ซาตานน้อยตะลอนทัวร์
Group Blog
 
All blogs
 
singaporaตอนที่2 universal studio

วันที่สองที่สิงคโปร์ ตื่นเช้ามารู้สึกว่าไม่มีไข้แล้วแต่มีเสมหะเขียวๆเลยรู้ตัวว่าเป็นหวัดขนาดหนักและจำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะแล้ว ตอนแรกพยายามไปซื้อยาปฏิชีวนะมากิน ไกด์ท้องถิ่นพาไป แต่หัวเด็ดตีนขาดร้านขายยาเค้าก็ไม่ขายให้ ที่นี่ยาปฏิชีวนะต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ต้องเป็นแพทย์สิงคโปรค์ด้วย ไม่เหมือนบ้านเราซื้อยาปฏิชีวนะกินเองกันเมามัน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถไปซื้อยาปฏิชีวนะมาself medicationได้ แต่เดี๋ยวก่อน โชคดีมีเพื่อนที่เป็นหมอพกยาปฏิชีวนะไปด้วย เลยมียากิน หลังจากนั้นบอกตัวเองเลยว่าถ้าไปต่างประเทศ"ฉันจะเอายาไปให้ครบทุกขนานเลย แง่ม แง่ม"

ทานอาหารเช้าบุฟเฟ่ห์ที่โรงแรม อย่างที่บอกค่ะ โรงแรมอยู่ที่little india คนที่มาพักที่โรงแรมนี้เลยเป็นแขกซะส่วนใหญ่ อาหารก็เลยเป็นแนวนั้นด้วย ดื่มนมไปรสชาติจืดๆเหมือนน้ำล้างถ้วยเลย

วันนี้รู้สึกดีขึ้น ไม่มีไข้แล้ว ก็เที่ยวต่อได้ค่ะ

นี่เลย universal studio....

จะเห็นว่าตั๋วมีสามใบนะคะ ใบที่หนึ่งเป็นตั๋วเข้า ใบที่สองเป็นลดราคาค่าอาหาร 5 เหรียญสิงคโปร์ ใบที่สามเป็นลดราคาของที่ระลึก 5 เหรียญเช่นกัน ขายตั๋วพร้อมกันเป็นชุดสามใบค่ะ ซึ่งเป็นแผนการตลาดที่ดีมากเพราะห้ามนำอาหารจากภายนอกเข้าไปเป็นการบังคับให้ซื้อของกินด้านใน และของที่ระลึกก็ราคาเกิน 5 เหรียญทุกอย่าง ถ้าจะซื้อยังไงก็ต้องจ่ายตังค์เพิ่มค่ะ ส่วนราคาตั๋วก็จะไม่เท่ากันถ้าซื้อไว้ล่วงหน้าจะถูกกว่าแต่ถ้าwalk inเข้าไปจะแพงกว่ามากค่ะ วันเสาร์-อาทิตย์universal studioจะปิดช้ากว่าวันธรรมดาและมีการแสดงlake of dream(น้ำพุเต้นระบำ)

ในuniversal studioเค้าก็จะมีจุดขายตามหนังดังๆของstudioนี้ค่ะ เดี๋ยวค่อยๆดูกันไปนะคะ



เราไปกันใกล้เที่ยงค่ะ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราทำก็คือกินค่ะ ภาพนี้ถ่ายจากด้านในร้านอาหารนะคะ



ตามถนนหนทางจะมีโชว์ด้วยค่ะ ที่เห็นก็มีเต้นบีบอย อันนี้คือร้องเพลงยุค50ค่ะ ร้องสด เพราะและสนุกมากค่ะ



รถขายpopcornค่ะ ขายดีเชียว



ต่อไปเป็นโรงถ่ายuniversalค่ะ ในรูปล่างคือทางเดินเข้าชมโรงถ่ายค่ะ ตามทางเดินจะมีโปสเตอร์หนังตั้งแต่เก่าจนถึงปัจจุบัน หนังเก่ามากๆหลายเรื่องก็ไม่รู้จักเหมือนกันแต่ก็ดูเพลินดีว่า อ๋อ สมัยก่อนเค้าทำโปสเตอร์กันแบบนี้เอง ในโรงถ่ายจะโชว์ว่าเวลาถ่ายหนังเค้าทำฝน พายุ ไฟไหม้ อะไรกันยังไง ไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะเพราะมันจะมีน้ำกระเซ็นด้วย กลัวกล้องมีอันเป็นไปหน่ะค่ะ



ไปดูปราสาทshrekกันค่ะ ด้านในเป็นหนังshrek 4 มิติค่ะ มีน้ำ มีลม แบบสี่มิติ



นี้คือร้านขายของที่ระลึก

นี่คือหนังเรื่องอะไรเอ่ย รู้กันอยู่แล้วใช่ม๊า.......




เครื่องเล่นของjurassic parkก็คือgrand canyon(แดนเนรมิต...) ระหว่างทางที่ไหลไปตามน้ำจะมีไดโนเสาร์(หุ่นยนต์? ตุ๊กตา?) ไดโนเสาร์ออกมาร้องฮิฮะ ป่าวค่ะ มันออกมาคำรามแต่มันไม่น่ากลัว ดูฮิฮะมากกว่า
เครื่องเล่นตัวนี้อาจมีเปียก(แล้วแต่ดวง) มันมีจังหวะที่ตกลงมากระแทกน้ำสาดกระจาย ใครที่นั่งจุดตกมีเปียก แต่เดี๋ยวก่อน...ถ้ากลัวเปียก ก่อนเข้าเล่นมีตู้อัตโนมัตขายเสื้อกันฝนด้วยค่ะ

ไปดูนี่ต่อ หนังเก่ามากๆ
อันนี้จะเป็นโชว์แนวaction พากษ์เป็นภาษาอังกฤษฟังไม่รู้เรื่อง มัวแต่ถ่ายรูปด้วยค่ะเลยไม่ตั้งใจฟังเค้า
คนดูมากดีมั้ยคะ


แล้วนี่หนังเรื่องอะไรเอ่ย...

revenge of the mummy คือรถไฟเหาะนั่นเองค่ะ เกือบๆตีลังกาหรือว่าตีลังกาก็ไม่รู้ ตอนแรกเป็นแนวบ้านผีสิงค่ะ แบบว่านั่งรถไฟเข้าถ้ำมัมมี่(มืดๆแล้วมีเสียงแนวหลอกหลอน แต่เราไม่กลัวหรอก อิอิ) ต่อมารถไฟมันจะเร็วขึ้นค่ะ แล้วก็มืดจนมองไม่เห็น เร็วมากๆเลย เสียวมากค่ะ ชอบอันนี้ที่สุดแล้วค่ะ รู้สึกadrenalineหลั่งดีจริงๆ

เท่จัง...six pack

อยู่ที่universal studioกันจนเย็น แล้วก็ไปทานอาหารเย็นที่โรงแรมhardrockค่ะ โรงแรมก็อยู่ใกล้ๆuniversal studioหล่ะค่ะ เดินถึงกันได้ มาดูบรรยากาศในโรงแรมกันค่ะ



ถ้าตามแผนเดิมเราจะไปดูการแสดงlake of dreamคือการแสดงแสงสีเสียงและห่วงไฟค่ะ แต่เราทานข้าวเสร็จกันเร็วต้องรอดูน้ำพุอีกตั้งสองชั่วโมง เราก็เลยตัดสินใจไม่ดูค่ะ บางคนกลับโรงแรม ส่วนเราไปเดินเล่นที่ออร์ชาร์ดค่ะ

ถนนออร์ชาดยามค่ำคืน แรกเห็นรู้สึกงง นี่หรือถนนshopping มันดูละม้ายคล้ายสยามแสควร์สยามพารากอนบ้านเราแต่ถนนยาวมากสุดลูกหูลูกตา(ไม่รู้ว่าเจ้าถนนshoppingนี้มันจะยาวไปถึงไหนกันนะ) ส่วนที่ต่างจากบ้านเราคือออร์ชาดเป็นห้างสรรพสินค้า เราต้องเดินเข้าไปในห้างเพื่อshoppingหาได้มีข้าวของแบกะดินมาขายตามถนนหนทางเหมือนบ้านเราไม่ เราเห็นของกินที่ขายบนถนนเพียงอย่างเดียวคือรถขายไอติมแบบที่ดูคล้ายรถสามล้อพ่วง ไอติมอร่อย มีหลายรส เราชิมมาแล้ว

สินค้าที่ออร์ชาดล้วนแล้วแต่brandname แถมเป็นbrandที่ค่อนข้างแพง เราเดินกันอยู่หนึ่งชั่วโมงเงินยังไม่เด้งออกจากกระเป๋า(จริงๆพลังทรัพย์ไม่ถึง) เราจึงตัดสินใจกลับโรงแรม

ไกด์บอกเราว่า ที่สิงคโปรค์ห้ามเรียกแท็กซี่มั่วซั่ว ต้องเรียกที่จุดขึ้นแท็กซี่เท่านั้น ที่จุดขึ้นแท็กซี่จะมีคนมาต่อแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอขึ้นแท็กซี่
พวกเราเดินหาจุดขึ้นแท็กซี่นานมาก ผ่านไปหนึ่ง....สอง....สาม...สี่...สี่แยกไฟแดง......ไหนหล่ะว๊าจุดขึ้นแท็กซี่ ไม่ไหวน๊า เหนื่อยอ้า...
นิสัยคนไทยกำเริบ โบกมันเลย ตรงริมถนนนี่แหละ พี่แท็กสิงคโปรค์ปาดพรึ่บรับเราทันที เรารีบขึ้นรถเนื่องจากเกรงกลัวกฏหมายอันเคร่งครัด กลัวตนเองและพี่แท็กที่รับเราจะเป็นภัย พอรถเคลื่อนปุ๊บก็ผ่านจุดขึ้นแท็กซี่ปั้บ คนรอแถวเยอะจริงๆ

กลับโรงแรมโดยสวัสดิภาพค่ะ



จบวันที่สองจ้า



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 26 มีนาคม 2554 20:58:46 น. 3 comments
Counter : 979 Pageviews.

 
ดูน่าสนุก น่าประทับใจ อยากไป อยากไป...


โดย: Louis Cipher IP: 110.169.190.63 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:16:08 น.  

 
มาอ่าน เก็บข้อมูลค่ะ

จะไปเมษานี้เหมือนกัน แหะๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:01:19 น.  

 
ขอให้เที่ยวสนุกนะคะ
จะรออ่านreviewของสาวไกด์ใจซื่อด้วยนะคะ


โดย: Sun-Dong วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:0:02:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Sun-Dong
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มีความฝันอยากเก็บประสบการณ์ทั่วโลก ค่อยๆเก็บกันไปเท่าที่โอกาสอำนวย แค่อ่านหนังสือท่องเที่ยวบางทีก็รู้สึกเหมือนมีส่วนร่วมไปแล้ว
Friends' blogs
[Add Sun-Dong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.