......บันทึกการเดินทางของชีวิต แบบเรื่อยเปื่อยตามแรงอารมณ์......


แม่เจ้าเมฯ
Location :
Great Yarmouth United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





แม่ของลูก 3 เมฯ
เมธัส เมฑิรา เมษวีร์
...รวบรวมบันทึกรูปภาพและเรื่องราว
ของวันดีๆในช่วงชีวิตที่ประทับใจ...
ชีวิตครอบครัว...มิตรภาพ-เพื่อนฝูง...
อาหารการกิน...เรื่องราวท่องเที่ยว...
สิ่งแปลกใหม่ในสถานที่แปลกตา
และสิ่งจรรโลงใจทั้งหลายทั้งมวล...
...ไม่มาก-ไม่น้อย แต่ไม่พอดี???
...ไม่ขาด-แต่ไม่เกิน ไม่เต็ม-แต่ไม่ล้น...

Enjoy your life while you can.




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าเมฯ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 
เยือนดูไบ-อบูดาบี้



เมื่อปลายเดือนเมษาที่ผ่านมานี้
เรามีโอกาสไปเที่ยวดูไบ-อบูดาบี้
ตามคำเชิญชวนของเจ๊ฉาย...
เจ๊ฉายคือเพื่อนรักอีกคนหนึ่งที่เป็น
ผลพวงจากการเล่นเน็ต
เราคบกันเกินกว่าเพื่อน...
จนบางครั้งรู้สึกเหมือนพี่เหมือนน้องกันมากกว่า...
เกือบ 5 ปีที่คบกันมา เจอกัน 2 ครั้ง...
แต่เม้าท์ผ่านเอ็มฯกันเกือบทุกวัน...
เราเลยไม่ตะขิดตะขวงใจเลยกับ
การที่ต้องลุยเดี่ยวด้วยตัวคนเดียว
ไปเยี่ยมครอบครัวที่น่ารักของเจ๊ฉาย....

วันที่ 0-1
ออกเดินทางจากบ้านเที่ยงวันของวันศุกร์
เราต้องนั่งรถโค้ชจากบ้านไปที่สนามบิน Heathrow
การเดินทางบนรถโค้ชกินเวลาเกือบๆ 6 ชั่วโมง!!!!!!!!!
เช็คอินเรียบร้อย กว่าจะได้บินก็สี่ทุ่มโน่นแน่ะ...
หลับๆตื่นๆจนเช้าไปโผล่เอาที่สนามบิน Bahrain
เพื่อต่อเครื่องอีกลำหนึ่ง ไปยังอบูดาบี้...
ลงจากเครื่องเกือบ 7 โมงเช้าตามหมายกำหนดการ
เราจะต้องขึ้นเครื่องใหม่เวลา 8 โมงครึ่ง
แต่มันขึ้นบอร์ดว่าดีเลย์...
เอาล่ะสิตู...แล้วจะไปทันไหมเนี่ย???
บนบอร์ดบอกว่าเครื่องจะดีเลย์จนถึง 10 โมงครึ่ง
เลยรีบโทรไปบอกเจ๊ฉาย กลัวว่าจะออกมารอกันเก้อ...
แล้วเราก็ไปนั่งรอตรงประตูที่จะต้องต่อเครื่อง
รอ ร๊อ รอ...รอจนอีก 15 นาทีจะ 10 โมงครึ่ง...
ชักทะแม่งๆแล้ว...ทำไมมีเราคนเดียววะเนี่ย?
...ลองเดินไปถามเจ้าหน้าที่ดูดีกว่า...
ถามสามคนได้สามคำตอบ...เฮ้อ...
แต่สรุปแล้วไอ้เครื่องนั้นน่ะเขา Cancel ไปแล้ว
แต่ดันเจื่อกขึ้นบอร์ดว่า Delay....
อีตาเจ้าหน้าที่คนที่สามนี่ถามเราว่าเขาประกาศไปแล้ว
เธอไม่ได้ยินเหรอ?
...ฮ่วย...เวลาเขาประกาศเป็นภาษาแขกพวกคุณมรึง
ก็เงี่ยหูฟังกันเงียบกริบ
แต่พอเขาต่อด้วยภาษาอังกฤษพวกคุณมรึงก็
แหกปากตะโกนคุยกันเหมือน
ไฟไหม้ฮาเร็ม...แล้วตูจะรู้เรื่องไหมล่ะเนี่ย????
แต่พี่แกก็ยังดีนะ...มีน้ำใจพาเราไปเปลี่ยนตั๋ว...
ตาลุงที่เปลี่ยนตั๋วให้เราไม่ฟังอีร้าค่าอีรม...
บอกเราว่าเที่ยวต่อไปน่ะ 2 ทุ่มครึ่งนะ...
แกร่กๆ พิมพ์ตั๋วใหม่ส่งให้เราเลย เราก็งงดิ่ครับท่าน??
...โอ๊ว...โนว์...ไม่ได้นะคะคุณลุง
เพื่อนฉานเขาจองตั๋วไปเที่ยว Desert Safari ไว้บ่ายนี้...
เออ...งั้นลุงมีเครื่องไปลงดูไบม๊ะล่ะ?...
ขอฉานไปลงดูไบก็ได้นะจ๊ะ...
ลุงส่ายหัว...คงคิดในใจ"...ตูล่ะกลุ้มใจกะอีนี่จังเลย"
แต่ก็ตอบว่า..."มี๊...เครื่องออกเดี๋ยวนี้เลย...
แกร่กๆๆ(พิมพ์ตั๋วใหม่ส่งให้เรา) เอ้ารีบวิ่งไปเลยนะ...
โทรหาเจ๊ฉายอีกที...เดี๋ยวไปเจอกันที่ดูไบละกันนะจ๊ะ...
พอขึ้นเครื่องได้ก็นึกถึงกระเป๋าที่ไปกะเครื่องแล้ว
แต่เครื่องไหนก็ไม่รู้สิ???
เอาฟะ...มันก็คงไปทิ้งไว้ให้เราที่ดาบี้หรอกน่า...
พอถึงดูไบ...ครอบครัวเจ๊ฉายที่ห้อตะบึงโฟว์วิลไดรฟ์
ใส่เกียร์จรวดมาจากดาบี้ มารับเราไปฉลองมื้อแรกด้วยกัน...
ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นใน Jumeira Arcade
กินเสร็จเดินเล่น ชมโน่นชมนี่กันเรื่อยเปื่อย...
เจ๊ฉายบอกวันนี้เราไป Dune Safari ไม่ทันแล้วล่ะ...
ไม่เป็นไรยังไม่ได้จ่ายตังค์ จองใหม่พรุ่งนี้ก็ได้...




ช่วงเย็นเราเลยพากันไปเดินเล่นในห้าง IBN Puttuta
เกิดมาก็เพิ่งจะ
เคยเห็นห้างที่อลังการงานสร้างได้ขนาดนี้แหละ...

เราเริ่มเดินกันจากโซนจีน อินเดีย อียิปต์ โมร็อคโค....
แม้แต่ห้องน้ำก็ยังหรูหราจนน่าเข้าไปนอนเลย...คิดดู
แต่ร้านค้าไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่
เพราะส่วนใหญ่เป็นร้านค้าของอังกฤษ...
แต่ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของห้างนี้คือ...มีชั้นเดียว...
ไม่ลำบากต่อการเดินขึ้น-เดินลง ป่ายปีนลิฟท์
หรือไต่บันไดลิง...เหมาะแก่การพาอาม๊ามาเที่ยวมาก...
เราเดินกันจนสุดทางก็มีห้าง Giant
ซุปเปอร์มาเก็ตให้เข้าไปเลือกซื้อของกันอีก
แล้วเดินกลับมานั่งกินร้านอาหารจีนเป็นมื้อค่ำกัน
ก่อนกลับบ้าน....

อ้อ...ขากลับเราแวะไปรับกระเป๋ากันที่สนามบินอบูดาบี้
ตอนที่ไปถึงนั้นเกือบ 4ทุ่มแล้ว
พนักงานและนักเดินทางเริ่มบางตา...
เรารี่ไปที่แผนก Luggage Service...
พี่ยามด้านหน้ายึดพาสปอร์ตเราไว้ก่อนปล่อยเราเข้าไป
เราเข้าไปถามพนักงานที่เคานเตอร์
ยื่นหลักฐานให้ดูว่าเรามีหางบอร์ดดิ้งพาสอยู่...
พี่แกเงยหน้าขึ้นมามองเราแว่บนึง...
แล้วก้มไปเขียนอะไรต่อยุกยิกๆ...ถามเราว่า
"แล้วเธอไปไหนมาทำไมเพิ่งมารับกระเป๋าเอาตอนนี้?"
เราก็เลยต้องสาธยายให้ฟังว่าทำไม...พี่แกถามต่อว่า
"แล้วเธอมี Report มาจากสนามบินดูไบรึเปล่า?"
คิ้วเราเริ่มผูกโบว์แล้ว รีพอร์ตอะไรฟะ? ทำไมต้องมี?
พี่แกยังคงเขียนอะไรยุกยิกแล้วถามต่อว่า
"อ๊าว...ก็เกี่ยวกับวีซ่าของเธอไง?"
เราบอกว่า ฉันไม่มีรีพอร์ต และไม่ต้องใช้วีซ่า...
ตานี้....พี่แกถึงวางมือเงยหน้าขึ้นมามองเรา
คิ้วขมวด-หนวดกระดิกเชียว...

"ทำไมไม่ต้องใช้วีซ่า????"เราตอบว่า
"...I'm british..."
ทีนี้พี่แกเลยยิ้มแหยๆ..."Oh!..Sorry ma'am"
แหมๆเห็นหน้าแบนๆอย่างเราเลยนึกว่าเป็นสาวปินส์
ที่เข้ามาทำงานอย่างเดียวเลยรึไงเพ่?????




วันที่ 2
เราออกจากบ้านกันตอนบ่ายบึ่งเข้าเมืองดูไบอีกครั้ง
เพราะจะไป Desert Safari กันล่ะ...
ไกด์พาเที่ยวนัดมารับพวกเราที่ห้างสรรพสินค้า
โดยสารไปกับรถเขา แล้วขากลับพามาส่งที่ห้างเดิม...
เราจึงต้องจอดรถกันไว้ที่นั่น...
เป้าหมายแรก คุณไกด์หนุ่มพาเราแวะที่ลานขับรถ
ตลุยทรายสี่ล้อ...
งานนี้ปล่อยให้หลานเควินลองคนเดียว
แม่กะป้านั่งเก็กท่าถ่ายรูปกันเล่น...
เสร็จแล้วคุณไกด์ก็พาพวกเราไปขับรถเวียนขึ้น
เวียนลงในหุบเขากลางทะเลทราย...
ดีนะที่พวกเราไม่ได้กินอะไรกันมาก่อน...
ไม่งั้นคุณไกด์คงจะได้ล้างรถอานเลย...

ต้องยอมรับฝีมือการขับรถของเขาจริงๆว่าเด็ดมาก
คนที่ไม่ชินจริงๆอาจคอหักตายได้...
งานนี้พวกเราสนุกสนานตื่นเต้นกันดี...มีแต่
น้องเลย์คนเดียวที่ไม่สนุกด้วยเลย...
แถมยังบอกคุณไกด์ให้พาไป"คาร์ฟู" ดีกว่า...

สักพักคุณไกด์ก็จอดรถให้เราเล่น Sand Boardกัน...
แหม...วันนี้สนุกจนลืมแก่ไปเลย...
หลังจากนั้นเราก็ขับรถฝ่าฝุ่นไปดูดวงอาทิตย์ตก
กลางทะเลทรายกัน
ระหว่างทางเห็นต้นไม้แปลกๆอย่างต้นดอกรักด้วย
ไม่น่าเชื่อว่าในถิ่นแห้งแล้งกันดารอย่างนี้ จะมีต้นไม้
บางจำพวกที่อยู่รอดได้...
(น่าจะใช่ต้นดอกรักเหมือนบ้านเรา แต่ดอกไม่สวยเท่า)
แล้วก็ไปที่จุดหมายปลายทาง...แค้มป์...
แต่ก่อนเข้าแค้มป์เขามีน้องอูฐ จอดเรียงรายไว้ 3 ตัว
ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปลองขี่และพาเดินวนหนึ่งรอบ...
....มีรึที่เราจะพลาด....
พอลงจากหลังอูฐได้ก็รีบวิ่งแจ้นเข้าแค้มป์
ตามกลิ่นอาหารที่โชยตามลมมา
หน้าตาอาหารดูไม่ค่อยน่ากิน แต่ก็อร่อยพอใช้ได้
รึจะเป็นเพราะความหิวก็ไม่รู้

ทั้งอาหารและเครื่องดื่มพวกน้ำอัดลมและน้ำเปล่าฟรีหมด
แต่ถ้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นต้องจ่ายต่างหาก...
นับว่าเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของประเทศนี้
ที่เขายังยอมรับวัฒนธรรมของชนต่างศาสนาด้วย
ทำให้คนจากทั่วโลกเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและทำงาน
ได้อย่างไม่มีปัญหาในการอยู่ร่วมกัน...




โซ้ยกันเสร็จเราก็พากันเดินดูรอบๆแค้มป์
เขามีร้านขายของที่ระลึกอยู่ 2-3 ร้าน
และซุ้มเครื่องแต่งกายชาวพื้นเมืองให้ลองใส่เล่นกันด้วย
อันนี้พวกเราขอผ่านเพราะใส่เข้าไปก็ไม่รู้ว่าใครอยู่ดี
ปิดหน้าตาหมดขนาดนั้น...ไม่หนุกๆ

แต่มีซุ้มติดกันข้างๆนี่สิน่าสนใจ...เขาทำไรกัน????
ต้องตามไปดู...อ๊า....เขามีเขียนลาย Henna ให้ด้วย...
เอาวุ๊ยๆ...ลองดู...สวยสมใจไปได้ 3-4 วันก็ยังดี...

สักพักใหญ่เสียงเพลงที่ขับกล่อมนักท่องเที่ยวก็เปลี่ยนจังหวะ
เป็นเพลงเร้าใจ...อ้าว...เอ๊ะ...ไฟดับด้วย...
เหลือสว่างอยู่แค่กลางแค้มป์...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?????
แล้วน้องนางคนสวยในชุดระบำหน้าท้องก็ร่ายรำ
ออกมาให้คนหายงวยงง...
ลีลาการเต้นรำของเธอช่างน่าประทับใจเสียจริงๆ
เธอสามารถสะกดสายตาทุกคู่ไว้ได้อย่างชงัด
ทั้งสาวน้อย-สาวใหญ่ หนุ่มมากและหนุ่มเหลือน้อยเต็มที...
ไม่เว้นแม้แต่น้องเลย์เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ...
ก็ยังอยากขึ้นไปแจมกะเขาด้วย
เธอสวยและมีลูกเล่นลวดลายกับผู้ชมให้
สนุกสนานคล้อยตามไปกับเธอได้จนนาทีสุดท้าย...
พอจบการแสดงเขาก็ดับไฟพรึ่บหมด
ใครคนหนึ่งลุกขึ้นไปก่อกองไฟกลางแค้มป์
พร้อมเปิดเพลงสากลหวานๆให้
ผู้คนยืนชื่นชมดวงดาวกลางฟ้านับหมื่นแสนดวงที่สว่างจ้า
บางคนก็เต้นรำ คลอเคลียกัน...เป็นที่น่าอิจฉา
เฮ้อ...คิดถึงคนทางบ้านจังเล๊ย...




วันที่ 3
วันนี้เราจะเข้าดูไบเป็นวันสุดท้าย...
วันที่เหลือเราก็จะตลุยอบูดาบี้กัน
เช้าขึ้นมางัดเอาหอยทากอบเนยกับขนมจีบ-
ฮะเก๋าที่ซื้อมาจากห้างไจแอ้นท์
เมื่อ 2 วันก่อนออกมาอุ่นกินกันเป็นมื้อเช้า
กลางวันเราไปกินอาหารจีนกัน(อีกแร่ะ...)
ตกบ่ายเราก็ขับรถไปชมโรงแรมระดับโลก
Burj Al Arab แหมๆ...เกือบจะได้เข้าไปถึงข้างในแล้วเชียว
แต่ดันโดนสกัดดาวรุ่งไว้โดยพี่ยามหน้าเหี้ยมซะก่อน...

เอ้า...ตั้งหลักหามุมใหม่ไปถ่ายรูปกันด้านข้างก็ได้ฟะ...
หลังจากนั้นก็ไปถึงปาล์มบีช
(เกาะรูปต้นปาล์มที่สร้างขึ้นมาโดยการเอาทรายไปถมทะเล)
ไม่ได้รูปถ่ายมาอีกเหมือนกัน เพราะพอเราจอดรถปุ๊ป
คุณตำรวจที่หน้าคล้ายโจร
ก็ขับรถป๊าดดดดด...ตามมาบอกเราว่าห้ามถ่ายรูปเด้อ...
ก่อนที่เราจะออกนอกรถซะอีก
แหม...เกลียดนักเชียะ...รู้ทันกันจังเลย...

แล้วก็พยายามหาทางจะไปพิพิธภัณต์กันแต่ดันหลงทาง
จนไปเจอตลาดทองกันซะก่อน...
ขนาดเกือบจะค่ำแล้วแถวนี้แทบจะไม่ต้องเปิดไฟกันเลยเชียว
เพราะทุกร้านจะมีแสงสะท้อนของทองและประกายเพชร
สาดส่องกันออกมาจนตาแทบจะบอดไปเลย....
และทุกร้านก็จะมีลูกค้ามากน้อยต่างกันไป
บางคนคนยืนมุงกันเหมือนเขามีการเทกระจาดงั้นแหละ...
มันจะรวยอะไรกันนักกันหนาหนอ????




พอหลุดพ้นออกจากตลาดทองมาได้
เราก็งมหาทางจะไปห้าง Lamsy กันต่อ
เพื่อไปหาซื้อกระทะย่างเนื้อเกาหลี
ตามคำแนะนำของเจ๊ฉาย....
(ในห้องปลุกปล้ำ-ทำครัว)
แต่ปรากฎว่าด้วยเวลานั้นของวันช่างเหมือน
กับช่วงเวลาเร่งด่วนในกรุงเทพฯซะจริงๆ
ทั้งรถติดและหลงทางทำให้เฮียอีฟว์
สารถีจำเป็นของเราหงุดหงิดเป็นอันมาก.....
แต่หลงไปหลงมา จนมาเจ๊อะ...
พิพิธภัณต์เข้าโดยบังเอิญ ขณะนั้นเกือบ 2 ทุ่มแล้ว
เราจึงเหลือเวลาเดินดูแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง...
วิถีชีวิตของชาวอาหรับสมัยก่อนน่าสนใจมาก
โดยเฉพาะคนประเทศนี้...
หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาพัฒนาขึ้นมา
ได้อย่างรวดเร็วมาก...เมื่อ 50-60 ปีที่แล้วที่นี่
มีจำนวนประชากรทั้งประเทศน้อยกว่าอูฐเสียอีก....




วันที่ 4
วันนี้เป็นวันพิเศษเพราะเป็นวันเกิดของเจ๊ฉายด้วย
แต่ตัวเจ๊ฉายเองกลับดูไม่ตื่นเต้นเอาซะเลย...
ยังคงนอนตื่นสายเหมือนปกติ...
เฮียอีฟว์เป็นสามีที่โรแมนติกมาก
อุตส่าห์ตื่นมารอแต่เช้าเพื่อที่จะเปิดเพลง
Happy birthday ให้ภรรยา....วู๊ย...หวานซะ

และก็มีของขวัญเซอร์ไพรส์กันเล็กน้อย...
ตอนบ่ายเราแพลนกันว่าจะไปปิคนิก
ปิ้งไก่กินกันที่ชายหาด...ออกจากบ้านเกือบบ่าย 4
โอ้โห....ร้อนเหมือนไปเดินอยู่ในกะทะคั่วเก๋าลัคเลย....
แต่พอคล้อยไปหน่อยกลับมีลมพัดเย็นสบาย
วันนี้เฮียอีฟว์โดนเรียกตัวไปที่ทำงานด่วน
เลยเอาพวกเราไปปล่อยไว้ที่ชายหาด...
เราก็ปิ้งกันไป กินกันไป พักผ่อนกันจริงๆวันนี้...
พอค่ำๆเฮียแกมารับพวกเรากลับบ้าน
ฮั่นแน่...มีเซอร์ไพรส์รอบ 2 อีกนะ เค้กไอศครีม
เฮียแกรู้ว่าเจ้านี้เป็นเจ้าโปรดของเจ๊ฉาย...
เราเลยได้อิ่มอร่อยไปด้วย...
...นับว่าวันนี้เป็นวันพิเศษจริงๆที่ได้มาอยู่
ร่วมอวยพรวันเกิดให้เจ๊ฉายถึงบ้าน....




วันที่ 5
วันนี้เราต้องออกตลุยชมเมืองดาบี้กันเอง
เพราะเฮียอีฟว์ต้องกลับไปทำงานซะแล้ว...
เราวางแผนจะไปเดินเล่นเลียบ คอร์นิชกัน
แต่ตอนที่ออกไปนั้นแดดยังร้อนอยู่มาก
กลัวว่าจะออกไปตายหยังเขียดกันซะก่อน
เลยเรียกแท็กซี่พาไปเดินตากแอร์ในห้าง
Foton World กันก่อน แวะกินมื้อเบาๆใน
Ikea พอแดดร่มลมตกแล้วเราก็ออกมาเดินกัน
ถนนเลียบทะเลสายนี้ มีผู้คนใช้เดิน วิ่งและ
ขี่จักรยานออกกำลังกายกันเป็นระยะๆ...
และแดดยามบ่ายช่วงนี้ของปีก็ไม่แรงนัก
ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเพลีย แถมยังไม่มี
เหงื่อหยดย้อย เหมือนบ้านเราอีกด้วย
เพราะความร้อนแบบแห้งๆบวกกับลมเย็นๆ
น้องเลย์เลยหลับปุ๋ยไปได้พักใหญ่ๆ
เราก็เดินกันไป พักกันไปเรื่อย....
ตอนเย็นเฮียอีฟว์แวะมารับพาเข้าตัวเมือง
เราสองคนก็ถือโอกาศเดินสำรวจร้านทองกัน
ได้มาแต่ไม้กางเขนไปฝากผู้ใหญ่ลี...
แล้วเราก็แวะกินมื้อค่ำกันที่ร้านอาหารจีน!!!!!!

อีกตามเคย...แหะ แหะ



วันที่ 6
วันนี้ตื่นเช้ามารู้สึกว่าอยากลองออกไปชมเมือง
ตามลำพัง...เลยไปปลุกขอยืมกุญแจจากเจ๊ฉายมา
แล้วก็เดินๆๆไปเรื่อยจนไปถึงห้างคาร์ฟู...
ก็เลยถือโอกาศช๊อปปิ้งซะเลย....
พอขากลับจะเรียกแท็กซี่กลับ...อ้าว...
จะให้เขาไปส่งที่ไหนล่ะเนี่ย? ทำไงดีล่ะ???
ดันลืมนึกว่ามีเบอร์บ้านเจ๊ฉายอยู่ในมือถือ
ก็เลยโทรกลับมาถามผู้ใหญ่ลีที่บ้านแทน...
ถึงตอนนั้นเจ๊ฉายเริ่มเป็นห่วงแล้วว่าเราหาย
ออกไปคนเดียวนานเกินเหตุ..
แกกลัวว่า...เราจะไปโดนแขกที่ไหนลากไปแล้ว...

ก๊ากกกก...หน้าอย่างนี้น่ะนะ!!!!!!!!!!!
แขกมันจะกล้าลากไปทำปุ๋ยรึ????
เจ๊ฉายถึงกับโทรถามพี่เจี๊ยบที่ฮอลแลนด์
ถามเกตุที่สวิสฯ ถามเจ้าพิมที่นอร์เวย์...
วิตกไปโน่น...108-1009 แต่แล้วซักพักเรา
ก็หอบหิ้วสังขารและของช๊อปปิ้งกลับมา...
มื้อเช้าวันนั้นโดนทำโทษด้วยไข่เจียวและ
ยำปลากระป๋อง และต้มผักกาดดอง...ยั่มๆ

ตอนบ่ายเรานั่งแท็กซี่เข้าเมืองกันอีกรอบ
แวะไปดูร้านขายของไทย...วันนี้ไม่ค่อยมีของ
แวะไปเดินเล่นหลบแดดกันใน Abu Dhabi Mall
จนแดดคล้อยแล้วก็ไปตามล่าหาจี้ทองให้ตัวเอง
ซักอัน...มาได้เอาที่ร้านสุดท้ายจริงๆ
เจ๊ฉายกับน้องเลย์ทรหดมาก ทนเดินกับเราจน
ดอกยางรองเท้าหลานสึกหมดเลย...
แล้วตอนเย็นก็นัดเจอกับเฮียอีฟว์ที่หน้าโรงแรม
Crowne plaza ที่นั้นมีภัตตาคารที่เจ๊ฉายบอกว่า
ไม่ควรพลาดแต่เราพยายามจองกัน
หลายรอบแล้วก็เต็มหมดจนคิดว่าพลาดแน่ๆแล้วล่ะ...
แต่คืนนั่้นด้วยฝีปากและคารมร้ายของเฮียอีฟว์
โมเมให้พวกเราเข้าไปกินกันจนได้แหละ...


เป็นอาหารทะเลสดๆตามสั่งในราคาบุฟเฟ่ท์ที่เข้าท่ามาก
งานนี้นับว่าคุ้มจริงๆ..เขามีกุ้งหอยปูปลา สารพัด
ให้คุณเลือกสั่งเอาเลยว่าจะให้เขาผัด ยำ ทอด แกง ฯลฯ
ราคาคนละ 120 ดีแรมห์ แถมดื่มได้ไม่อั้น...
สุดยอดสมคำเล่าอ้างจริงๆเลยค่ะ...
มื้อสุดท้ายนี้จึงสนุกและอร่อยทิ้งทวนกันจริงๆ..




วันสุดท้าย
เมื่อมีพบก็ต้องมีจากเป็นเรื่องธรรมดา...
วันนี้ไม่มีเวลาอะไรกันมาก ตื่นเช้ามาอาบน้ำ
จัดกระเป๋า และกินมื้อเช้าด่วนๆกันในบ้าน
แล้วก็แวะถ่ายรูปมัสยิดหลวงสองสามภาพ
จากนั้นตรงดิ่งไปสนามบินทันที...
ปกติตามตั๋วเราจะต้องกลับเที่ยว 6 โมงเย็น
แต่ก่อนเดินทางหนึ่งเดือนเขามีจดหมายมา
แจ้งเลื่อนให้เรากลับเร็วขึ้นอีก 5 ชั่วโมง...
พอเข้าเช็คอิน คุณเธอบอกว่าถ้าเราจะกลับ
เที่ยวเย็นก็ได้นะ...อ้าว...จะเอาไงกะตูแน่???

แล้วเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้น่ะนะ...ฮ่วย...
เซ็งกะ Gulf Air จริงๆเข็ดแล้วค่ะ...
ไม่มีเที่ยวหน้ากับสายการบินนี้อีกแน่ๆ...
เธอบอกว่าจะรอที่ อบูดาบี้จนเที่ยวเย็นหรือ
จะไปเที่ยวนี้แล้วไปรอที่ บาร์หเรนก็ได้ค่ะ...
ไม่แตกต่างเพราะยังไงคุณก็ต้องไปติดแหง่กอยู่ที่
บาร์หเรนอีกกว่า 10 ชั่วโมงอยู่ดี....เอิ๊ก....

งั้นตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้าเหอะ...
ไปถึงบาร์หเรนบ่ายโมงตามเวลาท้องถิ่น
ต้องรอเครื่องกลับฮีทโธรว์ตอนตีหนึ่ง....
เดินก็แล้ว นั่งก็แล้ว กินแล้ว ขี้แล้ว...วู๊ย...
ทำไมมันนานจังฟะ...
เหนื่อย...ง่วง แต่ก็หลับไม่ได้...สัมภาระ
งอกเงยมาจากการช๊อปปิ้งเยอะแยะไปหมด
ทนเอาหน่อยๆ...แล้วเราก็ได้กลับบ้านซะที...
ขากลับนั่งรถโค้ชกลับมาบ้าน เห็นทุ่งสีทอง
ของดอกเลปซีทสองข้างทางสวยสดชื่นดีจัง
ผู้ใหญ่ลีมารับถึงหมอชิต เอ้ย...ท่ารถ Norwich
ดีใจโดดกอดกันเชียว...
แต่พอแกหันมาเห็นสัมภาระเรา...เอาอีกแล้ว...
"ไปขนสมบัติบ้าอะไรมาอีกเนี่ย??????" แหงะ...







Create Date : 21 พฤษภาคม 2550
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 18:27:38 น. 20 comments
Counter : 731 Pageviews.

 
มารออยู่ค่ะ


โดย: เอ๊กกี่ วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:40:17 น.  

 
ตามมาบอกว่า ด้วยความยินดีค่ะดีจังที่มีคนชอบกินชอบเที่ยวเหมือนกัน


โดย: princess gig วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:0:27:05 น.  

 

อ่านซะเพลินเลยค่ะ เหมือนกับได้ไปเทียวด้วย
อยากไปจังเลยต้องหาโอกาสไปสักครั้ง
คุณคล่องจังเลยนะคะ นี่ถ้าเจอสายการบินแบบนี้บ้างคงหงุดหงิดน่าดู






โดย: ลูกแมวขี้อ้อน วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:6:50:32 น.  

 
หวัดดีค่ะเมื่อคืนหยินแวะมาเยียมแต่ไม่ได้ comment เลยแวะมาอีกรอบตอนเช้า น่าสนุกจังค่ะ เคยได้ยินว่าทะเลทรายกลางวันอากาศจะร้อนมากแต่กลางคืนจะหนาว
ps หยินย้ายไปอยู่ Swindon ค่ะ ไม่รู้ใกล้กันรึเปล่า


โดย: Pani (PS-pani ) วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:9:32:29 น.  

 
เมื่อไหร่เราจาได้ไปดูไบมั่งอ่ะ
Desert safari ที่ดูไบเจ๋งกว่าที่การ์ต้าเยอะเลย....


โดย: princess gig วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:20:06:26 น.  

 
ตามไปเที่ยวดูไบด้วยค่ะ
ภาพสวย แถมเล่าเรื่องได้เพลิดจริงๆ ค่ะ


โดย: YGHarding วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:23:06:44 น.  

 
ดูรูปเพลินไปเลย

ดีจังมิตรภาพในเนตจนเป็นเพื่อนซี้

ชอบๆๆมิตรภาพแบบนี้

ตอนเจอกันคงตื่นเต้นน่าดู


โดย: เนเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:23:54:39 น.  

 
อ่านละอยากจะกระโดดกระล้อ ไปด้วยจริง ๆ

อยากไปเที่ยวบ้างงง แงงงงงง

เทคแคร์น๊าค่า

น่าอิจฉาจังเล้ยย


โดย: คำถามจากดวงดาว วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:22:14:26 น.  

 
โอ้วชักอยากไปเดินห้าง IBN Puttuta ซะแร้น


ฝนว่าร้อนแบบแห้งๆ และมีลมพัดเย็นๆ มาเป็นระยะๆ นี่ทำให้เราอยากจะเดินเที่ยวนานๆ นะคะ ถ้าหากว่าร้อนอบอ้าว เดินแล้วเหงื่อแตกคงอยากจะกลับที่พักเร็วๆ ไปนอนตากแอร์


พาลให้เที่ยวไม่สนุกไปเลย


เห็นเครื่องประดับแล้วได้แต่ตาโต จะมีบุญวาสนาได้ใส่กะเค้าซักเส้นไม๊นั่น


โดย: Malee30 วันที่: 22 มิถุนายน 2550 เวลา:14:33:48 น.  

 
อ่า ไม่นึกว่าดูไบจะสวยขนาดนี้ น่าไปเที่ยวด้วยน๊อ แต่...ไม่เอาดีฝ่า ดูสไลค์จขบ. เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเรยยย

ขอบคุณค่ะที่พาเที่ยว และยินดีที่ได้รู้จักค่า






โดย: Farm Girl in High Sierra วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:10:12:31 น.  

 
มาแอบดูจ้าพี่ญ่า อยากไปเหมือนกันค่ะพี่ดูไบอ่ะ จะไปเมื่อไหร่เดี๋ยวมาขอความรู้พี่ญ่านะคะ


โดย: ก้อยค่ะ (Just a life ) วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:20:21:05 น.  

 
อยากกินไก่ย่างกับลูกชิ้นปิ้งจัง

ฝนแวะมาเยี่ยมค่ะ สบายดีนะคะ


โดย: Malee30 วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:2:06:19 น.  

 
โอ!!! เที่ยวซะหายเศร้าเลยค่ะน่าหนุกจริงๆ

มิตรภาพแห่งโลกไซเบอร์นี่เจ๋งมากเลยค่ะ
ดีใจด้วยน่ะค่ที่ได้เจอมิตรแท้


โดย: DUNHILL วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:18:36:45 น.  

 
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยมค๊า


โดย: YGHarding วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:6:36:19 น.  

 
ขอโทษทีคะพี่ญ่า
ต้าร์ดันไปกดเอ็นเตอร์
มันเลยส่งไปให้ ไม่มีข้อความใด ๆ

อ่านที่พี่ญ่าไปเที่ยวแล้ว น่าสนุกนะคะ ต้าร์ยังไม่เคยไปอาบูดาบี้ ไปแต่ดูไบ ไปเที่ยวเหมือนที่พี่ญ่าไปนั้นแระคะ โกล์ดซุกนี้ ต้าร์ไม่กล้าซื้อทองเค้าเลย มันถูกเกิน กลัวถูกหลอก 555 ตกใจตอนถามราคานะ ที่ดูไบส่วนมากก็มีแต่ห้างเนอะพี่ ตอนนี้คิดถึงช็อคบอลล์ ที่ข้างในมันเป็นถั่วอัลมอนด์กับอินทผลัม อร่อยมากเลย ต้าร์ไปจอดเครื่องที่ดูไบ อุตส่าห์ไปตามหา ไม่มีอะ สงสัยต้องเข้าไปข้างในถึงจะมี อร่อยมากเลยพี่ ไม่รู้ว่าพี่ญ่าเคยลองทานเปล่า ช็อคโกแลตบอลล์ เค้าจะขายเป็นกิโล และก็น้ำแร่ฉีดหน้าของดูไบดีมากเลยคะ ถูกด้วย คิดเป็นเงินไทย น่าจะประมาณ 250 บาทคะ ของอีวานหรืออะไรนี้แระ

ปล. พาสที่ไดต้าร์นะคะ 61 คะ


โดย: ต้าร์ IP: 82.70.243.54 วันที่: 13 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:54:49 น.  

 
สุดยอดเลยครับ เที่ยวอุตลุด รูปถ่ายสวยมั่กๆ อาหารก็น่ากิน ละลานตาไปโม้ด....ด


โดย: หลั่มหมั่นเหม่ง วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:26:27 น.  

 
แวะมาทักทายก่อนเข้านอนค่า...กู้ดไนท์นะคะ


โดย: aey_tara วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:30:15 น.  

 
วันนี้เอาของแซบมาฝากจ้า


โดย: เนเเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:20:21:16 น.  

 
ดูภาพแล้วน่าสนุกจังเลยนะคะ อยากไปเที่ยวแบบนี้จัง


โดย: แม่เฮือน วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:32:09 น.  

 

แวะมาทักทายกันครับ

ตอนนี้ที่ Blog มิสเตอร์ฮอง กำลังฉลอง Blog ที่ 500 ครับ
จะตามเข้ามาดูก็ได้นะ !!!

Blog ที่ 500 แล้วจ้า

คลิกที่รูปได้เลยครับ



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:05:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.