Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
19 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
ทำไมถึงเป็นคนไร้สุข


บล้อกที่แล้วปุ่นเขียนเร็วไปหน่อย เลยเหมือนอารมณ์เสียมาเขียน


จริง ๆ แล้ว เหมือนว่าโดนเวลากระตุ้นให้เขียนมากกว่า เลยออกมาห้วนไปหน่อย


ที่จริงปุ่นก็มีความสุขดี ไม่ทุกข์ร้อนใจเพราะใครทำ


 เพื่อนดี ๆ ก็ออกจะมีเยอะแยะ อย่างในบล้อกแก๊งค์เนี่ย เจอแต่คนดี ๆ  


เพียงแต่ อย่างที่บอก...เวลาเจอคนแล้วปุ่นจะชอบวิเคราะห์เป็นไฟล์เก็บไว้ในสมอง  หลัง ๆ มานั่งคิด มันสามารถจัดเอาไฟล์พวกนี้มาเรียบเรียงเป็นเรื่อง ๆ ได้ ซึ่งบางที มันอาจจะมีประโยชน์กับคนอ่านก็ได้เนอะ ถ้าไม่มี อย่างน้อยก็มีประโยชน์กับตัวปุ่นเอง ได้เอาความคิดที่ตกตะกอนมาเขียนไว้ซะที


วันนี้ขอต่อยอดจากตอนที่แล้ว...ในที่สุดก็ไม่มีใครรักเราเท่าครอบครัว  ต่อด้วย ทำไมถึงเป็นคนไร้สุข


ความสุขนี่มันอยู่ตรงไหนนะ


ตอนเป็นเด็กเล็ก ความสุขอยู่ที่ได้เดินจูงมือไปตลาดกับแม่ แม่ซื้อขนมครกให้กินก็สุขเหลือหลายแล้ว


โตขึ้น ความสุขมันช่างหาได้ยากขึ้น


อาจเป็นเพราะ ความอยากของเรามากขึ้นตามตัว ขนมครก กับ มืออ้วน ๆ ของแม่ ไม่ทำให้เรามีความสุขต่อไปแล้ว (ความคิดในตอนเริ่มเป็นวัยรุ่น --- > ก็แม่เริ่มบ่นมาก แล้วแม่ก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่มีเวลาไปตลาดกับเราอีกด้วย ฮึ)


เริ่มคิดว่า ถ้าหาเงินได้เยอะ ๆ คงจะมีความสุข


เวลาผ่านไป... เงินก็หาได้แล้วตามเวลาและประสบการณ์ ทำไมถึงยังรู้สึกขาด ๆ อะไรอยู่ก็ไม่รู้ มันเหงา ๆ กลวง ๆ อยู่ข้างใน สงสัยเงินจะไม่ใช่คำตอบ   เพราะว่าเงินที่หามาได้ คิดว่าเวลาใช้เงินคงมีความสุข แต่ว่า มันก็สุขแป๊บเดียว ตอนอยากได้ก็ซื้อ พอได้มาแล้วก็เฉย ๆ ก็จะไปอยากได้ของใหม่ ๆ ต่อไป ไม่จบ


สัญญาณที่บ่งว่าเป็นคนไร้สุข


สุขภาพไม่ดี 


อ้วน หรือคิดว่าตัวเองอ้วนอยู่ตลอดเวลา


ท้องผูก


นอนไม่หลับ


คิดกังวลเรื่องงาน เรื่องที่มากระทบใจ อ่อนไหวง่าย


ชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เช่น  ทำไมเขามีโน่นนี่ที่เราไม่มี อันนี้ไม่ดี ทำให้เราเป็นทุกข์ ที่จริง ควรมองสองด้าน คนเราไม่มีใครสมหวังได้อะไรหมดทุกอย่าง คนที่มีความสุขคือคนที่พอใจ เขาอาจจะมีน้อยกว่าเราก็ได้ แต่เขาพอใจ ความสุขมันก็เกิดขึ้น


อิจฉาคือไม่ยินดีที่คนอื่นมีความสุข ปวดใจว่างั้นเถอะ ถ้าแสดงออกแล้วไปทำร้ายเขา แบบว่าแดกดัน อันนั้นก็เป็นริษยา ถ้าเก็บไว้ในใจก็ทำร้ายตัวเอง อึดอัดนะ


ไม่พอ เติมใจตัวเองไม่เคยเต็ม


หงุุดหงิด เจ้าอารมณ์ ใครบอกใครเตือนไม่ได้ โดนจิกหัวกุด


เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า มีพี่คนนึง แกแต่งงานมาอยู่เยอรมันไม่กี่ปี  สามีก็ตกงาน จากเคยเป็นหัวหน้างานต้องมากินเงินตกงาน สามีก็ทำใจไม่ได้ที่จะไปทำงานต่ำกว่าที่เคยทำ พี่คนนี้เลยต้องทำงานหนักมาก จนวันนี้ก็ล่วงเลยมาหลายปีที่พี่คนนี้ต้องทำงานเป็นหัวหน้าครอบครัว เพราะสามีไม่มีรายได้อื่นนอกจากสวัสดิการรัฐ  ตอนนี้เธอต้องทำงานหลายอย่างเพื่อจะได้เป็นหลักให้ครอบครัวได้  แต่เพื่อนก็บอกอีกว่า เวลาพูดถึงพักร้อน งานอดิเรก พี่คนนี้จะอารมณ์เสีย ไม่อยากคุยด้วย ไม่อยากฟัง  อันนี้เข้าประเด็นหลายอย่างที่กล่าวไว้ข้างบน


ที่จริงมีตัวอย่างอีกหลายเคส แต่อันนี้เห็นชัดสุด


 


เมืองที่เราอยู่ คนที่เราคบ ไลฟ์สไตล์ที่เราชอบ คู่ที่เราใช้ชีวิตด้วย (อันนี้สำคัญมาก)


ใช้เวลาเลือกให้พอ แล้ว พอใจ



มีหลายคนที่มาต่างประเทศโดยที่หวังจะเปลี่ยนแปลงฐานะ พอเจอคนมาชอบ ก็ตกลงปลงใจเลย โดยไม่ได้ศึกษาพื้นฐาน นิสัยใจคอกันอย่างถ้วนถี่   จริง ๆ อยากให้ผู้หญิงเรา อย่าตีค่าตัวเองต่ำ  ผู้ชายฝรั่งไม่ได้ดีหมดทุกคน  เมืองไทยเรา ระบบหลายอย่างด้อยกว่ายุโรปก็จริง แต่ผู้หญิงไทยเราเก่ง ๆ กันเยอะ ความคิดความสามารถไม่ด้อยกว่าผู้ชาย อยากให้ภูมิใจในตัวเอง เวลาเจอผู้ชายที่คุณสมบัติไม่พอ แล้วใจยังคิดว่าไม่ใช่ ก็อย่าเพิ่งใจร้อน ลองคบดูไปก่อน ว่าคนนี้จะทำให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้น หรือแย่ลง ถ้าคิดว่ามาแล้ว อยู่แบบนี้ได้ พอใจ ความสุขมันจะไปไหนเสีย 


อย่าคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีทางเลือกเลยต้องตัดสินใจคว้าไว้


 ขอบอกว่า ทุกคนมีทางเลือกเสมอ ความเสี่ยงอาจจะมีมากน้อยไม่เท่ากัน คิดให้ดี ทุกอย่างมีเวลาของมัน เลือกแล้วอย่ามองกลับหลัง คิดกลับไปกลับมา เสียดาย ควรใช้เวลาเลือกให้พอ


ที่จริงยังมีหลายประเด็น อย่างประเด็นสุขภาพกายที่ขอข้ามไปก่อนเพราะยาวมาก


เอาไว้พูดถึงตอนหน้านะคะ


Free TextEditor


Create Date : 19 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2553 18:32:25 น. 4 comments
Counter : 567 Pageviews.

 
ตามมาอ่านด้วยคนค่าคุณปุ่น
คนเราอยากมีมาก ก็ทุกข์มาก
จริงๆ เอิงว่าความสุขอยู่ใต้จมูกเรา
สุขกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ตัวเองมี สิ่งรอบๆ ตัวนะคะ
ว่าไปแล้วนึกถึงตัวเอง มีความสุขยามได้กิน
ไม่ว่าจะเป็นดินเนอร์หรูๆ หุหุหุ
หรือเดินไปกะคุณสามี โซ้ยพิซซ่าหน้าปากซอยก็สุขได้
อีกเรื่องของเอิงคือ เรื่องเดินเที่ยว ไม่ต้องไปไหนไกลค่ะ
แค่เดินไปดูของสวยๆ งามๆ วินโดว์ช้อป ก็สุขใจ๊สุขใจ
ใครเป็นอย่างเรามั่งไม่รู้ shopaholic คริคริคริ
พูดไปพูดมาเดี๋ยวคนหาว่าเราเป็นโรคจิต
ในบล็อกมีแต่พากิน พาเที่ยว เดินวินโดว์ช้อป 55555
ก็คนมันสุขน่ะค่ะ สุขไปสุขมา ถ่ายรูปมาอัพบล็อกซะเรย
ไม่เบื่อกันนะค้า



โดย: diamondsky วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:39:52 น.  

 
ความสุขอยุ่ที่ใจค่ะ


โดย: เชิญจุติ วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:06:58 น.  

 
ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่การรู้จักความพอดีจริงๆเนอะ เมื่อใดที่รู้จักความพอดี เมื่อนั้นความสุขก็เกิด ส่วนความอิจฉาริษยา ถ้าเกิดขึ้นแล้วคิดในแง่ลบก็จะออกมาแบบที่ปุ่นว่า อิจฉาแล้วอยากชิงดีชิงเด่น เค้ามีเราก็จะมีบ้าง แข่งกับกับเค้า อึดอัด ชีวิตไร้สุข แต่ถ้าคิดในแง่บวก คือเปลี่ยนรูปความอิจฉามาเป็นแรงบันดาลใจแทน แล้วเอาตรงนั้นมาเป็นแรงผลักดันให้เราหาหนทางของตัวเองเจอ และประสบผลสำเร็จบ้าง แบบนั้นน่าจะดีกว่าเนอะ

อ้อมชอบที่ปุ่นเขียนวันนี้นะ เพราะมันตรงใจและตรงกับสิ่งที่ตัวเองคิดพอดี เราคิดคล้ายๆกันเนอะจะว่าไปแล้ว

คุยเรื่องที่คุยค้างไว้คราวก่อนดีกว่า...
หมกมุ่นเรื่องแต่งบ้านอ้อมว่าดีออก ฮี่ๆๆ ที่พูดเพราะตัวเองก็เป็นน่ะ มีความสุขและสนุกดีเนอะ เมื่อก่อนก็สนุก แต่ตอนนี้มันยิ่งสนุกกว่าเพราะว่ามันเป็นบ้านของเราเอง ทำอะไรๆไปมันก็เป็นของเราเอง อิอิ

ตอนนี้กลิ่นเหม็นๆที่ติดคอติดจมูกจากบ้านหลังนั้นหายไปแระ ดีใจๆ
ติดอยู่ตั้งนานเลยนะเนี่ยกว่าจะลืม ไอ้โรคเมซซี่นี่อ้อมว่าใครๆก็เป็นกันนะ แต่อาจจะมากน้อยหรือแสดงอาการแตกต่างกัน อย่างเราเองก็อาจจะเป็นอยู่บ้างโดยไม่รู้ตัว เพราะบางทีก็รู้สึกว่าไม่อยากทิ้งนู่นทิ้งนี่อยู่บ่อยๆ แต่คือเป็นกำลังดี ไม่เท่ากับบ้านหลังนั้น ขนาดนั้นรับไม่ได้จริงๆนะ

ทำหน้าที่เป็น house sitter นี่ท่าทางน่าสนุกนะปุ่น แต่แถวนี้อ้อมว่าคนเค้าคงไม่ฮิตทำกันอ่ะ อาจจะมีอย่างมากแค่ฝากกุญแจไว้กับพ่อแม่ ญาติ หรือเพื่อนที่ใกล้ชิด ให้ไปดูบ้านเป็นครั้งคราวตอนเราไม่อยู่ก็แค่นั้นมั้ง แต่อย่างเมกาหรืออังกฤษ หรือออสเตรเลียที่ปุ่นไป เค้าคงทำกันเป็นล่ำเป็นสัน เหมือนเบบี้ซิทเท่อด้วยอ่ะเนอะ ที่นี่ไม่มีเลย อย่างน้องสาวแพทริคกับสามีเค้าเวลาไปงานเลี้ยงเค้าจะฝากลูกไว้กับพ่อแม่ หรือถ้าพ่อแม่ไม่ว่างก็พี่สาวสามีแทน ไม่นิยมจ้างพี่เลี้ยงเด็กอ่ะ


โดย: ~ Cerulean Blue ~ วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:32:34 น.  

 
หวัดดียามค่ำคืนค่ะคุณปุ่น
ทางนี้ฝนยังตกไม่หยุด ตกมาสามวันแล้วน่ะค่ะ
แบบปรอยๆ ไม่หนักมาก น่าเบื่อนิดๆๆๆๆ
เอิงอยู่บ้านทั้งวันอาทิตย์ ขี้เกียจออกไปข้างนอกค่ะ
กลัวเป็นหวัด นอนพักผ่อน ดูทีวี อ่านบล็อกคนอื่นดีกว่า อิอิอิ
ทางอิตาลี ไม่เห็นมีกลูไวน์น่ะค่ะ
มีแต่ไวน์เพียวๆๆๆๆ ดื่มกันเห็นๆ อิอิอิอิอิ
ทางนี้บางครั้งเค้าก็ดื่มไวน์ กับทานชีสชิ้นเล็กๆ ไปด้วยนะคะ
หรือถ้างานชิมไวน์ เค้าจะจัดให้มีช็อคโกแลตไว้ทานเล่น
ไวน์กะช็อคโกแลต เอิงก็เพิ่งมาเห็นที่นี่ล่ะค่ะ
อร่อยไปอีกแบบ เคยได้ชิม อร่อยดี แต่เอิงดื่มไม่บ่อยค่ะ
ไวน์ดื่มแค่ถ้าได้ทานเนื้อวัว สเต็ก เห็นเค้าจิบกันเลยเอามั่ง
ไวน์ทางนี้รสชาดดี ส่วนใหญ่มาจากเขตทัสคานี
อรุยยยยย พูดไปพูดมาเหมือนสันทัด จริงๆ ไม่เลย
แต่ชอบถามคุณพ่อของสามี เธอคอไวน์ตัวจริง รู้เยอะมาก
ไว้วันหลังถ้าได้ไปงานชิมไวน์ จะถ่ายรูปมาให้ดูกันนะคะ


โดย: diamondsky วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:33:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Bananarumba
Location :
โคโลญจ์ Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




จากเชียงราย ผ่านเชียงใหม่ ไปกรุงเทพ ปัจจุบันลงตัวอยู่ที่โคโลญจ์ มีความสุขดีเหมือนเป็นบ้านที่สอง
ผ่านชีวิตมาเกือบครึ่งคนแล้ว เขียนบล้อกมาหลายปี จากตอนแรกที่อยากเขียนเพราะต้องการแบ่งปันและอยากมีเพื่อน ตอนนี้จุดหมายในการเขียนเปลี่ยนไปเป็น เขียนเพราะใจอยากเขียน รู้สึกรักภาษาไทยเหมือนเป็นนางงามมิตรภาพ
กิจการปิ่นโตดำเนินไปด้วยดีค่ะ ขอขอบคุณที่สนใจคลิกเข้าไปดูเว็บไซด์นะคะ
กิจการของปุ่นเองค่า
Friends' blogs
[Add Bananarumba's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.