โลกมีไว้ให้เหยียบ .................ไม่ได้มีไว้ให้แบก
Group Blog
 
 
เมษายน 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
8 เมษายน 2562
 
All Blogs
 
NavyFrog Trail Challenges 2019. ปี2 The Reverse ภาคต่อ(2)



ภาคต่อ (2) NavyFrog Trail Challenges 2019..ปี2 The Reverse

ความที่บอกว่า พอแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว เข็ดแล้วกับสนามนี้ มันก็เหมือนกับคนที่เคยกินแต่ส้มตำไทยไม่เผ็ด แต่พอเจอตำปูปลาร้ารสแซ๊บจัดจ้าน ก็ร้องยี้ เข็ด ไม่เอาอีกแล้ว ...แต่ก็ต้องกลับมาลองใหม่ แล้วติดใจไม่กลับไปสั่งตำไทยอีกเลย

ขึ้นปี2 สนามเดิม ระยะเท่าเดิม ที่เพิ่มเติมและปลี่ยนแปลงคือ The Revere วิ่งย้อนทางกับปีที่แล้ว แถมให้วิ่งกลางคืน 
....แม่เจ้า วิ่งกลางป่า กลางเขาว่ามันเหนื่อย ยาก ลำบากแล้ว ครั้งนี้มันเปลี่ยนอารมณ์ยิ่งกว่าอีก ให้วิ่งกลางคืน โดยนักวิ่งทุกคนถูกบังคับว่าต้องมีไฟฉายติดหัว (head lamp) เพิ่มเงื่อนไข เพิ่มภาระ เพิ่มอุปสรรคให้นักวิ่งเข้าไปอีก  ผมสมัครในระยะ25km มีเวลาcut off 7ชั่วโมง โดยเริ่มปล่อยตัวเวลาเที่ยงคืน (00:00น) นั่นหมายความว่าถ้าผมจะวิ่งให้ทันเวลา ผมต้องวิ่งมาเข้าเส้นชัยก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แน่นอนไฟฉายต้องติดหัวและกลายเป็นอวัยวะอีกส่วนหนึ่งของร่างกาย ต้องกลับมาให้ครบ33ประการ

อุปกรณ์บังคับสำหรับนักวิ่งระยะ25กม...เป้ใส่น้ำ1ลิตร ไฟฉาย อาหารสำรอง ถ่านไฟฉายสำรอง +ไฟฉายสำรอง ยาสามัญประจำตัว 
แบตเตอรี่สำรองของโทรศัพท์ (อุปกรณ์บังคับทั้งหมดนี้เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่ง) ที่ทุกคนต้องมี จนท ตรวจเช็คก่อนลงทะเบียน หากมีไม่ครบก็งดลงทะเบียน อดวิ่ง หรือต้องจัดหามาให้ครบก่อนปิดลงทะเบียน
อีกอย่าง งานนี้เฮี๊ยบมาก ห้ามซื้อ-ขาย เปลี่ยน โอน BIB ใครที่สมัครไว้แล้วมาร่วมแข่งขันไม่ได้จะด้วยเหตุใดก็ตาม ต้องสละสิทธิอย่างเดียว 

ถึงเวลาปล่อยตัว ลำดับของผมอยู่ block D เวลาปล่อยตัวเที่ยงคืนครึ่ง (00:30)โดย block A ถูกปล่อยออกไปก่อนตั้งแต่ 00:00 และตามด้วย B C และ D ห่างกันบล็อคล่ะ10นาที

เสียงโหมโรง เขย่าขวัญ สัญญาณทิ้งระเบิดถล่มหาดน้ำใส ปล่อยตัวนักวิ่งออกไปตามชายหาด ให้ทรายซับพลังตัดกำลังขาออกไปก่อน จากนั้นให้วิ่งวนขึ้นทางเรียบๆปลอบใจ ก่อนจะให้ไต่บันไดขึ้นเขา อากาศอบอ้าวมาก ตามพยากรอากาศว่าคืนนี้อาจจะมีฝนลงมา วันนี้ผมใส่เสื้อรัดกล้ามแขนยาวไว้ข้างใน ใส่เสื้อวิ่งทับ เพราะว่าผมมีอากรแพ้แมลง กลัวว่าวิ่งกลางป่าจะโดนแมลงกัดต่อยแพ้ได้ง่ายจึงใช้เสื้อรัดกล้ามป้องกัย  ...แต่สภาพอากาศมันโหดมาก วิ่งขึ้นบันไดต่อถึงยอดเขาลมทะเลจะเป่าก็ไม่มีเลย ตัดสินใจนั่งลงข้างๆพี่ทหารที่เป็น จนท เช็คพ้อยท์อยู่ตรงนั้น  ผมถอดเสื้อรัดกล้ามออก เหมือนเอาตัวเองออกจากห้องอบๆเลยครับ ต้องถือเสื้อรัดกล้ามที่ชุ่มเหงื่อวิ่งลงบันได แสงไฟจากหัวนักวิ่งส่องแว๊บวับมองมาจากยอดเขาดูแล้วสวยงาม  แต่อยู่ดูนานๆไม่ได้ ต้องรีบวิ่ง เขาลูกแรกผ่านไปแบบไม่ลำบาก แต่ยังเหลือหนักๆอีก8ลูก ที่ต้องใช้การปีนป่าย ใช้2มือพอๆกับใช้2เท้าวิ่ง เส้นทางแคบๆวิ่งได้ทีละคน บางจุดอาจจะหลบเลี่ยงแซงได้บ้างนักวิ่งติดตามจุดขึ้น-ลงเขา บางจุดติดเพราะคนข้างหน้ากลัวไม่กล้าไป บางจุดติดเพราะความยากของเส้นทาง ...อันนี้ต้องยอมรับว่ามีนักวิ่งเทรลหน้าใหม่ ที่อยากลองเพราะคำล่ำลือโดยไม่ได้ประเมิณศักยภาพของตัวเองกับสภาพสนาม ทำให้ตัวนักวิ่งเองที่เป็นอุปสรรคใหม่ของนักวิ่งคนอื่นเพิ่มขึ้นมา 
สภาพนักวิ่งติดบนเขาไม่ต่างอะไรกับรถติดช่วงขาออกของเทศกาลสงกรานต์

ปีนเขาไม่สูงมากแต่ระดับความชันบางจุดมันพอๆกับปีนเสาสัญญาณโทรศัพท์ต้องใช้ทั้งกำลังขา กำลังแขน สภาพพื้นผิวเป็นหินก้อน หินลอย ละสายตาจากเท้าอาจจะก้าวพลาดได้ทันที ขณะที่พื้นผิวทางเรียบ ก็เป็นฝุ่นผงที่คลุ้งขึ้นมาจากฝีเท้าวิ่งของนักวิ่งข้างหน้า 
ปีนป่าย ไต่เขาลูกแล้ว ลูกเล่า บ้างก็โหนเชือกดึงตัวขึ้น บางจุดทางลงชันมากต้องโหน เกาะราวเชือกลงมา บางคนหมดต้องนั่งหลบทางข้างต้นไม้คอยรับเสียง สู้ สู้ นะ เป็นกำลังใจให้ตัวเอง หลายๆคนคงคิดในใจเหมือนผม นอนอยู่บ้านดีๆไม่ชอบ มาอดหลับอดนอนลำบากทั้งตัว เจ็บระบมทั่วร่างทำไม  ตลอดเส้นทางผมแอบเห็นสายตาบางคนว่าหมดแล้วจริงๆ   

ผ่านมาได้ราว6กม ส่วนมากจะเดิน เพราะสภาพเส้นทางมันวิ่งไม่ได้ ผมเริ่มจิบน้ำ สลับกับกัดแทะลูกอินทผาลัมที่น้องฝ้าย เพื่อนร่วมทีมเตรียมไว้ให้2เม็ด ความหวานของอินทผาลัมมันช่วยเรียกพลังได้ดีจริงๆ จุดที่ติดผมก็แทะอินทผาลัมรอไปครับ

ผมไม่คิดที่จะจอดพัก เพราะประสบการณ์จากปีที่แล้วมันสอนผมเอาไว้ ถ้าจอดพักกล้ามเนื้อมันจะตึง
ใจมันจะหมดไม่อยากไปต่อ  ผมค่อยก้าวเท้าเกาะตามโขดหินดันตัวขึ้นเขาทีละก้าว อย่างน้อยก็แซงคนที่จอดรายทางได้ เมื่อถึงทางลง ก็เลือกที่จะก้าวเร็ว แบบระวังแต่ไม่วิ่ง เพราะกลัวกลิ้ง

ยิ่งระวัง ยิ่งเจ็บ ทุกครั้งที่ใจมันเหม่อ สมาธิหลุดออกจากเท้า ก็เกิดเรื่องกับเท้าทุกครั้ง เท้าซ้ายพลิก4ครั้ง แต่ละครั้งมันดึงน้ำตาออกมาแทนเหงื่อได้ 
สิ่งที่กลัวจะเกิดเหมือนปีที่แล้ว ระวังอย่างดี ...ไม่แคล้วเช่นกัน  สะดุดตอหัวคะมำ ทิ่มลงคลุกฝุ่นกลางป่า หมดคำบรรยาย เสื้อรัดกล้ามที่ถอดออกมาถือไว้ในมือที่คอยซับเหงื่อ บีบเหงื่อทิ้ง ลงไปคลุกกับฝุ่น
น้ำที่พกมา2ขวดก็จิบไปแล้วเหลือไม่ถึงขวด หากจะใช้ล้างแขน ขา และเสื้อ เหลือระยะทางอีกราว7กิโลแม้ว จะถึงจุดให้น้ำ จะทำยังไง ตัดสินใจวิ่งต่อในสภาพที่เนื้อตัวเป็นหนุมานนคลุกฝุ่น ...เหงื่อที่ไหลอาบใบหน้ามันพาเอาฝุ่นที่เลอะหน้ามาเข้าปากเข้าหางตา จะเช็ดก็ไม่ได้เพราะ2มือก็มีแต่ดิน 
 ...ยังพอคิดได้ กลับเสื้อรัดกล้ามเอาด้านเลอะเข้าข้างใน กลับข้างในมาข้างนอก ใหพอซับเหงื่อที่จะไหลเข้าไปได้บ้าง ทนวิ่งๆ เดินๆ ปีนๆ ป่ายๆ มาเรื่อย ขึ้นๆ ลงๆ 
หลุดเขามาได้ถึงทางดำ พระเจ้าช่วย มีจุดให้น้ำ จุดย่อยพอดี ถือโอกาศเติมน้ำให้เต็ม2ขวด และล้างหน้า ล้างมือ ล้างแขนที่เลอะดินออกบ้าง พอสบายใจได้บ้าง จากจุดนี้ไม่กี่ร้อยเมตรก็โดนเส้นทางบังคับให้ขึ้นเขาอีกครั้ง  ทำไมนะ..คืนสุดท้ายของเดือนมีนาคม มันมีแต่ขึ้นกับขึ้น

โปรดติดตามภาคต่อ(3)ในโพสต์ต่อไปนะครับ








Create Date : 08 เมษายน 2562
Last Update : 8 เมษายน 2562 20:03:34 น. 0 comments
Counter : 329 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ChadChad
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ChadChad's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.