Welcome to JubbLand
Group Blog
 
All Blogs
 

Family Trip @ Koh Mak Resort 29-31.3.12

Family Trip แรกของปี 55 หน้าร้อนก็ต้องทะเลสินะ จัดไปซะเลยที่ เกาะหมากรีสอร์ท จ.ตราด

จริงๆจะต้องเป็นทริปของปลายปีที่แล้ว แต่ติดน้ำท่วมเลยเลื่อนมาเรื่อยๆ รีสอร์ทก็ยังใจดีให้เอาส่วนที่จองไว้มาใช้ได้
แต่ก็ไม่ได้ส่วนลดแพ็คเกจกลายเป็นการเข้าพักและราคาแบบ walk in ก็ยังดีที่ไม่ต้องเสียส่วนจองไปฟรีๆ
(น้ำท่วมทำให้ทริปที่จองไว้อีก 2 ที่ ต้องเสียค่าจองไปฟรีๆเพราะเลยกำหนด)

ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้ามืด จะได้แวะไหว้พระที่วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี และวัดมังกรบุปผาราม
ว่ากันว่าวัดนี้เป็นวัดในตำแหน่งของหางมังกรด้วยนะ 
(ส่วนหัวมังกร อยู่ที่วัดมังกรกมลาวาส เยาวราช ตัวมังกร อยู่ที่วัดจีนประชาสโมสร จ.ฉะเชิงเทรา
ได้ไปไหว้มาครบทุกส่วนของมังกรแล้ว ^^)

วัดเขาสุกิม



สมเด็จพระมงคลมุนีไพรีพินาศศาสดาจารย์



วัดมังกรบุปผาราม หรือวัดเล่งฮั่วยี่ อยู่ในตำแหน่งของหางมังกร




หลังจากไหว้พระกันเรียบร้อยก็มุ่งหน้าแหลมศอกกันเลย ก่อนจะลงเรือก็หาอะไรใส่ท้องกันซะหน่อย แวะกันที่ร้านแหลมศอกชวนชิม เป็นร้านเล็กๆเข้าไปในซอ
ยก่อนถึงสำนักงานเรืิอนิลมังกร อาหารทะเลสดๆ รสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพงด้วยนะ ^^

จากท่าเรือแหลมศอก มุ่งหน้าเกาะหมาก เดินทางกันด้วยเรือ Catamaran เรือใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. บนเรือมีสัญาณ wifi ด้วยนะ



ท่าเรืออ่าวนิด


ถึงที่ท่าเรืออ่าวนิดก็มีรถจากเกาะหมากรีสอร์ทมารอรับไปเช็คอิน แล้วพาไปส่งถึงหน้าบ้านพักเลย ได้พักบ้าน F3 แต่มีขลุกขลักนิดหน่อย ระบบไฟชั้นล่างใช้งานไม่ได้เลย ทางรีสอร์ทเลยให้ช่างมาซ่อมให้ชั่วคราว แต่ก็ยังใช้งานไม่ได้ เลยได้เปลี่ยนไปพักบ้าน F2 หลังใกล้ๆกันนี่แหละ

หน้าบ้านพัก มีสนามหญ้ากว้าง วิ่งเล่นได้ ต้นมะพร้าเยอะซะจนตอนเดินผ่านกลัวลูกมะพร้าวจะหล่นลงมาโหม่งหัวจริงๆ ^^


ชายหาดหน้าเกาะหมากรีสอร์ท มีต้นมะพร้าวขึ้นเป็นทิวยาว จำได้ว่าเมื่อก่อนเคยมาที่เกาะหมากต้นมะพร้าวจะเอียงหาพระอาทิตย์จนลำต้นแทบจะขนานไปกับพื้นทราย...มาวันนี้ต้นมะพร้าวแบบนั้นไม่มีแล้วเท่าที่เห็นในภาพนี่ก็เอียงมากที่สุดแล้ว





มุมชิงช้าที่หน้าหาด


เกาะหมากเป็นเกาะเงียบๆ เหมาะกับการมาพักผ่อนสบายๆ ปั่นจักรยานชมรอบเกาะ ข้ามไปนั่งชมวิวทรายสวยๆที่เกาะขาม ไปดำน้ำตามเกาะใกล้เคียง พระิอาทิตย์
ส่วนทริปนี้เราเลือกข้ามไปฝั่งเกาะขาม กับนั่งรถชมวิวรอบเกาะ ได้คนพื้นที่แต่ดั้งเดิมบนเกาะหมากเป็นไกด์แนะนำให้ตลอดเส้นทาง ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.

เกาะขาม เกาะส่วนตัวเล็กๆตรงข้ามกับเกาะหมากรีสอร์ท ใช้เวลานั่งเรือข้ามไปประมาณ 10 นาที ไม่น่าเชื่อว่าระยะทางห่างกันแค่ 1 กิโลเมตร บนเกาะขามกลับมีทรายขาวกว่าบนเกาะหมากอีก สัญลักษณ์ที่สำคัญของเกาะขามอีกอย่างนึงคือ หินภูเขาไฟ ที่กระจายอยู่หน้าหาด และจะเห็นสันทรายเป็นทางยาวเวลาน้ำลง เหมือนทะเลแหวกน้อยๆเลย ^^



หินภูเขาไฟกระจายอยู่หน้าหาด



บาร์น้ำเล็กๆบนเกาะ กับพนักงานสาวจากประเทศเพื่อนบ้าน อัธยาศัยดี คอยเก็บบัตรขึ้นเกาะ และบริการเครื่องดื่ม

สันทรายยามน้ำลง


ทรายขาวละเอียด ^^


ขากลับจากเกาะขามเรามาขึ้นเกาะกันที่ท่าเรือหน้าเกาะหมากรีสอร์ืทกันเลย


ต่อกันด้วยไปชมวิวรอบๆเกาะ



สะพานไม้ทอดยาวไปในทะเลที่หน้าชินนามอนรีสอร์ท




ถ่ายย้อนกลับไปจากปลายสะพาน


บรรยากาศเงียบหาดหน้า Bene Resort พี่ไกด์บอกว่า ช่วงเดือน ก.ค. น้ำจะลงจนสามารถเดินข้ามไปเกาะตรงข้ามได้เลย



พิพิธภัณฑ์เกาะหมาก เป็นบ้านหลังเก่าของบ้านพี่ไกด์ที่ดัดแปลงมาเป็นพิพิธภัณฑ์ บอกเล่าความเป็นมาของคนบนเกาะหมากแต่ดั้งเดิมผ่านครอบครัวของพี่ไกด์



เกาะหมากเป็นเกาะที่ต้นแบบในโครงการ Low Carbon Destination เป็นโครงการที่พยายามให้คนบนเกาะลดการใช้พลังงานที่ปล่อยก๊าซคาร์บอน

พระอาทิตย์กำลังจะตกที่หน้าเกาะหมากรีสอร์ท







ถามว่าเกาะหมากยังสวยเหมือนเดิมมั้ย...ก็คงไม่เหมือนเดิมเมื่อครั้งหลายปีย้อนหลังที่เคยได้มา ตอนนั้นเกาะหมากยังไม่มีไฟใช้ 24 ชม. ต้องปิดไฟหลังเที่ยงคืน ทุกอย่างยังเป็นธรรมชาติอยู่มาก ถนนคอนกรีตก็ยังไม่มีให้เห็น นักท่องเที่ยวต่างชาติมาอยู่เป็นเดือนๆ เกาะหมากตอนนี้กำลังพัฒนาไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ความสะดวกสบายมีมากขึ้น...แต่การพัฒนาของเกาะหมากในความรู้สึกของตัวเอง...เกาะหมากกำลังพัฒนาไปอย่างช้าๆ บนวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนบนเกาะหมาก คนในพื้นที่ยังรักในพื้นที่ที่ได้รับทอดต่อกันมาเป็นร้อยปี ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รักสงบมาเที่ยวกันเป็นเดือนอยู่เหมือนเดิม แต่ทุกอย่างก็ไม่แน่นอน เมื่อความเจริญมีมากขึ้น นักลงทุนต่างถิ่นเข้ามากมาขึ้น เกาะหมากก็อาจเปลี่ยนไปเหมือนเกาะใหญ่ๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตก็เป็นได้




 

Create Date : 04 เมษายน 2555    
Last Update : 4 เมษายน 2555 16:09:01 น.
Counter : 1748 Pageviews.  

เที่ยวบ้านฉัน...วันที่น้ำท่วม

เป็นการเตรียมตัวรอน้ำมาเกือบ 2 สัปดาห์ เตรียมเสบียง น้ำดื่ม พอน้ำมาจริงๆจากที่คิดว่าจะอยู่บ้านนะ ก็ต้องระเห็ดออะมาซะงั้น เลยเป็นที่มาของ "เที่ยวบ้านฉัน..วันที่น้ำท่วม" ทริปนี้ไม่รู้มีใครอยากจะไปมั้ย 5555

บ้านเราน้ำมาประมาณวันที่ 1 พ.ย. ช่วงกลางคืน ระดับน้ำหน้าบ้านประมาณเหนือตาตุ่ม แต่ต้องเอารถออกไปก่อนเพราะกลางซอยถนนต่ำ น้ำก็ประมาณครึ่งล้อรถตู้ หลังจากนั้นช่วงสายๆเราก็กลับมาบ้านอีกครั้งเพื่อนที่จะมาอยู่ดูบ้าน เวลาเพียงไม่เท่าไหร่ตอนขาออกไปน้ำหน้าบ้านเหนือตาตุ่ม ตอนขาเข้าหน้าบ้านน้ำเหนือเข่า ส่วนกลางซอยก็ครึ่งขาอ่อน จากที่คิดว่าจะกลับมาอยู่ก็เป็นเพียงกลับเข้ามาเก็บของขึ้นบางส่วนเพราะน้ำขึ้นอยู่เรื่อยๆ รถที่ยังพอวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านได้ก็ขับกันแบบกลัวรถดับซัดน้ำที่ไหลเชี่ยว จากน้ำที่เข้าไม่ถึงตัวบ้านก็เริ่มปริ่มๆรออยู่แล้ว

เรากลับเข้าบ้านมาอีกครั้งวันที่ 4 พ.ย. เพราะสอบถามจากเพื่อนบ้านว่าน้ำขึ้นอีก ของที่ยกขึ้นไว้ท่าจะไม่พ้นน้ำ น้องชายเลยพาเพื่อนลุยน้ำเข้าไปยกของหนัก ขับรถไปจอดไว้บนสะพานข้ามแยกสายสี่แล้วโบกรถสิบล้อขอไปลงหน้าปากซอย เวลาผ่านไป 3 วัน น้ำที่กลางซอยถึงอก ต้องนั่งแพโฟมเข้ามาลงหน้าหมู่บ้าน แล้วลุยน้ำระดับเอวเข้าบ้าน ส่วนน้ำในบ้านลึกสุดอยู่ระดับครึ่งเข้ง สีน้ำยังพอรับได้


เดินลุยน้ำระดับเอวเข้าบ้าน


ระดับน้ำหน้าบ้าน ท่วมกะบะปลูกต้นโมกแล้ว


ระดับน้ำละแวกบ้าน


วันที่ 8 พ.ย. กลับเข้าบ้านไปเอาเอกสารอีกครั้ง คราวนี้ถนนเพชรเกษมท่วมสูง ต้องโบกรถไปเป็นทอดๆ ทั้งรถเมล รถทหาร รถยก และเรือ ออกจากที่พักตอนตี 5 ครึ่ง ไปถึงบ้านที่สายสี่ตอน 11 โมง ระดับน้ำกลางซอยก็ยังอยู่ในระดับอกเช่นเดิม แต่น้ำที่หน้าบ้านพอลงจากรถที่ขออาศัยมาเกือบถึงอกเราเลยอ่ะ ตกใจอยู่เหมือนกัน จำใจเดินลุยเข้าบ้าน คราวนี้เปิดเข้าบ้านถึงกับอึ้ง..น้ำนิ่ง และดำปี๋ ระดับน้ำในบ้านสูงเท่าเข่า น้องชายเลยลากกระสอบทรายที่กั้นไว้ออก เพื่อให้น้ำได้ระบายออกบ้าง ภายในบ้านตู้เก็บอุปกรณ์ทำขนมล้มลอยอยู่ หม้อหุงข้าวจมน้ำ เมียงมองไปทางหลังบ้าน ตู้เย็นเล็ก โอ่งน้ำ เครื่องซักผ้าลอยตุ๊บป่อง ระดับน้ำอีกนิดเดียวก็จะถึงรางจ่ายแก๊สเตาอบขนมของเราแล้ว หลังจากเก็บกวาดของที่ลอยน้ำอยู่นิดหน่อยก็ออกจากบ้านด้วยใจที่คิดว่า เมื่อไหร่น้ำจะลง "ฉันอยากกลับบ้าน"


ระดับน้ำในซอยมีตั้งแต่เหนือเอว จนถึงเกือบอก


บริเวณหน้าบ้าน น้ำท่วมมิดฐานเจ้าแม่กวนอิมแล้ว


โต๊ะทำงาน และตู้หนังสือนิยาย ชักเริ่มหวั่นกับความชื้น และราจะขึ้นหนังสือที่เลื่อนขึ้นไว้ชั้นบนๆจริงๆ


ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โอ่งที่ลอยอืด กับเตาอบขนมที่รอวันน้ำเข้า (ถ้าน้ำยังไม่ลด)


ก็ถือว่ายังโชคดีที่บ้านเราเป็นบ้านสองชั้น น้ำประมาณเอว อก ยังพอปราณีกันอยู่บ้าง ถ้าเทียบกับบ้านอื่นๆที่ท่วมกันก่อนหน้านี้ ท่วมกันมิดบ้านนานกันเป็นเดือนๆก็ยังไม่มีวี่แววว่าน้ำจะลด เฮ้อ..ชีวิตยังอยู่ก็ต้องสูกันต่อไป


รถ ท.ทหาร ทีคอยช่วยเหลือ

จากสถานการณ์นี้ทำให้รู้ความคนไทยยังมีน้ำใจให้กันอยู่เสมอ ขอบคุณทุกน้ำใจจากทุกๆคนที่ได้พบในระหว่างการเดินทาง ขอบคุณ ท.ทหาร ที่บริการรถรับส่ง ขอบคุณ ขสมก ที่ยังมีรถเมลวิ่งอยูบ้างแม้น้ำจะท่วมสูง ขอบคุณคนขับเรือหน้าหมู่บ้านที่ไม่คิดราคาโหดร้าย ขอบคุณคนขับรถสิบล้อ รถลาก รถยก รถกระบะที่มีน้ำใจจอดรับให้ติดรถไปด้วย




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2554 14:28:08 น.
Counter : 487 Pageviews.  

Family Trip @ Pai 26-30.1.11

ปายทริปแรกของครอบครัวในปีนี้ เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก..ไม่เข้าใจทำไมใครๆก็ต้องมาปาย เลยต้องไปดูซะหน่อยว่ามีอะไร

วันแรกออกเดินทางจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ อ.ปาย แวะตามที่ต่างๆที่ขับรถผ่านไปเรื่อยๆ


Le Vintage ตึกสไตล์วินเทจกับหมอกบางๆ


ระหว่างทางไปห้วยน้ำดังก็เจอทะเลหมอก


ถึงแล้ว..อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง


9 โมงเช้า แดดออกแล้วก็ยังมีหมอกให้เห็นอยู่


มองท้องฟ้าสีฟ้า ก็ยังเห็นพระจันทร์อยู่เลย


เข้าสู่ อ.ปาย ก็ต้องเห็นสะพานประวัติศาสตร์กันก่อนเลย


แม่น้ำปายในเดือนมกราคม


วิวเมืองปายจากจุดชมวิวที่พระธาตุแม่เย็น


บ้านหลังนี้ก็กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของเมืองปายไปซะแล้ว ใครๆมาก็ต้องแวะถ่ายรูป


นอกจากจะแวะถ่ายรูปกันแล้ว ก็ต้องไม่พลาดที่จะชิมเค้ก และกาแฟที่ coffee in love


ชมพระอาทิตย์ตกที่กองเลน


ถนนคนเดินที่เดินไปทางไหนก็เจอแต่ร้านขายเสื้อ ^^


ข้าวปุกงาดำ ราคา 10 บาท อร่อยมาก ซื้อกินทั้ง 2 วันที่ไปเดินเลย

วันที่สอง ออกจากที่พักแต่เช้าตรู่มุ่งหน้าไปปางอุ๋ง อยากรู้จริงๆว่าปางอุ๋งเป็นยังไง


ปางอุ๋ง...สมคำล่ำลือจริงๆ ที่นี่สวยมาก น้ำในอ่างเก็บน้ำเงียบสงบ อากาศหนาว มีลมเอื่อยๆพัดตลอด แสงอาทิตย์สวย วิวสวย ชอบมาก..จะต้องหาโอกาสกลับมาที่ปางอุ๋งอีกครั้ง ^^


แสงสีทอง กับเงาต้นไม้ที่พาดผ่านตามทางเดินไปตลอดทาง


ข้าวต้มหมูกับชาร้อน ช่วยให้อุ่นขึ้นจริงๆเชียว


โปสการ์ดที่แขวนตามฝาผนังร้าน คล้ายๆกับการตกแต่งร้านไปในตัว

ออกจากปางอุ๋งก็แวะแช่เท้าที่ภูโคน คุณน้องทั้งหลายขอพอกหน้าด้วยโคลนกันใหญ่ ^^


หน้าวัดพระธาตุดอยกองมู


มาถึงแม่ฮ่องสอนแล้วนะจ๊ะ ที่ Beforsunsrt Cafe ร้านกาแฟน่ารักๆริมผา


วัดจองกลาง และวัดจองคำ ในอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สองวัดนี้ติดกันเดินถึงกันได้เลย


แวะชมวิวที่ดอยกิ่มลม ปางมะผ้า เส้นทางที่ขับผ่านมาตั้งแต่เช้า ข้ามเขากันหลายลูกเลยทีเดียว

เข้าวันที่ 3 ของทริปแล้ว เร็วจัง ต้องอำลาเมืองปาย กลับไปเข้าเมืองที่สับสนวุ่นวาย ตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันต่อไป


บรรยากาศยามเช้าที่หน้าบ้าน @ Pai Resort พักก่อนกลับบ้าน


ขากลับเข้าเมืองลำปาง ไหว้พระที่วัดพระธาตุลำปางหลวง


จบทริปนี้กันที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดที่สวยงามมากจริงๆ

..นั่นสิที่ปายมีอะไร ทำไมคนถึงชอบไปปาย...
เพราะที่ปายมีร้านกาแฟ และรีสอร์ทเยอะมาก เพราะปายมีถนนคนเดิน เพราะปายมีฝรั่งแบคแพ็คเกอร์ เพราะปายมีวัยรุ่นเดินขวักไขว่ เพราะที่ปายมีอากาศดี เพราะที่ปายมีอากาศหนาว เพราะที่ปายมีทางคดเคี้ยวกว่าจะไปถึง เพราะสิ่งเหล่านี้รึเปล่า
...สำหรับฉันแล้วการมาเที่ยวปายครั้งคงเพราะที่ปายสวย และมีอากาศดีมั้ง และอีกอย่างคือที่ปายมีคนที่เป็นมิตร และมีน้ำใจ ฉันประทับใจกับเจ้าหน้าที่ดูแลรีสอร์ทที่ตื่นมารอตั้งแต่ตี 4 เพียงเพื่อนำขนมและนมกล่องมาให้ เพราะฉันออกเดินทางจากรีสอร์ทก่อนเวลาอาหารเช้า




 

Create Date : 09 กันยายน 2554    
Last Update : 9 กันยายน 2554 22:56:27 น.
Counter : 1797 Pageviews.  

ทะเล ท้องฟ้า และเรือ ที่ภูเก็ต

นาน น๊าน..จะได้มีโอกาสนั่งเรือยอร์ชกับเค้าบ้าง...จะดีกว่านี้ถ้าได้ไปเที่ยวแทนการไปทำงาน 5555

เรือยอร์ชลำใหม่ของเจ้านายต่อเสร็จแล้ว มีคำสั่งมาให้ช่วยไปถ่ายรูปหน่อย พนักงานตัวกระจิดริดอย่างเราก็ต้องทำตามกันไป...แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ได้นั่งเรือยอร์ชลำใหญ่ๆที่แล่นฉิวในทะเล ได้ไปเกาะไข่ที่ไม่เคยไปมาก่อน ได้เห็นเรือยอร์ชลำใหญ่ ระดับซุปเปอร์ยอร์ชลำละหลาย 10 ล้าน


นั่งรอขึ้นเครื่องบิน..ไปภูเก็ตคราวนี้ได้นั่งสายการบินไทยด้วย..เพราะไปกับเจ้านาย


มุ่งหน้าภูเก็ต โบ๊ทลากูน ไปถึงก็ลงเรือไปถ่่ายรูปกันเลย ต้องรีบกันหน่อย เกิดฝนตกเดี๋ยวจะอดถ่าย


บ้านริมทะเลบริเวณปากน้ำโบ๊ทลากูน




เรือลำใหม่ของเจ้านาย ด้วยฝีมือการขับของกัปตันเม


เกาะอะไรก็ไม่รู้ระหว่างทางไปเกาะไข่


ลอยลำพักกินข้าวเที่ยงกันที่หน้าเกาะไข่ เกาะเล็กๆมองเห็นหาดทรายขาวกับร่มชายหาดเต็มพรึบ


อาหารกลางวัน..ข้าวไข่เจียว กับลาซานญ่า ฝีมือน้องไลล่าที่ลงเรือไปด้วย


กลับเข้าโบ๊ทลากูนตอนเย็น ผ่านหน้า รอยัลมารีน่า บรรยากาศสวยดี ^^


ตื่นตาตื่นใจกับเรือยอร์ชลำใหญ่สุดอลังการ ที่อ่าวปอมารีน่า


หลังเลิกงานกัปตันเม ใจดีพาไปชมทิวทัศน์ยามค่ำของเกาะภูเก็ตบนเขารัง


เช้าตรู่กัปตันเมมารับไปชมวิวที่แหลมพรมเทพ...บรรยากาศตอนเช้าก็สวยไปอีกแบบ ลมเย็นๆในตอนเช้า ไม่ร้อนเลย


ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรมเทพ...มาถึงเช้ามากอาคารยังไม่เปิด เจ้าหน้าที่ยังทำความสะอาดอยู่เลย 5555




แอบอู้งานไปนั่งชิลๆชิมเค้กสีแดงๆ ที่ watermark ในโบ๊ทลากูนนั่นแหละ อิอิ


วิวมุมสูงจากเครื่องบิน


เจ้านายเลื่อนเวลากลับ คุณเพื่อนเลขาที่น่ารักเลยจองที่นั่งริมหน้าต่างให้แก้ตัวที่ขาไปจองให้นั่งแถวกลาง

เสร็จงานได้ด้วยดี ออกเรือได้ไม่ติดฝนโชคดีมากๆ และที่ประทับใจอีกอย่างนึงคืออัธยาศัยของน้องๆ และกัปตันเรือ ลูกเรือ ทั้งๆที่ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน เค้าก็ต้อนรับเราด้วยอัธยาศัยที่ดี มีน้ำใจ แว่วมาจากเจ้านายว่า คราวหน้าจะเอาเรืออกไปถ่ายรูปที่เกาะพีพี...เราจะได้ไปมั้ยน้า 55555555




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2554    
Last Update : 12 มิถุนายน 2554 19:35:55 น.
Counter : 1033 Pageviews.  

เทศกาลดอกไฮเดรนเยียที่ดาษดา 9-4-11

เคยเห็นโลโก้ของดาษดาในละครทีวีทางช่อง 7 น่าสนใจดี เลยเข้าไปเยี่ยมชมในเว็บไซต์แล้วก็ add Facebook เอาไว้ เลยทราบข่าวเทศกาลดอกไฮเดรนเยีย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนสงกรานต์ไม่ได้ไปไหนเลยชวนที่บ้านไปชมดอกไฮเดรนเยียกันที่ดาษดา จ.ปราจีนบุรี

จากที่สรุปเส้นทางกันแล้วว่าเราจะไปทางเส้นรังสิต-นครนายก น่าจะใกล้กว่าไปทางเส้นสระบุรีแล้วเข้าทางเขาใหญ่ก็ออกเดินทางกันแต่เช้าเลยเพราะคิดว่าคงไกลแน่ๆ แต่จริงๆแล้วไม่ไกลเลยไปถึงที่จัดงานเป็นกลุ่มแรกก็ว่าได้ ยังไม่มีใครมาเลย ^^ ชำระเงินพร้อมเข้าชมงาน (print บัตรส่วนลดจาก facebook ไปได้ลดราคาด้วยนะ)

เข้ามาชมกันเลยดีกว่า


ดอกไม้สวยงามทางด้านหลังแกลอรี่


ป้าย Dasada ทางด้านหลังแกลอรี่


มีพี่หมีตัวโตมาแอบมองด้านข้างแกลอรี่ด้วย


มุมถ่ายรูปด้านหน้าทางเข้ากับดอกไม้รูปหัวใจ


เปิดประตูแกลอรี่เข้าไปก็เจอซุ้มมัมสีเหลือง-ขาว ต้อนรับด้านหน้าเลย
(ไปเป็นกลุ่มแรก เจ้าหน้าที่ยังจัดดอกไม้ไม่เสร็จเลย ^^!)


นางเงือก ดอกไฮเดรนเยียสีหวานๆ และนางไม้กลางป่า


ดอกไฮเดรนเยียสีสวยแปลกตา บางช่อมี 2 สีในช่อเดียวกันด้วยนะ


มีกล้วยไม้ฟาแลน ให้ชมบริเวณชั้นลอยกลางแกลลอรี่ด้วย


บรรยากาศภายในแกลอรี่ มีมุมนั่งสบายๆ ไอติมรสดอกไม้ ชื่อแปลกๆ และบราวนี่ฝอยทองสีเขียวๆนี่แหละ
เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่า concept ของบราวนี่ชิ้นนี้มาจาก พื้นดินกับพื้นหญ้า ไอเดียกิ๊บเก๋มาก


โบร์ชัวร์สวยๆที่ให้หยิบฟรี

หลังจากชื่นชมดอกไม้สวยๆในแกลอรี่เย็นสบายกันแล้ว ก็ตัดสินใจจะไป palio กันโดยขับข้ามเขาใหญ่ไป วันนั้นอากาศดีมาก แดดไม่ร้อนเลย ระหวางทางบนเขาใหญ่เย็นสบาย มีฝนปรอยๆบ้างนิดหน่อย บางจุดที่ผ่านมีหมอกลงด้วยนะ น่าแปลกใจกับหมอกลงในเดือนเมษาตื่นเต้นกันทั้งคันรถ 5555


หมอกลงกับฝนปรอยๆระหว่างทาง


บริเวณโป่งอาหารสำหรับสัตว์บนเขาใหญ่

ทีแรกคิดว่าอากาศคงดีเฉพาะบนเขาใหญ่ลงมาคงร้อนตับแล่บเหมือนเคย แต่ทุกอยางก็ผิดคาด ที่ palio อากาศก็ดีไม่ร้อน แล้วก็แดดไม่แรง คนก็น้อยถ่ายรูปกันสนุกสนาน ไม่ต้องรีบ act เหมือนทุกครั้งที่มา



แดดไม่ร้อนกับคนน้อยๆที่ palio ตอนเที่ยง


มาเที่ยวที่นี่ก็หลายหนแล้ว แต่เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีป้าย Palio อยู่ด้านหน้าด้วย

แล้วก็ปิดทริปกันที่ Primo Posto อาคารสไตล์อิตาเลี่ยนท่ามกลางธรรมชาติ แรกเริ่มของ Palio ปัจจุบัน
พอมาถึงไม่อยากจะเชื่อว่าครั้งนึงที่นี่ผู้คนเคยมากมาย เดินกันให้ขวักไขว่ มาวันนี้ที่นี่ดูเงียบเหงามาก


ด้านหน้าตึกที่ครั้งนึงคนเคยล้นหลาม


บรรยากาศเงียบเหงาบริเวณที่นั่งพัก

การออกไปเที่ยวในวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวๆ ก็ทำให้ได้บรรยากาศของสถานที่นั้นๆไปอีกแบบ ที่สำคัญเราไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้คนมากมาย รถติดบนถนนยาวเหยียด หรือแม้กระทั่งกินข้าวที่ร้านอาหารที่เหมือนกับเล่นเก้าอี้ดนตรี




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2554 19:51:30 น.
Counter : 2875 Pageviews.  


JubJung
Location :
นครปฐม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add JubJung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.