"Wall in your heart!"
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
26 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

...เคล็บลับการครองรักให้ยืนนาน...



รศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มี “เคล็ดลับการครองรักให้ยืนนาน” มาบอกกับทุกคน โดยเฉพาะคู่รักที่แต่งงานกันแล้ว


รศ.นพ.รณชัย บอกว่า เคล็ดลับการครองรักให้ยืนนาน มีดังนี้


1. บอก “รัก” ทุกวัน ใคร ๆ ก็อยากได้ยินคำว่า “รัก” จากคนที่ตัวเองรัก เป็นคำที่ฟังได้บ่อยครั้งอย่างไม่รู้เบื่อ และคู่รักส่วนใหญ่มักใช้คำนี้เป็นตัวตัดสินที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน วันนี้คุณบอกรัก กับคนรักของคุณหรือยัง? อย่ามัวแต่เขินอายหรือกระดากใจ เพราะคุณสามารถบอกรักได้ทุกวัน เพราะมันจะเป็นเสมือนผงชูรสที่ช่วยชูรสชาติชีวิตรักของคุณให้หอมหวานกลมกล่อม


2. พูดคำหวานให้เป็นเรื่องปกติ เช่น “ที่รักจ๊ะ”... “ที่รักจ๋า” เป็นคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยจนนับครั้งไม่ถ้วนจากคู่รักข้าวใหม่ปลามัน และมักจะหายไปกับกาลเวลา ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็อยากได้ยินจากกันและกัน คำชื่นชมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสิ่งต่าง ๆ ที่เขาทำให้กับคุณ หรือคุณทำให้กับเขาจะเป็นเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจให้ชีวิตคู่เจริญงอกงามเหมือนต้นไม้ที่ผลิดอกออกผลมีสีสันสวยสดงดงาม เช่น “สิ่งที่คุณทำให้กับฉันช่างวิเศษจริง ๆ” “คุณเป็นคนพิเศษกว่าใคร ๆ” “ทุกครั้งที่มีปัญหา...คุณทำให้ฉันรู้สึกสบายใจได้เสมอ”


3. “ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” คำสองคำที่จำให้ขึ้นใจ อาจเป็นคำธรรมดา และเป็นคำ ง่าย ๆ ที่หลายคนอาจไม่นึกถึง แต่เป็นคำที่มีความหมายมากสำหรับชีวิตคู่ เพราะยิ่งอยู่ใกล้กันมากอาจทำให้ลืมระวังความรู้สึกละเอียดอ่อนและเปราะบาง ยิ่งรักมาก ก็รู้สึกอ่อนไหวมาก บางครั้งเรื่องเดียวกัน คนอื่นทำอะไรไม่พอใจนั้นอาจทำร้ายความรู้สึกได้ไม่เท่ากับคนรักทำให้เสียใจ พูดคำว่า “ขอบคุณ” เมื่อคุณรู้สึกดีกับสิ่งที่เขาทำให้กับคุณ เอ่ยคำว่า “ขอโทษ” เมื่อทำผิดและทำให้เขาต้องเสียใจแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม


4. รู้จักถอย และรู้จักยอมให้เป็น โดยไม่มีใครถือทิฐิเพราะความรักไม่มีเรื่องของศักดิ์ศรี และทิฐิต่อกัน




5. ให้อภัยกับคนที่รักเสมอ การให้อภัยคือของขวัญอันยิ่งใหญ่และล้ำค่าต่อคนรัก ไม่ว่าคุณหรือคนรักจะเคยทำผิดพลาดอะไรลงไปหรือทำผิดต่อกัน ขอเพียงให้อภัยกัน เรื่องเลวร้ายก็จะกลายเป็นเรื่องดี อย่าลืมว่าไม่มีใครที่จะไม่เคยทำผิดในชีวิต


6. อย่าให้น้ำผึ้งพระจันทร์เริ่ม “ขม” แต่งงานแล้วเรามักจะวางแผนฮันนีมูนทันที แต่เวลาผ่านไปเรามักคิดถึงการฮันนีมูนเมื่อถึงวาระครบรอบปีเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วเราสามารถวางแผนฮันนีมูนบ่อยครั้งเท่าที่ใจเราต้องการ และไม่ต้องรอ จนถึงวันน้ำผึ้งพระจันทร์เริ่มขมเสียก่อนจึงค่อยฮันนีมูนกันอีกรอบ


7. “ให้” แทนการคาดหวัง แน่นอนที่สุดว่าฝ่ายหญิงย่อมต้องการให้ฝ่ายชายรัก และเอาอกเอาใจเธอตลอดไป มีความเสมอต้นเสมอปลายไปรับไปส่งเหมือนอย่างที่รักกันใหม่ ๆ และบอกรักเธอสม่ำเสมอ ในขณะที่ฝ่ายชายก็ต้องการให้ฝ่ายหญิงยังคงความอ่อนหวานน่ารัก ช่างปรนนิบัติเอาใจ คอยดูแลตัวเองให้สวยใสเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งที่ต้องการไม่ได้เป็นไปตามที่ตัวเองคาดหวัง ต่างฝ่ายต่างก็จะผิดหวัง และพยายามเรียกร้องอีกฝ่ายมากขึ้น ก็จะทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจในที่สุด ถ้าต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ให้ ครอบครัวก็จะมีความสุข


8. หนักแน่น มั่นใจกันและกัน ความเชื่อมั่นเป็นหัวใจสำคัญของความรัก เมื่อเชื่อมั่นก็ต้องหนักแน่น เพื่อความมั่นใจในตัวซึ่งกันและกัน เมื่อได้ยินอะไรผ่านเข้ามาในหู ก็ต้องเป็นคนหูหนัก อย่าหูเบาเชื่ออะไรง่าย ๆ เพราะรังจะเป็นตัวบั่นทอนความรัก และความไว้วางใจที่มีต่อกัน


9. นึกถึงสิ่งที่ดี ๆ เสมอ ครั้งใดที่คุณรู้สึกโกรธคนรัก ให้คิดเสมอว่า อย่างน้อยเขาก็คือคนที่คุณรัก และเขาก็รักคุณ อย่าโกรธกันนานข้ามคืน ให้มองเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก อย่ามองเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ให้คิดเสมอว่า คนรักของคุณก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาย่อมทำพลั้งเผลอผิดพลาดกันได้


10. พูดทุกอย่างด้วยความรู้สึกจากใจ อย่าปิดบังและเก็บงำความรู้สึกที่แท้จริง ถึงคุณและเขาจะรักกันมากเพียงใดก็ตาม ให้จำไว้อย่างว่า ไม่มีใครสามารถจะรู้ใจใครไปได้ทุกเรื่อง บางอย่างอาจเกิดจากการคาดเดา และเมื่อคาดเดาก็อาจทายใจกันผิด ทำให้อีกฝ่ายคิดมากทั้งที่อาจไม่มีอะไรในกอไผ่เลยก็ได้


วันนี้วันวานของคุณและคนรักยังหวานอยู่หรือเปล่า? ถ้าคุณรู้สึกว่า ความรักเริ่มจืดจาง หรือเริ่มหวานน้อยลง ลองเติมน้ำหวานให้ความรักของคุณกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเติมได้ทุกครั้งที่ใจคุณต้องการ รับรองว่าน้ำผึ้งพระจันทร์จะไม่มีวันขมอย่างแน่นอน




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552
7 comments
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 9:18:47 น.
Counter : 1483 Pageviews.

 

ไม่หวานแย๊ววววว แงๆๆๆๆ

 

โดย: บุษบาแต้เตี้ยม 26 กุมภาพันธ์ 2552 11:58:18 น.  

 



ดีจ้า เป็นไงบ้าง ซำบายดีไหม จ๊ะ
ไม่ได้แวะมาสักระยะ แต่ยังคิดถึงเสมอนะคะ

ปล. ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับดีๆ ที่นำมาฝากน๊า

 

โดย: naragorn 1 มีนาคม 2552 23:25:20 น.  

 

ชอบและเห็นด้วยทุกข้อเลยครับ

 

โดย: everything on 2 มีนาคม 2552 5:42:12 น.  

 

สำหรับพี่
เหลือแต่ความรักของแม่ที่ให้ลูกเท่านั้นค่ะ
เพราะความรักของพี่ไม่มีแล้ว
ในยามที่มีเราก็รักตัวเองไม่เป็น...
พอถึงวันนี้ได้เจอใครที่ดีกับเรามากๆ เราก็ไม่รักเค้าอีก
ไม่มีอะไรพอดี.....

 

โดย: Jiji&Kaka 2 มีนาคม 2552 16:01:51 น.  

 

มาเยี่ยมเพื่อนค่ะ...ความไม่พอดี ของคนสองคนค่ะ มันไม่เท่ากัน
คนหนึ่งรัก คนหนึ่งแค่ชอบ...เฮ้อ...
รักคนที่เขารักเรา คงมีความสุขที่สุดแล้ว ในยามนี้ค่ะ
ไม่อยากทุ่มรักให้ใครอีกแล้ว...เผื่อใจไว้กับตัวเองบ้างค่ะ
มองคนในกระจก แล้วบอกว่า คนๆนี้แหล่ะ ที่เรารักที่สุดค่ะ.....

 

โดย: เด็กหัดเดิน 3 มีนาคม 2552 9:52:07 น.  

 

มาเยี่ยมจ่ะ .........คิดถึงเพื่อน

 

โดย: เด็กหัดเดิน 6 มีนาคม 2552 10:00:45 น.  

 

เข้มแข็งไว้นะเพื่อน......ถ้าเหนื่อยล้า

ให้โทรหาแม่นะ......

 

โดย: เด็กหัดเดิน 6 มีนาคม 2552 19:57:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


biebie999
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




"Erised stra ehru oyt ube cafru oyton wohsi"

"I show not your face but your hearts desire"
"ฉันไม่ได้แสดงภาพใบหน้าของคุณ แต่แสดงถึงความปรารถนาภายในใจ"

"เราเข้าใจว่าความรักของแม่และลูก เป็นความรักแบบหาที่สุดมิได้ แต่ความรักแบบคู่รัก เป็นความรักที่ช่วยหล่อเลี้ยงการดำเนินชีวิต"

พล่าม
เวลานี่ไวเหลือเกิน เผลอแป๊บ ๆ ก็ 36 แล้ว ชีวิตที่ผ่านมาได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาเกือบหมดแล้ว สิ่งที่อยากทำล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกในวัยเด็ก

ทุกครั้งที่แหงนมองฟ้า เห็นเครื่องบิน ตอนเด็กคิดว่าเราไม่มีทางขึ้นได้หรอก เพราะที่บ้านไม่มีเงิน

อยากขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ก็ได้ขึ้น

อยากไปต่างประเทศ ก็ได้ไป

อยากไปเที่ยวบ้าง ก็ได้ไป

อยากนั่งรถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ก็ได้นั่ง

อยากบวชพราหมณ์ ก็ได้บวช

อยากวาดรูป ก็ได้ทำ

อยากมีบ้านของตัวเอง ก็ได้มี

ชีวิตที่เหลือตอนนี้ ขอปลดหนี้ให้หมดก่อนตายและอยากทำให้แม่สบายกว่านี้

นั่งเพลิน ๆ ถามตัวเองว่าเรามาถึงช่วงปลายทางหรือยัง บางทีก็ตอบว่ามาถึงแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แต่อีกใจก็ยังอยากรู้ต่อไปอีกว่า ในอนาคตจะมีอะไรให้ได้ตื่นเต้นอีกไหม

หากเปรียบเป็นกราฟ ชีวิตเราตั้งแต่เกิดมีสูงมีต่ำและติดลบ ปัจจุบันนี้กราฟเป็นเส้นเรียบ ๆ ไม่สูงไม่ต่ำ แต่...ก็ไม่แน่นะ อาจจะเป็นเส้นตรงที่มีองศาต่ำลงก็ได้

เรียนรู้ตัวเองเมื่ออายุครบ 32
รักครอบครัว / รักแม่ / รักสันโดษ / ไม่ชอบสังคม / ขอมีเพียงเพื่อนที่เรียกว่ามิตรแท้สัก 1 คน ก็พอ / ความรักคือความผูกพันและการให้อภัย / เราสามารถอยู่คนเดียวได้ทั้งวันโดยไม่พูดกับใคร / ไม่สนใจคำนินทาใด ๆ รอบข้าง / ไม่ทนกับคนที่เราไม่อยากอยู่ด้วย

บ้าต้นไม้ / เลี้ยงสุนัข / ฟังเพลง POP, Jazz, Classic / คลั่งงานศิลปะ / อ่านหนังสือ / ชอบเสียงกีตาร์ / ไม่บ้าแฟชั่น / ไม่ชอบเสียงดัง / ชอบทำสมาธิ / ไม่ชอบแชต / ไม่ชอบคุยโทรศัพท์ / โลกส่วนตัวสูง / เพื่อนน้อย / อารมณ์ขัน / ดูหนังตลก / ชอบทำกับข้าว / ไม่ชอบล้างจาน / กลัวการขึ้นเครื่องบิน / ไม่ดื่มกาแฟ / ไม่ชอบบุหรี่ / ไม่ชอบดูละคร / ชอบกินผักผลไม้ / ไม่ชอบความเร็ว / ไม่เสแสร้งแกล้งโกหก / ไม่ชอบคนพูดปดปกปิด / ไม่ชอบเล่นเกม!

.....ขอใช้ชีวิตแบบสมถะ แบบนี้ตลอดชีวิต
Friends' blogs
[Add biebie999's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.