Group Blog
 
All blogs
 

Review : เปิดกรุบอดี้โลชั่นน้ำนม 5 ตัว เคล็ดไม่ลับผิวนุ่มชุ่มชื้นเนียนใส




สวัสดีค่ะวันนี้จอสจะมาเปิดกรุรีวิวโลชั่นน้ำนมสำหรับผิวกายทั้ง 5 ตัวที่ใช้อยู่
สำหรับบล็อกรีวิววันนี้บอกเลยว่าสาวๆที่อยากมีผิวเนียนชุ่มชื้นสุขภาพดีห้ามพลาด
เพราะจอสจะมาเล่าให้ฟังกันทีละตัวเลยว่าเป็นยังไง
ซึ่งทั้งหมดนี้จอสได้ลองใช้มาแล้ว ก็มีทั้งที่ชอบและไม่ชอบ
ข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป เอาเป็นว่าลองดูตามความต้องการและสภาพผิวนะคะ
ว่าตัวเราชอบแบบไหน มีปัญหาผิวตรงไหน จะได้เลือกใช้ได้ตรงจุดค่ะ


ว่าแล้วเราก็มาดูหน้าตาของโลชั่นน้ำนมทั้ง 5 ตัวกันก่อนเลยค่ะ
นี่คือหน้าตาของสาวผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย 555
เป็นคนบ้าโลชั่นบำรุงผิวมาก โดยเฉพาะช่วงนี้เห่อโลชั่นน้ำนม
ก็จะซื้อมาลองหลายๆแบรนด์แล้วเปรียบเทียบว่าตัวไหนดี ตัวไหนชอบ
ก็จะได้ไปต่อ ตัวไหนไม่ชอบก็ไม่ซื้อต่อแล้ว (บางตัวก็มีทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ค่ะ)
ซึ่งปกติจอสเป็นคนที่ทาโลชั่นเยอะมาก ใช้เปลืองมาก
อย่างที่เพื่อนๆเห็นอยู่ห้าขวดนี้สามารถใช้หมดภายในเวลา 1-2 เดือนเลย

ถามว่าใช้ยังไง ก็ง่ายๆเลยค่ะทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือถ้ามีเวลาว่าง
ก็จะหยิบขึ้นมาทาตามหัวไหล่ ข้อศอก หรือจุดที่ผิวแห้งกร้าน
ปกติแล้วเป็นคนที่ใช้เวลาค่อนข้างนานกับการบำรุงผิว ละเมียดละไมมาก
จึงเป็นสาเหตุให้ทุกวันนี้ผิวเนียนและสุขภาพดี ไม่ได้อธิฐานเอาแต่อย่างใดเด้อ



โอเคถ้าพร้อมแล้วขอเริ่มกันทีละตัวนะคะ ตัวแรกที่หยิบมาคือ
Beauty Cottage Milk Walnut Body Lotion 200 มล.
ตัวนี้เค้าเคลมว่าเป็นโลชั่นบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสและเฟิร์มขึ้น
ด้วยส่วนผสมของ Lipofirm Complex ที่จะช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

เนื้อโลชั่นค่อนข้างเข้มข้นเลยทีเดียว กลิ่นตัวนี้จะเฉยๆไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก
แต่ก็ชอบค่ะเพราะรู้สึกว่าไม่กวนใจดี หลังทาลงบนผิวแล้วก็จะรู้สึกชุ่มชื้นเลยทันที
ในส่วนของความขาวนั้นจอสว่าคงจะต้องรอดูกันที่ระยะยาวเพราะไม่ได้เห็นผลในทันที
แต่ที่สัมผัสได้คือความชุ่มชื้นมาเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ เหมาะกับคนผิวแห้ง
หรือใครที่ทำงานห้องแอร์ ตัวนี้จะช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้านค่ะ
แต่สำหรับคนที่ต้องออกไปข้างนอก เจอแดดบ่อยๆอาจไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่
เนื่องจากสภาพอากาศบ้านเราอาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะได้ค่ะ
ส่วนตัวแล้วจอสผิวแห้งก็เลยค่อนข้างชอบตัวนี้เลย ถือเป็นโลชั่นน้ำนม
ที่มีส่วนผสมค่อนข้างดีเนื้อเข้มข้น และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเลยค่ะ

มีขายที่เค้าเตอร์ Beauty Cottage ทุกสาขา






ตัวต่อไปเป็นโลชั่นน้ำนมจากเลอสกิน Pacare Bessie Le'Skin Milk Body Lotion 250 มล.
ตัวนี้เป็นสูตรที่ผสมโปรตีนจากน้ำนม และมีส่วนผสมจาก Collagen และ Aloe Vera
เน้นเติมเต็มผิวให้นุ่มชุ่มชื้นแลดูอ่อนเยาว์ เนื้อโลชั่นค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวด้วยค่ะ

ถ้าสังเกตุจากเนื้อโลชั่นรูปด้านล่างจะเห็นได้ว่าเนื้อเหลวกว่าตัวบน
ข้อดีคือเกลี่ยง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ซึมเข้าผิวหมดเลย
จอสชอบตรงที่เนื้อเค้าไม่เหนียวเหนอะหนะ ค่อนข้างสบายผิว
พอทาเสร็จแล้วจะให้ความรู้สึกชุ่มชื้น ผิวจะมีสัมผัสเย็นๆ เหมือนปลอบประโลมผิวไปในตัว
และผลลัพธ์ที่ชอบมากๆก็คือมันทำให้ผิวดูฉ่ำวาวเหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงผิว
ซึ่งปกติจอสจะต้องทาออยล์บำรุงเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ผิวดูวาวๆใสๆ
แต่พอทาตัวนี้แล้วไม่ต้องเลย ชุ่มชื้นต่อเนื่องยาวนาน คือชอบผลลัพธ์ตรงนี้มาก
สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวเพราะเนื้อเค้ากลางๆไม่ข้นมาก ระหว่างวันไม่เหนียวเหนอะหนะ
กลิ่นจะเป็นกลิ่นนมอ่อนๆแบบไม่กวนใจ ใครที่ไม่ชอบน้ำหอมแรงน่าจะชอบตัวนี้ค่ะ

ใครที่สนใจลองดูข้อมูลที่ //www.facebook.com/leskinthailand2016/ นะคะ






ตัวที่สามเป็น Scentio Whitening Body Lotion Co-Enzyme Q10 400 มล.
ตัวนี้เป็นโลชั่นน้ำนมที่มีส่วนผสมของโคเอนไซม์คิวเทน เข้ามาด้วย
ก็จะช่วยทั้งเรื่องของความชุ่มชื้นและผิวขาวกระจ่างใสไปพร้อมกัน

เนื้อตัวนี้จะมีความพิเศษตรงที่เค้ามีกลิ่นเฉพาะตัวเป็นกลิ่นนม ซึ่งมันหวานน่าทานมาก
หยิบขวดนี้ขึ้นมาใช้ทีไรก็หิวนมทุกที 5555 ชอบกลิ่นที่สุดอ่ะ
แต่เนื้อของเค้าจะไม่ได้เข้มข้นมาก มีความเหลวพอๆกับ Le'Skin ตัวข้างบน
ทาง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่ไม่ชอบอะไรเหนอะหนะ
เพราะตัวนี้ค่อนข้างซึมเข้าผิวได้ดี เหลือความชุ่มชื้นไว้บนผิวนิดๆ
บางครั้งทาไปแล้วก็อาจจะรู้สึกว่ายังไม่ชุ่มชื้นพอสำหรับคนผิวแห้งแบบเรา
ผลลัพธ์ของตัวนี้ต้องบอกว่าดีในระดับกลางๆ ยังไม่ได้ถูกใจจอสมาก
เด่นที่เรื่องของกลิ่นมากกว่า แต่น่าจะถูกใจหลายๆคนที่ผิวผสมและผิวมันค่ะ

หาซื้อได้ที่เค้าเตอร์ Beauty Buffet ทุกสาขา






ชิ้นต่อไป Evergreen Palmera Moisturizing Hand & Body Lotion 300 มล.
เป็นโลชั่นนมแพะผสม Jojoba Oil ที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น
เค้าเคลมว่ามีส่วนผสมของ Whitening ที่ช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใสด้วยค่ะ
สามารถใช้ทามือและผิวกายได้ ส่วนตัวชอบใช้ทาผิวกายมากกว่าเพราะขวดใหญ่มาก

ตัวนี้น่าจะเป็นโลชั่นที่เนื้อเข้มข้นที่สุดในบบรดา 5 ตัวนี้นะคะ
แต่จอสไม่ค่อยชอบกลิ่นสักเท่าไหร่เพราะนางใส่น้ำหอมเยอะมาก
และจะเป็นกลิ่นคล้ายๆน้ำหอมสมัยก่อน ความรู้สึกแรกก็เลยไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่
แต่พอทาลงบนผิวแล้วกลับชอบซะงั้น เพราะด้วยเนื้อที่เข้มข้นแต่ซึมง่าย
ทาแล้วสบายผิว และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีมาก ผิวจะดูเด้งๆสุขภาพดี
ผลลัพธ์เรื่องความขาวไม่ต้องคาดหวังค่ะเพราะดูจากส่วนผสมแล้วเค้าใส่มาลำดับท้ายๆ
ส่วนตัวจอสแล้วค่อนข้างชอบผลลัพธ์แต่ไม่ชอบกลิ่น คนผิวแห้งต้องลองค่ะ เอาอยู่แน่นอน
ถ้าเค้าปรับปรุงกลิ่นจอสว่าจะเป็นอะไรที่น่าใช้มากขึ้น เพราะนางเด่นตรงที่เป็นนมแพะอยู่แล้วด้วย

ตัวนี้หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป






ตัวสุดท้ายแล้วค่ะ Cathy Doll White Milk Shine Body Lotion 450 มล.
ตัวนี้เป็นโลชั่นน้ำนมที่มีส่วนผสมของ White Strawberry
ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นและผิวดูสว่างขึ้นไปพร้อมๆกัน

ส่วนตัวแล้วจอสชอบเนื้อของตัวนี้ เพราะมีความเข้มข้นในระดับกลางๆ
คือไม่เหลวมากแต่ก็ไม่ข้นจนเกินไป ความรู้สึกแรกที่บีบโลชั่นออกมาแล้วชอบแต่พอทาแล้วไม่ซึมไว
คือจะให้สัมผัสผิวที่หนึบๆ ด้วยความที่เราผิวกายค่อนข้างแห้งเลยถือว่าพอได้อยู่
แต่ก็แอบเหนอะหนะในบางที ต้องเปิดแอร์ถึงจะรู้สึกโอเคขึ้นมาหน่อย
เอาเป็นว่าตัวนี้เหมาะกับคนที่ทำงานห้องแอร์ละกันค่ะ ถ้าวันไหนที่ต้องออกไปเจอแดดนอกบ้าน
จอสขอเลี่ยงตัวนี้เลย ไม่อย่างงั้นจะรู้สึกเหนียว ไม่สบายตัวเท่าไหร่
ความโดดเด่นอีกอย่างนึงคือกลิ่นค่ะ กลิ่นเหมือนนมอัดเม็ด หอมหวานชวนทานมาก
ถ้าคิดว่า Scentio ตัวข้างบนหอมแล้ว ตัวนี้หอมกว่าค่ะ
ไม่แน่ใจว่าจะเกินเหตุไปรึป่าว สำหรับคนที่ไม่ชอบน้ำหอม เพราะกลิ่นเค้าแรงจริงๆ
แต่ส่วนตัวจอสแล้วไม่ได้มีปัญญาตรงจุดนี้ ก็เลยไม่ได้ซีเรียส
รู้สึกหิวมากกว่า 5555 โดยรวมแล้วตัวนี้จอสชอบน้อยที่สุดค่ะ 

หาซื้อได้ตามร้าน Karmart ทุกสาขา






และนี่ก็คือโลชั่นน้ำนมทั้งหมดที่จอสใช้อยู่ในตอนนี้
หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย เอาเป็นว่าใครมีสภาพผิวแบบไหน
ก็ลองเลือกใช้ตามสภาพผิวและความต้องการดูนะคะ
เทคนิคผิวเนียนใสอีกอย่างหนึ่งของจอสก็คือการทาบอดี้โลชั่นเป็นประจำ
หรือเรียกง่ายๆว่าติดเลยก็ได้ค่ะ เพราะทุกครั้งหลังอาบน้ำจะต้องทาตลอด
ทุกวันนี้ทาครีมบำรุงผิวติดต่อกันมานานมากกว่า 10 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
เพื่อนๆหลายคนชอบถามว่าทำยังไงให้ผิวสวย
จอสบอกเลยว่าความสม่ำเสมอและต่อเนื่องคือสิ่งสำคัญ ห้ามขี้เกียจนะคะ

วันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อน เอาไว้พบกันใหม่ค่ะ
ติดตามและพูดคุยกันได้ที่
IG - Babejossy





 

Create Date : 29 มิถุนายน 2560    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2560 21:30:50 น.
Counter : 1506 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : ผิวเนียนใสไร้สิวรับซัมเมอร์ด้วย Blooming Bloom Aloe Jelly Scrub





สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการเขียนบล็อกไปสักพักวันนี้จอสกลับมาพร้อมไอเท็มใหม่
แน่นอนว่าตอนนี้บ้านเราเข้าหน้าร้อนแล้ว ซึ่งอากาศก็ร้อนไม่เบาเลย
ด้วยความที่เพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียด้วย ผิวปรับสภาพไม่ค่อยทัน
กลายเป็นว่าช่วงนี้จอสจะมีปัญหาผิวมัน สิวเสี้ยนและแต่งหน้าไม่ค่อยติด
แต่ไม่ต้องกลัวค่ะเพราะวันนี้จอสค้นพบตััวช่วยที่จะมาฟื้นคืนชีพให้ผิวแล้ว
ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอะไรก็ตามมาอ่านพร้อมกันเลยจ้า


Blooming Bloom Aloe Jelly Scrub
ตัวนี้เป็นสครับสำหรับผิวหน้าที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากแมงกะพรุน
จอสลองใช้มาได้ไม่นานมากเท่าไหร่ แต่ต้องยอมรับว่าเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกเลย
วันนี้ก็เลยคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่กำลังประสบภัยร้อนด้วยกันอยู่
เลยรีบมาเขียนรีวิวให้ดูเลยจ้า



ลักษณะแพกเกจของเค้าจะมาเป็นสีขาวน่ารัก ปริมาณ 50 มล. ราคา 199 บาท
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับส่วนผสมของเจ้าตัวนี้คร่าวๆกันค่ะ
1. สารสกัดจากแมงกะพรุน - ช่วยเติมความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ
ช่วยเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย
2. Aloe Vera Gel - ช่วยปลอบประโลมผิวจากการถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็น
แสงแดดและมลภาวะที่เราต้องเผชิญภายนอก
3. สารสกัดจากแตงกวา - ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นกระชับ ขจัดเซลล์ผิว
ที่หมดอายุอย่างอ่อนโยน
4. Witch Hazel Extract - บำรุงผิวให้แข็งแรง และลดความมันบนใบหน้า
5. Hyaluronic Acid - ช่วยทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้มากกว่าปกติ
และยังช่วยกรองแสงรังสี UV อันเป็นสาเหตุของอนุมูลอิสระได้อีกด้วย
6. Nicotinamide - ช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นไม่ระคายเคืองผิว
เมื่อใช้ติดต่อกัน 6-8 สัปดาห์ จะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและลดการเกิดสิว



เนื้อเจลจะเป็นสีใสๆขุ่นๆนิดนึงค่ะ กลิ่นหอมอ่อนๆ



ทีนี้เรามาเริ่มใช้กันเลย ก่อนอื่นแตะเนื้อเจลลงบนผิวหน้าที่เปียกแล้ว
จากนั้นนวดเบาๆให้ทั่วใบหน้า เน้นบริเวณทีโซน หรือที่มีปัญหาสิวเสี้ยน
จะรู้สึกได้เลยว่าเนื้อเจลจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นขี้ไคล ช่วยขัดเอาเซลล์ผิวที่
เสื่อมสภาพของเราออกมา ก็นวดวนต่อไปเรื่อยๆอีกนิดนึง
จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด



ขณะที่นวดเนื้อเจลจะเปลี่ยนสภาพทำให้ขี้ไคลบนผิวหลุดติดออกมาด้วยค่ะ



ตอนที่ล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะรู้สึกได้เลยว่าผิวสะอาดเกลี้ยงเกลามากๆเลย
ไม่รู้สึกแสบหรือระคายเคืองแต่อย่างใด เนื้อเจลค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวค่ะ



ทีนี้เรามาดูก่อนและหลังสครับผิวกัน
ก่อนสครับผิวจะค่อนข้างมันค่ะ มีสิวเสี้ยนเล็กน้อย อาจจะมองไม่เห็นในกล้อง


หลังสครับแล้วผิวสะอาดเนียนใสมากเลยค่ะ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป
จากรูปด้านล่างจะเห็นเลยว่าผิวดูขาวขึ้นด้วยนะคะ หลังจากนี้เวลาแต่งหน้าแล้ว
จะรู้สึกว่าเครื่องสำอางติดทนขึ้น ผิวมันน้อยลงและสิวเสี้ยนลดลงด้วยค่ะ



สำหรับเพื่อนๆที่สนใจ ไม่ต้องลังเลเลยค่ะ จอสคิดว่าตัวนี้เหมาะกับหน้าร้อนบ้านเราสุดๆ
เชื่อว่าหลายคนคงจะเจอปัญหาเดียวกัน ลองแล้วจะไม่ผิดหวังเลยค่ะ
ส่วนตัวใช้แค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็โอเคแล้ว ใครผิวมันสามารถใช้บ่อยกว่านี้ได้
ตั้งแต่ใช้มาก็ไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองใดๆ เอาเป็นว่าแนะนำเลยค่ะ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่
IG - Aloe_Jelly_office
Facebook - นงนภัส ศีติสาร



ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ที่
IG - Babejossy
Facebook - Jossy Berry Make-up Artist





 

Create Date : 28 เมษายน 2560    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2560 20:39:51 น.
Counter : 499 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : Weisse Natural Brightening UV Protection SPF50+ PA++++




สวัสดีค่ะวันนี้จอสมีกันแดดตัวใหม่ที่เพิ่งได้ลองใช้มารีวิว
ให้เพื่อนๆได้ดูกัน บอกเลยว่าตัวนี้สวยหรูดูแพง
และคุณภาพก็ไม่แพ้แพ็คเกจเช่นกันค่ะ จอสลองใช้มาสักพักนึงแล้ว
ชอบมาก เลยอยากจะบอกต่อเพื่อนๆให้ได้รู้จักกันค่ะ
นางมีชื่อว่า Weisse Natural Brightening UV Protection SPF50+ PA++++
ทำไมกันแดดตัวนี้จอสใช้แล้วชอบ ถึงเอามารีวิวให้ทุกคนได้ดู
ถ้าอยากรู้ เราไปดูพร้อมๆกันเลยจ้า


ครีมกันนแดด Weisse Natural Brightening UV Protection SPF50+ PA++++
(อ่านว่า ไวส์-เซ่) เป็นกันแดดที่คิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัยไทย

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับครีมกันแดด Weisse กันก่อนนะคะ
คุณสมบัติของเค้าคือเป็นกันแดดที่มีรูปทรงอนุภาค นาโนแคลเป็นผลึก 6 เหลี่ยม
ทำให้กันแดดได้ดีกว่ากันแดดทั่วไป ช่วยปรับผิวให้สว่างใสทันทีหลังใช้
ด้วยอนุภาคนาโน เบาสบาย ไม่หนักหน้า และช่วยให้รอยฝ้า กระ
จางลงอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสาร NANO White นำเข้าจากสวิส
ช่วยปรับสมดุลให้ผิวไม่มันและไม่แห้ง กันน้ำ กันเหงื่อ
ไม่มีส่วนผสมของซีลีโคน ไม่อุดตันและล้างออกง่ายด้วยโฟมล้างหน้า
และนอกจากนี้เค้ายังได้รับรางวัลเหรียญทองจากประเทศเกาหลีอีกด้วยนะคะ



จอสชอบมากๆเลยที่แพ็คเกจของเค้าสวยดูดีและใช้งานง่าย
ตัวหลอดและฝาเป็นสีทอง ดูหรูหรา เหมาะกับคนสวยอย่างเรามากค่ะ
แถมยังมีหัวปั้ม ทำให้เนื้อครีมมีความสะอาดและสดใหม่อยู่เสมอ
ตัวนี้ปริมาณของเค้าอยู่ที่ 30 มล. หลังเปิดใช้สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี
ราคาหลอดละ 890 บาทค่ะ



มาดูที่เนื้อครีมกันบ้างนะคะ
เนื้อของเค้าจะเป็นสีเบจอ่อนๆ มีกลิ่นหอมเล็กน้อย แต่จอสไม่ค่อยชอบกลิ่นสักเท่าไหร่
อาจเป็นเพราะมีกลิ่นของกันแดดผสมอยู่ด้วย แต่พอทาไปแล้วกลิ่นจะจางลงไม่กวนใจค่ะ
วิธีสวอทช์ลงบนหลังมือจอสจะทำการแทบๆเนื้อครีมลงไป เนื่องจากว่า
เวลาใช้เค้าแนะนำให้ตบลงไปบนใบหน้าค่ะ เพราะเค้าเป็นอนุภาคนาโน
เวลาตบลงไปแล้วเค้าจะแตกตัวและกระจายซึมลงสู่ผิว
พร้อมปกป้องผิวของเราจากแสงแดดทันที และไม่จำเป็นต้องใช้เยอะด้วยนะคะ
สังเกตุดูว่าจอสบีบออกมานิดเดียวแต่กระจายทั่วทั้งหลังมือเลย

ความรู้สึกหลังจากที่ทาลงไปแล้วรู้สึกว่าซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งมีออร่ามากขึ้น และในขณะเดียวกันเค้าก็ทำให้ผิวดูสุขภาพดี
เหมือนผิวมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่เยิ้มไม่ไหลระหว่างวัน
มีความสบายผิวและรู้สึกว่าเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากๆ
แน่นอนอยู่แล้วว่าเค้าคิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัยไทย
จึงสามารถตอบโจทย์คนไทยได้ดีขนาดนี้ โดยรวมแล้วชอบมากค่ะ



รูปด้านล่างนี้เป็นรูปก่อนและหลังทากันแดดทันทีค่ะ
ปรับผิวสว่างใส สุขภาพดีโดยไร้สาเหตุเลยอ่ะ






ตั้งแต่ใช้มาคือรู้สึกดีมากๆ ยิ่งใช้ผิวยิ่งสวย
เพราะเค้าเป็นทั้งกันแดดและบำรุงไปในตัว ที่สำคัญคือไม่มีส่วนผสม
ของซิลิโคน ทำให้ไม่อุดตัน ผิวจอสจะใช้เครื่องสำอางที่มีซิลิโคนไม่ได้เลย
จะแพ้และมีสิวอุดตันขึ้น แต่ตัวนี้ผ่านฉลุย แถมยังล้างออกง่ายอีกด้วย
อยากให้เพื่อนๆได้ลองดู เป็นกันแดดตัวนึงที่คุณภาพสูงแต่ราคาเอื้อมถึง
สรุปนะคะว่าจอสแนะนำค่ะ







สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ตอนนี้เค้าขายทางออนไลน์เท่านั้น สามารถสั่งซื้อได้ทางไลน์
Line ID - @weisseskincare

ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ที่
IG - Jossyberryblog




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 13 มีนาคม 2560 15:47:42 น.
Counter : 1099 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : เจลว่านหางจระเข้ผสมคอลลาเจน Benberry อีกหนึ่งสิ่งที่ควรมี




สวัสดีค่ะบล็อกวันนี้จอสจะมารีวิวอัพเดทสกินแคร์ตัวใหม่ที่ได้มาลองช่วงนี้
ตัวนี้บอกเลยว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ ต้องมีติดบ้านเอาไว้
เพราะคุณสมบัติที่หลากหลายของเค้าทำให้เป็นสิ่งที่ควรมีค่ะ
สิ่งที่จอสจะมาพูดถึงก็คือเจลว่านหางจระเข้นั่นเอง
ปกติแล้วจอสเป็นคนที่ชอบเที่ยว ชอบออกแดดอยู่เป็นประจำ
ทำให้ต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ ว่านหางจระเข้เป็นอะไรที่ใช้มาเยอะมากๆ
ไม่ว่าจะเป็นของแบรนด์ไทยหรือแบรนด์ต่างประเทศ
และล่าสุดจอสก็ได้มาลองตัวนึง ตัวนี้เค้ามีความเด็ดอยู่ตรงที่ว่าเป็นของคนไทย
และที่สำคัญคือเค้ามีส่วนผสมของคอลลาเจนด้วย เอาเป็นว่าเรามาดูรีวิวกันเลยค่ะ


Benberry Double Moist Lift Aloe Vera 95% Soothing & Moisture Gel
เจลบำรุงผิวผสมสารสกัดจากว่านหางจระเข้และคอลลาเจน 95%
ตัวนี้มาในแพ็คเกจน่ารักน่าชังมากค่ะ ขนาด 70 กรัม ราคา 189 บาท

ประโยชน์ของเจลว่านหางจระเข้คือมีฤทธิ์ในการสมานแผล ลดการอักเสบและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของคอลลาเจนอีก 5% ที่ช่วยให้ผิวเต่งตึงกระชับเหมือนผิวเด็ก
ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง และยังลดรอยดำรอยแดงจากสิวได้อีกด้วยค่ะ
ซึ่งเจ้าตัวเจลว่านหางจระเข้นี้ก็สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากๆ ไม่ว่าจะเป็น
Moisturizing หรือ Mask หน้าเพื่อผิวชุ่มชื้น เป็นเมคอัพเบส ใช้ทาก่อนแต่งหน้า
เป็น After Shave Cream สำหรับคุณผู้ชาย สามารถใช้บำรุงเส้นผมได้ด้วย
ใช้มาส์กบริเวรรอบดวงตาได้ เนื่องจากมีความอ่อนโยนต่อผิว
และมาสามารถเป็น Body Care หรือใช้ปลอบประโลมผิวหลังออกแดดได้อีกด้วยค่ะ



เนื้อของเจลว่างหางจระเข้จะเป็นเนื้อเจลใสๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบไม่กวนใจ
ถึงแม้เค้าจะมีความเข้มข้นสูงแต่พอทาลงบนผิวแล้วจะกลายเป็นเหมือนน้ำ
และซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ รู้สึกเย็นสบายผิวมาก

โดยจุดเด่นของเจลว่านหางจระเข้ของ Benberry มีความพิเศษตรงที่
ผลิตมาจากว่านหางจระเข้สด 100% มีส่วนผสมของคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึก
ไม่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้อย่างเช่น Alcohol, Paraben,
Menthol, Camphor, และไม่ใส่สี คนที่มีผิวบอบบางสามารถใช้ได้ หายห่วงค่ะ






ทาลงบนแขนแล้วลองทาลงบนใบหน้าให้ดูกันบ้างค่ะ
ความรู้สึกหลังทาคือจะเย็นๆสดชื่น เหมือนปลุกผิวให้ตื่น
ถ้าวันไหนที่จอสพักผ่อนน้อย รู้สึกผิวไม่ฟู จอสจะลงตัวนี้ก่อนแต่งหน้าค่ะ
เค้าจะทำหน้าที่เป็นเหมือนไพรเมอร์เตรียมผิวในตัว ทำให้ผิวดูสดชื่น
เต่งตึง มีชวิตชีวาและทำให้เครื่องสำอางติดทนอีกด้วย มันเวิร์คจริงๆ อยากให้ลองดูกันค่ะ



นอกจากนี้จอสยังชอบใช้ชโลมทั่วผิวกายหลังออกแดดอีกด้วย
เพราะเจลว่านหางจระเข้จะช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิวจากการโดนแดดเผา
บางครั้งก็จะใช้แทนครีมบำรุงผิวกายไปเลยค่ะ นางให้ความชุ่มชื้นได้ดี
โดยที่ไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากๆ
ที่ชอบอีกอย่างนึงคือ กระปุกไม่ใหญ่มาก พกพาสะดวก
เพราะจอสเป็นคนชอบเที่ยว ชอบเดินทางอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องมีติดกระเป๋าไปด้วยค่ะ



สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Facebook - Benberryhouse
IG - ilove_benberry
Line - Benbrrys

ใครที่ได้ลองแล้วก็มาแชร์ให้ฟังบ้างนะคะว่าใช้แล้วชอบหรือไม่ มันดียังไง
สำหรับเจลว่านหางจระเข้ผสมคอลลาเจน Benberry ได้รับรางวัล
HWB Award 2017 ยอดขายอันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื่นสำหรับผิว
จึงเป็นอีกหนึ่งการรการันตีความน่าเชื่อถือค่ะ

วันนี้จอสก็ต้องขอตัวลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่ค่า





 

Create Date : 27 มกราคม 2560    
Last Update : 30 มกราคม 2560 15:22:30 น.
Counter : 888 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Review : O'leste Facial Cleanser ทำความสะอาดผิวล้ำลึกอย่างอ่อนโยน




สวัสดีค่ะบล็อกวันนี้จะขอมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตัวใหม่
ซึ่งตัวนี้ค่อนข้างที่จะมีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครเพราะว่าเค้าเป็นคลีนเซอร์ที่
เสมือนเป็นมาส์กหน้าในตัว ซึ่งได้ทั้งทำความสะอาดและบำรุงผิวไปด้วย
ตัวนี้จอสได้ลองใช้มาประมาณสัปดาห์นึงแล้ว รู้สึกว่ามันเวิร์ค
เหมาะกับคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย และคนที่มีปัญหาสิวอุดตันจากการ
ล้างหน้าไม่สะอาด เอาเป็นว่าวันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่ามันเป็นยังไงนะคะ


O'leste Facial Cleanser
เป็นคลีนเซอร์ทำความสะอาดผิวที่มีส่วนผสมของทัวร์มาลีน ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและไขมัน
ที่อุดตันในผิว อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ทำให้ผิวสะอาดหมดจด
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของคอลลาเจน ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น
ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังการล้างหน้าค่ะ ปริมาณ 50 มล. ราคา 900 บาท

ส่วนผสม
Aqua, Tourmaline Extract, Collagen, Chrysanthellum Indicum Extract, 
Honey Extract, Decyl Glucoside, Camellia Sinensis Leaf Extract,Sodium 
Lauroyl Glutamate, Citric Acid ,Sorbitol, Niacinamide, Sodium PCA,
Hydroxyethyl Cellulose, Hyaluronic Acid, Methylparaben, Methylisothiazolinone



สำหรับแพกเกจจะออกแนวเรียบหรูมาในโทนสีขาวม่วง
ข้อดีของคลีนเซอร์ตัวนี้คือจะมาเป็นหัวปั้ม ทำให้ใช้งานง่าย สะดวก
ขนาดกระทัดรัด หยิบจับและพกพาได้สะดวกดี









เนื้อครีมของเค้าจะเป็นสีเทาอมม่วง มีกลิ่นหอมอ่อนๆแบบไม่ระคายเคืองจมูก
เวลาบีบออกมาบนฝ่ามือแล้วจะรู้สึกเย็นๆ และมีความเข้มข้นสูง
วิธีใช้ตัวนี้คือสำหรับคนที่ไม่ได้แต่งหน้าก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดก่อน 1 รอบ
หลังจากนั้นก็ใช้คลีนเซอร์ 3-4 ปั้มแล้วนวดให้ทั่วไปหน้าที่หมดๆได้เลย
ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาทีจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเสร็จค่ะ
ส่วนใครที่เป็นสายแน่น แต่งหน้าจัดๆ แนะนำให้ทำความสะอาดด้วยเมคอัพรีมูฟเว่อร์ก่อน
แล้วจึงใช้ตัวนี้ตามลงไป สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็นเลยค่ะ



ความรู้สึกหลังใช้ต้องบอกว่าเกินคาดค่ะ
เพราะว่าคลีนเซอร์ตัวนี้ตอนที่ทาลงไปจะไม่มีฟองใดๆ เลยรู้สึกไม่ค่อยชิน
แต่เราสามารถนวดวนๆบนใบหน้าที่เปียกได้เลย ทิ้งไว้ 2-3 นาที
แล้วล้างออกจะรู้สึกได้เลยว่าผิวสะอาดเกลี้ยงเกลา
เหมือนเค้าช่วยดูดซับความสกปรกและสิ่งตกค้างต่างๆบนใบหน้าของเราออกไป
เหลือไว้แต่ผิวที่สะอาดสดชื่น รู้สึกว่าผิวนุ่มและไม่แห้งตึงด้วยค่ะ



ซูมให้ดูผิวคลีนๆกันแบบใกล้ๆค่ะ รู้สึกสะอาดดีมาก



สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.olesteskincare.com
หรือ Facebook - www.facebook.com/olesteskincare

นอกจากนี้ O'leste เค้ายังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกด้วยนะคะ ยังไงก็ขอฝากไว้ด้วย
วันนี้จอสต้องขอตัวลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่ค่ะ xoxo





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 9:35:55 น.
Counter : 870 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

BlogGang Popular Award#13


 
Jossy Berry
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jossy Berry's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.