอบอุ่น เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในเพศของตนและบทบาทของตนเอง

ลูกสาวคนโตตอนนี้หกขวบครึ่งเขาสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีเท่ากับเด็กฝรั่ง โดยที่เขาไม่ได้เป็นลูกครึ่งหรือไปโรงเรียนนานาชาติอย่างที่ผู้พบเห็นเข้าใจ แต่เกิดจากการที่เราไม่ได้เร่งรัด แต่เชื่อว่าเขาจะทำได้ดีในสิ่งที่เขารักและถึงเวลา เราไม่ได้พูดภาษาอังกฤษกับลูกอย่างที่มีคนปฏิบัติและแนะนำมากมายค่ะ แต่เราเลือกที่จะเชื่อว่าเขาควรที่จะเก่งภาษาที่หนึ่งก่อน ระหว่าง 0-3 ขวบเขาก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษกว่าเด็กทั่วไปค่ะ ในขณะเดียวกันลูกสาวคนเล็กตอนนี้ย่าง 4 ขวบ สามารถเข้าใจและพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่พูดไม่ชัดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะพี่สาวชอบพูดภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทยบ้าง ฉะนั้นดิฉันจึงกล้าที่จะสรุปจากประสบการณ์ตรงว่าสิ่งที่เราเชื่อนั้นถูกต้องค่ะ

และที่โชคดีเป็นที่สุดก็คือการที่ได้เกิดในแผ่นดินไทยของในหลวงองค์ปัจจุบัน ซึ่งถือว่าทรงเป็นพ่อของปวงชนชาวไทย ที่ทรงเป็นตัวอย่างของการดำเนินชีวิตที่ดีงาม ดิฉันได้เรียนรู้มากมายจากพระราชดำรัสของพระองค์ และพระราชกรณียกิจของพระองค์

เหล่านี้จึงเป็นที่มาของการใช้หลักสูตร "เรียนตามร้อยเท้าพ่อ" ของบ้านเรียนแห่งนี้ แต่ปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตและจังหวะชีวิตของครอบครัวเราค่ะ ส่วนเนื้อหาในหลักสูตรคงยังไม่นำมากล่าวในรายละเอียด ณ ที่นี้ แต่จะขอแสดงเป็นแผนผังคร่าว ๆ ดังนี้ค่ะ






ผู้เรียน :
  • เด็กมีจิตกึ่งสำนึกเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เหมือนกับต้นไม้ที่มีพลังในอันที่จะสะสมรวบรวมอาหารมาได้จากบรรยากาศสิ่งแวดล้อมโดยรอบ บรรยากาศมีความสำคัญสำหรับเด็กเสียยิ่งกว่ากฎเกณฑ์หรือทฤษฎีต่าง ๆ สำคัญยิ่งกว่าตึกเรียน เครื่องใช้สอย หรือการสอนในชั้นและตำรา(คำกล่าวของรพินทรนารถ ฐากูร)


เครื่องมือ+วิธีการ :
  • คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ ดนตรี กีฬา ภาษา วัฒนธรรม เดินทาง
    +ประสาทสัมผัส การปฏิบัติตามหลักในพุทธศาสนา ฉันทะ และศรัทธา

เป้าหมาย :
  • คนดี - กตัญญู เสียสละ ซื่อสัตย์สุจริต วิริยะ

  • ร่างกายแข็งแรง – สุภาพพลานามัยดี

  • สร้างสรรค์ – คิดสร้างสรรค์ ทำสร้างสรรค์ มีปัญญา

  • อยู่อย่างพอเพียง – อุ้มชูตนเองได้ ใช้ชีวิตสมดุลย์

  • เป็นมิตรกับมนุษย์และธรรมชาติ – อ่อนน้อม สามัคคี
    มีอิสรภาพและความรักให้เพื่อนมนุษย์และ ธรรมชาติ


แหล่งอ้างอิง :
-โรงเรียนใต้ร่มไม้ รพินทรนารถ ฐากูร
-ประสบการณ์ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว “สบายใจ”
-๙ ย่างตามรอบเท้าพ่อ มนฑิรา จูฑะพุทธิ บรรณาธิการ
-80 พรรษาเทิดไท้องค์ราชัน สาธิตปทุมวันวิชาการ







ขอขอบคุณ BG จาก //www.hellasmultimedia.com ค่ะ ภาพต้นแบบในการวาดจากบล็อกของลุงแมวค่ะ
และคำแนะนำในการจัดภาพจากคุณอัญชนา(แนน AS ค่ะ)



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 4 มีนาคม 2551 22:27:19 น. 23 comments
Counter : 591 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะอ้อยแวะมาทักทายพร้อมกับส่งความสุข จ๊า ฮิฮิ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับแวะไปทักทายกัน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
สำหรับเพลงที่ถามเป็นเพลง จากหนังเรื่อง Brave one ค่ะ คนร้องคือ sarah mclachlan เป็นนักร้องคนโปรด ค่ะ ฮิฮิ นอนหลับฝันดีนะค่ะ


โดย: Hawaii_Havaii วันที่: 5 มีนาคม 2551 เวลา:1:15:08 น.  

 
เดี๋ยวจะแวะไปฟังเพลงอีกรอบค่ะ ไม่ทราบชื่อหรอกค่ะ แต่สงสัยจะใช่คนเดียวกันค่ะ ขอบคุณนะคะ


โดย: chinging วันที่: 5 มีนาคม 2551 เวลา:1:33:10 น.  

 
มาอ่านแนวคิด เรียนตามรอยเท้าพ่อค่ะ...


โดย: ลิตช์ (Litchi ) วันที่: 5 มีนาคม 2551 เวลา:1:36:53 น.  

 
อ่านแล้วทำให้เข้าใจผู้ที่ทำโฮมสคูลมากขึ้นไหมคะ


โดย: chinging วันที่: 5 มีนาคม 2551 เวลา:16:39:44 น.  

 
แวะมาอ่านแล้วนะ รู้สึกได้ทันทีว่า
เค็นเป็นแม่ที่ทุ่มเท และเสียสละเพื่อครอบครัวมากๆ
ดีใจและภูมิใจกับครอบครัวที่น่ารักด้วยนะ...
พี่ตี๋


โดย: สมตี๋-SHI45 IP: 124.121.3.212 วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:4:12:59 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่ตี๋

แล้ว shi47 อ่านยังคะ


โดย: chinging วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:13:21:26 น.  

 
คุณเค็น

ยิ่งได้มีโอกาสอ่านเรื่องราว และติดตามความเป็นไปต่างๆ ก้อเห็นด้วยกับทุกท่านที่กล่าวมาจริงๆ

และจะขอเป็นคนหนึ่ง..... ที่ติดตามงาน และขอนำไปปรับใช้บ้างค่ะ
สุดยอดคุณแม่


โดย: sing IP: 118.173.145.183 วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:13:45:10 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะสำหรับกำลังใจ ชมเกินไปแล้วค่ะคุณ sing

สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นค่ะ เค็นบางครั้งก็หลงทางนะคะ เขียนให้ดูดีให้ส่งการบ้านกับทางรัฐผ่านน่ะค่ะ และเป็นเพียงความตั้งใจ บางครั้งวิธีการก็เพี้ยนไป แล้วเป้าหมายก็ยังไปไม่ถึง แต่มั่นใจว่าน่าจะไปถึงโดยสวัสดิภาพค่ะ


โดย: chinging วันที่: 6 มีนาคม 2551 เวลา:23:10:40 น.  

 
โครงการโฮมสคูล หวานเคยได้ยินมานานพอสมควรค่ะ
แต่รู้สึกว่ายังไม่เป็นที่ยอมรับและแพร่หลายในเมืองไทย

จนปัจจุบัน ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นที่ยอมรับแค่ไหนนะคะ

โดยส่วนตัวแล้วชื่นชมคุณเค็นและครอบครัวที่ทำโครงการนี้ค่ะ
ขอเป็นกำลังใจเต็มที่เลย

เคยดูสารคดีแบบผ่านๆ ว่า เด็กในโครงการนี้จะขาดเพื่อนเล่น
ขาดการผูกสัมพันธไมตรี เข้าสังคมไม่เป็น

อันนี้ไม่จริงเลย สามารถทดสอบได้
หวานเองก็อธิบายไม่เป็นค่ะคุณเค็น
คือ ต้องมีความพร้อมหลายๆ อย่าง

อย่างที่ติดตามอ่านบล้อกของคุณเค็นมาระยะหนึ่ง
บอกตามตรงว่าทึ่งจริงๆ

สู้ต่อไปนะคะ


โดย: ~Baan_Ohana~ วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:0:34:29 น.  

 

เก่งจัง
มาตอบช้าหน่อยครับ
สถานที่เดินป่าที่เหมาะสำหรับเด็กที่แนะนำคือเขาท่าเพชรครับ เพราะมีทางเดินป่าศักษาธรรมชาติระยะสั้นๆ สะดวก ไม่ไกล และปลอดภัย ผมก็คิดไปเดินอีกครั้ง


โดย: ลุงแมว IP: 203.113.0.205 วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:12:26:54 น.  

 
คุณหวาน ขอบคุณมากค่ะ ค่ะยังไม่เป็นที่ยอมรับหรอกค่ะ แต่ความพร้อมนี่หลายคนคิดว่าครอบครัวโฮมสคูลจะต้องมีเงิน หรือพ่อแม่มีความรู้ แล้วก็มีเวลาเหลือเฟือ(โดยคิดว่าถ้าไม่ไปทำงานที่office จะมีเวลาเหลือ) จริง ๆ ถ้าเมืองไทยเกษตรกรหันมาโฮมสคูลทั้งหมด สอนให้ลูกหลานรู้จักการทำกสิกรรมที่ถูกต้อง ไม่ไปเป็นแรงงานในเมืองอย่างปัจจุบัน รับรองว่าประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วทันทีค่ะ

คุณลุงแมว ขอบคุณค่ะ ไม่ช้าหรอกค่ะ ถ้าไปแล้วจะเอาภาพมาให้ชมนะคะ


โดย: chinging วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:15:25:04 น.  

 
ชอบความคิดดีๆ เพื่ออนาคตของชาติมากเลยค่ะ ทำยังไงให้คนมีอำนาจของประเทศเขาคิดเหมือนเราบ้างนะคะ (ขอแอดบล็อกไว้แอบมาชื่นชมอีกบ่อยๆ นะคะ)


โดย: Devonshire (Devonshire ) วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:0:18:52 น.  

 
ยินดีค่ะที่มีผู้ร่วมอุดมการณ์อีกหนึ่งค่ะ


โดย: chinging วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:2:41:52 น.  

 
โฮมสคูล..น่าสนใจมากเลยค่ะ..
อ่านแล้วได้ข้อคิดกลับไปด้วยเลยค่ะ..


โดย: tiktoth วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:5:55:17 น.  

 
ว่าที่คุณแม่ลูกสามขยันจริง ๆ ค่ะ ว่าง ๆ เล่าเรื่องการศึกษาของเด็ก ๆ แคนาดาให้ฟังบ้างนะคะ


โดย: chinging วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:12:51:34 น.  

 
คุณเค็นคะ แวะเข้ามาอ่านโดยบังเอิญค่ะ เข้ามาแล้วรู้สึกชื่นชมเหลือเกิน ในความใฝ่รู้และรอบรู้ รักลูก และพัฒนาลูกตามแนวทางที่ยั่งยืนที่สุด คือการพัฒนาจิตสำนีก แม่ขวัญเคยอยากทำบ้านเรียนค่ะ เคยแวะเข้าไปปรึกษาที่สมาคมด้วยแต่ก็ได้แค่4 ขวบ ตอนนี้ลูกเข้าเรียนชั้นอนุบาลแล้ว แต่เป็นโรงเรียนทางเลือก ที่ยังสามารถพัฒนาเด็กไปในแนวทางร่วมกันได้อยู่ เข้ามาแล้วได้อะไรมากมายที่สามารถปรับใช้ได้กับครอบครัวค่ะ ชื่นชมคุณเค็นจริงๆไว้จะสมัครบล็อค แล้วจะเข้ามาคุยอีกนะคะ ชอบสังคมที่เป็นมิตร เกื้อกูลกันแบบนี้จังค่ะ ตอนนี้แวะเข้าไปทักทายแม่ขวัญได้นะคะที่
//punpawarit.multiply.com/
ใจจริงอยากทำเป็นเรื่องเป็นราว มีสาระ แบบคุณเค็นมากเลยค่ะ แต่วิชาการไม่แน่นค่ะ อิอิ
ขอบคุณอีกครั้งค่ะสำหรับเรื่องราวดีๆที่แบ่งปัน


โดย: แม่ขวัญค่ะ IP: 118.172.61.33 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:7:47:22 น.  

 
ขอบคุณเช่นกันค่ะ ที่เห็นคุณค่าค่ะ จริง ๆ วิชาการของเค็นก็ไม่แน่นนะคะ และพยายามจะเอาน้ำตาลเคลือบเท่าที่จะทำได้เพื่อดึงคนอ่านน่ะค่ะ เพราะหวังไกลอยากให้ทุกคนอ่านได้ไม่น่าเบื่อน่ะค่ะ

แล้วจะแวะไปทักทายนะคะ


โดย: chinging วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:18:20:54 น.  

 
เห็นที่คุณเค็นเขียนแต่กลับไปหาไม่เจอแล้ว เรื่องที่น้อง6ขวบแล้วพูดภาษาอังกฤษได้เอง โดยที่ไม่เร่งรัด อยากทราบรายละเอียดน่ะค่ะ ว่ามีแนวทางการสอนภาษาอังกฤษ ใหกับลูกอย่างไรบ้างน่ะค่ะ ถึงได้ผลดีเช่นนั้น แม่ขวัญก็เป็นแม่คนหนึ่งที่ตั้งใจพัฒนาลูกให้เป็นคนดี มีความสุข ตามรอยเท้าพ่อเช่นกันจ้า เพราะน้องปั้นลูกชาย4ขวบ5เดือน รักและมีในหลวงเป็นต้นแบบ แม่ขวัญต้องอ่านพระราชกรณียกิจ พระราชประวัติของพระองค์ท่านให้ฟังวันละบท สองบท แล้วน้องก็วาดภาพท่านทุกวัน อยากให้เข้าไปดูภาพวาดในหลวงฝีมือเค้า แล้วก็ลีลาในการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ด้วยค่ะ
ถ้าคุณเค็นสะดวกติดต่อแม่ขวัญได้ที่dumri_yoo@hotmail.com นะจ้ะ 0869244921 ด้วย อยากรู้จักตัวจริงเสียงจริงมากค่ะ


โดย: แม่ขวัญ0869244921 IP: 118.172.50.60 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:40:09 น.  

 
บล็อกนี้แหละค่ะ ไม่มีรายละเอียดค่ะ ใช้สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติของเขาค่ะ

แวะไปดูที่ multiply แล้วค่ะ ยังไม่ได้ดูน้องร้องเพลง เดี๋ยวคืนนี้จะเข้าไปดูอีกทีนะคะ

จะเมล์หาเค็นก็ได้ค่ะที่ chining2ken@yahoo.com ค่ะ แต่โทร อย่าเลยค่ะ กลัวเจอเสียงจริงจะไม่กล้ามาอ่านบล็อกอีกค่ะ(ล้อเล่นค่ะ คือที่บ้านเป็นนกฮูก เวลาไม่ค่อยตรงกับชาวบ้านน่ะค่ะ)


โดย: chinging วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:45:54 น.  

 
ไม่มีรายละเอียดค่ะ ใช้สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติของเขา
นั่นแหละค่ะที่ต้องอธิบายจ้า อิอิ
เข้าไป ทักทายที่เมลแล้วแต่ถูกตีกลับจ้า


โดย: แม่ขวัญ IP: 118.172.60.242 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:58:56 น.  

 
ขอโทษค่ะ เฟอะฟะ เมล์ตกไปน่ะค่ะต้องเป็น

chinging2ken@yahoo.com

ส่วนคำอธิบาย เป็นคนอธิบายไม่ค่อยเก่งค่ะ ขอเวลาหาคำอธิบายก่อนนะคะ กะว่าจะทำบล็อกชื่อ " บ้านเรียนราณี" อาจจะยกไปตอบในนั้นนะคะ


โดย: chinging วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:27:43 น.  

 
คุณแม่น่ารักมากเลยคะ ขออนุญาติบอกต่อเพื่อนๆ นะคะ
อยากรู้จักคุณแม่จัง เพราะตัวเองยังหาจุดยืนของตัวเองไม่ได้ ลูกชายก็ 5 ขวบแล้วคะ)


โดย: KOKO IP: 203.154.215.66 วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:18:35 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณ Koko ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะที่จะบอกต่อ และยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ลองไม่ทำอะไรเลยสักวันหนึ่งอาจมองเห็นจุดยืนนะคะ เพราะภาพจะชัดขึ้นน่ะค่ะ


โดย: chinging วันที่: 28 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:26:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

chinging
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]








INVITING THE BELL TO SOUND


Body, speech, and mind in perfect oneness-
I send my heart along with the sound of the bell,
May the hearers awaken from forgetfulness
and transcend all anxiety and sorrow.


HEARING THE BELL


Listen, listen,
this wonderful sound
bring me back
to my true self.


THICH NHAT HANH






9 Latest Blogs
ขอขอบคุณ คุณSevenDaffodils
ในคำแนะนำวิธีการทำ Latest Blogs ค่ะ



New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
27 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinging's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.