......บันทึกการเดินทางของชีวิต แบบเรื่อยเปื่อยตามแรงอารมณ์......


แม่เจ้าเมฯ
Location :
Great Yarmouth United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





แม่ของลูก 3 เมฯ
เมธัส เมฑิรา เมษวีร์
...รวบรวมบันทึกรูปภาพและเรื่องราว
ของวันดีๆในช่วงชีวิตที่ประทับใจ...
ชีวิตครอบครัว...มิตรภาพ-เพื่อนฝูง...
อาหารการกิน...เรื่องราวท่องเที่ยว...
สิ่งแปลกใหม่ในสถานที่แปลกตา
และสิ่งจรรโลงใจทั้งหลายทั้งมวล...
...ไม่มาก-ไม่น้อย แต่ไม่พอดี???
...ไม่ขาด-แต่ไม่เกิน ไม่เต็ม-แต่ไม่ล้น...

Enjoy your life while you can.




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่เจ้าเมฯ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

งานแต่งงานเพื่อน " นัท & John Bailey"





เมื่อวันที่ 1 เมษา ที่ผ่านมานี้.... จับพลัด-จับผลู
มีโอกาสถูกเชิญไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้เพื่อนรักมาค่ะ...
ก็นัดแนะกันไว้ดิบดีว่าตอนเที่ยงจะเข้าไปช่วยเจ้าสาวแต่งตัว
เพื่อไปเข้าพิธีจดทะเบียนสมรส...
.....เชื่อไหมคะ!!!
พอเราไปถึงคุณเจ้าสาวมันยังเอาไม้กวาดมายืนกวาด
หยักไย่-ใยแมงมุมหน้าบ้านหัวฟูอยู่เล๊ย....

.....งงกะคุณเธอจริงๆ....
จนเราต้องข่มขู่แกมบังคับไปว่า
"นี่...ถ้าแกไม่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้
ฉันไปเป็นเจ้าสาวแทนแกเองล่ะนะ..."

...นั่นแหละ....ถึงจะได้ผล เฮ้อ....



คุณพ่อ-คุณแม่และครอบครัวพี่สาวของเจ้าบ่าว
ก็พากันมานั่งรอเจ้าสาวด้วยเหมือนกัน
พอแต่งตัวเสร็จคุณเจ้าสาวก็ลงมาให้ถ่ายรูป
กับครอบครัวใหม่กันพอเป็นพิธี...
ช่วงนี้เริ่มหิวกันหน้ามืดบ้างแล้วล่ะ...
ก็ตื่นเต้นกันไปหมดจนลืมกินข้าวเช้ากันไปเลย
แล้วเริ่มบ่ายแล้วนี่...หิวแล้วน๊า....




อ่ะ....คุณเจ้าสาวชักภาพกับคุณแม่สามีซะหน่อย...
ได้เห็นด้วยตัวเองว่าครอบครัวของเจ้าบ่าวนี้
น่ารักและใจดีกันทุกคนเลย.....
เราแอบยินดี (เอ...ทำไมต้องแอบด้วยฟะ?)
กับเจ้าสาว"นัท" เพื่อนเราด้วยว่าได้พบกับ
ครอบครัวใหม่ที่อบอุ่นอย่างนี้...
นับว่าโชคดีขั้นแรกเลยนะเนี่ย...ต่ะเอง...




ชื่นชมสมฤทัยกันดีแล้วเราก็พากันเดินขบวน
เคลื่อนย้ายไปที่สำนักงานที่ทำการจดทะเบียนสมรส
ที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านเจ้าบ่าวนัก...
ขนาดว่าไม่ไกลก็เล่นเอาเจ้าสาว ทีน พองเพราะ
โดนรองเท้าคู่สวยกัดเล่นเป็นอาหารว่างไปเหมือนกันล่ะ...
พอมาถึงก็มาเจอ "ป้าสุดา" ผู้ที่ถูกเชิญให้มาเป็น
"เถ้าแก่เนี๊ย" หรือญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวรออยู่แล้ว
....ป้าแอบบ่นเล็กน้อยเหมือนกันล่ะว่าหิว....
นี่ถ้าแถวนั้นมีร้านก๋วยเตี๋ยวซักร้านนึงล่ะก็นะ

เราจะจูงมือป้าไปนั่งโซ๊ยก๋วยเตี๋ยว ทรมานใจ
นังเจ้าสาวมันดูบ้าง...หุ หุ....




...รูปนี้สวยมากเลยค่ะ...
ตอนนี้คู่บ่าว-สาว เลยต้องเต๊ะท่าให้เรา
เก็บรูปกันเหมือนดาราหน้าปกนิตรสารดังเลยค่ะ
...วันนี้นับว่าเป็นวันสำคัญของคน 2 คน
เจ้าบ่าว-เจ้าสาว จะดูสดสวยกันเป็นพิเศษ...




แล้วก็คราวพยานของฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
เข้าร่วมชักภาพร่วมกัน......
ทางฝ่ายเจ้าบ่าวมีคุณพ่อของเจ้าบ่าว
มาเซ็นรับรองในใบทะเบียนสมรส
ส่วนเราก็เป็นคนเซ็นรับรองให้ฝ่ายเจ้าสาว
แต่งานนี้ไม่มีโยนดอกไม้ล่ะ...
คงไม่รู้จะโยนให้ใครด้วยแหละ
...ก็งานนี้มีแต่คนไม่โสดนี่น่า...




จบจากเรื่องจดทะเบียนสมรส
เราก็เคลื่อนขบวนกันไปฉลองกันที่ร้านอาหารไทย
"Thai Koon" ของสาวแอน (เพื่อนอีกคนของเรา)
งานนี้รวมทั้งเพื่อนๆและครอบครัวของเจ้าบ่าว
และเจ้าสาวแล้วเกือบร้อยชีวิต
(ยังไม่รวมมด หนูและแมลงนะเนี่ย...)
เข้าไปแออัดยัดทะนาน กิน-ดื่ม
เฮฮาปาร์ตี้กันจากบ่ายจนมืดค่ำ....




ทางเจ้าบ่าวก็มีเพื่อนๆร่วมงาน
มาให้กำลังใจกันหลายคนเชียว...
(อย่าเพิ่งนึกว่าพนักงานรถพยาบาลฉุกเฉิน
พวกนี้เขาแวะมารับใครนะคะ...
ก็คุณเจ้าบ่าวเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่
พนักงานหน่วยรถพยาบาลฉุกเฉินนี่แหละค่ะ)
ตอนที่รู้จักกันครั้งแรกแกก็มารับ
สามีเรานี่แหละไปส่งโรงหมอให้
ก่อนที่จะรู้จักกะเจ้าสาวเสียอีก...




ครอบครัวทางเจ้าบ่าวก็มาให้กำลังใจกันเต็มที่
(เอ๊ะ...ตกลงนี่งานแต่งรึจะขึ้นชกมวยกันแน่หวา?)

แต่ทั้งนี้-ทั้งนั้น ดูจากรูป
ก็รู้แล้วว่า สุโข สโมสรกันดี...




ฝ่ายเจ้าสาวถึงแม้จะไม่มีคุณพ่อ-คุณแม่มาร่วมงานสำคัญ
แต่ก็ได้เพื่อนฝูงมาเป็นสักขีพยานรักในครั้งนี้
มากหน้าหลายตา อย่างอ้วนหมีพีมัน...




ขอปิดบล๊อกด้วยภาพคู่กับเจ้าสาวก่อน
ที่จะร่ำลากันกลับบ้าน....
......แล้วเจอกันใหม่งานหน้าจ้ะ.......












 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 18:19:56 น.
Counter : 434 Pageviews.  

ล่องเรือวิวาห์


เราสองคนได้เกียรติรับเชิญไปร่วมฉลองงานแต่งงานครั้งใหม่
ของภรรยาเก่าผู้ใหญ่ลีตอนแรกก็รู้สึกแปลกๆ ไม่เคยเห็นใครเขาเชิญ
สามีเก่าไปงานแต่งของตัวเองซักที...แต่มาคิดๆดูแล้วเราทั้งสอง
ครอบครัวยังผูกพันธ์เป็นมิตรกันอยู่ก็จะเป็นไรไปล่ะเน๊อะ...
ก็คิดซะว่าไปงานเพื่อนก็แล้วกัน




งานนี้เขาจัดบนเรือ ล่องไปตามแม่น้ำ ชื่นชมกับธรรมชาติ
ของถิ่น Norfolkคงจะเพราะรายการนี้ด้วยแหละ
เราถึงไม่อยากพลาดกัน...
ถ้าอากาศดีกว่านี้คงจะดูดีมากเลยนะเนี่ย
ตอนเช้าฝนดันตกระห่ำ ฟ้าร้อง ฟ้าแล่บจนคิดว่างานนี้จะสนุก
แบบเปียกๆกันซะแล้ว...แต่ตอนบ่ายฝนก็หยุดไป
แต่ท้องฟ้ายังคงอึมครึม มีแดดเพียงสลัวๆ...




เส้นทางที่ล่องเรือก็ไม่ไกลมากนัก...
ไป-กลับใช้เวลาประมาณ สามชั่วโมงกว่าๆ
และเพราะขับเคลื่อนด้วยความเร็วไม่เกิน 4 ไมล์ต่อชั่วโมง
จึงไม่ต้องห่วงว่าเรือจะโคลงเคลง ชวนคลื่นเหียน-เวียนหัวเลยซักนิด
เขาขับได้นิ่มๆมากๆเลยค่ะ
เราออกจากท่าเรือที่ผับตรงจุดที่เขียนในแผนที่ว่า Horning
(กึ่งกลางแผนที่) แล้วพาวนกลับมาที่เดิม




Karensa หรือเครนนี่
ลูกสาวคนโตของผู้ใหญ่ลี กับลูกชาย
Brandon-Lee



ชั้นล่างของเรือมีเคาน์เตอร์บาร์ให้แขกเหรื่อเลือกซื้อดื่มกันตามอัธยาศัย......



...เค้กสวยไว้ปิดท้ายรายการ.....หวานอร่อย



นี่แหละค่ะนางเอกของงาน เจ้าสาวคนสวย...



กับเจ้าบ่าวคนใหม่ ชาวสก๊อตแลนด์....



โต๊ะนี้ลูกหลานโดยเฉพาะ เครนนี่กับแบรดอน ลี
และเจ้าฟิลกับแฟนสาวเทรซี่.....




ชั้นบนของเรือ ซีกหน้าเป็นห้องบังคับสำหรับคนขับ
ช่วงกลางเป็นห้องโล่ง ทีมีวงดนตรีเล็กๆมาขับกล่อมเพลง Jazz

ส่วนด้านท้ายเปิดโล่งไร้หลังคา
ก็มีที่นั่งให้กินลมชมทิวทัศน์ได้รอบด้าน




สองข้างทางก็จะเป็นบ้านริมน้ำ
เล็กบ้างใหญ่บ้างตามกำลังและฐานะ...




ต่างคนต่างสร้างกันตามไอเดียของตัวเอง
จึงมีหลากหลายรูปแบบไม่ซ้ำกันเลย...




ส่วนมากจะเป็นบ้านพักที่ใช้เฉพาะในฤดูร้อน
บางบ้านจึงถูกปิดตายเกือบตลอดปี...




บ้านพวกนี้จะเป็นบ้านพักตากอากาศที่ใช้ใน
ฤดูร้อนหรือวันหยุดสุดสัปดาห์...




...และส่วนใหญ่ก็จะมีเรือส่วนตัวประจำบ้านกันด้วย....
ช่างร่ำรวยกันซะเหลือเกิ๊น...




อย่างหลังนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง...
คาดว่าคงจะหลายสิบล้านอยู่...




...และก็ยังมีพวกนักท่องเที่ยวขาจรที่เช่าเรือล่องแม่น้ำ
ค่ำไหนนอนนั่นกันอีกมากมาย...




พอไปได้ครึ่งทางเจ้าภาพก็ออกมาประกาศเชิญให้แขกขึ้นไปเลือก
แซนวิชและอาหารว่างกินกันตามสะดวก.....




งานนี้เป็นลักษณะค็อกเทล บุฟเฟ่ท์ จึงไม่มีอาหารหนัก
แต่จะเป็นพวกของขบเคี้ยว แซนวิชไส้ต่างๆ ซอสเซสโรล ไข่สก๊อต
แครกเกอร์และชีส ผักสลัดสด....




กินไปดื่มไป สนุกสนานร้องรำทำเพลงกันถ้วนหน้า
พนักงานในเรือก็ตามบริการกันได้อย่างน่าประทับใจ....




ผู้ใหญ่ลีขี้โม้.......... กำลังโชว์รอยสักกับเพื่อนลูกสาว...



คุณยาย Pualine กับหลานชายคนใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากซูริค....



เจ้าสาวเปิดฟลอร์เต้นรำกับลูกชายคนเล็ก...



แล้วก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญ"ตัดเค้ก" ตอนนี้ผู้ใหญ่ลีแอบมากระซิบเราว่า
มันทำให้นึกถึงเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนตอนที่เขาตัดเค้กกับเจ้าสาวคนนี้...
อ้าว...นี่มันงานเขานะ ไม่ใช่งานเธอ จะมานึกเสียดายเอาตอนนี้รึไงหา????




กว่าจะจับเจ้าหลานตัวแสบมาถ่ายรูปด้วยได้ เหมือนจับลิงใส่กระด้ง...



คู่นี้แหละหลานผู้ใหญ่ลีเขา หลานสาว Victoria หรือ โทซี่
กับแฟนหนุ่ม Shane ที่ย้ายไปอยู่ที่ซูริคและเพิ่งหิ้วลูกน้อยกลับมาบ้าน
พอเขารู้ว่าเราจะไปเที่ยวซูริคเดือนหน้า
เขาก็เลยชวนเราแวะไปกินข้าวกลางวันด้วยซักวัน




กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว
เหนื่อยแต่ก็สนุกดีกับประสบการณ์ใหม่ๆ.....

พอวานให้ผู้ใหญ่ลีแกถ่ายรูปให้ทีไรนะ
เป็นอย่างนี้ทุ๊กที ไม่แหว่งหัวก็แหว่งหาง...เฮ้อ...

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาชมภาพและเรื่องราว
อีกวันหนึ่งในชีวิตของเรานะคะ...





 

Create Date : 09 มิถุนายน 2550    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 18:20:20 น.
Counter : 897 Pageviews.  

เมือง Great Yarmouth UK




เมืองเกรท ยามัธ ถูกค้นพบโดยชาวแซ๊กซอนตั้งแต่ปี คศ. 1086
เริ่มต้นจากเมืองเล็กๆที่มีประชากรเพียงไม่กี่ร้อยคน ต่อมาในปี คศ. 1209
กษัตริย์ John ได้มอบสิทธิให้เมืองเกรท ยามัธปกครองตนเอง...

ในยุคกลาง เมืองเกรท ยามัธนี้เคยเป็นเมืองท่าสะพานปลาที่มีชื่อเสียงมาก
ในเรื่องของปลาแฮริ่ง (Herring) ก่อนที่จะกลายสภาพมาเป็นเมืองท่องเที่ยว
ชายทะเลที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของอังกฤษ....
(ตรงจุดสีแดงด้านขวามือของแผนที่นั่นคือที่ตั้งของเมืองเกรท ยามัธค่ะ)
เมืองนี้เคยมีสะพานปลาที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของเกาะอังกฤษ
และยังมีโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย แถบชายทะเลด้านใต้
ที่นี่เคยมีท่าเรือข้ามไปยังประเทศฮอลแลนด์ด้วย
ต่อมาด้วยสาเหตุอันใดมิทราบได้ ทำให้ความเฟื่องฟูของเมืองนี้ลดน้อยไป
จนเกือบหมดสิ้นเหลือไว้เพียงชายหาดที่ยังคงคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวในฤดูร้อนเท่านั้น...
และขณะนี้ทางการได้พยายามฟื้นฟูให้ความรุ่งเรืองกลับมาสู่เมืองเกรท ยามัธ อีกครั้ง
ด้วยการพัฒนาเส้นทางถนนหน้าชายหาด เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว
อีกทั้งได้พยายามเรียกการอุตสาหกรรมต่างๆกลับคืนมาอีกครั้ง...
ก็ยังไม่รู้ว่า ผลงานจะออกมาได้ดีแค่ไหน
ภาพโดยรวมของเมืองเกรท ยามัธ ในฤดูร้อน....




ชายหาดที่มีเม็ดทรายละเอียด เหยียดยาว...นี่คือ The Pier ที่ทอดยาวลงไปในทะเล



วันที่แดดดีๆอย่างนี้จะเห็นผู้คนพาครอบครัวมาพักผ่อนนอนเล่น
เดินเล่นเลียบชายหาดหรือทำกิจกรรมอื่นๆกันมากมาย...



ถนนด้านนอกของชายหาด ที่เพิ่งมีการปรับปรุงและพัฒนาให้ดูน่าสนใจมากขึ้น



มีของเล่นชายหาดมากมายยั่วยุให้เด็กๆมากันที่นี่



มีถนนทางปูนให้เดินด้านบนไม่ต้องย่ำทรายให้เปื้อนเท้า



ระหว่างทางเดินจะมีร้านขายของที่ระลึกและของเล่นชายหาดให้เห็นอยู่ทั่วไป



ร้านให้เช่าเก้าอี้ชายหาดนอนอาบแดด ก็มีมากมายหลายเจ้า



หรือถ้ามาแบบครอบครัวมีสัมภาระมากมายที่ต้องเป็นห่วง ก็สามารถเช่า
บ้านไม้หลังเล็กกระทัดรัดนี้ได้ มีให้เช่าทั้งแบบรายวันและรายสัปดาห์




มีสวนสนุกใหญ่ที่ให้ความบันเทิงได้ครบทั้งครอบครัว



ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถสนุกสนานได้ไม่น้อยไปกว่ากัน



มีเกมและเครื่องเล่นมากมายหลากหลายชนิดให้เล่นกันทั้งวัน








 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 18:20:42 น.
Counter : 658 Pageviews.  

ฤดูร้อนในอังกฤษ


เคยมีเพื่อนทางเมืองไทยคนหนึ่งถามมาด้วยความไม่รู้จริงๆว่า
" เอ๊ะ!!!!ที่อังกฤษมีฤดูร้อนกะเขาด้วยหรือ?????"
อ้าว......แล้วกัน....มีสิค๊า...
สงสัยว่าเพื่อนคนนี้จะเคยเห็นแต่โปสการ์ดรูปหิมะของต่างประเทศนะนี่...
เลยนึกว่าไอ้เมืองนอกนี่มันคงจะหนาวกันตลอดปีตลอดชาติรึไง????

อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นแถบยุโรปหรือที่ไหนๆในโลกก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ของฤดูกาลกันทั้งนั้นแหละค่ะ ทางแถบนี้พอเข้าฤดูร้อนก็ร้อนกะเขาได้เหมือนๆกัน
แต่จะร้อนมากร้อนน้อยนั้นขึ้นอยู่กับภูมิอากาศของแต่ละปีและแต่ละวันอีกต่างหาก
บางปียังมีข่าวคนตายเพราะความร้อนกันอยู่บ่อยๆ ก็เพราะเขาไม่ชินกับความร้อนไงคะ...
ไม่เหมือนกับเมืองไทยเรา ที่มีแต่ฤดูร้อน ร้อนระอุ ร้อนมาคุและร้อนโลกแตก....

ส่วนมากเราจะต้องผจญกับฝนเสียมากกว่า ไม่ว่าฤดูไหนๆ ฝนที่นี่นึกจะตกก็ตก
ได้ทุกเวลาตกมากจนชวนให้นึกถึงชาวนาบ้านเราถ้าได้ฝนชุกแบบนี้ก็คง
ไม่มีปัญหาทางเกษตรกรรมกันอีกต่อไป...
ผู้คนที่นี่ถึงชอบแดดกันเอามากๆ วันไหนถ้าแดดออกแจ๋ๆล่ะก็จะเห็นคนออกมา
เดิน-นั่งตากแดดกันเต็มไปหมด ดูเหมือนมดแตกรัง แต่ถ้าวันไหนอึมครึม
ครึ้มฝนขึ้นมาล่ะก็ บ้านใครบ้านมันล่ะเด้อ...





ฤดูนี้ก็จะมีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือกทำกันมากมาย... บางครอบครัวชอบเดินก็จะพากัน
ไปเดินชมนก-ชมไม้ในป่า บางครอบครัวชอบกีฬาทางน้ำก็อาจจะไปตกปลา หรือว่าเช่า
เรือล่องแม่น้ำลำคลอง บางคู่-บางคนก็ชอบที่จะนั่งตากแดดชื่นชมธรรมชาติ
และผู้คนรอบข้างมากกว่า............







 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 18:21:20 น.
Counter : 459 Pageviews.  

บ้านคือวิมานของปลวก???


...เหมือนสวรรค์แกล้ง หรือกรรมหล่นทับ...
...อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนมาลากเราไปร่วมหุ้นลงทุนชีวิตด้วย
พอตกลงเป็นหุ้นส่วนกันแล้ว.....
ทีนี้ทุกอย่างก็ต้องหารสองแชร์กันสิคะ
ตั้งแต่ยาสีฟัน ยันหนี้สินโน่นแหละค่ะ...
เอิ๊ก...
เราก็เลยตะเกียกตะกายมามีบ้านหลังแรกกะเขา
ที่เกาะอังกฤษ...
สมัยนี้ไม่ว่าซื้อสินค้าอะไรมักจะได้ของแลก แจก แถม
ซึ่งเป็นกลยุทธทางการค้า ซื้อ 1 ได้ถึง 2 อะไรประมาณนั้น...
จากการที่ได้บ้านมาหลังนึงเราก็เลยได้ของแถมเป็น
สิทธิพิเศษมาด้วย
...แต่มันคงเป็นสิทธิพิเศษที่ไม่มีใครอยากได้กันนักหรอกมั๊ง...
ก็ไอ้สิทธิที่ต้องมานั่งซ่อมบ้านกันทุกๆปีนี่แหละค่ะ...เฮ้อ!!!




นี่คือบ้านหลังแรก...บนถนน Middleton
ตอนเริ่มเข้าไปอยู่ปีแรก
ยังไม่มีปัญหาอะไรก็เราอยู่กันแบบปกติดี
...แต่พอเริ่มเข้าปีที่ 2 คุณพ่อบ้านเกิดเมาไมโลรึไงไม่ทราบ!!
เกิดลุกขึ้นมาขยันทำห้องน้ำใต้บันได...
เอ้า...สนุกนักก็ทำกันไป...เราก็ไม่ขัดใจโก๋อยู่แล้ว...




...มาปีที่ 3 ห้องน้ำและห้องครัวเกิดสามัคคีรั่วพร้อมกัน...
ที่พร้อมกันนี่เพราะมันรั่วมาจากห้องอาบน้ำชั้นบนนั่นแหละ
แต่งานนี้โชคดีหน่อยค่ะ....
ที่ประกันจ่ายให้หมดเลยและได้เพื่อนช่างคุณอัลวินมือ
โปรมาซ่อมให้ซะสวยเชียว..
เลยไม่รู้ว่าที่ขายบ้านนี้ได้เร็วเพราะเราขายถูก
หรือคนซื้อเขาหลงรักห้องน้ำใหม่กันแน่นะนี่???...




หลังจากนั้นเราก็มาได้บ้านใหม่(ที่เก๊า เก่า!!)
ในตัวเมือง
Great Yarmouth
บ้านนี้ตามประวัติเดิมๆมีอายุแก่กว่ายายเรา
ที่เสียไปแล้วซะอีก.....เหอ เหอ
แต่ก็นับว่ายังโชคดีล่ะที่ไม่ได้ซื้อบ้านแถม
ผีมาให้ด้วยนะนี่...

บ้านนี้อยู่ใกล้ชายหาดที่นักท่องเที่ยวมักจะมา
พักผ่อนกันในฤดูร้อนและไม่ไกลจากตัวเมืองที่มี
ตลาดและร้านค้าหรือที่เขาเรียกกันว่าย่าน
High Streetและยังใกล้ที่ทำงานของเรา
สองตายายอีกด้วย...




เข้ามาอยู่สองเดือนแรกก็เริ่มซ่อมกันแล้วค่ะ
ต้องรื้อประตูหน้าต่างทำใหม่
ทั้งหมด เพราะของเก่ามันเป็นกระจกบางๆชั้นเดียว
ที่กันลมหนาวแทบไม่ได้เลย
แถมกรอบก็เป็นไม้ผุๆที่โดนคุณปลวกตั้งวง
Dinner กันไปเกือบหมดแล้ว
เลยต้องเปลี่ยนเป็นกระจกสองชั้นและกรอบพีวีซีแทน
งานนี้ต้องลงทุนเองค่ะ 3,000 ปอนด์...เอิ๊ก....
ได้ประตูใหม่มา 2 บานและหน้าต่างอีก 9 บานเองค่ะ...
ใช่แล้วค่ะ แพงโคตรๆเลย...




แล้ววันหนึ่งคุณพ่อบ้านก็เกิดขยันเปลี่ยนสีในห้องกินข้าวและ
ห้องครัวให้เป็นสีขาวล้วนดูสะอาดตาดีค่ะ ถ้าไม่เปลี่ยนก็
คงจะต้องทะเลาะกันตายไปข้างนึงแน่ๆเลย
เพราะสีเดิมมันเป็นสีเหลืองแบบมัสตาดน่ะค่ะ
น่าเกลียดเชียวค่ะ...

ปีนั้นหลังจากที่เรากลับมาจากฮอลิเดย์ที่ Ibiza
เราได้ก็หิ้วจานและตะเกียงกระเบื้องสีสวยลวดลาย
พื้นเมืองติดมือกลับมาแต่งห้องกินข้าวด้วย...




ปีต่อมาคุณพ่อบ้านก็โดนวิญญาณผีช่างเข้าสิงอีกแล้วค่ะ
อยู่ดีๆ คุณท่านก็ลุกขึ้นมารื้ออ่างอาบน้ำออกไปแล้วทำ
เป็นห้องอาบน้ำแทน...เรารึก็ได้แต่บ่น บ่น บ่น เพราะเราชอบ
นอนแช่อ่างน้ำอุ่นในวันล้าๆจากการทำงาน
มันช่วยคลายเครียดได้ดีทีเดียวล่ะค่ะ...
ตั้งแต่นั้นมาเราก็เลยกลายเป็นยัยคนขี้บ่นไปเลย..
(เอ๊ะ..มันจะเกี่ยวกันไม๊เนี่ย???)




วันหนึ่ง...ระหว่างที่เรานั่งดูโทรทัศน์กันอยู่็ก็เงยหน้าขึ้นไปเจ๊อะ
รอยร้าวบนเพดานเข้าเอ๊ะ...
มันไปไง-มาไงกันเนี่ย?
ร้าวมากซะด้วยนะ...เอ...เดี๋ยวต้องไปตามคุณอัลวิน
มาช่วยดูให้หน่อยซะแล้วล่ะ...




สองสัปดาห์ต่อมาก็ยังไม่ได้โทรหาคุณอัลวินเลย(ลืมอ่ะ แหะๆ)
เพราะกำลังอยู่ในช่วงกลางฤดูร้อน...ที่ร้อนสะใจ ใครๆก็อยากออก
ไปนั่งหรือเดินตากแดดที่นานที-ปีหนจะได้เห็นกันซะมากกว่า
วันเสาร์นี้ได้ทีล่ะ โทรตามลูก-หลานมาทำบาร์บีคิวกินกันในสวนหลังบ้าน
กันเสียหน่อยแดดดีๆ อากาศกำลังน่าสบายก็เลยนั่งกินกันไป-คุยกันไป
เลยเถิดถึงเกือบห้าทุ่ม แล้วก็พากันแยกย้ายสลายตูด บ้านไผ-บ้านมัน
พักผ่อนๆ......
เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณ 7 โมงเกือบจะครึ่ง สองตายายกำลังนอนหลับอุตุ
คลุมโปงหลบแดดที่เล็ดลอดม่านเข้ามา ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังกัมปนาท

บรึ้มมมมม!!!!! คุณพ่อบ้านสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นได้รีบวิ่งลงไปดูห้องรับแขก
(ที่สามารถรับฝรั่ง ไทย จีนและลาวได้ด้วยค่ะ)ก่อนอื่นใด...




เราเลยตามลงไปดู...อู๊ฮู...ฝุ่นคลุ้งเต็มบ้านจนมองอะไรไม่เห็นเลย
พากันไอแค่กๆ แล้วหลบออกมาตั้งตัวใหม่...เอาไงดีฟะ???
ก่อนอื่นโทรตามลูกๆก่อน ให้มาช่วยกันดูหน่อย
อ้อ...ดูเฉยๆไม่ได้นะจ๊ะเด็กๆ มาๆช่วยๆกันขนของ
ออกก่อนที่มันจะถล่มลงมารอบ 2 แบบซึนามิเน้อ

วันนี้วันอาทิตย์ เอ..บริษัทประกันเขาเปิดรึเปล่าหว่า? ลองโทรดู..
"สวัสดีค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ?" "เอ่อ...คือว่า บลา บลา บลา"
"อ๋อ...กรณีนี้คุณไม่ได้รับความคุ้มครองนะคะ เพราะตรงที่คุณจ่าย
ไม่ได้รวมถึง
Accident and Damage ค่ะ"
อ้าวงั้นเราจ่ายค่าประกันกันทุกๆเดือนไปทำต๋อยอะไรล่ะคะเนี่ย???




เช้าวันจันทร์เอาใหม่ดิ๊..
โทรถามคนอื่นๆให้แน่ใจว่ายัยคนนั้นไม่ได้พูดผิดน่า!!!
โทรถามไปถึงสำนักงานใหญ่ก็ยังได้คำตอบเดิมๆ ซวยแล้วสิตู...
งั้นพอกันทีกับบริษัทนี้...
เลิกๆ เปลี่ยนบริษัทใหม่ แต่บ้านพังไปแล้วนี่สิ
ยังไงก็คงจะต้องซ่อมกันเองก่อนล่ะเที่ยวนี้...
โชคดีที่บ้านนี้มีห้องที่เราทำไว้เป็นห้องนั่งเล่น
(ถ้าจะนั่งจริงๆก็ไม่มีใครว่าหรอกนะจ๊ะ...)
ก็เลยย้ายโทรทัศน์เข้าไปนั่งดูกันในห้องนั้นแทน
แต่มันเล็กกว่าห้องข้างหน้าเกือบครึ่งนึงแน่ะ
ทีนี้เวลาลูกหลานมาพร้อมๆกันก็แทบจะต้องนั่ง
ซ้อนตักกันเลยเชียว ทุลักทุเลดีแท้ๆ...




แต่ในขณะนั้นเราไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะซ่อมห้องนั้นได้
เพราะเราได้จองตั๋วกลับไปเมืองไทยกันก่อนแล้ว...
ก็เลยต้องทนอุดอู้อยู่อย่างนั้นกันนานกว่าครึ่งปี....
คริสมาสปีนั้นก็ต้องฉลองกันแบบทุลักทุเลในห้องเล็กๆ
นั่นแหละค่ะ...งานนี้อบอุ่นจนอึดอัดเชียวแหละ...

...แล้วเราก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากสองเพื่อนมาช่วยซ่อมให้
คุณเอเดรี่ยนสามีของพี่ฤดีมาช่วยรื้อเพดานเก่าลงทั้งหมดใน
วันฮาโลวีน ที่จำวันได้ดีเพราะวันนั้นสองหนุ่มเหลือน้อยทำไป
ก็พักกันไปเป็นระยะๆ ช่วงพักนี่เองขณะที่คุณเอเดรี่ยนกำลัง
ด้อมๆดื่มชาอยู่ข้างรั้วหน้าบ้านแล้วตอนที่แกลุกขึ้นมานั้น
คุณยายคนหนึ่งก็เดินผ่านมาเจอหน้าดำปิ๊ดปี๋ของคุณเอเดรี่ยน
เข้าพอดีคุณยายแกก็เลยร้องเอะอะด้วยความตกใจ...

คุณเอเดรียนเลยบอกว่ากำลังซ้อมแต่งหน้าไปปาร์ตี้ฮาโลวีน
คืนนี้กันทีนี้แกเลยหัวเราะออกมาได้...
แหม...เกือบทำบาปใหญ่ให้คุณยายช็อคตายแล้วไหมล่ะ!!!




หลังจากนั้นเราสองคนก็ช่วยกันเคลียร์พื้นที่เอาไว้ี่ รอคุณอัลวินมาช่วย
เอาเพดานใหม่ขึ้นให้...ที่เหลือเราก็ช่วยกันทำวันละนิด-วันละหน่อย
จนเสร็จสมออกมาดังรูปนั่นแหละค่ะ...


งานนี้ถ้าไม่ได้เพื่อน สองคนนี้มาช่วย...เราคงต้องแย่แน่ๆเลยค่ะ...
**ก็ขอขอบคุณน้ำใจของเพื่อนทั้งสองไว้ณ.โอกาศนี้อีกครั้งนะคะ**




กลับจากเมืองไทยปีนั้น ปลายเดือนกรกฎาคมที่นี่ยังร้อนน่าสบาย...
บวกกับภาวะว่างงานหรือตกงานนั่นแหละค่ะ..ครือกัน..
เลยคิดหาอะไรทำเล่นๆคิด คิด คิด...ทำไรดีหว๊า???

เอาล่ะ ไปซื้อสีมาทาหน้าบ้านดีกว่า
สีเก่ามันหมองเหลือเกินแล้ว...
ตอนที่ทาสีหน้าบ้านนั้น ผู้คนที่เดินผ่านไป-ผ่านมาก็ทักกันใหญ่
"ว่าสวยดีนะ
เดี๋ยวฉันจะมาจ้างเธอไปทาบ้านฉันมั่งล่ะ"...

แต่พอเพื่อนเรามาหาที่บ้าน กลับพากันไปกดอ่อดบ้านคุณป้าดอลีน
คนข้างบ้านเรากันหมด เขาพากันเข้าใจผิดว่าบ้านเราเป็นบ้านคนอื่นไปเสียนี่...
...
จิ๊..เพื่อนนะเพื่อน ดูถูกกันชัดๆเลย...บ้านเราจะสวยมั่งไม่ได้รึไงคะ???

เสร็จจากหน้าบ้านยังมีสีเหลืออยู่อีกเยอะเชียว..
(เอ่อ..ไม่ได้ทาเสร็จภายในวันเดียวหรอกนะคะ
ยังไม่ได้เก่งปานนั้น)
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทาสวนน้อยหลังบ้านไปด้วยซะเลย
แล้วก็ไปหากระเบื้อง
โมเสคสีโทนเดียวกันมาแต่งเติมเสริมลายบนผนังสีขาว
ให้หายโล้นซะหน่อย...
ก็เลยออกมาอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ...




แล้วปีต่อมา คุณพ่อบ้านก็หาเรื่องมาทำอีกจนได้ค่ะ...
สีห้องนอนสีเก่าที่เป็นสีฟ้าสวยๆอยู่ดีๆ พี่ท่านก็ลุกขึ้นมาแกะ
วอลเปเปอร์เก่าออกหมด แล้วไปหาซื้อลายแบบ
โบราณมาแปะใหม่แถมยังเลือกทาสีซะแอนทีคเชียว
กลัวบ้านจะดูไม่ขลังรึไงไม่ทราบ???????




เมื่อปลายเดือนกันยายนปีที่แล้ว บ้านเราโดนน้ำท่วมเข้าครัวและห้องกินข้าว
เพราะฝนที่ตกแบบไม่ลืมหูลืมตาติดต่อกันมาสองวันเต็มๆ.......

ท่อน้ำในสวนเล็กข้างบ้านทำงานไม่ทัน น้ำเลยทะลักเข้าบ้าน ท่วมล้น
ขึ้นมาเกือบถึงตาตุ่ม แต่โชคดีที่น้ำไม่ขัง
ท่วมได้พักเดียวมันก็ไหลออกไปหมด
แต่พรมและผนังบ้านก็เปียกแฉะและเสียหายหมดเลยล่ะค่ะ...




พอดีคอมเก่าเพิ่งจะพังไป เลยไม่เหลือรูปของครัวเก่าให้ดูกันเลยค่ะ...
หลังจากงงกับน้ำที่ท่วมเข้ามาในบ้านเสร็จ.......
ก็ตั้งหลักคิดกันต่อต่อว่าจะเอาไงดีหว๋า?
ก็ไม่พ้นต้องเคลมประกันกันอีกล่ะค่ะ...
และก็เป็นโชคดีของเราอีกล่ะค่ะที่บริษัทประกันครั้งนี้ยอมรับซ่อมให้เรา
อย่างไม่มีเงื่อนไข....




แต่...อ๊ะๆ มีแต่อีกแล้ว...ครัวเล็กๆแค่นี้พี่ท่านก็ลากกันยาว...
ใช้เวลาซ่อมทั้งหมดเกือบครึ่งปีแน่ะค่ะ....

เราสองคนต้องทนอยู่ในบ้านที่คลั่กไปด้วยฝุ่น
และเครื่องครัวที่อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง

บางทีต้องขนถ้วยจานหม้อไหขึ้นไปล้างกันถึงบนห้องอาบน้ำ...
ต้องทนอยู่กันแบบทุลัก-ทุเลและอารมณ์เสียกับคุณช่าง
ทั้งหลายกันแรมเดือน...




กว่าจะสิ้นสุดออกมาให้เห็นดังในภาพนี่แหละค่ะ...
ตอนนี้ก็เหมือนกับได้พักรบกันไปสักพักนึง...
เพราะยังไม่มีโครงการอะไรมาให้คิดซ่อมอีก
ที่จริงคุณผู้ชายเขาก็ยังมี
แผนการใหม่ๆอยู่ในหัวเขาตลอดเวลาแหละค่ะ...
แต่แจ๋วรู้ทันสกัดกั้นไว้ได้ก่อน...
ขอพักมั่งเหอะจ้า...งานบ้านน่ะมันฆ่าคนตายได้เชียวนะเพ่!!!!!!!!!!!!!!!!!
งั้นก็ขอจบบล็อกนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ละกันนะคะ...


ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าของท่านเข้ามาติดตาม
อ่านเรื่องราวไร้สาระนี้มาจนถึงบรรทัดสุดท้าย.............
ก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขและโชคดีกันถ้วนหน้านะคะ...





 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 18:21:56 น.
Counter : 1109 Pageviews.  

1  2  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.