Welcome to my blog
5 วัน 4 คืน แพร่+น่าน ต้องมนตราดินแดนล้านนาตะวันออก (ตอนที่ 2: เรื่องเล่าจากคุ้มเมืองแพร่)

 
สถานที่ท่องเที่ยว : คุ้มเจ้าหลวงแพร่, แพร่ Thailand
พิกัด GPS : 18° 8' 41.04" N 100° 8' 20.00" E

วันที่หนึ่ง

วันแรกของการเดินทาง ถือเป็นวันสบายๆ ผมตื่นนอน 6 โมงเช้า และไปถึงสนามบินดอนเมืองตอน 8 โมง เพื่อรอขึ้นเครื่องของนกแอร์เดินทางไปที่จังหวัดแพร่ครับ

สิ่งที่มหัศจรรย์ของไฟลท์วันนี้คือ ไม่ดีเลย์เลยครับ มาถึงตรงเวลาเป๊ะ!!! (ซึงถือว่าแปลกมากสำหรับนกแอร์)

ท่าอากาศยานแพร่

เป็นสนามบินเล็กๆ ตั้งอยู่ในอ.เมืองแพร่ ห่างจากใจกลางเมือง 3 กิโลเมตร

ข้อเสียอย่างหนึ่งของสนามบินแพร่คือ รันเวย์สั้น ทำให้เครื่อง A320 ของ Air Asia ไปลงไม่ได้ ที่นี่จึงถูกผูกขาดโดย นกแอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสายการบินที่มีเครื่อง Q400 ทำให้ราคาตั๋วมาแพร่จึงค่อนข้างสูง ดังนั้น ถ้ามีโปรนกแอร์บินไปแพร่ ผมแนะนำให้รีบจองเลยนะครับ

Tip: เนื่องจากเครื่องจากสนามบินดอนเมืองมาที่แพร่เป็นเครื่อง Q400 ซึ่งเล็กกว่า Airbus A320 ของ Air Asia หรือ Lion Air ทำให้ตอนบินเครื่องจะค่อนข้างสะเทือนมากกว่าปกติ ดังนั้น ใครที่เมาเครื่องบินได้ง่าย ผมแนะนำให้เตรียมตัว เช่น กินยาแก้เมามาให้พร้อม

เนื่องจากแพร่ ยังไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ดังนั้นที่สนามบินนี้จึงไม่มีรถเมล์หรือ Taxi เข้าเมืองเหมือนสนามบินอื่นของไทย (มีแต่รถสองแถว ซึ่งไม่มีเวลาแน่นอน) ดังนั้น ผมแนะนำให้ติดต่อหาคนมารับ เช่น Taxi หรือ บริการ Airport transfer ของโรงแรมมาล่วงหน้า สำหรับในทริปนี้ ผมได้ดีลกับทางที่พักคือ พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ & แอนทีค โฮมสเตย์ ไว้เป็นที่เรียบร้อย โดยที่นี่มีจะมีรถรับส่งบริการฟรีครับ

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพ & แอนทีค โฮมสเตย์

พิพิธภัณฑ์บ้านเทพเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บของโบราณที่มีคุณค่าของจังหวัดแพร่  และที่นี่ยังเปิดเป็น Homestay เล็กๆ ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ค้างคืนที่พิพิธภัณฑ์ในแบบ Night at the museum นอกจากนี้ เจ้าของที่นี่ยัง Friendly สุดๆ 

สำหรับที่พักนี้ผมได้ราคารวมอยู่ที่ 1,250 บาทต่อคืน หารกัน 2 คนก็ตกคนละ 625 บาท รวมค่ารถรับส่งสนามบินแพร่และอาหารเช้า

ถ้าใครสนใจที่พักนี้สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ https://www.facebook.com/baanthep2559/


ข้าวซอยเจ๊เล็ก

หลังจากเช็คอินเข้าที่พักเสร็จก็ได้เวลาเที่ยว แต่ก่อนจะเดินเที่ยวกัน เรามาหาอะไรกินรองท้องก่อน 

ในเมื่อมาเมืองเหนือก็ต้องมาลอง ข้าวซอยต้นตำหรับ โดยร้านจะมาแนะนำในวันนี้ถือเป็นร้านข้าวซอยอันดับหนึ่งของที่นี่เลย นั่นก็คือ ข้าวซอยเจ๊เล็ก ครับ (ข้าวซอยเจ๊เล็กมีหลายสาขา แต่ของต้นฉบับดั้งเดิมต้องเป็นสาขาในคลิปนี้นะครับ)

ขอวิจารณ์ตามตรง ไม่ได้อวยนะครับ ข้าวซอยที่นี่อร่อยมาก รสเข้มข้นกะทิกลมกล่อมแต่ไม่เลี่ยน ไม่เผ็ด หรือหวานเกินไป ถ้ามาที่นี่แนะนำว่าต้องมากินเลย

นอกจากข้าวซอยแล้ว หมูสะเต๊ะก็อร่อย อย่าลืมสั่งนะครับ

หลังจากกินข้าวซอยเสร็จ ก็ได้เวลาเที่ยว แต่ก่อนที่จะเริ่มเที่ยวผมขอแนะนำประวัติความเป็นมาของเมืองแพร่พอสังเขป เพื่ออรรถรสในการเที่ยวนะครับ

ประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่

เมืองแพร่เป็นเมืองเก่าแก่ทางภาคเหนือของไทย ไม่มีจารึกการก่อตั้งที่ชัดเจน แต่มีตำนานกล่าวไว้ว่า เมืองแพร่ถูกก่อตั้งโดย พญาพล ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของกษัตริย์น่านเจ้า (คนในรูปที่ยืน) ที่ได้อพยพคน ไทลื้อ และ ไทเขิน ลงมาสร้างเมืองบนที่ราบริมฝั่งแม่น้ำยมเรียกว่า เมืองพลนคร  ต่อมาเมืองแพร่ก็ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาในสมัยพระเจ้าติโลกราชเช่นเดียวกับเมืองน่าน และก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ตองอูของพม่าสลับกับกรุงศรีอยุธยาเป็นเวลานาน 

จนเมื่อตั้งกรุงธนบุรี พญามังไชย เจ้าเมืองแพร่ในสมัยนั้น (คนในรูปที่นั่ง) ก็ได้เข้าสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรธนบุรี 

ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ได้สถาปนา พระยาเทพวงษ์ ให้ปกครองเมืองแพร่และได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครต่อกันมา 4 รุ่น โดยเจ้าผู้ครองนครแพร่คนสุดท้ายคือ เจ้าพิริยเทพวษ์ 

ตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครแพร่ได้สิ้นสุดลงหลัง เหตุการณ์กบฏเงี้ยวเมืองแพร่ หลังจากนั้นทางสยามก็ไม่ได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นเจ้าผู้ครองนครแพร่อีก แต่ยังมีผู้สืบเชื้อสายต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ผู้สืบเชื้อสายที่โด่งดังที่สุดก็คือ นายโชติ แพร่พันธุ์ หรือ ยาขอบ ซึ่งก็คือผู้แต่งเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ นั่นเองครับ

เมืองแพร่มีอะไรเที่ยวบ้าง

ที่เที่ยวที่จะมาแนะนำในวันนี้ เป็นที่เที่ยวในเขตกำแพงเมือง ซึ่งเราสามารถเดินเที่ยวชมได้ทั้งหมด (ดูตามแผนที่ได้เลย)

ดูแผนที่ฉบับขยายได้ที่นี่ https://sites.google.com/site/winterflowers212/phaenthi

1. วัดพระบาทมิ่งเมือง

วัดนี้เกิดจากการรวมกันของวัด 2 วัดคือ วัดพระบาท ซึ่งเป็นวัดของพระยาอุปราช/เจ้าหอหน้าเมืองแพร่ กับ วัดมิ่งเมือง ซึ่งเป็นวัดของเจ้าผู้ครองนครแพร่ จนเมื่อนครรัฐแพร่ถูกยกเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร ทำให้วัดทั้งสองถูกทิ้งให้ชำรุดทรุดโทรม ผู้บริหารเมืองแพร่ในสมัยนั้นจึงตัดสินใจรวมวัดทั้งสองเข้าด้วยกัน

วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเมืองแพร่

นอกจากนี้ วัดนี้ยังมี อาคารยาขอบอนุสรณ์ เพื่อรำลึกถึง นายโชติ แพร่พันธุ์ หรือ ยาขอบ (ผู้แต่งเรื่องผู้ชนะสิบทิศ) ซึ่งเป็นทายาทของเจ้าผู้ครองนครเมืองแพร่องค์สุดท้ายอีกด้วย

2. คุ้มเจ้าหลวงแพร่

สร้างขึ้นในปี พ..2435 โดย เจ้าพิริยะเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย ด้วยศิลปะสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะไทยกับยุโรป ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้น

ต่อมาในปี พ..2445 หลังเกิด เหตุการณ์กบฏเงี้ยวเมืองแพร่ เป็นเหตุให้เจ้าพิริยะวงษ์ต้องลี้ภัยไปยังเมืองหลวงพระบาง และไม่ได้กลับที่แพร่อีก คุ้มนี้จึงตกเป็นของรัฐบาลสยามส่วนกลางในสมัยนั้น และได้ถูกใช้เป็นจวนของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จนเมื่อปี พ..2547 คุ้มนี้ก็ได้ถูกส่งมอบให้ทางอบจ.แพร่เป็นผู้ดูแลและได้มีการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้น

เนื่องจากบริเวณใต้คุ้มนี้ เดิมเป็นคุกใต้ดินสำหรับคุมขังข้าทาส จึงมีรายงานว่า คุ้มนี้ผีดุ จนต้องมีการทำพิธีอยู่บ่อยๆ

สำหรับการเข้าชมในคุกใต้ดิน นั้น เขามีเคล็ดอยู่ว่า อย่าเดินหน้าหันหน้าเข้าคุกแต่ให้เดินถอยหลังเข้าคุกแทน ส่วนตอนออกก็เดินหน้าออกมาอย่าหันหลังไปมองคุก เพราะอาจจะทำให้ต้องโทษเข้าคุกในอนาคตได้

3. วัดพงษ์สุนันท์

เดิมชื่อ วัดปงสนุก เป็นวัดประจำตระกูลวงศ์บุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่สืบเชื้อสายมาจากอดีตเจ้าผู้ครองนครแพร่ มีสิ่งที่น่าสนใจดังนี้

- พระเจ้าแสนสุข พระพุทธรูปปางมารวิชัย อายุ 568 ปี

- เจดีย์ 108 ยอด

- พระนอนสีทองอร่ามองค์ใหญ่หน้าวัด

- เต่ายักษ์ มีพระพุทธรูปยืนประทับด้านบน

4. คุ้มวงศ์บุรี

คุ้มหลังนี้อาคารแบบไทยผสมยุโรปสีชมพูอ่อน โดยเป็นเรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ 2 ชั้นทรงไทยล้านนาผสมยุโรป ประดับตกตกแต่งลวดลายด้วยไม้ฉลุที่เรียกว่า ลายขนมปังขิง อยู่ทั่วตัวอาคาร

คุ้มวงศ์บุรีสร้างขึ้นตามดำริของ แม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา ชายาองค์แรกในเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เพื่อเป็นของกำนัลในการเสกสมรสระหว่าง เจ้าสุนันตา ผู้เป็นหลานของท่านที่ท่านรับมาเป็นบุตรีบุญธรรม กับ หลวงพงษ์พิบูลย์ (เจ้าพรหม วงศ์พระถาง) โดยท่านทั้งสองได้ใช้เรือนหลังนี้เป็นเรือนหอในพิธีเสกสมรสด้วย

คุ้มวงศ์บุรีมีความพิเศษเนื่องด้วยเป็นที่พำนักของอดีตชายาในเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เราจึงสามารถขนานนามว่า คุ้ม ได้ (หลายๆรีวิว เรียกว่า บ้านวงศ์บุรี แต่ผมคิดว่า ใช้คำว่า คุ้มวงศ์บุรี จะเหมาะสมกว่า)

คุ้มนี้มีค่าเข้าชม 30 บาทครับ 

5. คุ้มวิชัยราชา

เป็นคุ้มของ พระวัชัยราชา (เจ้าขัติ แสนศิริพันธุ์) ซึ่งเป็นอดีตเสนาคลังเมืองนครแพร่ ซึ่งท่านเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตคนไทยภาคกลางจำนวนมากจากเงื้อมมือของกลุ่มกบฏเงี้ยวเมืองแพร่ ด้วยการให้คนไทยเข้ามาซ่อนตัวในคุ้มแห่งนี้

ไม่มีหลักฐานว่า คุ้มนี้สร้างขึ้นเมื่อไหร่แต่เชื่อว่าน่าจะเก่าแก่มากกว่า 200 ปี อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าบ้านหลังนี้จะมีอายุเก่าแก่เกินร้อยปี แต่ยังมีโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรง ทั้งยังได้รับการออกแบบอย่างสวยงามเหมาะเจาะกลมกลืนพร้อมทั้งลวดลายฉลุที่สวยงามดูอ่อนช้อย ทั้งที่จั่วบ้าน บังลม ระเบียงตลอดจนไม้ช่องลมเหนือบานประตูและหน้าต่าง ล้วนเป็นศิลปะสวยงามและหายาก

คุ้มนี้มีการเปลี่ยนมือเจ้าของหลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากผู้ที่เป็นเจ้าของรายใหม่ได้เตรียมจะย้ายเข้ามาอยู่ล้วนแต่มีอันเป็นไปทุกราย จนทำให้บ้านหลังนี้ถูกทอดทิ้งเป็นบ้านร้างเรื่อยมาเป็นเวลานานถึง 40 ปี จึงเป็นที่ร่ำลือว่าที่นี่เป็นคุ้มผีสิง

จนกระทั่งในปี พ..2534 คุณวีระสตาร์ ได้มาพบเห็นคุ้มนี้โดยบังเอิญและได้รู้สึกว่าตนเองต้องมนต์สะกดคุ้มแห่งนี้ จึงตัดสินใจซื้อ และทำการบูรณะคุ้มแห่งนี้ขึ้นใหม่

หลังจากเที่ยวคุ้มและวัดต่างๆทั่วเมืองแพร่เสร็จ ก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี ย่านที่ผมแนะนำให้มาทานอาหารเย็น เรียกว่า ประตูชัย ซึ่งอยู่ใกล้กับ กำแพงเมืองแพร่ (สามารถเดินจากที่พักไปได้) ที่นี่จะขายพวก street food ต่างๆ ถ้าใครจะมาหาของอร่อยๆกิน + ดูวิถีชีวิตชาวเมืองแพร่ ผมแนะนำที่นี่เลยครับ

สำหรับรีวิวการเที่ยวแพร่ในวันแรกนี้ ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ก่อนครับ ในตอนหน้า ผมจะพาออกไปเที่ยวนอกเมืองแพร่บ้าง ทั้ง แพะเมืองผี, วัดพระธาตุดอยเล็ง และ พระธาตุช่อแฮ ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ

ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวแพร่-น่าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=31-10-2018&group=21&gblog=1

ตอนที่ 2: เรื่องเล่าจากคุ้มเมืองแพร่

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=02-11-2018&group=21&gblog=2

ตอนที่ 3: ตำนานแพะเมืองผี

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=04-11-2018&group=21&gblog=3

ตอนที่ 4: กระซิบรักที่เมืองน่าน

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=05-11-2018&group=21&gblog=4

ตอนที่ 5: อลังการทุ่งนาที่เมืองปัว

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=10-11-2018&group=21&gblog=5

ตอนที่ 6: เที่ยวส่งท้ายที่บ่อเกลือ


https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=11-11-2018&group=21&gblog=6




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 16 มีนาคม 2564 23:04:59 น. 3 comments
Counter : 868 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณKavanich96


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2561 เวลา:9:45:14 น.  

 
ข้อน่าสังเกตของเรานะคะ แต่ยังไม่ทราบคำตอบคือ เมืองแพร่มีรูปร่างเป็นเหมือนหอยสังข์ เหมือน ลำปางกับ ลำพูน น่าจะร่วมสมัยพระนางจามเทวีโน่นน่ะค่ะ

ขอบคุณที่พาเที่ยวนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 พฤศจิกายน 2561 เวลา:12:25:50 น.  

 
พระนางจามเทวี ครองราชย์ปี พ.ศ. 1202-1231
ส่วนพญาพล ครองราชย์ปี พ.ศ. 1371-1387

แต่เชื่อว่าตัวเมืองแพร่น่าจะเก่ากว่านั้น อาจจะอยู่ในยุคใกล้เคียงกับพระนางจามเทวีก็เป็นได้ครับ



โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 4 พฤศจิกายน 2561 เวลา:14:53:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.