ซาตานน้อยตะลอนทัวร์
Group Blog
 
All blogs
 
วิถีเนปาล ตอนที่2 สยมภูวนาท-โพธนาท-ปศุปตินาท-นากากอต

สำหรับโปรแกรมวันนี้จะพาเดินอีกค่ะ ทริปนี้เดินแหลกค่ะ เปล่างกนะคะแต่เห็นว่าระยะทางไม่ไกลเดินไหวค่ะ แต่ถ้าเพื่อนๆที่อยากตามรอยถ้าเวลาจำกัดก็ไม่ต้องเดินนะคะ ความเสี่ยงต่อการหลงสูงพอควรค่ะ

เช้านี้เดินไปสยมภูวนาท ช่วงบ่ายเหมารถไปโพธนาท ปศุปตินาทและไปค้างคืนที่นากากอตกันค่ะ

ก่อนออกเดินทาง เติมพลังด้วยอาหารเช้าของโรงแรมก่อนนะคะ
ไข่ดาว ขนมปัง มันฝรั่ง ดูแล้วทานได้ใช่มั้ยคะ
ใช่ค่ะ ทานได้ เป็นอาหารที่เราชินๆกันอยู่แล้ว ที่ดูกังวลเรื่องอาหารเพราะก่อนนี้เคยได้ยินมาค่ะว่าอาหารเนปาลห่วยมาก เลยกังวลไปใหญ่ว่ามานี่จะกินอะไรไม่ได้เลยพกอาหารจากทางบ้านมาเพียบ จัดหนักแบบอยู่รอดได้ 7 วัน (ถึงขั้นเพื่อนในทริปคนนึงถามว่า เฮ้ย ข้าวกระป๋องซื้อที่ไหน เพราะเพื่อนได้ยินมาว่าข้าวที่เนปาลเหม็นสาป-อันนี้ขอแก้ตัวให้ไปเลยนะคะ เพราะลองกินเมื่อวานแล้วก็ไม่เห็นว่าเหม็นสาปนะคะ)

ในรูป จานกลางที่ขาวๆคืออะไรก็ไม่รู้ค่ะ จขบ.ว่ารสชาติมันเหมือนลูกเดือยแช่นมจืดๆหวานปะแล่มๆ เพื่อนๆเห็นพ้องกันว่า "แหวะมาก"
ไม่มีใครกินมันเลย
แต่...จขบ.ชอบค่ะ แย่งของเพื่อนมากินด้วย แต่กินไม่หมดนะคะเพราะเจ้านี่อืดท้องมาก สุดท้ายแล้ว จขบ.ซึ่งกังวลเรื่องอาหารเนปาลมากที่สุดกลับเป็นคนที่กินอาหารเนปาลได้มากที่สุด บางอย่างรู้สึกว่าอร่อยด้วยซ้ำไป โดนแซวเลยว่า "ทำเป็นไม่ชอบอาหารแขก สุดท้ายก็ติดใจ"

จะเห็นว่ามีอาหารไทยด้วยนะคะ นั่นคือที่เราจัดมา ทูน่ากระป๋อง(ของโปรดจขบ. กินอย่างแมว วิถีการเอาชีวิตรอดในแดนไกล) มาม่าต้องรสต้มยำด้วยค่ะจะได้ไม่คิดถึงบ้าน



อิ่มท้องเรียบร้อย ออกเดินจากโรงแรมrosebud เป้าหมายคือสยมภูวนาทหรือวัดลิง ที่เรานอนมองมาตลอดจากหน้าต่างห้องพักของเราเองค่ะ ถ้ามองจากหน้าต่างห้องจะเห็นวัดลิงอยู่บนเขา ดูไกลลิบๆ เขาก็ดูสูงพอสมควรซึ่งมีบันไดขึ้นไปค่ะ(กี่ขั้นไม่รู้) แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าไปชอบเดิน ไม่ชอบเหนื่อย หรือต้องการประหยัดเวลาก็สามารถนั่งรถแท็กซี่ขึ้นไปถึงยอดเขาได้เลยค่ะ

ระยะทางจากโรงแรมถึงวัดลิง 2.5 กิโลเมตร ระยะทางขึ้นเขา-ไม่ทราบ ใช้เวลาเดินรวมกับเที่ยวทั้งหมด 3-4 ชั่วโมงค่ะ แบบชิวๆเลยนะคะ

เดินต่อมาก็เจอเทวรูปพระคเณชค่ะ ที่ทราบว่าเป็นพระคเณชเพราะว่ามีรูปปั้นหนูอยู่ด้านล่างค่ะ (หนูเป็นพาหนะของพระคเณชค่ะ-จขบ.ชอบมากค่ะ เรื่องเทวนิยายเนี่ย อย่างที่พระคเณชเป็นช้างแต่มีพาหนะเป็นหนูเนี่ย เก๋จริงๆเลย) องค์พระคเณชถูกเจิมด้วยสีแดงเกือบทั่วทั้งองค์ดูขลังดี



ที่เนปาลจะมีรถขายผลไม้ลักษณะแบบนี้มากมายค่ะ
ด้วยความกระแดะส่วนตัวคิดว่ามันไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่รู้ทำไมต้องผ่าผลไม้เอาไว้ด้วย แล้วการขายอยู่ริมถนนมันน่าจะมีฝุ่นตกลงไปบนผลไม้

เวลาไปต่างประเทศ ควรต้องระวังเรื่องอาหารการกินหน่อยนะคะ การเข้าถึงการแพทย์ในแต่ละประเทศมันต่างกัน ถ้าเป็นประเทศที่ไม่แน่ใจเรื่องสุขอนามัยก็ไม่ควรกินอะไรมั่วซั่ว เคยไปพม่า ไกด์บอกเลยค่ะว่าห้ามซื้ออะไรกินเองเด็ดขาด คนพม่ากินได้แต่คนไทยห้าม หรือถ้าเป็นพวกป่วยบ่อยก็ควรเตรียมยาที่คาดว่าตัวเองอาจต้องใช้มาด้วย ที่เนปาลนี่จขบ.ก็เตรียมยามาค่ะ เตรียมมาเผื่อแต่สุดท้ายได้ใช้จริงๆ ไว้เล่าให้ฟังต่อไปนะคะ



จะไปวัดลิงต้องเดินข้ามสะพานนี้ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำนะคะ แต่น้ำไม่เหลือแล้ว แม่น้ำที่เต็มไปด้วยขยะ มีการเผาขยะกันอีกต่างหาก
บ่งบอกถึงมลภาวะเป็นพิษ.... ควันที่เห็นมาจากการเผาขยะที่ตีนสะพาน



เราควรช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมกันหน่อยนะคะ ทั้งบ้านเราและก็เวลาเราไปเที่ยวบ้านคนอื่นด้วยค่ะ

มาดูอะไรที่น่ารักกันบ้างค่ะ

เจอน้องคนนี้ที่กลางสะพาน เลยเก็บภาพหนูน้อยเนปาลมาฝาก
รอยยิ้มเด็กน้อย ไม่ว่าอยู่ที่ไหน น้ำเน่าอย่างไรก็สดใส



ข้ามสะพานมาแล้วก็ถึงทางเดินขึ้นเขาเพื่อไปวัดลิง
ที่ก่อนทางขึ้น มีชุมทางรถรับจ้าง ทั้งแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก
เราก็เดินขึ้นบันไดไปอีกค่ะ




ก่อนถึงวัดลิงจะเจอวัดนี้ก่อน


เด็กน้อยคงอยากไปยืนบนยอดสถูปเหมือนกับนกพิราบด้านหลัง


ถึงแล้วค่ะ ประตูทางขึ้น
วัดลิง



ก่อนเข้าวัดจะมีสิ่งนี้อยู่ที่พื้น ไม่ทราบคืออะไรแต่สังเกตเห็นคนเนปาลจะแวะเจิมที่นี่ก่อนเข้าวัด


ขึ้นชื่อว่าวัดลิง ย่อมต้องมีลิงเป็นมาสคอต

ถึงเวลาศึกษาชีวิตลิงค่ะ

สองตัวนี้น่าจะกำลังหาเห็บ รักสะอาดดีนะ?




กินพลาสติกเป็นอาหาร


ภาพพระนางสิริมหามายาประสูติพระพุทธเจ้า

เจิมกันจนหน้าแดงทุกคน



ตัวนี้กำลังเล่นmusic


ถึงแล้ว สยมภูวนาท


ทางที่เราเดินขึ้นมาเรียกว่าบันไดตะวันออก สิ่งแรกที่พบคือ วัชรจักรขนาดbig size สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาของชาวธิเบต มีความหมายถึงการรู้แจ้งซึ่งจะขจัดความขลาดเขลา และความรู้แจ้งเป็นสิ่งที่ไม่อาจถูกทำลายได้

วิถีเนปาล...
วัชรจักร แทนพลังของผู้ชาย
ระฆัง แทนพลังของผู้หญิง



รอบๆฐานสถูปคือกงล้ออธิษฐาน



มาทางไหนไปทางนั้น ขามาเดินมา ขากลับก็เดินกลับค่ะ เดินถึงโรงแรมก็เที่ยงพอดีค่ะ ร้อนใช้ได้เลย

แผนการต่อไปคือ โพธนาท ปศุปตินาทและนากากอต ซึ่งเดินไปไม่ได้แล้ว จากนี้ไปเหมาแท็กซี่ค่ะ ราคา 3,500 รูปี นี่คือแท็กซี่ที่ทางโรงแรมติดต่อมาให้ ต้องจ่ายก่อนใช้บริการทีหลัง คาดว่าโรงแรมคงหักค่าหัวคิวจากแท็กซี่อีกทีค่ะ

ที่จริงก่อนนี้มีแท็กซี่เสนอราคาเหมาให้เราที่ 1,500 รูปี ถูกกว่ากันมากใช่มั้ยคะ แต่เพื่อนเราบอกว่าถ้าเป็นแท็กซี่ที่โรงแรมหามาน่าจะเชื่อใจได้มากกว่า เราจึงยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อความปลอดภัยค่ะ

เราจะพักที่นากากอตหนึ่งคืนแล้วก็กลับมากาฏมาณฑุอีกที ทำยังไงกับเป้แบคแพคใบโตหล่ะคะ ไม่เป็นปัญหาค่ะ แยกของออกมาเอาเฉพาะที่จะใช้คืนนี้ที่นากากอตเอามาใส่เป้เล็ก(เป้เพื่อน เพื่อนแบก) เป้ใหญ่ฝากโรงแรมไว้ ที่โรงแรมมีห้องสำหรับเก็บกระเป๋าที่ปลอดภัยล็อคประตูไว้ตลอดเวลา ยังไม่เช็คเอาท์ ค่าห้อง ค่าอาหารไม่จ่าย เดี๋ยวกลับมาเคลียร์ทีเดียว จขบ.คิดว่าโรงแรมเค้าป๋ามากที่ปล่อยเราไปอีกเมืองโดยที่ไม่เก็บค่าเสียหายที่เราทำไว้เลย จริงๆถ้าเราไม่ฝากกระเป๋าแล้วหนีไปซะงั้นก็คงได้ แต่เค้าไว้ใจเราขนาดนี้ เราก็คงต้องให้เกียรติเค้าเช่นกันค่ะ

RCจุดต่อไปนะคะ โพธานาทเป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล
องค์สถูปทรงกลมสีขาวขนาดใหญ่ ด้านบนเป็นดวงตาเห็นธรรม องค์สถูปตั้งอยู่บนเขียง รอบฐานมีพระพุทธรูป 108 องค์ กงล้อภาวนา 147 คูหา เวลาเดินวนก็จะต้องเดินตามเข็มนาฬิกา จะเห็นพุทธศาสนิกชนเดินหมุนกงล้อภาวนาพร้อมทั้งสวดมนต์

บางคนเชื่อว่าภายในโพธานาทมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่






จากนั้น ไปวัดปศุปตินาทต่อค่ะ
ทางเดินเข้าวัด....
ป้อมขายตั๋วเล็กๆเหมือนป้อมยามอยู่ทางขวามือ...เห็นมั้ยคะ ในรูป

เดิมอ่านจากหนังสือ เขาว่าวัดปศุปตินาทเป็นวัดฮินดู คนที่ไม่ได้นับถือฮินดูไม่สามารถเข้าไปในวัดได้ ถ้าจะดูการเผาศพต้องดูจากอีกฟากของแม่น้ำบัคมาติ ซึ่งพาเราไปถึง...หาได้เป็นเช่นนั้นไม่



ที่นั่งหน้าวัด
ไม่กล้านั่งเลยอะ เหมือนจะเตรียมตัวมาโดนเผายังไงไม่รู้



เดินยังไม่ถึงป้อมขายตั๋วเลย ก็มีชายเนปาลร่างกำยำล่ำบึกคนนึงเดินออกมาบอกเราว่าค่าตั๋วคนละ 500 รูปี เราก็จ่ายตังค์ไป เค้าก็ขายไปที่ป้อมไปเอาตั๋วมาให้เรา ตอนนั้นคิดว่าบริการดีจัง

พอได้ตั๋ว เราก็เดินเข้าไปตามทางที่เห็น ชายคนนี้เดินตามมาด้วย เดินคู่มาเลยค่ะ เดินไปคุยไป เราไม่คิดอะไร คิดว่าเค้าคงอยากคุยเล่นกับนักท่องเที่ยว ไกลจากจุดขายตั๋วมากแล้ว นายคนนี้ก็ยังตามมา

เราถามว่า "ตามมาทำไม"
เค้าบอกว่า "จะเดินไปหาเพื่อนแถวๆนั้น"
แล้วก็เดินมากับเราเรื่อยๆ ถึงบริเวณเผาศพ เค้าเริ่มอธิบายถึงสถานที่ต่างๆ ตอนนี้เรารู้แน่แล้วว่านี่คือ "ไกด์ผี"

เราบอกไกด์ผีว่า "ไม่เป็นไร เราแค่จะเดินดู ไม่ต้องมีไกด์ก็ได้"
ไกด์ผี "ไม่เป็นไร ผมเป็นนักศึกษา อยากฝึกภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ"
(ขอบอกว่า หน้ามันเยินมาก น่าจะเกิน 30 ขวบแล้ว มันเป็นนักศึกษาสถาบันไหน)
"คุณไปเถอะ อย่าเสียเวลาเลย เราไม่มีค่าตอบแทนให้หรอก"
"ไม่เป็นไรๆ"
ไล่ยังไงก็ไม่ไป เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ไกด์ผีชอบชี้ไปทางเปลี่ยวๆบอกว่ามีโน่นนี่นั่นให้ดู ซึ่งถ้ามองแล้วมันดูไม่ค่อยมีคนเราก็ไม่ไป มันพยายามพาเราไปทางเปลี่ยวๆสองครั้ง เราไม่ไปอยู่แล้ว ตอนนั้นรู้สึกอึดอัดใจมาก

ไกด์ผีพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง พูดอังกฤษปนเนปาลแล้วถามเราว่า "understand?"
เราก็พยักหน้าหงึกหงัก (ฉันไม่เข้าใจแกหรอก แต่อยากให้แกหยุดพูดเร็วๆ)

ไม่รู้เพราะค่าตั๋วที่ขึ้นราคาหรือว่าเพราะมากับไกด์ผี แต่ไม่มีเขตหวงห้ามสำหรับคนที่ไม่นับถือฮินดู เราสามารถเดินซอกแซกไปทั่วทุกมุมได้ ไปดูเผาศพใกล้ๆได้ เราเข้าไปดู แล้วควันปลิวเข้าหัวเลยเดินหลบออกมา



ไม่ค่อยอยากเดินไปไหนซอกแซกมากเพราะไกด์ผีเป็นวิญญาณติดตาม เลยเดินปาดๆอย่างรวดเร็ว


โฉมหลังไกด์ผีคือคนขวา ตัวอย่างสูงอะ

ด้านขวา ที่เห็นคนเยอะๆอยู่ไกลๆคือที่เผาศพ

แปลก คนที่นี่ชอบดูเผาศพ ที่สังเกตดูไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยว เห็นคนเนปาลมากกว่า




ภายในวิหารบรรจุศิวลึงค์

เดินไปลึกๆจะเปลี่ยวมาก ไกด์ผีชวนไป แต่ขอผ่านดีกว่า



วัดปศุปตินาท ขนาบสองฝั่งของแม่น้ำบัคมาติ


เราเดินไม่ทั่ววัดค่ะ รีบๆกลับเพราะรำคาญไกด์ผีมาก
ไกด์ผีเดินออกมาส่งถึงนอกวัดเลยค่ะ แล้วถามเราด้วยว่าจะไปไหนต่อ มีแท็กซี่หรือยัง จะหาแท็กซี่ให้อีก จะกินหัวคิวกันอีกอะดิ พอเราบอกว่าเรามีแท็กซี่แล้วไกด์ผีก็จากไป

จากนั้นเรานั่งแท็กซี่ยาวมานากากอตเลยค่ะ ระหว่างทางจะผ่านบักตะปูซึ่งเป็นแผนการของเราในวันพรุ่งนี้ ระยะเวลาจากกาฏมาณฑุมานากากอตประมาณชั่วโมงครึ่ง ตรงมาที่โรงแรมนี้ค่ะ

Hotel Space Mountain

โรงแรมในนากากอตน่าจะวิวดีทั้งหมดเพราะแต่ละโรงแรมสร้างไล่ขึ้นไปบนเขา เรามาที่นี่เพราะที่โรงแรมrosebudแนะนำมาค่ะ ค่าห้อง 20$ไม่รวมอาหารเช้าไม่รวมภาษี ถ้าเอาอาหารเช้าด้วยก็25$ไม่รวมภาษี เราเลือกแบบรวมอาหารเช้าเพราะดูแล้วไม่เห็นมีร้านอาหารอื่นๆเลย ฝากท้องไว้กับโรงแรมคงสะดวกกว่า
ตอนแรกทางโรงแรมพาเราไปห้องชั้นสอง ห้องโอเคแต่วิวไม่โอเคนัก เราถามว่ามีห้องที่วิวดีกว่านี้มั้ย เค้าพาเราไปห้องชั้นบนสุดเลย ชั้นบนสุดมีแค่ห้องเดียว ระเบียงกว้างมาก แล้วยังสามารถเดินไปชมวิวบนดาดฟ้าได้อีกด้วย ซึ่งวิวดีมากๆเลยค่ะ แต่เสียดายช่วงเราไปฟ้าปิดหมอกมาก เลยไม่ได้เก็บภาพพระอาทิตย์ตกมาฝากค่ะ ขออนุญาติไม่รีวิวโรงแรมนี้นะคะเพราะไม่ได้ตั้งใจถ่ายรูปมามากค่ะ ที่นี่ไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมงนะคะ เพราะมีโซลาเซล
โรงแรมที่นากากอตก็เหมือนในกาฏมาณฑุนะคะ คือไม่ได้มีไฟฟ้าใช้ 24ชั่วโมง ถ้าต้องการมีแสงไฟตลอดเวลาอย่าลืมถามทางโรงแรมว่าเขามีโซลาเซลหรือปล่าว ถ้าโรงแรมไหนไม่มีโซลาเซลเขาก็จะเตรียมเทียนไว้ให้นะคะ

นักท่องเที่ยว อย่าลืมไฟฉายนะคะ

มีน้ำอุ่นนะคะ
เห็นถังแก็ซมั้ยคะ นั่นแก็ซหุงต้มเลยนะ เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ ที่ทำน้ำอุ่นที่นี่เวลาเปิดจะมีไฟจากแก็ซลุกอยู่หลังเครื่อง เหมือนต้มน้ำอาบกันสดนั่นแหละ คล้ายๆอาบน้ำในครัว...
ลงรูปถังแก๊ซในห้องน้ำให้ดูซะหน่อย




นากากอตไม่มีอะไร คนเขามาชมวิวพระอาทิตย์ ส่วนเรามาชมทะเลหมอก...
ไม่ว่ากัน...แต่สักวันฉันจะกลับมาอีกทีในฤดูฟ้าเปิด

Hotel at the End of the Universe นี่คือ our pick จาก lonely planet
จากป้ายนี้ต้องเดินขึ้นบันไดเล็กขึ้นเขาไปอีก เหนื่อยอีกแล้ว โรงแรมเลยดูติสท์ดี มีโอกาสไปชมห้องสูท ราคาคืนละ 2,600 รูปี กว้างและสวยงามมาก วิวสวย
แต่....
ไม่มีไฟฟ้านะคะ มีเทียนยักษ์แถมให้

เราไม่ได้พักที่นี่แต่วันนี้มาทานอาหารที่ร้านของโรงแรมนี้ค่ะ
buffet dinner at Hotel at the End of the Universe
ราคาคนละ 300 รูปี เท่านั้น ถูกมากกกกกก
เติมไม่อั้น ไม่อั้น
นี่คืออาหารเนปาลแท้ๆมื้อแรกของจขกท.
ถ่ายรูปท่ามกลางแสงเทียนนะคะ(ไม่มีไฟฟ้าไง) มีอาหาร 3 อย่าง
...บางอย่างเป็นซุปที่คล้ายๆถั่วต้ม...กินไม่ลงเลย รสชาติบอกไม่ถูก
...ผัดผัก...ดีมากเลย แต่ไม่กินมากเพราะใส่น้ำมันมากไปหน่อย
...แกงกะหรี่ไก่...อร่อยมาก แต่ไม่กินเยอะ กลัวอ้วน
...friut salad...ฟาดไป 3 จาน

สรุป อาหารมื้อนี้ อร่อยและถูกมากค่ะ
ใครมานากากอต มาทานข้าวที่นี่นะคะ





ขอจบวันนี้ด้วยภาพdinnerท่ามกลางแสงเทียนค่ะ


Create Date : 13 สิงหาคม 2554
Last Update : 13 สิงหาคม 2554 22:21:28 น. 7 comments
Counter : 1269 Pageviews.

 
สวัสดีจร้า........... สมาชิกทั้งหลาย (สมัครสมาชิคยังไงอ่ะ)


โดย: Yong yong IP: 183.88.249.222 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:10:36:02 น.  

 
สวัสดีจร้า......................... สมาชิกทั้งหลาย (สมัครไม่เป็นเหมือนกันอ่ะ)


โดย: Ying ying IP: 183.88.249.222 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:10:38:19 น.  

 
เย็ มีคนคุยด้วยแล้ว


โดย: Yong yong IP: 183.88.249.222 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:10:39:46 น.  

 
ก็ Ying ying กับ Yong yong คนเดียวกันนี่นา


โดย: Ying ying IP: 183.88.249.222 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:10:40:56 น.  

 
เอ่อ ใช่ใช่ Ying ying พูดถูก เราคุยกับตัวเองเพราะเราไม่มีเพื่อนคุยด้วยเลยตั้งชื่อเป็นสองคนแล้วก็เล่นกับตัวเอง
เออ แต่ว่าเว็บนี้ทำไมไม่มีคนมาแสดงความคิดเห็นเลยล่ะ มีแค่เรา 1 คน นอกนั้นไปไหนกันหมดพวกสมาชิกน่ะ เราอุส่า หวัดดี ตั้ง สองรอบไม่มีเพื่อนคุยอ่ะ
ไม่คุยแล้วลาก่อน.....................................................................................................................................บ้าย บาย


โดย: Yong yong IP: 183.88.249.222 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:10:46:23 น.  

 
บาย


โดย: Yong yong IP: 183.88.249.222 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:10:49:05 น.  

 
หวัดดีจร้าคนสวย น่ารวยดีนะคนเก่ง
พวกเราช่วยกันเบ่ง อย่าพึ่งเร่งกำลังออก
ขี้มันรอจะหลอก อย่าพึ่งออกเดี๋ยวจะกอก
แต่งกาพย์กินบักกอก เดี๋ยวดากลอกแสบจริงเด้อ
เอ้อ เอย เอ่อ เออ เอ่อ เอยยยยยย
(กาพยานีย์ 11 แต่งเล่นเล่นห้ามเลียนแบบนะจ๊ะ)


โดย: คนไร้นาม IP: 183.88.249.222 วันที่: 19 สิงหาคม 2555 เวลา:10:56:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Sun-Dong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มีความฝันอยากเก็บประสบการณ์ทั่วโลก ค่อยๆเก็บกันไปเท่าที่โอกาสอำนวย แค่อ่านหนังสือท่องเที่ยวบางทีก็รู้สึกเหมือนมีส่วนร่วมไปแล้ว
Friends' blogs
[Add Sun-Dong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.