Group Blog
 
All blogs
 
Hi 5



1.นิสัย ไร้ระเบียบ ไม่มีแบบแผน ไม่มีกฏเกณฑ์ ไม่มีนาฬิกา ปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามอารมณ์ ชีวิตนี้ เพียงพอแล้ว แต่ยังไม่พอเพียง (อ่าว งง ซ๊า) ชอบอยู่คนเดียวและไปตายเอาดาบหน้า รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด ชอบคุยกะหมากะแมวซะส่วนใหญ่ ปากหมาพูดแรง (แต่ใจไม่แรงนะ) ผ่าซาก ขวางโลก ไม่คิดร้ายใครนะ (แต่อย่ามาร้ายก่อนนะเว้ย) ใครมาดีก็คุย มาไม่ดีก็คุย แต่ไม่คบ

*************************************

2. เพลง การฟังเพลงเป็นสิ่งที่อยู่คู่ชีวิตเป็นอันดับสอง ต่อจากนิสัย เริ่มชอบฟังเพลงเพราะพ่อทำงานอยู่สถานีวิทยุมาก่อน ทำสปอตโฆณาทางวิทยุ เวลาพ่อกลับมาบ้าน พ่อจะมีแผ่นเสียงติดมือกลับบ้านมาเสมอๆ มีหนังสือเพลงติดมือมาประจำ มักจะแอบเปิดฟังตอนพ่อไม่อยู่ เพราะพ่อจะหวงเครื่องเล่นแผ่นเสียงมากๆ แกกลัวเข็มหัก

เพลงแรกที่จำความได้ คือ บัวน้อยคอยรัก ของแกรนด์ เอ๊กซ์ เอ๊กซ์ โอ พ่อเปิดแล้วก็จับเราเต้นๆ ก่อนไปทำงาน (ตอนนั้นประมาณ 5-6 ขวบ) ยังจำภาพได้ดี

ช่วงประถม ไมโคร นูโว บิลลี่ ไปเรื่อย

ช่วงมัธยม - มหาลัย หันหน้าเข้าหาเพลงฝรั่ง เจอ bon jovi เจอ Europe, Skid Row,Guns n’Roses Nirvana Metallica Ugly Kid Joe จนวันนึงมาเจอเสียงป้าแต๋ว วาสนา วีรชาติพลี ป้าแต๋วทำให้การฟังเพลงมีชีวิตชีวมากๆ ช่วงนั้นบอกได้เลยว่า เป็นช่วงเวลาที่สนุกและมีความสุขที่สุดในชีวิต กับการ ได้หาซื้อเพลงใหม่ๆ ซาวด์แปลกๆฟัง วงอย่าง D.I.G. , Hammer Box, Jesus Jones, EMF, Stone Roses, Suede, Manics,The Silencers, Teenage Fanclub ถ้าไม่ได้ป้าแต๋ว ผมก็นึกไม่ออกว่าเราจะหาฟังเพลงวงพวกนี้ ได้อย่างไรในยุคนั้น ป้าทำให้เราขวนขวายและไม่ฟังอะไรเดิมๆ เชื่อไม๊ว่ามันมีอิทธิพลกับชีวิตมาก เพราะรู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ด้วยเพราะการฟังเพลง

*************************************

3.การศึกษา จะบอกใคร ใครจะเชื่อว่าผมจะเรียนหนังสือจบ...(ผมเองยังไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลย) ช่วงประถมโอเคเลย มีแนวโน้มรุ่ง เกรดดี สอบได้ทุนของ กทม. โรงเรียนมักส่งไปสอบแข่งที่นั่นที่นี่ ได้รางวัลมาประจำ แต่พอเข้ามัธยม เรียบร้อย....จากแนวโน้มรุ่ง กลายเป็นร่วงไปเลย

เริ่มโดดเรียน เตะบอล มีเรื่อง ปีนรั้วไปดูหนัง จากที่เรียนจะได้เกรดเป็นตัวเลข ก็เริ่มมีตัวพยัญชนะ แทรกซึมมาเรื่อยๆ มส.บ้าง มผ.บ้าง ร.บ้าง ในที่สุด ม.3 ก็ไม่จบ โรงเรียนก็ไม่ให้เรียนต่อ ม.ปลาย เพราะประวัติสุดๆ

ผมรอดจากการไม่ได้เรียนต่ออย่างหวุดหวิด เพราะคู่อริ ม.5 ดันจำหน้าผมไม่ได้ พอดีตอนนั้น เลือดรักเพื่อนมันแรง เห็นเพื่อนกำลังเขม่นๆ กะ ไอ้ ม.5 อยู่ ไอ้เรากำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ เห็นเพื่อนถูกผลักอก เลยวางตะเกียบวิ่งไปชกซะงั้น ทั้งๆที่ตัวเองถูกทำฑันณ์บน ครั้งที่สามอยู่ จากนั้นก็ตะลุมบอนกันมั่วซั่ว ไปหมด สงสัยตอนนั้นผีบังหน้าผม ม.5 เลยจำไม่ได้ เหอเหอ รอดหงุดหวิด

และ วันที่เพื่อนๆ ขึ้นไปเรียน ม.4 กัน ผมเดินถือสว่านไปแก้ มส วิชาเลข ม.3 (เป็นไงล่ะ เหอเหอ แหกโค้งดีนักเมิง) คงจะงงล่ะซี่...ถือสว่านไปหาค่ารอบหมุนของสว่านรึก็ไม่ใช่ เนื่องจาก อาจารย์ท่านั้น นอกจากสอนเลขแล้วยังสอนวิชาคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งห้องคอมเพิ่งเปิดใหม่ๆ ซิงๆ

สิ่งที่ผมจะทำเพื่อแก มส ก็คือ เจาะพื้น ใส่พุก เอาน๊อตขัน ยึดโต๊ะกับพื้น ให้ติดกัน ประมาณ 50 โต๊ะได้ ซึ่งก็ทำจนเสร็จ แต่ทว่าหน่วยกิจจบก็ยังไม่ถึงอยู่ดี อ่ะ แต่ไม่เป็นไร เรายังติด ร มผ อีกหลายตัว หลับตาจิ้มออกมาซักตัวละกันนะ ก็ได้วิชางานบ้าน ซึ่งแทบไม่เคยทำงานส่งอาจารย์เลย

ในที่สุด ผมก็เรียนจบ ม.3 ด้วยการซื้อดินสอ ส่งอาจารย์ 1 โหล อ่ะๆๆ อย่าไปบอกใครนะว่าผมเรียนจบ ม.3 ด้วยดินสอ 1 โหล อายเค้า แฮ่ะ ๆ และคงด้วยสภาพที่อาจารย์เห็นแล้วก็เวทนา อาจารย์ท่านหนึ่งก็ชี้ทางสว่างว่า ครูว่าเธออย่าเรียนต่อเลย ไปสอบเทียบ ม.ปลายเถอะ...ผมก็ว่านอนสอนง่าย ก็ไปสมัครสอบเทียบ ม.ปลายเลย ใช้เวลาสอบ 2 ปี จบ ตรงรี่ไปเรียนรามเลย ไม่คิดเอ็นท์เลย ขี้เกียจกินแบรนด์ อ่ะไม่ใช่ เพราะรู้เลยว่ายังไงก็เอ็นท์ไม่ติด เลยไม่อยากเสียเวลาไปอ่านหนังสือสอบ เหอเหอ เอาเวลาไปเดินเล่น tower record แทน ระหว่างสอบเทียบก็แว่บไปทำงานอยู่ปี 2 ปี

เรียนรามได้ปี เริ่มรู้สึกอยากเรียนแบบมีอาจารย์คอยเช็คชื่อเข้าเรียน อยากมีเพื่อนเป็นเรื่องเป็นราวด้วย ก็สอบเข้าเรียนราชภัฎ เรียนจนจบ โดยไม่มีสะดุดใดใดเลย เพราะว่าได้บทเรียนมาเยอะในช่วงมัธยม

เล่ามายาวเยื้อยไม่ได้แค่ดีใจที่เรียนจบ (ทั้งๆที่ไม่น่าจะจบ) แต่เล่าให้มีไว้เป็นบทเรียนด้วยคับ มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลายนะครับ ว่าตั้งใจเรียนนะ โดยเฉพาะในช่วงมัธยม มีสมาธิให้มากๆ กำลังก้าวสู่วัยรุ่น พลิกผิดด้าน นี่ไปยาวเลย

*************************************

4.กีฬาผมเริ่มดูกีฬาเป็นครั้งแรก ตอนอายุ 8 ขวบ ช่วงฟุตบอลโลกปี 1986 หลับๆตื่นๆ นั่งดูกับพ่อ บอลมันมาดึก ตอนนั้นจัดที่เม็กซิโก นัดที่ดูรู้เรื่องมากที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นในความทรงจำ ก็คือ นัดที่ บราซิล นำโดย ซิโก้ (ซิโก้ จริงๆ ไม่ใช่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์นะครับ) เจอกับ ฝรั่งเศส ที่มี มิเชล พลาตินี่

ที่มันจำได้ เพราะมันดูแล้วลุ้นอ่ะ ใครเคยเห็นเด็กดูอะไรๆที่มันตื่นเต้นมะ (เว้นหนังโป๊นะ) มันจะมีอาการแบบ อยู่ไม่สุข ลุกลี้ลุกลน ขยับแข้งขยับขา นั่นแหล่ะผมเป็นแบบนั้น (ไม่รู้ใครเป็นเหมือนเราไม๊หว่า) เพราะบอลมันสูสี ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ถูกนำตามตีเสมอ มีช่วงต่อเวลา สุดท้ายทำไรไม่ได้ต้องยิงลูกโทษ

และนักเตะที่เค้ายกย่องว่าสุดยอดๆ ก็ยิงลูกโทษไม่เข้าทั้งน๊านน นั่นล่ะ แล้วก็มาดูรอบรอง จนรอบชิง มีมาราโดน่า เป็นพระเจ้าแห่งวงการลูกหนัง

จบบอลโลกก็มีซึบาสะ อีก เจ้าหนูสิงห์นักเตะ ตามดูรายการเจาะสนาม มาเจอฟุตบอลอังกฤษ หลงเสน่ห์ลิเวอร์พูลเข้าเต็มเปา การเดินเกมที่ไม่มีหยุดนิ่ง จนเค้าเรียกกันว่าเครื่องจักรสีแดง (แต่ยุคนี้ไม่ได้เห็นแบบนั้นอีกแล้ว) ผมเชื่อว่าเด็กๆยุคผมส่วนใหญ่ก็ชอบลิเวอร์พูลทั้งนั้นแหล่ะ

เอาล่ะเดี๋ยวมันจะยาวเกินก็นั่นแหล่ะ เชื่อเถอะว่ากีฬา ทำให้เด็กไม่ไปยุ่งกะยาเสพติดได้จริงๆ (มาได้ไงวะ) เพราะตอนเด็กผมติดฟุตบอลมากๆ หมกมุ่นกับการเตะบอลทั้งตอนเช้า กลางวัน เย็น ซื้อหนังสือข่าวฟุตบอล การ์ตูนฟุตบอล ตัดรูปนักเตะเก็บแปะลงสมุด

*************************************

5.ความรัก เขินนะตะเอง แต่ก็นะ group blog ผม group นี้ มันไม่เกี่ยวกะหมาอยู่แล้ว ชีวิตผมก็ไม่ได้มีแต่หมานะ ถึงแม้ว่าใครเห็นหมาขี้เรื้อนแล้วจะคิดถึงผมก็ตาม ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าควรจะดีใจไม๊ ทำไมเห็นร็อตหรืออัลเซเชี่ยนจะคิดถึงผมไม่ได้ ทำไมต้องหมาขี้เรื้อน ฮึ!!!

เริ่มมีรักตอนมัธยม เรียกว่าแฟนๆดีกว่า ตอนนี้ผมคิดได้แระว่าตอนนั้นมันไม่ใช่ความรัก เป็นความชอบแบบเด็กๆ จริงๆ ก็ชอบกันนั่นแหล่ะน่า..... แต่ทำไม ผมมีแฟน แฟนผมต้องโดนไล่ออก มีคนต่อมาก็โดนไล่ออกอีก ผมเป็น กาลากินี อะไรรึเปล่านี่ แต่น่าจะไม่ใช่ อาจเพราะชอบผู้หญิงห้าว ดุเดือดเลือดพล่าน คนแรกถูกไล่ออก เพราะไปมีเรื่องนอกโรงเรียน มีประจำ ชอบไปมีเรื่องกะเด็กพาณิชย์ ก็ไม่รู้จะหมั่นไส้อะไรกันนักหนา ไอ้เรารึก็ไม่เคยห้าม ดันไปนั่งดูเค้าตบกันซะอีก แล้วค่อยลากซากแฟนกลับบ้าน มีการโทรนัดตบกันอีก เฮ่อ...มีบ่อยจนอาจารย์เห็นท่าจะไม่ไหว เลยเชิญไปเรียนที่อื่น ทางบ้านเค้าเลยส่งไปอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ เค้าก็เขียนจนหมายมาหา ก็ติดต่อกันทางจดหมาย สมัยนั้นอ่ะนะ โปรดเข้าใจกันนิดนึง ตอบจดหมายกันไปมา จนมันก็ห่างหายกันไปเรื่อยๆ รักแท้แพ้ระยะทางอ่ะน่อ...

คนต่อมาเป็นรุ่นน้อง นี่ก็ห้าว แต่ออกแนวห้าวเงียบ ดุลึก ก็ดุเงียบนั่นแหล่ะ ใช้วิธีการเงียบ ทำหน้าบึ้ง ชอบเรียกร้องความสนใจ งอนก็เงียบ แต่เรื่องตบเธอก็ไม่แพ้ใคร มาเถอะ ตบได้ทุกคน เว้นแฟนคนก่อนของผมที่เธอไม่กล้า อิอิ เพราะรายนั้นดุกว่า ไม่ดุเงียบ แต่ดุบ้าคลั่ง ค่าพลัง aggressive เต็มสิบ แต่สุดท้ายน้องก็ถูกอาจารย์เชิญออก

ไม่รู้ว่าน้องเธอจะเป็นลมกะทันหันรึยังไง แล้วหายาดมไม่ทัน ดันไปหยิบกาวมาดมแทนแล้วไปอยู่ในห้องน้ำหญิง.........เฮ่อ....ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นไงบ้างหนอ...

อ่ะ ตกลงมานเล่าเรื่องความรักของตัวเองรึว่าแฟนเก่ากันแน่ เหอเหอ เอาเป็นว่า ตอนนี้มุมมองความรักเปลี่ยนไปจากสมัยเด็กๆ ความสวยงามในความรักยังพอมี แต่ที่มีมากกว่าคือ ความผูกพัน เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกผูกพันกับใครซักคน ผมก็รู้สึกว่ามันคือ ความรักแล้วนะ ไม่ว่าจะรักแบบไหน เหมือนเรารักพ่อ รักแม่ รักแมว รักหมา อะไรอย่างเนี้ย...........

สุดท้ายก็จบที่หมากะแมวจนได้นั่นแหล่ะน่า ....

*************************************




Create Date : 03 ธันวาคม 2550
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 4:31:49 น. 6 comments
Counter : 402 Pageviews.

 
อืมม..โชกโชน เข้าที แฮะ.....


โดย: ลิงจ๊ากจ๊าก วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:4:23:44 น.  

 

*** สวัสดีเช้าวันจันทร์จ้า ***





โดย: หน่อยอิง วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:8:35:47 น.  

 

G' Morning ค่ะ


โดย: โสมรัศมี วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:9:20:55 น.  

 
ชอบที่เล่ามา อ่านซะทุกตัวอักษรเลย
แต่เอ.....ที่เล่ามาตกลงว่าตอนนี้
มีความรัก
หรือมีแฟนอะป่าวล่ะคับไม่ใช่กะหมาแมวนะ


โดย: เสียงดีสูงโปร่งจมูกโด่งขาวจั๊ว วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:9:55:58 น.  

 
ไม่ธรรมดานะเนี่ย 555555

แวะมาทักทาย นั่งอ่านเสร็จก็รู้จักนิสัยใจคอมากขึ้น

หมา ๆ แมว ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเลยนะคะ

มีความสุขกับสิ่งที่ทำนะคะ

วันนี้เอารูปลูกสาวมาฝากด้วยคะ บ้าย บาย



โดย: เจ้าเตี้ย วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:13:16:37 น.  

 


โดย: HAG วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:14:19:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มีนะ กะ กาโม่
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ช่วยกันคนละนิดละหน่อยแล้วปัญหามันก็จะหมดไป

ใครรักหมาก็ถือว่าช่วยหมา
ใครไม่รักหมาก็ถือว่าช่วยคนก็ได้นะคับ

*****************************
Friends' blogs
[Add มีนะ กะ กาโม่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.