มิถุนายน 2558

 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
1 ปีที่ผ่านมาจากเด็กในระบบโรงเรียนปกติ กลายมาเป็น เด็กบ้านเรียน เป็นยังไงบ้างนะ ... # ตอนจบ

 photo 1-year-for-ptt-18.jpg


1 ปีที่ผ่านมาจากเด็กในระบบโรงเรียนปกติ กลายมาเป็น เด็กบ้านเรียน เป็นยังไงบ้างนะ ... # ตอนที่ 4 (ตอนจบ)



หลังจากรำลึกย้อนเวลาไปเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา พยายามคิดและรวบรัดให้ได้มากที่สุดก็ยังบันทึกไปถึง 3 ตอนไม่รวมถึงตอนนี้ที่จะเป็นตอนสุดท้าย การย้ายเข้ามาอยู่ร่วมกับกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมให้บันทึกจริงๆ แม่คงบันทึกได้อีกเป็นหลายสิบตอน แต่ทำแบบนั้นคงไม่ได้บันทึกถึงเรื่องราวในปัจจุบันรวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่แม่อยากบันทึกอีกมากมาย จึงขอจบการบันทึกที่ตอนสุดท้ายนี้กับ "ค่ายเรือใบ" อีกหนึ่งค่ายที่ดีมากที่สุดที่แม่เคยรู้จักมา



"เรือใบ" เป็นกีฬาที่แม่เคยเห็นจากเฟซบุ๊กของคุณแม่ท่านหนึ่งที่ลูกเรียนที่นี่ และได้เข้าใจมากขึ้นตอนมาสัมภาษณ์สมัครเข้าเรียนที่ปฐมธรรมหลังจากได้คุยกับคุณแม่อีกสองท่านถึงประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจากค่ายเรือใบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการของเราที่อยากให้ลูกได้รับประสบการณ์แบบนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อเป็นบท
เรียนของชีวิต แต่จะเป็นก้าวแรกที่ลูกต้องได้เรียนรู้ที่จะเติบโตได้ด้วยตนเอง



กีฬาประเภทนี้มองผิวเผิน อาจเป็นกีฬาที่เก๋ เท่ดี ไม่เหมือนใคร แต่สิ่งที่อยู่ภายใต้การส่งเด็กอายุ 9 ขวบไปค่ายเรือใบ ไม่ใช่เพราะว่าจะให้ลูกรู้จักการแล่นเรือหรือเรียนการเล่นเรือใบเหมือนเรียนรู้การเล่นกีฬาอื่นๆ เพียงอย่างเดียว แต่แม่มองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้การเข้าค่ายนี้อีกมาก และหลังจากที่ลูกคนโตกลับมา เรือใบแล่นในทะเล ทำให้ลูกสาวของแม่โตขึ้น แกร่งขึ้น และรู้จักแก้ปัญหาได้ดีขึ้นมากมายภายในระยะเพียง 17 วันจริงๆ 


 photo 1-year-for-ptt-12.jpg



ก่อนอื่นต้องบอกว่า ตอนที่เข้ามาเรียนที่นี่ คนโตยังว่ายน้ำไม่เป็นแต่ก็จำเป็นต้องไปเรียนว่ายน้ำเพิ่มเติม ในระยะเวลา 4 เดือนที่ไปเรียนว่ายน้ำตามคอร์สที่โรงเรียนจัดขึ้น คือ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 
ชั่วโมงที่สระว่ายน้ำภายในมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา


ทำไมต้องเรียนแค่ 4 เดือน ... เพราะเดือนตุลาคม ต้องไปเข้าค่ายเรือใบแล้วค่ะ 


นอกจากเรียนว่ายน้ำกับโรงเรียน แม่ก็ไม่ได้ให้เรียนเพิ่มเติม หลักๆ แล้วแม่คิดว่า ขอให้หนูพอว่ายน้ำได้ก็พอ ไม่ได้ต้องการให้ว่ายน้ำท่าสวย ว่ายน้ำเร็ว ว่ายน้ำแข็งก่อนที่จะไป แต่ควร "ว่ายน้ำได้" เป็นพื้นฐานทางจิตใจที่จะเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง เพราะอย่างไรแล้วหนูก็ต้องใส่เสื้อชูชีพเวลาเรียนเรือใบ 



ความกังวลก่อนไปแน่นอนค่ะว่า ลูกต้องคิดสารพัด ไหนจะอยู่ห่างบ้าน ว่ายน้ำก็แค่พอได้จะไหวมั๊ย ไหนจะต้องไปเจออะไรที่ไม่เคยเจอมาก่อน เรือใบเรียนยากแค่ไหน หนูจะทำได้ดีหรือเปล่า เรือล่มจะทำยังไง ฯลฯ


 photo 1-year-for-ptt-15.jpg


ซึ่งแม่บอกหนูก่อนไปแค่ว่า 


"สู้ๆ นะลูก แม่ให้กำลังใจหนูได้แค่นี้ ที่เหลือคือ สิ่งที่หนูต้องลงมือทำเอง แก้ปัญหาเอง สู้กับจิตใจของตัวเอง กลัวได้ แต่ก็มีสติ ตื่นเต้นได้แต่ก็ตื่นเต้นอย่างมีสติ แม่อยู่ที่นี่ไม่ได้เรียนเรือใบกับหนู แต่แม่ก็ต้องสู้เหมือนกัน สู้กับจิตใจตัวเองที่แม่ต้องเชื่อมั่นว่าพิชชี่จะทำได้ แล้วเราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน"



เกริ่นคร่าวๆ ก่อนว่า เด็กปฐมธรรมทุกคน เมื่อเข้าสู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทุกคนต้องเข้าค่ายเรือใบ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกช่วงเดือนตุลาคม เป็นค่ายเรือใบ Optimist สำหรับผู้เริ่มต้น ระยะเวลา 17 วัน และครั้งที่ 2 ช่วงเดือนเมษายน เป็นค่ายเรือใบ Advance ระยะเวลา 10 วัน ที่สโมสรเรือใบ กองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ



ค่ายเรือใบมีเด็กของเราไป 8 คน พี่ ป.5 จำนวน 4 คน (ผู้ชายล้วน) ป.4 จำนวน 4 คน (ผู้หญิงล้วน) มีคุณครูตามไปอยู่ด้วยอีก 4 คน คุณยายที่เป็นคุณยายของพี่ ป.5 อีก 1 คน ทุกคนดูแลเด็กๆ เหมือนเป็นลูกเป็นหลานของตัวเอง นี่คืออีกหนึ่งอย่างที่แม่ชอบปฐมธรรม เราอยู่กันเป็นครอบครัว คุณครูที่นี่ดูแลลูกเราไม่ใช่แค่หน้าที่ของความเป็นครู แต่หลายครั้งเป็นเหมือนเพื่อน พี่ แม่ไปในตัวที่ดูคอยสอน เป็นที่ปรึกษา ดูแลเรื่องอาหารการกิน การแต่งตัว สารพัดจะทำเพื่อเด็กๆ จิตวิญญาณความเป็นครูสูงมากค่ะ ขอชื่นชม 


 photo 1-year-for-ptt-14.jpg


ตลอด 17 วัน แม่ไปเยี่ยมและดูลูกเรียนเรือใบ 2 ครั้ง แต่ระหว่างนั้นก็จะมีพ่อแม่บ้านอื่นที่สลับกันเข้าไปดูด้วยเช่นกัน ส่วนใหญ่คุณครูจะเป็นถ่ายรูปและส่งภาพมาให้ดูผ่านไลน์ รวมถึงพ่อแม่ที่ไป (เราไม่ได้ไป) ก็จะถ่ายรูป อัพโหลดลง facebook หรือถ่ายเป็นคลิปแล้วอัพโหลดใน youtube เพื่อให้เราเห็นภาพลูกเรียนเรือใบ เป็นเหมือนการแอบดูลูกอยู่ห่างๆ 



ห่าง ... ห่างจากฝั่ง เพราะลูกลงเรือไปแล้ว แล่นเรือไปไกลพอสมควร ต้องใช้กล้องส่องทางไกล สายตายาวแค่ไหนก็มองลำบาก



ห่าง ... ห่างไกล เพราะบ้านเราอยู่กรุงเทพ ลูกอยู่สัตหีบ แต่ใจเราใกล้กันเสมอ แม่จะพยายามโทรศัพท์หาลูกวันเว้นวัน เพื่อสอบถามว่าเป็นยังไงบ้าง ไม่พยายามโทรหาบ่อย เพราะรู้อยู่ว่าลูกแค่ได้ฟังเสียงแม่ แทบไม่ต้องพูดอะไร น้ำตาก็ไหลได้แล้ว



ในค่ายเรือใบไม่ได้มีแต่เรา มีเด็กจากต่างโรงเรียน เด็กจากโรงเรียนระแวกนั้น จำนวนมากที่เข้าร่วมค่ายเรือใบด้วย การออกไปเจอสังคมภายนอก ทำให้ได้เรียนรู้นิสัย พฤติกรรมต่างออกไปจากที่ลูกเคยเจอในโรงเรียน นั่นหมายถึง กิริยา ท่าทางและการใช้คำพูดที่หยาบคาย รวมถึงคำพูดบางอย่างที่ไม่ได้หยาบคายแต่ฟังแล้วผู้ใหญ่อย่างเราสะอึกได้เหมือนกันก็มีเยอะ (แม่ได้ยินเองกับหูตอนที่ไปดูลูกเรียนเรือใบ) 



เด็กปฐมธรรมหลายคนก็เจอบัดดี้ที่ไม่ดีค่ะ ขี้เกียจไม่ช่วยอะไร ขี้บ่น พูดมาก รวมถึงที่แม่เห็นเองจากการไปเยี่ยมดูลูกที่นั่น เด็กจากโรงเรียนอื่นก็มีปนๆ กันค่ะ ไม่เชื่อฟังครูทหาร บอกอย่างทำอีกอย่าง ไม่มีวินัย ไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้บางครั้งต้องโดนทำโทษหมู่ (ทุกคนโดนทำโทษหมด)


 photo 1-year-for-ptt-13.jpg


ผู้สอน ... แน่นอนค่ะว่า เป็นทหารเรือ เพราะเราอยู่ในฐานทัพเรือ ครูทหารตัวบึกบึน ผิวสีเข้ม เสียงดังๆ ดูแล้วน่าเกรงขาม แต่เอาเข้าจริงๆ เบื้องหลังที่แม่เห็น ครูใจดี แต่ต่อหน้าเด็กก็ต้องจัดคาแรคเตอร์ไปตามนั้น การจะคุมเด็กหมู่มากให้อยู่ในระเบียบได้ เชื่อฟังได้ก็ไม่ง่ายค่ะ การโดนครูทำโทษร่วมกัน ฟังเสียงครูตะโกนใส่เป็นเรื่องธรรมดาที่ลูกต้องเจอทุกวันในค่ายเรือใบ รวมถึงเวลากินอาหารกลางวัน นั่งทานในจาน 1 ใบ นั่งกับพื้น เรียงเป็นแถว แล้วต้องกินให้หมดจาน ครูเดินคุมตลอด ใครไม่กินผัก ใครกินไม่หมด เจอครูทหารประกบแน่ๆ 



ในช่วงเริ่มแรกของการเรียนเรือใบ ลูกจะมีพี่เลี้ยง 1 คน (พี่เลี้ยงคือ คนที่แล่นเรือใบเป็นแล้ว) ได้พี่เลี้ยงดีก็ดีไปค่ะ ได้พี่เลี้ยงโหดก็สลดกันไป เหมือนที่ลูกสาวเจอ พี่เลี้ยงพูดจาถากถางมาก จนคุณครูของเราเห็นแล้วทนไม่ไหวจริงๆ บอกครูทหาร ให้ครูทหารเปลี่ยนพี่เลี้ยงใหม่ ลูกสาวก็ดีขึ้นค่ะ ลำพังต้องอยู่ในเรือใบ แล่นเรือใบในทะเล ยังไม่รู้ ยังไม่เคยเจอ ยังไม่เคยทำอะไรอีกมากมาย งงๆ เบลอๆ มาเจอพี่เลี้ยงแบบโหด ชีวิตก็ดูโหดร้ายไม่เบา พี่เลี้ยงจะอยู่ในเรือร่วมกับเด็กใหม่ประมาณ 2-3 วันได้ค่ะ จนครูทหารเห็นว่า โอเคแล้ว ก็จะปล่อยให้แล่นเรือใบคนเดียว 



จากนั้นลูกเราจะมีบัดดี้ค่ะ เรือ 1 ลำจะมีเด็ก 2 คนใช้เรือลำเดียวกัน บัดดี้จะคอยช่วยกันตั้งใบเรือ เตรียมเรือ (ทุกเช้าก่อนเข้าเรียน) ส่วนใหญ่เด็กปฐมธรรมตื่นเช้า เราจะมาถึงก่อนเสมอและเตรียมเรือเสร็จก่อนใครค่ะ พอเข้าเรียนก็จะแยกเป็น 2 กลุ่ม หมายถึงว่า ถ้าลูกเราลงเรือ บัดดี้ลูกเราจะนั่งเรียนทฤษฎีบนฝั่ง และคอยช่วยลากเรือ (เรือหนักมากค่ะ บอกเลย ถ้าได้บัดดี้ขี้เกียจก็ลากคนเดียวอ่วมอรทัย) ลากเรือหรือช่วยจับเรือเวลาจะออกจากฝั่งหรือเข้าฝั่ง ช่วยกันเก็บเรือ 



ระหว่างที่ลูกไปแล่นเรือใบกลางทะเล ครูทหารจะลงเรือยางคอยตามดูตลอดค่ะ ใครแล่นผิด เรือล่ม ครูก็ตะโกนใส่โทรโข่งตลอด ทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำแบบนั้น ครูก็อึดพอๆ กันล่ะค่ะ คอยตามดู คอยบอก คอยสอน รวมถึงคุณครูของปฐมธรรมด้วยค่ะ คอยลงเรือตามครูทหารไป เพื่อไปดูเด็กของเราเวลาแล่นเรือ ถ่ายคลิปเด็กทุกคนลงในไลน์ส่งมาให้ผู้ปกครองดู 


 photo 1-year-for-ptt-17.jpg


แม่เห็นหนูลงเรือ แล่นเรือคนเดียวในทะเล แม่บอกได้เลยว่า แม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ภาพนั้นก็จะจำติดใจแม่เสมอ เป็นความภูมิใจของคนเป็นแม่ที่เห็นลูกสาวตัวเล็กๆ ของแม่ทำได้ 



หนูบอกแม่ว่า ตอนที่หนูอยู่บนเรือ หนูต้องประคองเรือไปข้างหน้า ดูทิศทางลม จะเลี้ยวเรือก็ต้องคิดว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ไม่อย่างนั้นอาจเจอบูมเรือฟาดตัวตกในทะเลได้  แล้วก็ต้องดูเรือลำข้างๆ ด้วย เวลาลมไม่พัด เรือลอยนิ่งๆ หนูก็พูดบ่นออกมา ลมพัดสิๆๆ (แม่ฟังแล้วก็แอบขำ ไม่แปลกหรอกลูก เป็นแม่ก็อาจบ่นแบบนี้เหมือนกัน) หลายสิ่งหลายอย่างที่หนูได้รับมาจากค่ายเรือใบ เป็นเหมือนบททดสอบที่ทำให้ลูกเราเติบโตขึ้นอีกระดับหนึ่ง



17 วันของหนูกับค่ายที่แม่มองว่า วิเศษที่สุดที่หนูเคยรู้จักในชีวิต จากที่แม่ฟังหนูเล่าหลังจากกลับมา เป็น 17 วันที่คุ้มค่า หนูได้อะไรกลับมามากกว่าแค่แล่นเรือใบได้ ซึ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ติดตัวหนูไป 


ความแข่งแกร่งทางจิตใจที่ต้องเผชิญหน้ากับคนรอบข้างที่มีสารพัดรูปแบบ ต้องอยู่กับคนแบบนั้นให้ได้ 


ต้องต่อสู้กับสิ่งที่ยากและมองไว้ว่าเกินกว่าที่หนูจะทำได้ แต่หนูก็ต้องทำและผ่านมันไปให้ได้


รู้จักแก้ปัญหาตอนที่แล่นเรือใบทะเล


ต้องอึดที่จะลากเรือใหญ่ๆ ขึ้นเนิน และกล้าที่ลุยน้ำลงไปเพื่อลากเรือเวลาบัดดี้แล่นเรือถึงฝั่ง 



อยู่ง่ายกินง่ายไม่เรื่องมาก ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็นอยู่แค่ชุดว่ายน้ำใส่ชูชีพ เดี๋ยวเปียกเดี๋ยวแห้งแบบนั้น ไม่มีคำว่าสวย ไม่มีคำว่าขาว (หน้าของหนูช่วงที่ใส่แว่นตาจะขาวกว่าส่วนอื่นเลย แม่เห็นแล้วก็แอบขำแต่เป็นความขำที่แม่รู้สึกภูมิใจ) 


 photo 1-year-for-ptt-16.jpg


นอกเหนือแค่คำว่าแล่นเรือใบได้ หนูกลับแล่นเรือใบได้ดีเกิดที่พ่อแม่คาดไว้ หนูแข่งได้ที่ 11 ของชุดที่ 2 (การเรียนเรือใบแบ่งเป็น 2 ชุด) เป็นลำดับที่หนูบอกแม่เองว่า หนูไม่อยากเชื่อว่าหนูจะทำได้อันดับแบบนั้น หนูคิดแค่ว่า หนูจะตั้งใจทำ หนูจะแล่นเรือใบ หนูจะมองคนข้างหน้าเพื่อทำให้ได้แบบคนข้างหน้าและไม่หันมองคนข้างหลังที่ช้ากว่า (อันนี้หนูคิดเอง ถ้าหนูมองคนข้างหลังที่ช้าหนูก็จะแล่นเรือช้า ถ้าเรามองข้างหน้า มองที่เร็วกว่า เราก็จะเร็ว) รวมถึงครั้งที่สองในค่าย advance หนูได้ที่ 21 จาก 2 ชุด เด็กทั้งหมดเกือบ 80 คน เป็นลำดับที่แม่เองก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะมองว่าหนูเก่ง แต่เป็นการพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าไปอีกระดับ 



การที่รู้ว่าเราทำดี ทำได้ดี ก็มีทางเลือกว่า เราจะยืนอยู่นิ่งต่อไป หรือจะพยายามทำสิ่งเดิมนั้นให้ดีมากขึ้นไปอีก เป็นการพยายามก้าวบันไดขึ้นไปให้สูงขึ้นที่ขึ้นอยู่กับตัวเราเองอย่างแท้จริง เพราะค่ายเรือใบเป็นการแข่งกับตัวเองเป็นหลัก รวมถึงเป็นการสะท้อนให้เรารู้ว่า เราเข้าใจเทคนิคการแล่นเรือใบมากน้อยแค่ไหน เข้าใจธรรมชาติของลมมากน้อยอย่างไร เพื่อให้เรือแล่นไปในทิศทางที่เราต้องการ 



ค่ายเรือใบจึงเป็นเหมือนค่ายที่พัฒนาและสร้างการเติบโตทางความคิดให้กับลูกด้วย เป็นอีกหนึ่งค่ายที่แม่เกศมองว่า เจ๋งและเหมาะกับการสร้างเด็กในวันนี้ให้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้าที่เหมาะกับแนวทางการเลี้ยงลูกของบ้านเราจริงๆ 


ปล. ขอบคุณรูปภาพหลายๆ รูปในทุกตอนที่มาจากไลน์ที่คุณครูเป็นผู้ถ่าย ... รูปจากเฟซบุ๊กคุณพ่อโก้ ฝีมือถ่ายรูปของแม่อ้อ และเฟซบุ๊กแม่หงส์ ฝีมือถ่ายรูปของพ่อแจ๊ค ด้วยนะคะ



Create Date : 29 มิถุนายน 2558
Last Update : 29 มิถุนายน 2558 6:50:59 น.
Counter : 3241 Pageviews.

18 comments
  
มาชมกิจกรรมของเด็กค่ะ
เป็นการฝึกเด็กที่ดีมากค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:6:45:24 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ


การเรียนรู้ที่ดี คือ การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กรู้จักตัวเอง
แล้วจึงรู้จักโลก

วิธีสอนของปฐมธรรมน่าสนใจมากๆเลยนะครับ

เด็กๆได้เรียนรู้จากของจริง จากชีวิตจริงเลย

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:7:24:22 น.
  
สุดยอดมากค่ะ....

ขอบคุณสำหรับข้อมูลด้วยนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Dondaran Parenting Blog
โดย: kae+aoe วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:9:31:02 น.
  
ตามมาชมกิจกรรมการเรียนรู้นอกโรงเรียนของเด็ก ๆ ค่ะ
เห็นจากภาพแต่ละคนหน้าตายิ้มแย้มมีความสุขนะคะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:17:34:47 น.
  
สวัสดียามเย็นค่ะ

ดีจังค่ะ แพรก็สอนลูกๆเอง ไม่ได้เข้าระบบเหมือนกันค่ะ

โดย: praewa cute วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:17:47:16 น.
  
เหมือนกันนะคะ แพรชอบพาลูกไปใหนมาใหนก็ชอบมีคนถาม แม่ไม่มีพี่เลี้ยงหรอคะ ไม่มีคนช่วยหรอคะ
แพรว่าก็ดีนะถ้ามีคนช่วยแต่ก็ไม่ขนาดนั้นนะ เหนื่อย แต่ชิลๆ เพราะถ้าคนอื่นดูลูกเราไม่เหมือนเราดูเอง
โดย: praewa cute วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:17:50:29 น.
  
อ่านแล้วนึกภาพตามก็ต้องยอมรับเลยค่ะว่าน้องพิชชี่เก่งมาก
เข้าค่ายแบบนี้ได้ฝึกเด็กให้มีวินัย และเข้มแข็งทางความคิดและการตัดสินใจ
พ่อแม่เป็นห่วง ก็เป็นธรรมดา แต่เด็กสนุกนะคะ

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 29 มิถุนายน 2558 เวลา:22:52:45 น.
  
เด็กๆ สนุกก็โอเคแล้วครับ ครูเยอะพอสมควรเมื่อเทียบกับจำนวยนเด็ก ผมว่าโอเคเลยแหละ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 มิถุนายน 2558 เวลา:1:22:47 น.
  
ที่นี่กิจกรรมดีเยี่ยมเลยค่ะคุณเกศ
บุ๊งปรบมือดัง ๆ ถือว่าคุณเกศตัดสินใจเรื่องการเรียนของลูกได้เด็ดขาด
และผลออกมาดีมาก ๆ เลยค่ะ
โดย: Close To Heaven วันที่: 30 มิถุนายน 2558 เวลา:15:16:50 น.
  
เคยได้ยินค่ายฝึกวิธีเอาตัวรอดจากการจมน้ำหรืออะไรแนวนั้นนะครับ ค่ายเรือใบนี่ไม่รู้ว่ามีด้วย
ได้ฝึกร่างกาย วางแผนทิศลมทิศน้ำ แล้วยังได้ความรับผิดชอบชีวิตตัวเองด้วยนะครับ
คุณลูกอันดับไม่ได้ขี้เหร่เลยนะเนี่ย ปรบมือๆ
โดย: ชีริว วันที่: 30 มิถุนายน 2558 เวลา:22:53:35 น.
  
ว้าวๆ กิจกรรมนี้ต้องแข็งแรงนะคะ เก่งมากเลย
โดย: auau_py วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:8:17:32 น.
  
ขอบคุณบันทึกเรื่องราวดีๆ ของแม่เกดค่ะ อ่านแล้วมีความสุขทุกครั้ง ^_^


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
หอมกร Movie Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
ดาวริมทะเล Travel Blog ดู Blog
Dondaran Parenting Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 3 กรกฎาคม 2558 เวลา:22:14:40 น.
  
อ่านไม่ครบทั้งหมด แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องดีมาก โรงเรียนแบบนี้
คนไม่ค่อยกล้าลงทุน พ่อแม่ก็ไม่กล้าเสี่ยงให้ลูกเรียนต่างไป
จากรร.ปกติ แต่พี่ว่าเด็กที่ได้เรียนแบบนี้ เค้าจะได้ทั้งความรู้
ตามหลักสูตรและกิจกรรมในการดำรงชีพอย่างที่ควรจะเป็

ไว้กลับมาอ่านทั้งหมดนะคะ พักนี้สุขภาพไม่สู้ดี โดนกักอยู่
ใกล้หมอเรื่อย

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2558 เวลา:15:06:27 น.
  
สวัสดียามเย็นค่ะ
โดย: praewa cute วันที่: 14 กรกฎาคม 2558 เวลา:17:51:55 น.
  
กลับมาอ่านแล้วค่ะ ได้ความรู้
อย่างนึกไม่ถึง ขอบคุณที่บันทึกไว้ให้อ่านนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:20:57:33 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 19 เมษายน 2559 เวลา:9:55:07 น.
  
ลูกสาวแม่ซองฯก็เพิ่งเริ่มต้น ปีนี้จะเอาลูกสองคนมาเรียนแบบโฮมสกูลค่ะ. กำลังหาแนวร่วม แตเขาไม่ได้เล่นบล๊อก เลยเอาลิงค์ของคณไปแปะให้เขาอ่านค่ะ ขออนุญาตนะคะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 IP: 124.122.190.82 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:9:12:27 น.
  
เอาลิงค์ของลูกสาวในเฟสมาให้ค่ะ
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1592759137419429&id=100000560732723
โดย: แท่ซองฯ IP: 124.122.190.82 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:9:17:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Dondaran
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]