พฤษภาคม 2556

 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
เทศกาลงานช้าง........ร่วมสืบสานประเพณี มรดกอันล้ำค่าแห่งเมืองช้าง จ สุรินทร์

มนต์เสน่ห์แห่งเสียงแคนนำผมกลับมาแดนอีสานที่เคยเรียกขานว่าแดนกันดารสุดแสนไกล แต่ทุกวันนี้คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะเลือนหายไปกับกาลเวลาที่แปรเปลี่ยนไป นำพาความเจริญมาสู่ดินแดนแห่งนี้ในหลายด้าน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังเฟื่องฟู มีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแผงอยู่หลายแห่งในแดนอีสานแห่งนี้ รวมทั้งงานบุญงานประเพณีที่มีการสืบสานกันอยู่นับไม่ถ้วนในแต่ละจังหวัด

ครั้งนั้นผมเดินทางตามสำเนียงเสียงแคนมายังจังหวัดสุรินทร์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองช้าง สัตว์บกขนาดใหญ่ที่อยู่คู่ชาติไทยมาช้านาน 

วันนี้ขอใช้พื้นที่ตรงนี้นำพาความประทับใจที่ยังคงอยู่ในส่วนลึกของใจนี้มาแบ่งปันกันอีกครั้งกับ "งานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์"
มีเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมาว่า ย้อนกลับไปเมื่อสองร้อยกว่าปี ช้างเผือกสำคัญแห่งกรุงศรีอยุธยาแตกโรงหนีเข้าป่ามาทางเมืองพิมาย ต่อมามีการติดตามช้างเผือกจนพบโดยชาวกวยซึ่งเป็นพวกที่มีความชำนาญในการคล้องช้างและจับช้างและนำกลับมาสู่กรุงศรีอยุธยา

ความดีความชอบในครั้งนั้นส่งผลให้หัวหน้าชาวกวยที่เป็นคณะติดตามช้างได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์พร้อมกับโปรดฯยกบ้านให้เป็นเมืองและหัวหน้าชาวกวยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์ผู้เป็นเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดสุรินทร์นั่นเอง

จากอดีตสู่ปัจจุบันลูกหลานชาวกวยยังคงสืบทอดมรดกอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษนั่นคือการคล้องช้างและการเลี้ยงช้างเสมือนหนึ่งสมาชิกในครอบครัว

ทำให้ชาวกวยแห่งเมืองสุรินทร์มีความผูกพันแนบแน่นกับสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกนามว่า "ช้าง" เป็นเวลาช้านาน


การชุมนุมช้างของชาวกวยโดยมิได้ตั้งใจเกิดขึ้นเมื่อหลายทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งเป็นการชุมนุมช้างในครั้งนั้นเกิดจากการที่มีเฮลิคอปเตอร์มาลงที่หมู่บ้านของชาวกวยเลี้ยงช้างที่ อ ท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านจึงชักชวนกันไปดู โดยในสมัยนั้นพาหนะที่ใช้กันของชาวกวยคือช้าง

ปรากฎว่าช้างที่รวมกันนั้นนับได้กว่าร้อยเชือก ทำให้ผู้คนที่โดยสารมากับเฮลิคอปเตอร์ประหลาดใจเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ชุมนุมช้างโดยไม่ได้ตั้งใจในครั้งนั้นเองเริ่มปลุกกระแสความสนใจแก่ประชาชนจำนวนมากและในปีโอกาสที่ อ ท่าตูมได้มีโอกาสฉลองที่ว่าการอำเภอใหม่ นายอำเภอในขณะนั้นได้เชิญชวนให้ชาวกวยเลี้ยงช้างทั้งหลายนำช้างของตนมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ดูได้ชมกันเป็นครั้งแรก

การแสดงในครั้งนั้นได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะมีการแสดงคล้องช้างให้ดูแล้ว ยังมีการเดินขบวนแห่ช้าง การแข่งวิ่งช้าง และงานที่รื่นเริงมีมหรสพในยามค่ำคืน

ไม่มีใครคาดคิดว่าจากงานเฉลิมฉลองที่ว่าการอำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งในถิ่นทุรกันดารของแดนอีสานในครั้งนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของงานประเพณีของชาติที่โด่งดังไปทั่วโลกจวบจนวันนี้


เทศกาลงานช้างของ จ สุรินทร์ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยขึ้นเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่หลั่งใหลมาจากทุกสารทิศทั้งชาวไทยและขาวต่างชาติ

การแสดงยังคงเน้นและผูกเรื่องราวต่างๆที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนไทยและชาวต่างชาติ โดยในการแสดงนั้นได้จัดแสดงถึงความสัมพันธ์ของคนกับช้างไว้เป็นฉากๆมากมาย ใช้ผู้ร่วมแสดงกว่าหนึ่งพันชีวิต ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและเยาวชนในจังหวัด

ฉากที่แสดงให้เห็นถึงโขลงช้างขนาดใหญ่ โดยการนำช้างที่มาร่วมแสดงเกือบทั้งหมดเดินพาเหรดเข้าสู่สนามและแสดงถึงความเป็นอยู่ทางธรรมชาติของช้างที่จะต้องมีผู้นำคือจ่าโขลง เรียกได้ว่าเป็นโขลงช้างเอเชียที่มีช้างมากที่สุด

ผู้ที่ได้มีโอกาสไปชมงานแสดงช้างจะเห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกวยเลี้ยงช้าง


และในฉากนี้จะเป็นการจำลองวีธีการเซ่นผีปะกำก่อนที่จะออกไปคล้องช้างจากในป่า ซึ่งในงานนี้ได้เชิญหมอเฒ่าหรือปะกำหลวงตัวจริง ผู้ที่เคยจับช้างป่าในป่ามาแล้วมาแสดงให้ผู้คนได้ชมกัน


เมื่อได้ช้างป่ามาแล้วก็เป็นการฝึกช้างในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสามารถเรียกเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและการคอยลุ้นเอาใจช่วยในการไล่คล้องช้าง


การแสดงฟ้อนรำอันอ่อนช้อยงดงามคืออีกเสน่ห์หนึ่งของวัฒนธรรมไทยอันงดงามเรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องโดยเฉพาะจากชาวต่างชาติ



มีการแสดงประเพณ๊และวัฒนธรรมของชาวสุรินทร์ให้ได้ชมกัน เช่น การแสดงเรือยอันเร การเซิ้งบั้งไฟ ประเพณ๊สงกรานต์ งานแห่พระและแสดงให้เห็นถึงการใช้ช้างในงานประเพณ๊ต่างๆด้วย อีกทั้งการละเล่นต่างๆในขบวนและการจัดให้ช้างแข่งขันกีฬา เช่น ช้างวิ่งเร็ว ช้างวาดภาพ ช้างเตะฟุตบอลตลอดจนการแสดงของช้างที่มีการฝึกฝนมาอย่างดีอีกมากมาย




และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ของงานี้ คือฉากการจัดริ้วขบวนพยุหยาตราทัพอันเป็นแสนยานุภาพของพระมหากษัตริย์ที่จะทรงปกป้องบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขโดยมีช้างเป็นกำลังสำคัญ ซึ่งฉากนี้ถือเป็นฉากที่สวยงามและหาชมได้ยากในปัจจุบัน



ในอดีตยังมีการใช้ม้าเป็นพาหนะอีกเช่นกัน



สุดท้ายเป็นฉากที่ผู้แสดงและช้างทั้งหมดออกมาร่ำลากับท่านผู้ชม รวมทั้งการร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้เคยมาพบกับความยิ่งใหญ่ของช้างเมืองสุรินทร์และถือได้ว่าเป็นฉากที่น่าประทับใจอีกฉากหนึ่งที่ยากแก่การลบเลือนจากความทรงจำ



งานแสดงช้างจะจัดให้มีขึ้นในสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นอกจากนี้ที่หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง อ ท่าตูม จ สุรินทร์ยังมีการจัดแสดงย่อยๆ ในทุกๆ สุดสัปดาห์อีกด้วย

ทุกๆ ภาพที่เกิดขึ้นผ่านเลนส์กล้องบันทึกภาพของผมในวันนั้น สะท้อนเรื่องราวความเป็นมาอันยาวนานของประเพณี ตลอดจนวิถีชีวิตของชาวกวยแห่ง อ ท่าตูม เป็นการเดินทางที่ไม่สูญเปล่า และไม่ผิดหวังแม้แต่น้อยที่ได้แวะมาเที่ยว จ สุรินทร์ในช่วงเทศกาล งานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ 

อีกทั้งการสนับสนุนงานสำคัญนี้จะเป็นอีกหนทางหนึ่งในอันที่จะสร้างรายได้ให้กับชาวกวยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาช้างเร่ร่อนเข้ามาในเมืองหลวงอีกต่อไป

ภาพทุกภาพ ทุกนาทีแห่งการแสดง เต็มไปด้วยความบันเทิงและความประทับใจ 

อำลาด้วยภาพสุดท้าย ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม และเป็นแรงใจเสมอมาครับ





Create Date : 16 พฤษภาคม 2556
Last Update : 17 พฤษภาคม 2556 10:19:42 น.
Counter : 3611 Pageviews.

10 comments
  

นึกถึงเพลงสุรินทร์เหลาก่อนเพื่อนเลยค่ะ
ภาพงานช้างสวยทุกภาพเลยค่ะ

โดย: อุ้มสี วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:34:31 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 17 พฤษภาคม 2556 เวลา:4:52:30 น.
  
ถ่ายภาพได้สวยจังเลย และ งานแสดงก็ดูยิ่งใหญ่มากๆ เห็นภาพช้างแล้วสงสารจัง
โดย: ouanoy วันที่: 17 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:16:25 น.
  
รูปสวยมากค่ะพี่ ทำให้รู้สึกว่าบรรยากาศงานช้างครั้งนี้พิเศษแตกต่างจากทั่วๆ ไปที่เคยเห็นมาจริง ^^ งานคงใหญ่มากเลยนะคะ เพราะดูมีคนหลายกลุ่ม การแสดงหลายแบบเลย
โดย: adaytrip วันที่: 17 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:40:28 น.
  
สวยงามมากๆค่ะ ขอบคุณที่แวะเยี่ยมบล็อกนะคะ
โดย: Just a life วันที่: 17 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:50:47 น.
  
สวัสดีวันหยุดค่ะ ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ

ว้าววว ภาพสุดสวยคมชัดเลยนะคะ
โดย: Calla Lily วันที่: 18 พฤษภาคม 2556 เวลา:12:40:37 น.
  
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ^^ ภาพสวยมาก
โดย: เพื่อนไพร วันที่: 18 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:51:18 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยนะคะ ภาพสวยมากกกกก
โดย: auau_py วันที่: 19 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:12:09 น.
  
ใช่แล้วค่าา น่าพักโพดดด
โดย: adaytrip วันที่: 19 พฤษภาคม 2556 เวลา:11:15:45 น.
  
เคยอยู่จังหวัดสุรินทร์ค่ะ ตอนนั้นเรียนมัธยม ไม่เคยได้ดูช้างแสดง แต่ได้ดูถ่ายทอดทางทีวีท้องถิ่น เสียดายมากค่ะ มีโอกาสก็อยากกลับไปถ่ายภาพงานช้างแบบนี้บ้าง
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 4 มิถุนายน 2556 เวลา:19:54:59 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

3KKK
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]



New Comments
MY VIP Friend