Welcome Comments For Hi5

Hi5 SmileySmileyLife isn't about finding yourself. Life is about creating yourself.SmileySmiley

Group Blog
 
All blogs
 

[7][เสริมจมูก] Day #2

Written Date: 01/12/2007


วันที่ 2 แล้ว ..เมื่อคืนจมูกเริ่มบวมและเกิดอาการบวมแดงจากการอักเสบค่ะ ก้อเอาถุงน้ำแข็งประคบๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ


ตอนแรกมันเริ่มแดงจัด..จมูกจะเริ่มรู้สึกร้อนๆ... เนื้อที่ส่วนปลายจมูกก้อจะแข็งขึ้น... อ่านกระทู้คนอื่นมานาน เพิ่งจะเข้าใจก้อเมื่อวานนี่อ่ะค่ะ ว่าจริงๆแล้วมันเปงไง มันจะตึงมากค่ะ แต่พอเอาถุงน้ำแข็งประคบไปเรื่อยๆ สักพัก...เปลี่ยนจุดไปเรื่อยๆ อาการบวม แดง และเนื้อจมูกแข็งเป็นสีแดงๆ ก้อเริ่มยุบ รู้สึกสบายมากขึ้นค่ะ



ก่อนที่จะลาพักร้อนเพื่อไปเสริมจมูก...พี่น้องเพื่อนพ้องที่ออฟฟิศก็ให้ของขวัญเราด้วยอ่ะ เป็น vcd หนังเกาหลีเรื่อง "200 Pound Beauty ฮันนะซัง สวยสั่งได้" ...เป็นเรื่องเกี่ยวกับนางเอกสาวผู้ขาดความเชื่อมั่น..จนต้องไปทำศัลยกรรมมาทั้งตัว อยากให้เพื่อนๆ ลองหามาดูกันค่ะ เป็นหนังที่ดูแล้วทั้งเศร้า,,,ตลก,,และมีสาระแฝงอยู่ด้วยนะ ช่วงที่ฮาๆ ขำๆ เราก้อไม่กล้าหัวเราะมาก กลัวแผลจะปริอ่ะค่ะ..เลยต้องเอามือบีบปลายจมูกไว้ ..ถึงจะหัวเราะได้ หุหุ แต่ๆๆๆ...ไม่ต้องไปทำศัลยกรรมเยอะแยะมากมายเหมือนนางเอกในเรื่องนี้หรอกนะคะ

สิ่งที่เราได้จากหนังเรื่องนี้คือ ศัลยกรรมช่วยเปลี่ยนได้แค่รูปร่างหน้าตา แต่ไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนที่แท้จริงภายในของคนเราไปได้ หน้าตาสวยแล้ว...น้ำใจต้องงามด้วยนะคะ อันนี้สำคัญกว่าค่ะ





เอาล่ะค่ะ..กลับมาเรื่องเสริมจมูกกันต่อ

สำหรับการล้างหน้า..เราไม่มีปัญหาเรื่องนี้อ่ะค่ะ เพราะคุณหมอไม่ติดพลาสเตอร์ให้ ถึงจะอ้อนวอนร้องขอยังไง คุณหมอก็บอกว่าไม่จำเป็นค่ะ หมอบอกว่าจะติดไปทำไมให้กาวเหนียวๆ ติดบนจมูก แต่ก็ยกเว้น สำหรับคนที่ต้องดามเฝือกจมูกไว้...ก้อจะแปะพลาสเตอร์บนจมูกด้วยค่ะ

บริเวณที่ต้องล้างแบบระวังหน่อยก้อคือ หน้าผาก...เพราะกลัวว่าน้ำจะไหลลงมาโดนแผลข้างๆ จมูก เราก้อใช้ผ้าขนน้ำชุบน้ำมาเช็ดตรงหน้าผากหลายๆรอบหน่อย ส่วนที่แก้ม..ก้อเปิดน้ำฝักบัวล้างแบบเบาๆ อ่ะค่ะ



วันนี้...เราคิดว่าจะประคบเย็นต่อไปอีกหนึ่งวันค่ะ เพราะว่าปลายจมูกยังคงแดงอยู่อีกนิดส์ๆ ซึ่งก้อเปงอาการอักเสบนั่นล่ะค่ะ แล้วก้อทานยาลดบวมและยาแก้อักเสบที่คุณหมอให้มาครบทุกมื้อตามปกติ



อ่อ.. พอดีเราไม่มีเวลาว่างไปซื้อยาจีนที่เยาวราชตามที่น้องหนิงแนะนำไว้ ก้อเลยซื้อแบรนด์ซุปไก่ผสมถั่งเฉ้ามาดื่มแทน เพราะช่วยเรื่องแผลผ่าตัดเหมือนกันอ่ะค่ะ ก้อดื่มทุกเช้าวันละหนึ่งขวดอ่ะค่ะ ดื่มง่ายค่ะ...เพราะกลั้นหายใจ ฮ่าๆๆๆ เอาแช่เย็นไว้ เวลาจะดื่มก้อใช้หลอดดูดแทน ซู๊ดดดดด เดียว...หมดค่ะ

พรุ่งนี้จะมาอัพเดทใหม่นะคะ..บายๆค่า




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 5 มิถุนายน 2551 17:18:26 น.
Counter : 2616 Pageviews.  

[6][เสริมจมูก] Day #1

Written Date : 30/11/2007


เมื่อวานพอกลับมาถึงบ้าน ประมาณว่ายาชากำลังหมดฤทธิ์..รู้สึกเจ็บระบมเหงือก ตรงช่วงฟันหน้าแถวบนมากๆ สืบเนื่องมาจากโดนฉีดยาชาอ่ะค่ะ แล้วเลือดก้อยังซึมออกมาเป็นระยะๆ อีกประมาณ 1 ชั่วโมง พอดีเปงคนเลือดน้อย..ตอนทำเลือดออกไม่มาก แล้วก่อนที่เย็บปิดแผลหมอเค้าก้อเอามือกดคัดเลือดที่คั่งข้างใน..รวมทั้งยาชา อ่ะค่ะ ออกมาทางแผลแล้วด้วย

คุณหมอบอกให้ใช้ cotton bud ค่อยๆ แตะซับไปถ้าเลือดออก การที่เราซับเลือดทิ้งนี่ดีนะคะ ทำให้เลือดไม่แห้งแข็งเป็นก้อนในรูจมูก เด๋วขาดอากาศหายใจละเปงเรื่อง หุหุ เราใช้ cotton bud หมดไปร้อยก้านค่ะ 1 ห่อพอดี๊พอดี..นี่ขนาดเลือดน้อยนะเนี่ย





รู้สึกแสบแผลแค่ช่วงแรกหลังยาชาหมดอ่ะค่ะ พอทานยาและซับเลือดไป มันก้อหายเจ็บแล้ว คุณหมอจ่ายยามาให้ 5 อย่างค่ะ มียาลดบวม 2 ชนิด, ยาแก้อักเสบ, ยาปฏิชีวนะสำหรับฆ่าเชื้อ และพาราโดราเอมอน..เอ้ย พาราเซตามอลสำหรับแก้ปวดอ่ะค่ะ ยาทุกตัวให้ทานติดต่อกันประมาณหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ยกเว้นยาแก้ปวดหมอจ่ายให้มาแค่ 2 วันเอง

เราก้อเอาน้ำแข็ง 2 ก้อนใส่ถุงพลาสติกแบบมีซิปล๊อคปากถุง แล้วก้อเอาผ้าเช็ดหน้าห่อไว้ ก่อนเอามาประคบที่สันจมูกทั้งสองข้าง พอเอาน้ำแข็งใส่ไปสองก้อนมันจะเย็นพร้อมกันทั้งซ้ายและขวาอ่ะค่ะ เมื่อคืนก้อประคบไปจนหลับคาถุงน้ำแข็งนี่ล่ะค่ะ




เมื่อคืนนอนหลับสบายดีมาก..ไม่ปวดไม่เมื่อย ก้อแบบนอนธรรมดานี่ละ..แค่เอาหมอนมาซ้อนกัน 2 ใบให้สูงกว่าเดิม พลิกซ้ายตะแคงขวาตามปกติ คุณหมอย้ำนักหนาว่านอนตะแคงได้เลย แกรับประกันว่าไม่เอียงแน่ๆ แถมตอนทำเสร็จใหม่ๆ ก้อจับจมูกเราโยกไปมา โฮกกกกก

เด๋วเราขอตัวไปทานข้าวก่อนนะ..จะได้ทานยาอ่ะค่ะ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2551 3:47:42 น.
Counter : 1540 Pageviews.  

[5][เสริมจมูก] Let's do it !!... สวยได้อีก

Written Date: 29/11/2007

มารายงานตัวแล้วค่าาาาาาาาาาาา

ไปถึง รพ.ตั้งแต่ 9 โมงเช้า จริงๆ แล้วนัดไว้ตอน 10 โมงค่ะ ก่อนอื่นเลย...เมื่อเช้ารีบตื่นมาตักบาตรก่อน อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรค่ะ พอดีตื่นเต้นแล้วก็กลัวรถติดก็รีบออกมาแต่เช้าเลย นอกจากนั้น เราได้เตรียมพวงมาลัยไปไหว้พระพรหมและศาลพระภูมิที่ด้านหน้า รพ. ก่อนด้วยอ่ะค่ะ...ก็เพื่อบอกกล่าวและขอพรจากท่านให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ คือของแบบนี้..นอกจากฝีมือของหมอแล้ว ยังต้องพกดวงไปด้วยค่ะ

เข้า้ห้องผ่าตัดประมาณ 11 โมง ก่อนผ่าตัด คุณหมอก็ได้วัดส่วนสัดของจมูกเดิมอีกครั้ง แล้วเอาปากกามา mask วาดเส้นกึ่งกลางจมูก โดยการวัดเพื่อเป็นการกะให้ซิลิโคนที่เสริมอยู่ตรงกลางไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และคุณหมอก็เริ่มเหลาซิลิโคน แล้วเอามาทาบกับจมูกเรา เพื่อเช็คดูว่าพอดีกับฐานจมูก ก่อนเอากลับไปเหลาใหม่อีก คุณหมอใช้เวลาเหลาเตรียมซิลิโคน 30-45 นาที...นอนรอจนง่วงอ่ะค่ะ พอเรียบร้อยแล้ว ก็ให้พยาบาลเอาแท่งซิลิโคนไปฆ่าเชื้อ





แล้วคุณหมอก็บอกเราว่า..เอาล่ะได้เวลาเจ็บตัวแล้ว ถึงเวลาฉีดยาชาค่ะ ขอบอกว่าคุณหมอไม่ได้ให้ทานยานอนหลับหรือให้ยานอนหลับผ่านสายน้ำเกลือก่อนฉีดยาชานะคะ เป็นการฉีดแบบดิบๆ สดๆ ...ก่อนฉีดยาชา คุณหมอก็บอกว่า ห้ามยกมือขึ้นมาบริเวณหน้าโดยเด็ดขาด เพราะเด๋วจะปัดไปโดนเครื่องมือที่ยึดตรงจมูกไว้ได้

ยาชาเข็มแรกลงมา...ไม่เจ็บค่ะ คุณหมอมีอเบาและเดินยาชาแบบช้าๆ จำได้ว่ารอบแรกโดนไป 5 เข็ม บริเวณจมูกทั้งหมดจะรู้สึกชา

ตอนที่คุณหมอทำการผ่าตัดก็รู้สึกตัวตลอด..คุณหมอก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ และเปิดเพลงสุนทราภรณ์คลอไปเบาๆ แต่ก็ได้ยินเสียงตอนคุณหมอเหลาหรือตะไบกระดูกในจมูก..ดังครืดๆๆ

หุหุ..จริงๆ แล้วตอนนั้นไม่อยากจะคุยอ่ะค่ะ คุณหมอมาบอกทีหลังว่าที่ชวนคุย เพื่อจะดูอาการตอบสนองและเช็คอาการของเรา ว่ายังรู้สึกโอเคหรือเปล่า..อะไรประมาณนี้

หลังจากใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้ว...มาถึงขั้นตอนการตกแต่งปีกจมูกค่ะ ถึงตอนนี้ต้องเพิ่มยาชาอีกค่ะ ยังจำได้ไม่ลืมเลยค่ะ..ยาชารอบสอง มันช่างแตกต่างจากครั้งแรก เจ็บสุดยอดค่ะ ตอนที่เจอเข็มสอยดาว...แทงเสยจากปลายจมูกขึ้นไป สะดุ้งสุดตัว..แอบร้องจ๊าก จนพยาบาลต้องมาจับแขนไว้ แล้วก็ฉีดเพิ่มอีก บริเวณเหนือริมฝีปากบนค่ะ...ซัดไปอีก 5 เข็ม

หลังจากปรับแต่งรูปทรงซิลิโคน, เย็บเก็บปีกจมูกทั้ง 2 ข้างและตรวจสอบว่าจมูกได้รูปทรงที่สวยงามแล้ว คุณหมอก็ค่อยๆ ลูบบริเวณสันจมูกลงมาเบาๆ เพื่อคัดเอายาชาที่คั่งอยู่ข้างในให้ออกมาจนหมด ก่อนจะทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมไนล่อนแบบไม่ละลาย

รวมเวลาผ่าตัดทั้งหมด 2 ชั่วโมงกว่าๆ

จากนั้น..คุณหมอก็บอกว่า สวยแล้ว อ่ะ..ส่องกระจกดูเลย




อิอิ...สวยแล้วเหรอเนี่ย !?!


รูปนี้เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เลยค่ะ กำลังนั่งรอรับยาอยู่... สังเกตว่าตาเริ่มช้ำแล้ว อ่อ..คุณหมอไม่แปะพลาสเตอร์ให้นะคะ



รายละเอียดเพิ่มเติม เด๋วเอาไว้มาเล่าต่อค่ะ ตอนนี้เลือดยังไม่หยุดไหลเลยค่ะ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 20 มิถุนายน 2551 17:45:42 น.
Counter : 1227 Pageviews.  

[4] ค่าเสริมจมูก... Price is right ??

Written Date : 03/11/2007


เรื่องรายละเอียดและราคาเท่าที่คุยกะคุณหมอก้อมีดังนี้ค่ะ

* เสริมดั้งจมูก ราคา 35,000 บาท

* แก้ไขปีกจมูก ราคา 10,000 บาทต่อจุด
เป็นการทำให้ปีกจมูกแคบและเล็กลงด้วยการเย็บจากด้านในรูจมูก คิดราคาต่อข้างนะคะ (เราคิดว่าไม่มีใครที่ปลายจมูกบานอยู่ข้างเดียวใช่ไหมคะ) เพราะงั้น สำหรับตรงนี้ 20,000 บาทค่ะ ค่าทำให้จมูกหายบาน และกระเป๋าคุณจะบางแทน

* เหลากระดูก+ตกแต่งกระดูกอ่อน ราคา 15,000 บาท

ราคารวมก้อคือ 70,000 บาท เราตกลงทำนัดเสริมจมูกกับคุณหมอวันที่ 29 พ.ย. 50 นี้ค่ะ

ราคาค่าเสริมจมูกอาจจะแพงไปหน่อย แต่เราก้อสู้ๆ นะ เพราะเรามั่นใจในฝีมือของคุณหมอ และคิดว่าจมูกนี้มันจะอยู่กะเราไปอีกนาน อีกอย่างนึงเราก้อรวบรวมเก็บเงินมาจนพอที่จะจ่ายเคสนี้ได้

ยังไงก้อช่วยเปงกำลังใจให้เราด้วยนะ...เราจะเอาประสบการณ์ของเราและจะถ่ายรูปหลังจากเสริมจมูกมาฝากจ้ะ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2551 3:46:16 น.
Counter : 853 Pageviews.  

[3] ทำไมเราต้องศัลยกรรม Nose Job??

Written Date : 03/11/2007


ที่เราตัดสินใจเสริมจมูกเพราะเราไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไร โดยเฉพาะเวลาที่เค้าถ่ายรูปกัน เราก้อคอยหลบๆ เลี่ยงๆ ไม่ค่อยกล้าถ่ายรูป เพราะถ่ายออกมาทีไรก็ดูไม่ดีเอาซะเลย รูจมูกเราบานกว่าคนอื่นเกือบทุกครั้ง เราเลยฝังใจและเกลียดการถ่ายรูปมาก จนทุกวันนี้เราไม่ค่อยจะมีรูปถ่ายของตัวเอง

แม่ก็ไล่ให้ไปเสริมจมูกมาตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าๆ ตอนแรกที่ไม่กล้าทำ ก็เพราะกลัว+กังวลว่า ถ้าไปเสริมจมูกแล้ว อาจจะได้จมูกที่มีปลายจมูกรั้นแบบจมูกหมู หรือไม่ก็เห็นสันจมูกเป็นแท่งๆ ซึงก็ทำให้ลังเลใจมานานถึง 5 ปี


จนเมื่อต้นปี 2550 ก็ได้ตัดสินใจที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการเสริมจมูกแบบจริงจัง ก็พยายามค้นคว้าจากเว็บไซต์ทั้งของไทยและต่างประเทศ เพื่อศึกษาถึงข้อดี ข้อเสีย ความเสี่ยงและผลข้างเคียงต่างๆ รวมทั้งพยายามหา case study ของคนที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว แต่เรายังใจไม่กล้าพอที่จะดู clip vdo การผ่าตัดเสริมจมูก นะ...กลัวว่าดูแล้วจะหลอนอ่ะค่ะ คือเราเข้าใจขั้นตอน..วิธีการผ่าตัดนะ แต่เราไม่กล้าดูภาพ...มันป๊อด อุอุ

โดยส่วนตัวแล้ว เราชอบผลงานของ นพ.สมศักดิ์ คุณจักร เราก็เลยพยายามสืบเสาะหาข้อมูลคุณหมอบน Internet และวันหนึ่งคุณหมอได้รับเชิญมาออกรายการทางทีวีกับคุณหนิง ปณิตา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการศัลยกรรมเสริมจมูก

หลังจากที่ได้ชมรายการนั้น เราก็ตัดสินใจที่จะเข้าไปปรึกษากับคุณหมอ นอกจากคุณหมอจะมีฝีมือและเทคนิคที่ดีแล้ว คุณหมอยังใช้หลักโหงวเฮ้งเข้ามาประยุกต์ในการเสริมจมูกด้วย

เราเพิ่งไปปรึกษาคุณหมอมาเมื่อวานนี้ (02/11/2007) วันที่เราไปพบคุณหมอครั้งแรก เราได้เอารูปของ Han Ga In ดาราเกาหลี ไปให้คุณหมอดูเพื่อเป็นตัวอย่าง คุณหมอก้อถามเราว่าเราชอบส่วนไหนของจมูกดาราคนนั้น เราจึงบอกไปว่า...ชอบทรงจมูกของเค้าที่เป็นทรงสโลปค่ะ





จากนั้น คุณหมอก้อได้ถ่ายรูปจมูกของเรา ทุกด้าน และเปิดให้เราดูทางจอ notebook... OMG !!! เห็นครั้งแรกเราตกใจมากเพราะไม่เคยเห็นจมูกโตๆ ของตัวเองเต็มๆ ตาแบบนี้มาก่อน

คุณหมอได้ทำการวัดสัดส่วนจมูกของเราเพื่อทำการบันทึกข้อมูล คุณหมอก้ออธิบายให้เราฟังว่า สามารถทำช่วงระหว่างตาให้เป็นทรงสโลปคล้ายๆจมูกต้นแบบนั้นได้ แต่ช่วงปลายจมูกจะไม่สามารถทำให้เหมือนได้ เนื่องจากปลายจมูกเรามีลักษณะกลมมนแตกต่างจากต้นแบบ และไม่สามารถเสริมยกปลายจมูกให้โด่งได้มากนัก เพราะเรามีเนื้อตรงปลายจมูกค่อนข้างบางมาก

จมูกของเรามีส่วนที่ต้องแก้ไขรูปจมูกทั้งหมด 4 จุด คือ
- จมูกสั้น แก้ไขโดยยืดและยกกระดูกปลายจมูก
- ปลายจมูกกลมไม่ได้สัดส่วน แก้ไขโดยลดขนาดปีกจมูกด้วยเทคนิคเก็บปีกจมูกด้วยการเย็บด้านใน
- รูจมูกบานใหญ่ แก้ไขโดยการลดขนาดรูจมูกและเย็บตกแต่งรูจมูกใหม่
- ไม่มีดั้ง (- -" แก้ไขโดยเสริมความสูงของสันจมูกด้วยซิลิโคนแบบมีขา






เราก็ได้สอบถามข้อมูลอื่นๆ กับคุณหมอ เช่น จะมีแผลบริเวณไหนบ้าง, ขั้นตอนทำเป็นอย่างไร, รวมทั้งวิธีการปฏิบัติตัวหลังเสริมจมูก แต่มีข้อมูลหนึ่งที่เราเพิ่งทราบเป็นครั้งแรก คือ หลังจากเสริมจมูกแล้วสามารถนอนตะแคงได้ เพราะการนอนตะแคงไม่ได้ทำให้จมูกเอียง

คุณหมอบอกว่าที่จมูกเอียง เกิดจากการกรีดที่เบี้ยวตอนทำ pocket ในรูจมูกเพื่อใส่แท่งซิลิโคน คุณหมอบอกว่าเวลานอนก็สามารถนอนราบได้ตามปกติ ยกเว้นนอนคว่ำหน้า... โฮกกกก คุณหมอย้ำว่า ถ้าเราทำตามคุณหมอบอกแล้วเบี้ยว.. หมอทำให้ใหม่ แต่เราลืมถามไปว่าทำใหม่นี่คิดตังค์ใหม่ด้วยป่าว หุหุ เอาไว้ไปถามใหม่ครั้งหน้าที่เราเจอคุณหมอ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 2 มีนาคม 2554 18:07:52 น.
Counter : 3988 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

จอมยุทธกระบี่หัก
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




: Users Online


Free chat widget @ ShoutMix







Friends' blogs
[Add จอมยุทธกระบี่หัก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.