จะสุขหรือทุกข์ ไม่ใช่อยู่ที่คนอื่นทำ แต่อยู่ที่เราเลือก
Group Blog
 
All blogs
 

วันนี้คุณบอกรัก(แม่)แล้วหรือยัง



  วันนี้เป็นวันแม่ ฉันโชคดีกว่าคนอีกหลายๆคนที่ยังมีแม่อยู่ แม่ที่รักฉันและคอยอยู่เคียงข้างฉันตลอดมา
  วันนี้ กราบแม่แล้วพาแม่ไปทานอาหารกันทั้งครอบครัว ความสุขหาง่ายๆแบบนี้เองค่ะ
:
  เคยได้รับ email ฉบับหนึ่ง นานหลายปีแล้ว ครั้งแรกที่ฉันอ่าน อ่านไปพร้อมกับน้ำตาซึมไป และไม่ใช่เพียงครั้งเดียวที่เป็นเช่นนั้น ฟังดูอาจจะโอเวอร์เกินไป แต่ทุกครั้งที่ฉันได้หยิบมาอ่าน จะเกิดอาการน้ำตาซึมไปจนถึงต่อมน้ำตาท่วมท้นไปซะทุกครั้ง รวมทั้งครั้งนี้ ในวันนี้ด้วย
  email ฉบับนี้ เป็นภาษาอังกฤษค่ะ แต่พออ่านได้ เพื่อนๆลองอ่านกันดูก่อนนะค่ะ

#####################################################

  I had a marvelous mother who loved me, sacrificed for me and helped me in every way possible.
  In all of my growing up, through college and eventually marriage, my mother was always at my side. And when I needed help with my little ones, she was there for me.

  Today, we buried this wonderful woman. Can you imagine how I felt when I returned from the services and found this poem in her desk drawer?



THE TIME IS NOW
If you are ever going to love me
Love me now while I can know
The sweet and tender feelings
Which from true affection flow

Love me now while I am living
Do not wait until I am gone
And then have it chiseled in marble
Sweet words on ice cold stone

If you have tender thoughts of me
Please tell me now
If you wait until I am sleeping
Never will be death between us
And I won’t hear you then

So if you love me, even a little bit
Let me know while I am living
So that I can treasure it

  Now she is gone and I am sick with guilt because I never told her what she meant to me.
  Worse yet, I did not treat her as she deserved to be treated. I found time for everyone and everything but I never made time for her.

  It would have been easy to drop in for a cup of tea and a hug but my friends came first.
  Would any of them have done for me what my mother did?
I know the answer.

  When I called mom on the phone, I was always in a hurry. I feel ashamed when I think of the times I cut her off. I remember too, the times I could have included her and didn’t.
  Our children loved Grandma from the times they were babies. They often turn to her for comfort and advice. She understood them.

  I realize now that I was too critical, too short-tempered, too stingy with praise. Grandma gave them unconditional love.

  The world is filled with sons, daughters like me. I hope they see themselves in this letter and realize it. I am sick with regrets but it is too late for me. Do not make the same mistake as me.

#####################################################

  ผมมีแม่ที่มหัศจรรย์คนหนึ่งที่รักผม เสียสละให้ผม และช่วยผมในทุกๆทางที่เป็นไปได้
  ในขณะที่ผมเติบโตขึ้น เข้าเรียนในวิทยาลัย และในที่สุด แต่งงาน แม่ก็ยังคงอยู่เคียงข้างผม
  เมื่อผมต้องการความช่วยเหลือ แม่จะอยู่ที่นั่นเสมอ

  วันนี้ พวกเราไปฝังศพผู้หญิงที่มหัศจรรย์คนนั้น คุณนึกภาพออกหรือไม่ว่า ความรู้สึกของผมเป็นอย่างไรเมื่อกลับจากพิธีฝังศพและพบบทกลอนของเธอในลิ้นชัก



เวลาคือปัจจุบัน
ถ้าเธอกำลังจะรักฉัน
รักฉันตอนนี้ ในขณะที่ฉันยังรับรู้ได้
ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนหวาน

รักฉันในขณะที่ฉันยังมีชีวิตอยู่
อย่ารอจนฉันจากไป

ถ้าเธอคิดถึงฉัน
โปรดบอกให้ฉันรู้
ถ้าเธอรอจนกระทั่งฉันหลับไป ให้ความตายมาอยู่ระหว่างเรา
ฉันคงไม่ได้ยินเธอพูด

ดังนั้น ถ้าเธอรักฉัน แม้เพียงน้อยนิด
ให้ฉันได้รับรู้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
ให้ฉันได้ถนอมเอาไว้

  ตอนนี้ เธอจากไปแล้ว และผมเองก็ป่วยจากความรู้สึกสำนึกผิดเพราะไม่เคยบอกกับเธอว่าเธอมีความหมายกับผมมากเพียงไร

  ที่แย่ที่สุด ผมไม่เคยปฏิบัติต่อเธออย่างที่เธอสมควรได้รับ ผมมีเวลากับทุกคนและทุกสิ่ง
แต่ไม่เคยมีเวลาให้กับเธอ

  มันง่ายที่จะนั่งลงและดื่มน้ำชากับเธอและกอดเธอ แต่แล้วผมก็ให้เวลากับเพื่อนๆก่อน

  พวกเขาเคยทำอะไรให้ผมอย่างที่แม่ทำให้ผม

  เมื่อผมโทรศัพท์คุยกับแม่ ผมมักจะรีบเสมอ ผมรู้สึกละอายใจที่ผมตัดเธอออกไป ผมยังจำได้
เวลาที่ผมควรจะมีแม่อยู่ด้วย แต่กลับไม่มี

  เด็กๆรักแม่ตั้งแต่เมื่อเขาเป็นทารก พวกเขามักจะกลับมาหาเธอเมื่อต้องการความสะดวกสบายและคำปรึกษา
  แม่ทั้งหลายเข้าใจลูกเป็นอย่างดี

  ผมรู้ว่าผมเป็นคนเจ้าอารมณ์ ใจร้อน ผู้เป็นแม่ยังคงรักพวกเราอย่างไม่มีเงื่อนไข

  โลกนี้เต็มไปด้วย ลูกชาย ลูกสาวคล้ายกับผม ผมหวังว่าพวกเขาจะเห็นตัวเองและประจักษ์แจ้งจากจดหมายนี้
  ผมเองป่วยด้วยความเสียใจ มันสายไปสำหรับผม อย่าทำผิดพลาดเหมือนกับผม

#####################################################

  ใครยังไม่ได้บอกรักแม่ บอกซะนะคะ

ปล. ถ้าแปลไม่ตรง ขออภัยค่ะ

รั ก แ ม่ ค่ ะ




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2551    
Last Update : 12 สิงหาคม 2551 17:19:51 น.
Counter : 459 Pageviews.  

เมื่อ ก.ไก่ ตามล่าหาพระอาทิตย์

  คราวที่แล้ว ไล่เรียง A-Z ไปแล้ว คราวนี้เอาแบบไทยๆกันบ้างดีกว่า ก-ฮ ในแบบ animation สนุกสนาน

  ขอสารภาพว่า จริงๆแล้วฉันก็ยังท่อง ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูกไม่ได้ (อายจัง) แต่พอมาได้ดู animation ชุดนี้แล้วก็พอไล่เรียงได้บ้าง

  การ์ตูนเรื่องนี้ เป็นการ์ตูนที่ creative มากๆ ผูกเรื่องราวได้ดี เป็นเรื่องราวของพ่อ ก.ไก่ ที่ไล่ล่าตามหาพระอาทิตย์ หลายๆคนคงเคยได้ดูกันมาบ้างแล้ว ค่อนข้างจะดังเหมือนกัน มีใน forward mail มาได้พักหนึ่งแล้ว ถ้าใครยังไม่ได้ดู เชิญคลิกที่นี่ค่ะ

  ฉันว่า การ์ตูนเรื่องนี้สามารถเอาเป็นแบบเรียนสำหรับเด็กๆได้เหมือนกัน ถือว่าเป็นการเรียนแนวใหม่ เด็กๆคงสนุกสนานแน่ เพียงแต่ต้องพากย์ใหม่ทั้งหมดให้เหมาะกับเด็กๆ
  ฉันได้เรียบเรียงเนื้อหาทั้งหมดของ animation ชุดนี้ไว้ที่นี้แล้ว เผื่อไว้อ่านประกอบแล้วกันนะคะ

  เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของพ่อ ก.ไก่ ตั้งแต่เกิดแล้วดำเนินไปตามพยัญชนะต่างๆจนถึง ฮ.นกฮูก
**********************************************
  พ่อ ก.ไก่ (ตัวเอกของเรื่อง) มีลูกๆที่ถูกฝักออกมาจาก ข.ไข่ เมื่อเป็นลูกเจี๊ยบ ได้วิ่งซุกซนจนไปชนกับ ฃ.ฃวด จนฃวดเหล่านั้นหล่นไปโดนหัวของ ค.ควาย
  ไก่ได้เข้ามาขอโทษควาย พร้อมกับรับปากว่า พรุ่งนี้จะพาพวกลูกเจี๊ยบไปเดินเล่นตั้งแต่เช้า ควายหวังว่าจะให้เป็นเช่นนั้น เนื่องจาก ในวันนี้เวลานี้ พระอาทิตย์น่าจะขึ้นส่องแสงได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ขึ้น ซึ่งไก่ได้สอบถามว่า เป็นเพราะเหตุใด ควายก็ไม่รู้ บอกให้ไก่ไปถาม ฅ.ฅน ดูแล้วกัน

  แต่ฅนกลับไม่สนใจ กลับไล่ไก่ไปไกลๆซะนี่ เจ้าไก่ก็เลยเดินไปตี ฆ.ระฆัง เพื่อเรียกประชุมสัตว์ทั้งหลาย
  จนทำให้ ง.งู ซึ่งเฝ้าระฆังอยู่ ไม่พอใจ ไล่ตะเพิดเจ้าไก่ตกลงไปชน จ.จาน จนแตกกระจาย

  เจ้าไก่เดินเข้าป่าไปเรื่อยๆ แล้วก็ได้ยินเสียง ฉ.ฉิ่ง ดังมา จึงเดินตามเสียงนั้นไปจนพบ ช.ช้าง ถูกล่ามอยู่ใน ซ.โซ่ ยืนอยู่ใต้ ฌ.เฌอ ต้นไม้ใหญ่นั่นเอง
  ช้างได้ขอให้ไก่ช่วยปลดโซ่ให้ ไก่ได้ช่วยช้าง และช้างก็ได้แนะนำไก่ให้ไปหาใครคนหนึ่ง

  ไก่เดินทางไป ในไม่ช้าก็ได้พบกับ ญ.หญิง สวม ฎ.ชฎา ถือ ฏ.ปฏัก และนั่งอยู่บน ฐ.ฐาน
  ไก่ไม่แน่ใจว่าใช่คนที่ตนตามหาหรือไม่ เพราะสวยเหมือน ฑ.นางมณโฑ


  เจ้าหญิงบอกว่า ตนเป็นเจ้าหญิงผู้ดูแลป่าแห่งนี้ ซึ่งไก่ก็ได้ขอให้เจ้าหญิงช่วยเรื่องที่ พระอาทิตย์ไม่ยอมส่องแสงลงมา
  เจ้าหญิงไม่สามารถบังคับพระอาทิตย์ได้ แต่ก็ได้แนะนำให้ไก่เดินไปทางทิศตะวันออก เพื่อตามหาพระอาทิตย์ แล้วเล่าปัญหาให้พระอาทิตย์ฟัง พร้อมกับอวยพรให้ไก่โชคดี

  เมื่อไก่เดินไปทางทิศตะวันออกนั้น ก็ได้พบกับ ฒ.เฒ่า ณ.เณร และ ด.เด็ก พวกเขากำลังพยายามช่วย ต.เต่า ตัวหนึ่งอยู่ที่ถูกจับอยู่ใน ถ.ถุง ผูกมัดด้วยเชือกอยู่ ไก่ก็่ได้ทำการจิกเชือกให้ขาดเพื่อช่วยเต่าตัวนั้นได้

  ทันใดนั้น มี ท.ทหาร ถือ ธ.ธง วิ่งมาอย่างเร็ว วิ่งผ่าน น.หนู ทำให้ บ.ใบไม้ ล่วงลงไปในบึงที่มี ป.ปลา อยู่ เพื่อทำการหนี ผ.ผึ้ง ที่บินไล่มาอย่างเร็ว ไก่เองก็วิ่งหนีด้วยเช่นกัน จนไปเจอ ฝ.ฝา ที่ปิดอยู่บน พ.พาน


  เมื่อผึ้งบินไปแล้ว ทั้ง เณร เฒ่า และเด็ก ที่หลบซ่อนอยู่ก็โผล่ออกมาพร้อมกับยิ้มยิง ฟ.ฟัน (หลอ)
  เมื่อ ไก่ ร่ำลาทุกคนแล้ว ก็เดินตามหาต่อไป จนมาถึงทะเล และพบ ภ.เภา ลอยลำอยู่ จึงตัดสินใจขึ้นเรือสำเภาแล้วขอให้ลมช่วยพัดเรือสำเภาไป
  เมื่อถึงฝั่ง ไก่ก็ได้พบกับ ม.ม้า ผู้อารี และได้เล่าถึงความจำเป็นที่ต้องเดินทางมา ม้าได้บอกว่า ที่ที่ไก่กำลังจะเดินทางไปนั้น เป็นดินแดนของ ย.ยักษ์ ใจร้าย

  ม้าอาสาจะช่วยไก่ โดยให้ไก่ขี่หลัง แล้วก็วิ่งอย่างรวดเร็ว หนียักษ์ได้สำเร็จ ไก่ขอบคุณม้า แล้วกล่าวคำอำลากัน
  ไก่เดินทางต่อ โดยล่อง ร.เรือ เข้าไปยังถ้ำ ภายในถ้ำได้พบกับ ล.ลิง ที่โยน ว.แหวน ลงมาให้ไก่ ไก่คาบแหวนอยู่ในปาก แล้วทำการขึ้นฝั่ง
  บนฝั่ง ไก่เห็น ศ.ศาลา ภายในมี ษ.ฤาษี ที่ห่มหนัง ส.เสือ นั่งอยู่

  ไก่จึงนำแหวนไปให้ ฤาษี ฤาษีจึงเสกของอย่างหนึ่งออกมาจาก ห.หีบ นั่นคือ ว่าว ฬ.จุฬาให้พาไก่ไปหาสิ่งที่ไก่ต้องการ
  ไก่นั่งว่าว จนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั้นได้พบกับพระอาทิตย์ แช่อยู่ใน อ.อ่างอาบน้ำ โดยมี ฮ.นกฮูก นำน้ำมาเติมให้ตลอดเวลา


  ไก่ได้เล่าถึงความเดือดร้อนของบรรดาสัตว์ และป่าไม้ทั้งหลายที่ไม่ได้รับแสงอาทิตย์
  พระอาทิตย์ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกเสียใจ และสัญญาว่าจะไม่ทำตัวเหลวไหลอีก โดยมีข้อแม้ว่า ให้ไก่ช่วยขันเตือนพระอาทิตย์ให้ออกมาส่องแสงทุกเช้าด้วย
  ไก่ก็รับปาก แล้วเช้าวันต่อมา ไก่ก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพระอาทิตย์
**********************************************
  จบแล้วค่ะ เพื่อนๆถ้าใครดูแล้ว คิดเห็นอย่างไรกันบ้างค่ะ




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2551    
Last Update : 5 สิงหาคม 2551 0:00:33 น.
Counter : 1251 Pageviews.  

ท่อง A ถึง Z แนวใหม่

ในยุคสมัยนี้ การท่อง A ถึง Z แบบเดิมๆ เช่น A-Ant, B-Boy ล้าสมัยไปแล้วอ่ะ ยุคนี้ต้องเป็น A-Apple, ...


แล้วเพื่อนๆทราบหรือไม่ A ถึง Z ที่เห็นคืออะไรบ้างเอ่ย




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 2 สิงหาคม 2551 19:53:48 น.
Counter : 1924 Pageviews.  

โคมไฟขี้ใจน้อย

เคยมีเพื่อน forward mail น่ารักๆฉบับหนึ่งมาให้ เป็นนิทานภาพเรื่องราวของโคมไฟ ทั้งหมดมี 10 ภาพ ใครไม่เคยอ่านลองอ่านดูนะคะ เรื่องราวให้ข้อคิดดี ภาพประกอบก็น่ารักค่ะ












 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2551 8:27:34 น.
Counter : 304 Pageviews.  

ตลกฝรั่ง



  เคยอ่านตลกฝรั่งอยู่เรื่องหนึ่ง ได้มาจาก forward mail ที่เพื่อนๆส่งมาให้อ่าน หลายคนคงเคยอ่านกันมาบ้างแล้ว เป็นเรื่องตลกร้ายที่ฝรั่งมอง เมืองไทย คนไทย เรื่องมีอยู่ว่า

#####################################

  กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลกพระองค์มีถุงหนังใบใหญ่เอาไว้ใส่ของวิเศษต่างๆ พระองค์เริ่มต้นด้วยการ สร้างมหาสมุทร ทั้ง7

  โดยการวางของวิเศษของพระเจ้าพระองค์จะต้องวางทั้งของดีและของไม่ดีคู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศหนึ่งประเทศใด สมบูรณ์ไปกว่าประเทศอื่นๆ

  ทรงเอาเทือกเขาร็อกกี้ น้ำตกไนแองการ่า วางไว้ให้อเมริกา
  แล้วก็เอาทะเลทรายอริโซน่า กับพายุทอนาโดวางไว้ด้วย
  เอาป่าอเมซอนวางไว้ให้บราซิล ทรงเอาไข้ป่า วางไว้ให้ด้วย
  เอาขั้วแม่เหล็กโลก วางไว้ให้แคนาดา แต่ก็ทรงเอาความหนาวเย็นวางไว้ให้อีกด้วย
  เอาเทือกเขาหิมาลัย ให้ธิเบตกับเนปาล เพื่อเป็นปราการกั้นข้าศึก แต่ก็เอาความเบาบางของอากาศและความแห้งแล้งไว้ให้
  ทุกประเทศจะได้ของคู่กันแบบนี้ ทั้งหมด จึงไม่มีประเทศใดน้อยหน้ากว่ากัน

  คราวนี้ พระองค์ทรงลืมประเทศรูปขวานเล็กๆ ทางแหลมอินโดจีน
  ทรงสะพายถุงวิเศษ แล้วก้าวข้ามเขาหิมาลัยไป แต่ด้วยความที่เขาสูงมาก ยอดเขาก็เลยไปเกี่ยวถุงของพระเจ้าขาด
   ข้าวของที่ดีๆที่เตรียมเอาไว้ให้ประเทศอื่นๆ เช่น ชายหาดสวยๆ ผืนดินอุดมสมบูรณ์ ศิลปะวัฒนธรรมดีๆ อาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ดอกไม้ ผลไม้ ชายทะเล ก็เทไปกองรวมกันที่ประเทศไทยหมด

   ว้า แย่แล้ว พระเจ้าทรงคิด
  ประเทศนี้ท่าทางต้องเจริญกว่าประเทศอื่นๆทั้งหมดแน่นอน

  พระเจ้าทรงมองหาภัยธรรมชาติที่จะมาถ่วงดุล แต่สายเสียแล้ว
  พระองค์ทรงเอาภูเขาไฟ กับแผ่นดินไหว ให้ญี่ปุ่นไปแล้ว
  ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ประเทศอื่นๆจะมาฟ้องร้องพระองค์ได้ว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม

  จะมีภัยธรรมชาติอันใดหนอ ที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เจริญกว่าประเทศอื่นๆได้
  เมื่อทรงคิดได้ เพื่อเป็นการป้องกันประเทศอันสมบูรณ์ที่สุดในโลกนี้ไม่ให้ล้ำไปกว่าที่อื่นๆ

พระองค์ก็เลยสร้าง "คนไทย" ขึ้นมา
  เพราะ
   ถ้ า มี ค น ไ ท ย อ ยู่ ล่ ะ ก็ ต่ อ ใ ห้ ส ม บู ร ณ์ แ ค่ ไ ห น

  ไ ท ย ก็ ไ ม่ มี วั น เ จ ริ ญ

#####################################

  เพื่อนๆอ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
  1.หลายคนอ่านจะรู้สึก ไม่พอใจที่ฝรั่งดูถูกคนไทย
  2.บางคน อาจจะรู้สึกเห็นด้วย กับข้อเขียนนี้
  3.น้อยคน ที่จะบอกว่า เฉยๆ ไม่รู้สึกอะไร

  สำหรับฉันเอง รู้สึก ข้อ 1 และ 2 ปนกัน ลึกๆแล้วมันก็เจ็บจี๊ดๆอยู่บ้าง ทำไมหนอ ภาพพจน์คนไทยมันแย่ในสายตาฝรั่งขนาดนี้จริงหรือ

  ตลกนี้ ถ้ามองกันให้ดีๆ มองในมุมบวก พวกเราคนไทยน่าจะดีใจที่ได้เกิดในเมืองไทย เมืองที่ธรรมชาติรังสรรค์แต่สิ่งดีๆมาให้ ก็อย่างที่ตลกฝรั่งเขียนนั้นแหละ

  หรือมองอีกที ฝรั่งอิจฉาคนไทยที่เกิดเมืองไทย

  เมืองไทย
  ในด้านกายภาพ

  ไม่มีภูเขาไฟ,แผ่นดินไหว เหมือนกับ ญี่ปุ่น
  ไม่มีพายุทอนาโด เหมือนกับ อเมริกา
  ไม่มีทะเลทราย
  ไม่มีความหนาวเย็นแบบหิมะ
  มีทะเลที่สวยงาม หลายประเทศบนโลกนี้ ประชาชนไม่เคยได้เห็นทะเล
  มีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ เพาะปลูกพืชผักได้ตลอดปี หลายประเทศเหมือนโดนสาป เพาะปลูกเองไม่ได้ ต้องนำเข้าอย่างเดียว

  ในด้านสังคม, วัฒนธรรม

  เมืองที่เปิดรับวัฒนธรรมได้ทุกอย่าง welcome กับคนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา
  --> หลายประเทศมีความเป็นชาตินิยมมากๆ ไม่ยอมรับคนต่างชาติ รังเกียจ และดูถูกคนต่างชาติ

  เมืองที่ใครจะนับถือศาสนาใดก็ได้ เมืองที่ให้เสรีภาพและยอมรับกับเพศที่สาม
  --> หลายประเทศที่ให้ประชาชนในชาตินับถือศาสนาเดียวกับศาสนาประจำชาติ บางประเทศถึงกับแขวนคอเยาวชนในชาติเมื่อพบว่า พวกเขาเป็นพวกรักร่วมเพศ

  เมืองที่ให้สิทธิผู้หญิงใกล้เคียงกับผู้ชายมากที่สุด แม้จะไม่เท่าก็ตาม
  --> หลายประเทศที่ผู้หญิงเป็นเหมือนพลเมืองชั้น 2 หลายประเทศในตะวันออกกลาง ผู้หญิงต้องปิดหน้าตลอดเวลา ไม่สามารถเปิดหน้าให้ใครเห็นได้แม้แต่สามีที่แต่งงานกันมาตลอดชีวิต
  --> เกือบทุกประเทศ ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้มากกว่า 1 คน ถึงแม้กฎหมายจะไม่ยอมรับในหลักการ แต่ในทางปฏิบัติและทางสังคม ก็สามารถทำได้เหมือนเป็นเรื่องปรกติ
  ในขณะที่บางประเทศ ผู้หญิงต้องเป็นม่ายตลอดชีวิตถ้าสามีตาย หรือแม้แต่เธอต้องตายตามสามีก็ตาม
  และยังมีอีกบางประเทศ ที่เมื่อผู้หญิงแต่งงาน เธอจะมีสามีพร้อมกัน 5 คน เพราะจำนวนผู้หญิงในประเทศมีน้อย
  แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศ ที่ผู้หญิงไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะอยู่ในโลกนี้ พวกเธอตายหลังจากคลอดออกมาไม่นาน เพียงเพราะค่านิยมที่ไม่ต้องการลูกสาว

  ยังมีอีกเยอะเกี่ยวกับเมืองไทย ที่เขียนมาเป็นแค่อารัมภบท เท่านั้น
  :

  เมื่อก่อน เมื่อมองประเทศพัฒนาแล้วที่เด่นๆของโลก อย่างญี่ปุ่น, เยอรมัน แล้วก็ทึ่งในความสามารถของคนในชาติต่อการพัฒนาประเทศไปได้ขนาดนี้ เคยคิดเสมอว่านี่ขนาดประเทศที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ยังสามารถทำความเจริญถึงขนาดนี้ได้ ถ้าชนะสงครามละก็ คงพัฒนาประเทศไปไกล ไม่เห็นฝุ่นแน่เลย

  แต่เดี๋ยวนี้ ฉันกลับคิดตรงกันข้าม ถ้าญี่ปุ่น เยอรมัน ไม่แพ้สงคราม ก็อาจจะพัฒนาประเทศได้ประมาณเท่าเมืองไทย อาจจะมากกว่าเมืองไทยนิดหน่อย หรืออาจจะพัฒนาน้อยกว่าเมืองไทยก็ได้

  ในทางกลับกัน ถ้าประเทศไทย เจอภัยสงคราม เจอภัยพิบัติต่างๆ คนในชาติคงสามัคคี มีวินัย แล้วก็ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาประเทศชาติไปได้ไกล อาจจะไกลกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ

  เรื่องตลกฝรั่งที่พูดถึงข้างต้นนั้น ครั้งแรกที่เคยอ่าน ก็คิดว่าเป็นเรื่องตลกแสบๆ แต่เดี๋ยวนี้ ฉันก็กลับคิดอีกแบบ

  มันอาจไม่ใช่ตลก แต่เป็นเรื่องจริง
  เพราะเมืองไทย มีสิ่งดีๆหลายอย่าง คนในชาติจึงไม่เห็นคุณค่า
  ไม่มีภัยพิบัติร้ายแรง คนในชาติจึงไม่กระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเอง
  ยิ่งช่วงนี้ ประเทศเพื่อนบ้านเรือนเคียง เจอทั้ง แผ่นดินไหว, พายุถล่ม, น้ำท่วม คนตายกันเป็นหมื่นเป็นแสน
  เมืองไทยไม่เจอภัยร้ายแรงอะไร คนในชาติไม่รู้จะทำอะไรดี เลยยกพวกตีกันซะงั้น




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2551 16:33:39 น.
Counter : 438 Pageviews.  


susanjoan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




    ข่าวท่องเที่ยว

    ข่าวไลฟท์สไตล์

Friends' blogs
[Add susanjoan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.