มิถุนายน 2558

 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
1 ปีที่ผ่านมาจากเด็กในระบบโรงเรียนปกติ กลายมาเป็น เด็กบ้านเรียน เป็นยังไงบ้างนะ ... # ตอนที่ 1


1 ปีที่ผ่านมาจากเด็กในระบบโรงเรียนปกติ กลายมาเป็น เด็กบ้านเรียน เป็นยังไงบ้างนะ ... # ตอนที่ 1


ถ้าย้อนอดีตวันวานเมื่อปีที่แล้ว หากเรายังคงดำรงชีวิตเหมือนเดิม ไม่ได้คิดเปลี่ยนแปลงเส้นทางการศึกษาของลูก สองสาวของแม่ก็จะเป็นเด็กสาธิตจุฬาฯ ตื่นแต่เช้าไปโรงเรียนพร้อมกับพ่อ ทานอาหารเช้าที่ห้องทำงานพ่อ ได้เวลาก็เดินไปโรงเรียนกับพ่อ และตอนเย็นพ่อไปรับหลังเลิกเรียน ชีวิตของลูกจำนวนหลายชั่วโมงหมดไปกับการอยู่ที่โรงเรียนเหมือนเด็กส่วนใหญ่ อยู่บนถนนผจญภัยกับการจราจรที่คับคั่งในเมืองหลวง ทำให้หลังจากลูกเลิกเรียนแล้ว แม่ไม่มีความคิดที่จะให้ลูกเรียนพิเศษใดๆ รวมถึงช่วงเสาร์อาทิตย์ เพื่อต้องการให้ลูกมีอิสระในการค้นหาและมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งดูผิวเผินก็คล้ายกับช่วงเวลาในวัยเรียนที่ทั้งพ่อและแม่เคยผ่านมา ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรือแตกต่างไปสักเท่าไหร่

แต่เมื่อเราย้อนกลับมาดูสิ่งที่เราต้องการให้กับลูก ลักษณะการเลี้ยงดู ทบทวนวิธีการคิดของเราที่มีจุดยืนบางอย่างเกี่ยวกับเส้นทางในอนาคตที่ลูกจะเดินก้าวไป รวมถึงศึกษาหาข้อมูลสถานที่เรียนหนังสือแห่งใหม่ของลูกที่เรียกว่า "บ้านเรียน (homeschool)" จะตอบโจทย์ที่เราต้องการ และสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่เราคาดหวังไว้แค่ไหน ... สุดท้ายเราก็ได้คำตอบ ความคิดตกผลึก และทำให้เราตัดสินใจย้ายลูกออกจากโรงเรียนเดิมและย้ายมาเรียนที่แห่งนี้

"กลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรม"


 photo 1-year-for-ptt-1.jpg


(แต่เพื่อความเข้าใจง่ายๆ และเป็นความคุ้นเคยส่วนตัว จะขอใช้คำว่า โรงเรียน แทนนะคะ)

ก่อนหน้านี้เคยเขียนถึงเรื่องนี้มาก่อนแล้ว แล้วก็ไม่ค่อยได้เขียนต่อเนื่องด้วยเหตุหลายๆ อย่าง แต่วันเวลาผ่านไปพร้อมกับการเรียนหนังสือของลูกที่โรงเรียนก็ยังคงนึกถึงสิ่งที่ลูกได้รับ ทำให้รู้สึกอยากบันมึกเรื่องราวเหล่านี้เก็บไว้เป็นประสบการณ์และความทรงจำที่ดี 

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา คนโตอยู่ชั้น ป.4 และคนกลางอยู่ชั้น ป.2 (ปัจจุบัน อยู่ชั้น ป.5 และ ป.3 แล้วค่ะ) ได้สัมผัสชีวิตเด็กบ้านเรียนปฐมธรรม เป็นความรู้สึกที่ 


"สบาย - ครอบคลุม - กันเอง - จริงจัง" 


 photo 1-year-for-ptt-2.jpg


สบาย ... รูปแบบของบ้านเรียน เป็นการเรียนในบ้านซึ่งนึกภาพว่า การได้อยู่ในสถานที่คล้ายบ้านเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและแสดงออกได้ไม่ยากถึงความผ่อนคลาย ไม่มีความกดดัน เป็นความสบายที่เด็กบ้านแม่เกศได้รับจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ต่างจากที่ที่ลูกเติบโตมา  


ครอบคลุม ... ลักษณะการเรียนการสอนที่หลายคนอาจคิดว่า ไม่น่าจะเข้มข้นเท่ากับการเรียนในโรงเรียนในระบบตามปกติ อาจจะใช่ค่ะ แต่วิธีการสอนของครูที่เน้นให้เด็กได้คิด ได้ค้นคว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเองก่อนที่จะใส่ข้อมูลไปให้กับเด็กเพียงอย่างเดียว รวมถึงหาสื่อการสอนในรูปแบบต่างๆ ที่สร้างความตื่นเต้น ท้าทายและแน่นอนค่ะว่า "สนุก" การเรียนรู้ที่มีต้นทางจากความสนใจ ต่อยอดนำไปสู่ความใฝ่รู้ สร้างทัศนคติอันดีต่อการศึกษาต่อไปในอนาคต อันนี้เนี่ยแหละค่ะ ที่แม่เกศอยากเรียกว่า "ครอบคลุม"


 photo 1-year-for-ptt-3.jpg


กันเอง ... ในข้อนี้แม่เกศขอแยกย่อยเป็น 2 ส่วนนะคะ 

ส่วนที่ 1 "ครู"

ด้วยจำนวนเด็กในบ้านเรียนมีเพียง 23 คน ครูคนไทย 4 ท่านและครูต่างชาติ 1 ท่านที่จะอยู่ประจำกับเด็กทั้งวัน สัดส่วนครูต่อเด็กก็ทำให้แม่มองเห็นได้ไม่ยากว่า ลูกจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงได้ขนาดไหน ครูทุกคนไม่ใช่เพียงแค่เข้าใจถึงนิสัยและพฤติกรรมของเด็กทุกคน แต่ยังให้ความเป็นกันเอง เล่นกับเด็กได้เหมือนเป็นเพื่อนลูกของแม่คนหนึ่ง ความสนิทสนามใกล้ชิดระหว่างครูกับนักเรียนเป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ ในหนึ่งวันที่ลูกไปโรงเรียน ลูกเราใช้เวลาเยอะมากกว่าอยู่บ้าน คนที่มีอิทธิพลและมีส่วนร่วมในการหล่อหลอมเด็กคนหนึ่งในเติบโตก็ไม่พ้น "คุณครู" ค่ะ 


ส่วนที่ 2 "พ่อแม่ หรือผู้ปกครองเด็กบ้านเรียนท่านอื่นๆ" 


อย่างที่บอกไปค่ะ จำนวนเด็กบ้านเรียนปฐมธรรมมีไม่มากนัก พ่อแม่แต่ละครอบครัวก็จะสนิทกันค่ะ ลูกเค้าก็คือ ลูกเราเหมือนกัน หรือบางทีดูแลดีกว่าเราก็มีค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน การรับ-ส่ง มาเที่ยวเล่นที่บ้าน หรือพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ตอนช่วงปิดเทอม นั่งรถกันไปแบบ carpool ฝากดูแลได้ค่ะ 

นอกจากนี้ยังมีคุณพ่อคุณแม่บางท่านที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เสียสละเวลาเข้ามาสอนเป็นอาจารย์พิเศษให้กับเด็กๆ ด้วยค่ะ ปกติแล้วโรงเรียนมีคุณครูสอนประจำตามรายวิชาอยู่แล้ว ไม่ได้บังคับให้ผู้ปกครองของแต่ละบ้านเข้ามาสอน (แล้วแต่ความสมัครใจและความสะดวกเป็นหลักค่ะ) ณ ปัจจุบันนี้เรามีพ่อแม่อาสา 3 ท่านที่เข้ามาสอนประจำ สัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงสำหรับเด็กแต่ละช่วงชั้น 

"พ่อโก้" จบทางด้านฟิสิกส์จาก CalTech และเป็น Ph.D. Biomedical physics จาก UCLA มาเข้าสอนวิชาวิทยาศาสตร์ 

"พ่อจอช" จบทางด้านคณิตศาสตร์จาก Harvard มาเข้าสอนวิชาเขียนโปรแกรม 

และ "แม่ปุ๊" จบ Ph.D. ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Harvard เข้ามาสอนวิชาคณิตศาสตร์

ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีของเด็กๆ มากค่ะ โอกาสที่จะได้คุณครูคุณภาพและมีลูกอยู่ในวัยเรียนรู้แบบนี้ ทำให้เข้าใจและเลือกกระบวนการสอนที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัยได้มากยิ่งขึ้น เด็กทุกคนที่ได้เรียนวิชาที่พ่อแม่อาสาสอนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความสนุก แต่ความสนุกนั้นล่ะค่ะที่แม่เกศมองเห็นถึงมุมมองที่ลูกจะประทับภาพการเรียนเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเค้าเอง และยังส่งผลให้ลูกมีความกระตือรือร้นในการเรียน เป็นความกันเองที่แม่เกศถึงได้บอกว่า ลูกเค้าก็เหมือนลูกเรา ลูกเราก็เหมือนลูกเค้า คุณพ่อคุณแม่ทุกคนให้ความกันเองและเอ็นดูเด็กแต่ละบ้านเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน 


ความกันเองของปฐมธรรมจึงเป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งที่มีลูกหลานมากมายที่จะได้เห็นการเจริญเติบโตของเค้าร่วมกันค่ะ



 photo 1-year-for-ptt-4.jpg


จริงจัง ... เป็นสิ่งที่โรงเรียนมอบให้ผ่านการเรียนการสอนของครู ความจริงใจ จริงจังที่คุณครูทุกคนมีความตั้งใจจะส่งมอบสิ่งที่ดีให้กับลูกศิษย์ และแนวทางศึกษาของโรงเรียนที่เน้นให้เด็กได้คิดเอง ทำเอง ค้นคว้าเอง และทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความตั้งใจ เพื่อให้กระบวนการเรียนรู้ทั้งหมดที่เด็กจะได้รับจากการเรียนที่นี่หยั่งรากลึกเป็นฐานที่มั่นคงทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ รวมถึงความคิดของลูก ที่แม่เกศมักสอนสองสาวเสมอว่า "ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ มีเพียงแค่ 2 อย่างที่จะเกิดขึ้นคือ เราทำได้ดีและเราทำได้ไม่ดี ขอให้เราลงมือทำและขอให้เราตั้งใจ"


 photo 1-year-for-ptt-5.jpg


สิ่งที่แม่เกศบันทึกไว้นี้เป็นความประทับใจของตัวเองที่ไม่ใช่เพียงการมองแค่รูปแบบ สถานที่หรือตัวผู้คน แต่เป็นความประทับใจที่เกิดจากผลลัพธ์ของสองสาว ลูกสาวแม่เกศ ที่มาเรียนที่ปฐมธรรมแล้วมีความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่แม่เกศมองว่า ใช่และเหมาะสมกับสิ่งที่ลูกควรได้รับเพื่อให้เป็นพื้นฐานในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต




Create Date : 09 มิถุนายน 2558
Last Update : 10 มิถุนายน 2558 13:17:12 น.
Counter : 4383 Pageviews.

16 comments
  
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะคะ

มาอ่านบันทึกการเรียนของเด็กด้วยค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:0:49:51 น.
  
เด็กน้อยน่ารักจังค่ะ
โดย: auau_py วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:7:54:46 น.
  
นึกถึง summerhill เลยค่ะ ชอบการเรียน
การสอนแบบนี้มาก

ไม่ทราบว่าเราเคยคุยกันมาก่อนหรือไม่
วันนี้ขอแอดไปก่อนนะคะ อยากกลับมาอ่าน
หน้าอื่นๆของคุณตอนว่างๆอีก

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณเกศ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:8:25:44 น.
  


สวัสดีค่ะคุณเกศ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ

แม่ลูกสามแล้ว แพรอยากได้อีกสักคนเหมือนกันค่ะ รอหายเหนื่อยก่อน

วันนี้พาน้องจอห์นมาเยี่ยมค่ะ
โดย: praewa cute วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:8:48:54 น.
  
ไม่ได้แวะมาหาแม่เกศนานเลยค่ะ

ดีใจได้เข้ามาอ่านบันทึกแม่เกดอีกครั้ง


แสตมป์ต่างประเทศ ส่วนมากเป็นแสตมป์ใช้แล้ว ไม่ค่อยได้ดูว่ามาจากไหน ยังไง เห็นสวย ถูกใจ หยิบมาเลยค่ะ


ไปชลบรุีหลายครั้ง เพิ่งได้แวะบางเสร่นี่ล่ะค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:9:51:33 น.
  
ชอบจังค่ะ เป็นโรงเรียนในฝันสำหัรับย่าเลย
โดย: ย่านิด IP: 101.108.223.177 วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:10:17:57 น.
  
สวัสดีจ้า..
ดีใจจังหลังจากที่ไม่เจอกันที่บล็อกน๊าน...นานนะคะ
้homeschool พี่ว่าน่าสนใจและเด็ก ๆ มีความสุขมากนะคะนอกเหนือจากการเรียนรู้น่ะค่ะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:11:40:29 น.
  
ขออนุญาติแชร์ครับ
โดย: Thanatorn IP: 1.46.13.115 วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:17:56:04 น.
  
สวัสดีค่ะ คิดถึงเด็กๆบ้านนี้จัง
เห็นยิ้มของน้องๆแล้วต้องยิ้มตามเลยค่ะ :D
การเรียนแบบนี้ดีจังเลย ในแง่คุณภาพชีวิตเนี่ยได้ไปเต็มๆเลยค่ะ
ดีใจที่แม่เกศกลับมาเขียนบันทึกเพื่อแบ่งปันอีกนะคะ

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:22:30:44 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะครับที่เขียนมานั้นน่าสนใจมากสำหรับโฮมสคูล จำนวนเด็กไม่เยอะ 23 คน แถมครู 4 ต่างชาติ 1 แบบนี้รู้จักนิสัยใจคอกันได้ไม่ยาก

ผมมองในมุมที่ว่าการที่เด็กจำนวนไม่มาก ทำให้ครูจำชื่อเด็กได้ เมื่อจำชื่อได้จะมีการเรียกชื่อและทักทายกัน เมื่อทักทายกันจะทำให้เกิดความสนิทสนมได้ง่าย อาจมองเป็นเรื่องตลก แต่เป็นเรื่องจริง สมัยผมเรียนภาษาที่จีน จำนวนนักเรียนในห้องก็น้อยแบบนี้ครับ รู้จักกันหมด สนิทกับครูที่สอน ทุกอย่างมันมีผลต่อเนื่องกันหมดนะ เมื่อเด็กรู้สึกสนุก ก็จะทำให้อยากเรียน เมื่ออยากเรียนก็จะทำให้ทำคะแนนวิชานั้นๆ ได้ดี
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 มิถุนายน 2558 เวลา:23:22:51 น.
  
อยากให้มีโรงเรียนแบบนี้เยอะๆ
ซึ่งคงยากมากในปัจจุบัน

โรเงรียนทางเลือกดูจะใกล้เคียง
แต่ก็ไม่คงไม่เหมือนจริงๆ
เพราะอย่างไรก็ยังต้องอิงกับระบบการเรียนการสอนแบบปกติที่เป็นอยู่

เห็นเด็กเรียนเยอะๆแล้วสงสารนะครับคุณเกศ
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มิถุนายน 2558 เวลา:14:04:41 น.
  
โฮมสคูลเป็นคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจนะครับ
คุณครูอาสาแต่ละคน จบ CalTech จบ Harvard นี่ระดับโลกเลย แจ๋วกว่าครูมหาวิทยาลัยดังๆอีก
โดย: ชีริว วันที่: 10 มิถุนายน 2558 เวลา:21:48:09 น.
  
อ่านแล้วคิดถึงพี่สาวคนนึง เป็นบล็อกเกอร์ในบล็อกแกงเลยค่ะ พี่เค้าให้ลูกชายเรียนแบบ homeschool เหมือนกัน แต่พี่เค้าอยู่เมกา

ตอนนี้เมืองไทยมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นนะคะ คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวแปรสำคัญมากจริงๆค่ะ ยินดีไปสองสาวตัวน้อยบ้านนี้ ที่ได้มีโอกาสหลุดจากกรอบ และได้เรียนรู้ในสิ่งที่เป็นตัวตนเค้าจริงๆ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะค้า
โดย: AdrenalineRush วันที่: 11 มิถุนายน 2558 เวลา:0:00:31 น.
  
ชอบการสอนแบบนี้ค่ะ
Dondaran Education Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse วันที่: 14 มิถุนายน 2558 เวลา:1:31:39 น.
  
ขอติดตามนะคะ แม่น้องทับทิมอายุ 5 ปี 3 เดือน เห็นแบบอย่างแล้วเป็นแรงบันดาลใจที่ดีจังคะ
โดย: แม่มะกอก IP: 223.206.148.200 วันที่: 14 มิถุนายน 2558 เวลา:12:01:36 น.
  
แนะนำ //www.SatitSmartKids.com แหล่งรวม แนวข้อสอบเก่า ป.1 เครือสาธิต รร.คาทอริก และรร.ที่มีชื่อเสียงชั้นนำ เผื่อเป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมให้ลูกค่ะ
โดย: แพรพรรณ IP: 58.10.71.114 วันที่: 29 มกราคม 2560 เวลา:7:21:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Dondaran
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]