มิถุนายน 2558

 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
1 ปีที่ผ่านมาจากเด็กในระบบโรงเรียนปกติ กลายมาเป็น เด็กบ้านเรียน เป็นยังไงบ้างนะ ... # ตอนที่ 2


หลังจากตอนที่แล้ว บันทึกเรื่องราวคร่าวๆ ถึงการมาเป็นเด็กบ้านเรียนในแบบฉบับของปฐมธรรมไปแล้ว >> ตอนที่ 1


ตอนที่ 2 ก็ขอขยายความถึงรูปแบบการเรียนอีกแบบหนึ่งที่แม่เกศชื่นชอบและเข้าใจว่า น่าจะเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีมากๆ อีกวิธีหนึ่งค่ะ


 photo _11.jpg


"เรียนรู้ผ่านการสัมผัส ประทับภาพด้วยสองตา และลงมือจดบันทึกด้วยมือ" 


แหมม พยายามจะหาประโยคที่ดูกิ๊บเก๋ ซึ่งจริงๆ ก็สรุปได้ว่า ไปทัศนศึกษา นั่นแล ...


 photo _1.jpg


 photo _2.jpg


การเรียนของปฐมธรรมแบ่งออกเป็น 4 องค์ แต่ละองค์ก็มีหัวข้อหลักในการเรียนรู้ต่างกันออกไป และนั่นก็คือที่มาของการไปทัศนศึกษาในแต่ละครั้ง เพื่อให้การเรียนรู้นอกสถานที่ของเด็กมีความสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องเรียนรู้ในห้องเรียนกับคุณครูในองค์ความรู้นั้นๆ เป็นการเปิดมุมมองของเด็กให้กว้างขึ้นจากการเห็นโลกกว้าง เห็นสิ่งแปลกใหม่ ได้สัมผัสและเรียนรู้สิ่งที่อาจไม่ได้เห็นจากการนั่งเรียนแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเด็กจะมีโอกาสได้รับสิ่งนี้จากโรงเรียนมากน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างค่ะ


 photo _5.jpg



ในโรงเรียนใหญ่ตามปกติก็มีทัศนศึกษาเช่นกัน และแม่เกศเข้าใจค่ะว่า จำนวนเด็กในแต่ละระดับชั้นที่ค่อนข้างมากทำให้การทัศนศึกษาจึงจำเป็นต้องจำกัดสถานที่ในการเรียนรู้ หมายถึง บางสถานที่ที่ไม่ใหญ่มากนัก อาจรองรับเด็กจำนวนมากไม่สะดวก หรืออาจมีเจ้าหน้าที่ที่จะให้ความรู้กับเด็กจำนวนมากได้ไม่ทั่วถึง ก็ทำให้โรงเรียนต้องเลือกสถานที่ในการทัศนศึกษาเพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเด็กของโรงเรียนที่จะไปในแต่ละครั้ง


 photo _3.jpg


 photo 2.jpg


จึงนับได้ว่าเป็นความโชคดีของเด็กกลุ่มเล็กๆ แบบเราค่ะ ที่สามารถเข้าถึงกับสถานที่ต่างๆ ได้มากกว่า รวมถึงตามแนวทางการเรียนการสอนของปฐมธรรมตามที่บอกไว้ข้างต้นที่เราอยากให้เด็กได้เรียนรู้นอกห้องเรียนอยู่แล้ว ประสบการณ์จริงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สอนให้เด็กเรียนรู้ได้เองโดยไม่ต้องหาคุณครูมาอธิบายมากนัก 


 photo nasa.jpg



ทำให้ในหนึ่งองค์เด็กของเราจะได้ออกไปทัศนศึกษาประมาณ 3-4 แห่งค่ะ เรียกว่าภายใน 1 ปีการศึกษา เด็กๆ จะได้ไปทัศนศึกษาประมาณ 12-16 ครั้งกันเลยค่ะ และการไปทัศนศึกษาในแต่ละครั้ง ต้องบอกเลยว่า แม่ๆ หรือผู้ปกครองเป็นฝ่ายช่วยกันขับรถหอบหิ้วเด็กทุกคนรวมถึงคุณครูไป รถก็คือ รถของที่บ้านของผู้ปกครองคนนั้นล่ะค่ะ ขับตามกันไปเป็นขบวนรถ 4 คัน แม่เกศต้องขอบคุณผู้ปกครองที่เสียสละเวลามาเป็นพ่อแม่อาสาในทุกครั้งด้วยนะคะ นับถือในความตั้งใจ เสียสละ ทุ่มเท และความรักที่มีให้กับเด็กบ้านเรียนของเรา 


 photo _7.jpg


ระหว่างที่เด็กกำลังเรียนรู้ในสถานที่ที่ไปทัศนศึกษา คุณครูรวมถึงพ่อแม่อาสาที่ตามไปจะคอยส่งรูปภาพ คำอธิบายทั้งสั้นและยาวมาทาง line กลุ่มเพื่อให้พ่อแม่ของเด็กๆ ได้รับรู้การเคลื่อนไหว ประหนึ่งการถ่ายทอดสด เห็นภาพลูกกำลังตั้งใจฟัง เห็นภาพลูกกำลังตั้งใจจดสิ่งที่เห็น เห็นภาพรอยยิ้มของลูกตอนที่ไปทัศนศึกษา 


 photo _6.jpg



ไม่แปลกใจเลยค่ะว่า ทุกครั้งหลังจากที่สองสาวของแม่เกศกลับจากการทัศนศึกษา ทั้งคู่จะตื่นเต้นและมีเรื่องมาแย่งกันเล่าให้แม่เกศฟังเสมอ สิ่งที่ลูกได้ไปเห็นด้วยตา รับรู้จากการคำบอกเล่า คำสอน คำอธิบายต่างๆ สร้างพลังบวกในการเรียนรู้ ผนวกกับความสุขที่เกิดขึ้นจากการเปิดรับประสบการณ์ชีวิตใหม่ที่ไม่เคยสัมผัส เป็นเหมือนบันไดทางขึ้นที่ลูกกำลังก้าวไปสู่ความสุขบางอย่างที่เราเองก็อาจมองไม่เห็น และได้แค่รับรู้ว่า ลูกอยู่ในเส้นทางที่ใช่ แค่นั้นจริงๆ ค่ะ 


 photo _9.jpg


หลังจากกลับมาจากการทัศนศึกษาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ


"การสรุปบันทึกสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้"


 photo write.jpg



ซึ่งระหว่างการทัศนศึกษา ถ้าดูจากรูปแล้วจะเห็นเด็กปฐมธรรมมีสมุดคนละ 1 เล่มเล็ก ดินสอหรือปากกา เพื่อจดบันทึกเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ การจดบันทึกด้วยมือน้อยๆ นี่ล่ะค่ะ ทำให้เค้าจดจำได้ดีมากกว่าการจดจำด้วยการฟัง การมองเห็นแค่นั้น เพราะการจดจะต้องผ่านกระบวนการเรียบเรียงทางสมองก่อนและส่งผ่านมายังตัวอักษรที่ลูกเราบันทึกลงในกระดาษ ไม่ว่าลูกจะจดในรูปแบบของการวาดภาพหรือคำบรรยาย มีผลเหมือนกันคือ เค้าจะจดจำสิ่งนั้นได้เมื่อกลับมาดู หรือบางอย่างอาจประทับในใจของลูกได้ดีเยี่ยมค่ะ 

 photo _8.jpg


 photo _10.jpg



เวลาไปทัศนศึกษากับโรงเรียนแล้วเจอกลุ่มเด็กนักเรียนจากโรงเรียนอื่น เด็กปฐมธรรมก็ตั้งหน้าตั้งตาจด ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับเด็กโรงเรียนอื่น หลายครั้งและหลายคนได้ยินคำพูดทำนองว่า 


"จะจดทำไมก็ไม่รู้ ถ่ายรูปเอาง่ายกว่าเยอะ" 



ลูกสาวคนโตก็เคยได้ยินประโยคนี้ค่ะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สนใจและตั้งหน้าตั้งตาจดต่อไป 


 photo -2.jpg



 photo _12.jpg


วิธีการเรียนรู้และจดจำประสบการณ์มีหลากหลายรูปแบบค่ะ การจดจำแบบการเขียนแบบนี้จะมีผลมากแค่ไหนในอนาคต แม่ก็คงตอบไม่ได้ แค่รู้สึกเอาเองว่า น่าจะจำได้นานกว่า เข้าใจได้มากกว่า เพราะผ่านสมอง ผ่านมือเรามาเอง แม่เกศคิดว่า เราบอกได้ลำบากว่า วิธีการจำจดของใครคนใดคนหนึ่งจะเป็นฝ่ายถูกต้องที่สุด มันขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความถนัดมากกว่า ขอให้ลูกตั้งใจเรียนรู้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ 


นอกจากการไปทัศนศึกษาแล้ว ยังมีการเข้าค่ายธรรมชาติ ปีละ 2 ครั้ง และค่ายเรือใบสำหรับพี่โต (ป.4-ป.6) ที่เด็กปฐมธรรมต้องเข้าร่วมด้วยค่ะ แต่ละค่ายจะมีความน่าสนใจแค่ไหน มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร และเด็กกลับมาแล้วได้รับผลตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ ติดตามต่อตอนที่ 3 นะคะ 


ปล. เขียนเสร็จเพิ่งนึกได้ว่า หายไป 1 ที่ คือ "พิพิธภัณฑ์มนุษย์" ที่จำได้เพราะลูกสาวคนกลางกลับมาจากที่นี่แล้ว อ่านหนังสือเรื่องร่างกายมนุษย์ เกี่ยวกับระบบอวัยวะต่างๆ สาวเจ้าชอบมาก อ่านประหนึ่งเป็นหนังสือการ์ตูนเลยค่ะ อ่านวนซ้ำไปมาหลายรอบ เป็นความชอบและความสนุกต่อเนื่องหลังจากไปทัศนศึกษาล่ะค่ะ 












Create Date : 11 มิถุนายน 2558
Last Update : 11 มิถุนายน 2558 11:00:11 น.
Counter : 2030 Pageviews.

5 comments
  
จดมันมีข้อดีตรงที่อย่างน้อยก็ผ่านมือแน่นอน 1 รอบ ถ่ายรูปถ่ายออกมาบางทีไม่ได้อ่าน ถ่ายแล้วก็แล้วกันไป จริงๆ ถ้าให้ดี ทั้ง 2 อย่างจะดีกว่าครับ

จริงๆ 20 กว่าคน ออกนอกสถานที่ถ้าคุมไม่ดีก็วุ่นนะ แต่อยู่ในระดับที่ถ้าผู้ใหญ่ไม่เที่ยวเล่นเพลินซะเองก็คุมได้ไม่ลำบาก ไม่ต้องคิดเลยว่าเด็กโรงเรียนทั่วไปจะวุ่นขนาดไหน
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 มิถุนายน 2558 เวลา:22:38:34 น.
  
เค้าว่าจดคือวิธีจำที่ดีที่สุด
ก็เลยมีคำว่า 'จดจำ' งัยคะ :)
ทัศนศึกษาปีละเยอะมากค่ะ เรียนรู้นอกห้องเรียนแบบนี้ดีจัง
พี่ก๋าเคยเล่าถึงโรงเรียนหมิงหมิง คล้ายๆกันแบบนี้ด้วยค่ะ

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 11 มิถุนายน 2558 เวลา:23:18:33 น.
  


สวัสดียามเช้าค่ะ

ความรู้ดีๆแบบนี้โหวดให้ค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog
Dondaran Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: praewa cute วันที่: 13 มิถุนายน 2558 เวลา:9:17:07 น.
  
อ่านแล้วมีความสุขไปด้วยค่ะแม่เกศ

สุขในมุมของแม่ ที่เห็นพัฒนาการและกิจกรรมดีๆ ของลูก

สุขในมุมของเด็กๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ฟังว่าใน 1 ปีการศึกษาจะได้ไปทัศนศึกษาตั้ง 12-16 ครั้ง ก็ตื่นเต้นไปด้วยแล้วค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 13 มิถุนายน 2558 เวลา:20:46:22 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 14 มิถุนายน 2558 เวลา:1:28:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Dondaran
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]