ซาตานน้อยตะลอนทัวร์
Group Blog
 
All blogs
 
วิถีเนปาล ตอนที่ 4 เดินเขาซารางกอต

น้องคนนึงถามว่า "ไอ้นั่งชิวๆแบบเนปาลมันเป็นยังไงคะ เค้านั่งทำอะไรกันหรือคะ"

คำตอบคือ "ไม่ทำอะไร นั่งเฉยๆมองคนอื่น บางคนนั่งนิ่งๆอยู่คนเดียวมองเหม่อไปไกล บ้างนั่งจิบชา บ้างคุยกับเพื่อนแบบเบาๆไม่โล้งเล้งให้หนวกหู"

วันแรกที่เยือนเนปาล เห็นคนนั่งชิวที่จตุรัสกาฏมาณฑุ สงสัยมากกก
"อะไรกัน คนมากมาย นั่งเฉยๆ ไม่ทำมาหากินกันเหรอ"

เดินจนฟ้าใกล้มืด มองเห็นคุณลุงขายชา ลูกสาวก็ช่วยเดินส่งชา แก้วละ 10 รูปี ขอชิมชาเนปาลและนั่งชิวบนขั้นบันได.....วินาทีนี้คือช่วงที่มีความสุขที่สุดที่ไปเยือนเนปาล

ขอบคุณ "วิถีเนปาล"

ที่สอนว่า...

จะรีบร้อนไปใย เมื่อชาก็มีให้จิบ ไม่อิ่มจนแน่น แต่อุ่นท้องและอุ่นใจที่ชีวิตเรายังมีคุณค่า คุณค่าในตัวเอง คุณค่าที่เราได้ทำเพื่อคนอื่น การได้ทำสิ่งดีๆให้คนที่เรารัก

เหนื่อยนักก็พักหน่อย เหนื่อยก็ชิว ชิวแล้วจะหายเหนื่อย พอหายเหนื่อยก็จะสู้ชีวิตได้ต่อไป ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆอยู่ที่อยากหมุนเร็วหรือหมุนช้าแบบชิวๆ หมุนเร็วอาจโตเร็ว แลกด้วยความเหนื่อย(ตามกฎการแลกเปลี่ยนที่เทำเทียม)



วันนี้คือวันที่ 4 ที่เนปาลค่ะ เราจะเดินทางไปโพคาราด้วย tourist bus ราคา 12$ต่อคนไม่รวมอาหาร ที่โรงแรมเป็นคนติดต่อเรื่องตั๋วรถให้ค่ะ ส่วนไปถึงแล้วจะมีรถจากโรงแรม hotel view pointไปรับเราค่ะ พนักงานที่โรงแรม rosebudบอกว่าhotel view pointวิวสวย same price same rate เราเลยโอเคจองโรงแรมนี้ไว้ล่วงหน้าค่ะ 6 คนก็จอง 3 ห้อง ตอนแรกก็ชิวๆไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร...แต่...มันไม่ใช่แบบนั้น....รออ่านต่อไปนะคะ

รถที่เรานั่งไปโพคารา ต้องไปถึงท่ารถแปดโมงเช้า โรงแรมเรียกแท็กซี่ให้ไปท่ารถราคาคันละ 200 รูปี

ช่วงรอขึ้นรถเจอชาเนปาลราคานักท่องเที่ยวแก้วละ 20 รูปี (ราคาปกติ 10 รูปี) แต่ก็อุดหนุนกันไปคนละแก้ว รสชาติอร่อยเหมือนเดิม

หนังสือบอกว่าไปโพคาราให้นั่งรถฝั่งขวาชมวิวแม่น้ำ ก็นั่งตามนั้นค่ะ เขาวิวสวยก็โอเคนะคะ แต่นั่งรถ 6 ชั่วโมง ชมวิวแป็บเดียวก็เซ็ง หลับดีกว่าค่ะ
รถไม่มีแอร์ ไม่มีผ้าม่านก็นั่งตากแดดหลับแบบร้อนๆค่ะ

ตอนเที่ยงมีแวะให้กินข้าวแต่เราไม่ได้ซื้อตั๋วรวมอาหารมานะคะเพราะคาดว่ามันไม่น่าจะอร่อยค่ะ

จุดที่แวะมีรถทัวร์บริษัทจอดแวะด้วยหลายคัน เป็นสัมปทานจุดจอดกินข้าวเหมือนรถทัวร์บ้านเรารึปล่าวนะ
อาหารเป็นบุฟเฟ่ห์แบบเนปาลค่ะ มีคนมาทานเยอะเหมือนกัน

ถ้าซื้อตั๋วรวมอาหาร ราคา 18$ นะคะ

ส่วนพวกเราไม่กินข้าวก็เอาขนมร้านhotbreadที่ซื้อเมื่อคืนมาทานกับเป็บซี่เนปาล(ก็รสชาติเหมือนบ้านเราแหละ) ขนมจากร้านที่ในหนังสือเขียนว่าอร่อยที่สุด...กินแล้วรู้สึกเหมือนกินขนมปังที่เอาไว้เลี้ยงปลาเลย เป็นยังไงคิดเอาเองนะคะ



ห้องน้ำ...
เข้าฟรี แต่มีตู้บริจาค ถ้าไม่บริจาคจะโดนทวง? มีคนยืนคุมอยู่....
เพื่อนๆหาตังค์กันใหญ่



รถบรรทุกเนปาล...
ลงรูปนี้เพราะชอบข้อความที่รถ
SLOW DRIVE LONG LIFE

แม่น้ำ...ที่เขาว่าสวยงาม

ซักผ้าริมแม่น้ำ

บ่ายสองก็ถึงโพคารา ทำเวลาได้ดีมากเลย รถโรงแรมhotel view pointมารับ ไปถึงโรงแรมจะcheck in ก็มีเรื่อง

ก่อนมาทางrosebude hotelที่จองให้บอกว่าวิวดี same price same rate (นั่นคือคนละ 9$) พอมาถึง วิวก็ไม่ดีมีตึกกำลังก่อสร้างขึ้นอยู่ขนาบข้างมองไปทางไหนก็เห็นแต่ตึกก่อสร้างแถมขึ้นราคาอย่างรุนแรงจนรับไม่ได้ พยายามเจรจาต่อรองว่าตกลงไว้ว่าsame price same rate ก็ไม่ยอมท่าเดียว ผู้จัดการกวนโทโสมากบอกยูตกลงกับทางโน้นนี่ไม่ได้ตกลงกับไอ (อ้าว! ถ้ารู้ว่าโรงแรมยูวิวห่วยแตกแถมแพงหูดับ ไอจามาทามมาย) บอกว่าให้โทรไปคุยกับโรงแรมrosebudที่บอกเราว่าsame price same rate ก็ไม่ยอมโทร ตอนนั้นจขบ.โกรธมากกระซิบบอกเพื่อนให้walk outแล้วจ่ายค่าแท็กซี่ให้มันไป แต่เพื่อนบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้

ด้วยราคาที่แพงหูดับเราก็ไม่เอากับมันเหมือนกัน เปิดศึกเจรจา ตกลงได้ 2 ห้อง ราคา 66$ ไม่รู้คิดราคายังไงของมัน

จากนั้นเราก็ถามมัน(ผู้จัดการโรงแรม...ขอใช้สรรพนามว่า มัน นะคะ)เกี่ยวกับที่เราจะไปsarangotพรุ่งนี้ มันเสนอรถ+ไกด์+อาหารเช้าบนเขาให้เรา ใช้เวลาเที่ยวครึ่งวัน ราคา 400$ อุแม่เจ้า เรามาเนปาล 3 วัน ใช้เงินไปไม่เท่าไหร่ ทำไมจะมาเสียเงินเรือนหมื่นให้มัน เราก็อ่านมาแล้วว่าsarangotเดินไม่ยาก ไม่ใช้ไกด์ก็ยังพอไหว จะมาเชือดหมูอะไรกัน ค่าโรงแรมก็ฟันไปแล้ว เราเลยปฏิเสธข้อเสนอของมันไปอย่างไม่คิดมาก
จากนั้นก็ออกมาเดินเล่นพร้อมกับหารถไปsarangotพรุ่งนี้
บริษัททัวร์มีหลายเจ้า ที่ได้ถูกสุดคือรถตู้ ไป-กลับ 1,500 รูปี แต่เรายังไม่ได้ตกลง

ทะเลสาปเฟว่า

มีเรือให้เช่า เช่าคนพายด้วยก็ได้
บอกราคาชัดเจน





ช่วงที่ไปมีงานวัด จัดปีละครั้ง


จักรยานให้เช่าก็มี

เดินเล่นซักพัก ฝนเริ่มตก เย็นแล้ว พวกเราก็เริ่มหิว ข้าวเที่ยงไม่ได้ทานกันนี่นา
เลยมาจอดกันที่นี่
caffe concerto เป็นร้านอาหารอิตาเลียนค่ะ



ขอบอกว่า...อาหารอร่อยมากกกกกกกก

พิซซาถาดใหญ่ยักษ์ 470 รูปี



สลัดทูนา 390 รูปี

สปาเกตตีคาโบนารา 365 รูปี

อันนี้...อะไร ไม่ได้สั่ง!

มันคือพิซซามากาเรตตา...ราคา 360 รูปี
จขบ.สั่งเองค่ะ สั่งมากาเรตตา แต่ต้องการมากาเรตตาที่เป็นค็อกเทล แต่ได้นี่มา มันคือพิซซามากาเรตตา เพิ่งรู้ว่ามีพิซซาชื่อแบบนี้ด้วย
อันนี้เป็นจานเดียวที่กินไม่หมด
....
จำไปตลอดชีวิตเลย พิซซามากาเรตตา

อิ่มท้อง
อร่อยมากๆ
เหลือพิซซามากาเรตตา...
หมดไป 4,164 รูปี 6 คน

จากนั้นก็ไปเดินเล่น ซื้อน้ำดื่ม(โรงแรมเนปาลไม่มีน้ำให้) ระหว่างที่เดินผ่านร้านอาหารจีนได้ยินเสียงคนไทยดังแว่วมาเลยมองหาต้นเสียง เห็นพี่คนไทยสามคนยืนดูเมนูอาหารอยู่หน้าร้านอาหารจีน เราจึงปรี่เข้าไปทักตามประสาคนไทยไกลบ้านได้เจอกัน คุยไปคุยมา พี่เค้าถามว่าเราพักที่ไหน เราจึงบ่น บ่นเรื่องโรงแรมและค่าทัวร์ที่แพงหูดับ พี่คนไทยใจดีบอกว่าเค้าพักที่hotel fewaคิดราคาคนละ 5$ พี่คนไทยพยายามบอกทางเราไปhotel fewaแต่เราฟังแล้วงงๆพี่เค้าเลยพาเราเดินไปโรงแรมเลยทั้งที่พี่เค้ายังไม่ได้กินข้าวเลย ซาบซึ้งใจมาก นี่แหละน้ำใจคนไทย

hotel fewa อยู่ในซอยลึกพอสมควรแต่วิวดีกว่าเพราะไม่มีตึกมาบัง ผู้จัดการน่ารัก friendlyดี เราเลยจองห้องของพรุ่งนี้ไว้ได้ราคาคนละ 5$ แถมได้ทัวร์เดินเขาsarangot มีไกด์ อาหารเช้าบนเขา และ one day tour ชมเมืองโพคารา ในราคา คนละ 13$ และเราก็ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับกาฏมาณฑุในวันมะรืนเลยในราคาคนละ 60$

ราคาทั้งหมดนี้เรารู้สึกโอเคมากๆและรู้สึกว่าโชคดีจังที่เจอคนไทยใจดี

royal palaceยามค่ำคืน



ของที่ระลึกที่พลาดไม่ได้จากเนปาล
ผ้าพาสมินา ตอนแรกบอกราคาผืนละ 1,500 รูปี เราอยู่โพคารา 3 วัน 2 คืน ได้ผ่านร้านนี้ 4 รอบ เจ้าของจำเราได้เรียกเราเข้าร้านทุกครั้งที่เดินผ่าน
รอบที่ 4 ที่เราเดินผ่าน เค้าบอกว่า last price 350 รูปี อะโห...อะไรจะsellถล่มทลายปานนั้น

สุดท้ายก็ไปตบมา 2 ผืน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไปเนปาลอย่ารีบซื้อของ เดี๋ยวlast priceจะไม่ถูกจริง




จากนั้นเดินไปเที่ยวงานวัดโพคารา แต่บุญไม่ถึง งานวัดอยู่ตรงหน้าแต่หาทางเข้างานไม่เจอ คือมันไม่มีไฟฟ้า เดินเข้าไปมืดๆก็กลัว เดินหาสองรอบไม่เจอ กลับโรงแรมนอนดีกว่า

เช้ารุ่งขึ้น ทัวร์นัดเราไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่sarangot 5.30น. ตอนแรกคิดว่าดูพระอาทิตย์ขึ้น นัดสายจัง แต่ไม่เป็นไรมั้ง ทัวร์เค้าคงรู้แหละว่าไปกี่โมงดี
รุ่งขึ้น...พลาดนัดกับพระอาทิตย์....

หมอกลงจัด....ไม่เห็นเขาหางปลา...





ยอดเขาหางปลา
ดึงซูมท่ามกลางทะเลหมอก...มองด้วยตาไม่เห็นเลย









หมู่บ้านsarangot

ถึงสภาพอากาศไม่อำนวยเราก็เก็บภาพไป



จ๋อยจากพระอาทิตย์และยอดเขาหางปลา
แต่กองทัพก็ยังต้องเดินด้วยท้อง



รออาหารนานมากกกกก
เลยเดินถ่ายรูปไปทั่ว



แม่ครัวที่ทำอาหารให้เราค่ะ


อาหารเช้าที่รอคอยมาแร้ววววววว



ร้านขายของที่ระลึกบนเขา


กินอิ่มแล้ว ขากลับเราจะเดินลงนะคะ


น้องหนูสองคนนี้มายืนหน้าบูดอยู่หน้าบ้าน ทำท่าเหมือนอยากให้ถ่ายรูป เห็นน้องหน้าบูดเราเลยไม่ถ่าย

สักพักแม่เด็กออกมา ทำหน้าบูดๆแล้วพูดว่า "รูปี"

เราก็เลยถ่ายรูปแล้วให้ตังค์เด็กไป

....เหมือนโดนขู่กรรโชกเลยอะ









เคยเห็นคนกางร่มเดินเขามั้ยคะ


คุณนายบอกว่าไม่เอาอีกแล้ว

แต่จขบ.จะเอาอีก...สักวัน






ถึงแล้ว
รถมารับตรงนี้
นั่งพักกินน้ำก่อนกลับเข้าเมือง



ปิดท้ายด้วยรูปสาวๆเนปาล




Create Date : 18 สิงหาคม 2554
Last Update : 18 สิงหาคม 2554 20:10:50 น. 2 comments
Counter : 1201 Pageviews.

 
ภาพสวยมากค่า เห็นแล้วอยากไปบ้าง

ปีนเขาเยอะรึป่าวคะ อยากเที่ยวแบบนี้บ้าง


โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:20:16:50 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น
ไม่ได้ปีนอะไรเลยค่ะ เป็นแนวเดินไปเรื่อยๆค่ะ แต่พวกเราไม่ฟิตก็เลยเหนื่อยกันค่ะ
ภูกระดึงบ้านเราโหดกว่าเยอะเลยค่ะ


โดย: Sun-Dong วันที่: 3 กันยายน 2554 เวลา:16:39:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Sun-Dong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มีความฝันอยากเก็บประสบการณ์ทั่วโลก ค่อยๆเก็บกันไปเท่าที่โอกาสอำนวย แค่อ่านหนังสือท่องเที่ยวบางทีก็รู้สึกเหมือนมีส่วนร่วมไปแล้ว
Friends' blogs
[Add Sun-Dong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.