Group Blog
 
All blogs
 

Review : Noop Whitening Radiance Soap สบู่อาบน้ำ ขาวเปล่งประกาย ออร่ากว่าที่เคย

สวัสดีค่ะวันนี้จะพามารู้จักสบู่อาบน้ำจากแบรนด์ Noop
เป็นสบู่เกรดพรีเมี่ยมแบรนด์คนไทยที่ทำขึ้นมาด้วยใจรัก ส่วนผสมคัดเกรดดี
ใช้แล้วช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดเลือนรอยหมองคล้ำและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
และที่สำคัญคือกลิ่นหอมติดผิวตลอดทั้งวัน เป็นอีกหนึ่งตัวที่จอสใช้อยู่เป็นประจำ
เลยอยากจะเอามารีวิวเพื่อเป็นการแชร์ประสบการณ์ให้กับเพื่อนๆค่ะ
ว่าแล้วเราไปดูรีวิวกันเลยค่า


Noop Whitening Radiance Soap ขนาด 100 กรัม
คำเคลมของทางแบรนด์คือ โปรยเสน่ห์ความหอมหวานใต้ผิวขาว
สวยกระจ่างใส ออร่าเปล่งประกาย สุดยอดแห่งความเพอร์เฟค

แพกเกจของเค้าก็จะเป็นสีชมพูสวยงาม หน้ากล่องจะมีรูปเจ้าของแบรนด์อยู่ค่ะ
ตัวก้อนเป็นสีชมพูโอโรส มีสลักชื่อ "Noop" อยู่สวยงามค่ะ






Ingredients : Hydrogenated Palm Oil, Sodium Hydroxide, Aqua, Glutathione, 
Raphanus Sativus Root Extract, Aloe Barbadensis Leaf Extract,
Carica Papaya Fruit Extract, Glycerine, Collagen, Tocopherol, 
Niacinamide, Fragrance

ส่วนผสมหลักที่ใช้ในสบู่ก็จะมีว่านหางจระเข้, วิตามินบี3 และกลูต้า
ที่ช่วยทั้งในเรื่องของการบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นและปรับสีผิวให้ขาวไปพร้อมกันค่ะ
ทิปสำหรับคนที่ผิวคล้ำเสียหนักๆ แนะนำให้ฟอกทิ้งไว้ 1 นาทีแล้วล้างออก
ก็จะเผยผิวกระจ่างใส เค้าบอกว่าจะเริ่มเห็นผลประมาณ 1 สัปดาห์เป็นต้นไปค่ะ



อีกสิ่งหนึ่งที่จอสชอบก็คือกลิ่นค่ะ กลิ่นเค้าเป็นอะไรที่หอมหวานละมุนมากๆ
เป็นกลิ่นออกแนวดอกไม้ ไม่ฉุน แต่ใช้แล้วติดผิวนานทั้งวันค่ะ
และฟองก็ค่อนข้างนุ่มและเยอะดี โดยเฉพาะถ้าใช้กับฟองน้ำขัดตัว
อาบสะอาดไม่ทำให้ผิวแห้ง โดยรวมแล้วดีมากๆค่ะ
ดีกว่าสบู่ก้อนทั่วไปที่เคยใช้มา เพราะปกติจอสจะไม่ค่อยชอบใช้สบู่ก้อนเท่าไหร่
แต่พอมาเจอตัวนี้แล้วติดใจเลยค่ะ เรื่องความขาวกระจ่างใสอาจจะต้องใช้เวลาอีกนิดเพราะเพิ่งเริ่มใช้
แต่รู้สึกว่าผิวเนียนนุ่มดี สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น ตอนนี้ใช้ทุกวันเลยค่ะ เพราะอยากเห็นผลเร็วๆ 






สำหรับเพื่อนๆที่ชอบดูแบบ VDO สามารถคลิกดูได้เลยค่ะ
คลิปนี้จอสจะมาแนะนำไอเท็มดูแลผิวกาย (Body Care Routine)
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีสบู่ตัวนี้อยู่ด้วยนะคะ






ช่องทางการติดต่อ
Facebook page : NOOP CLUB
ID LINE  : noop99
IG : noop_club
Mobile : 0955246916 , 0941909241

ติดตามและพูดคุยกันได้ที่
Instagram : Jossyberryblog




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2559 14:28:27 น.
Counter : 1933 Pageviews.  

Review : L'real White Perfect Clinical ตัวช่วยเร่งฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย

สวัสดีค่ะ กลับมาแล้วจากทริปเที่ยวทะเล รอบนี้ผิวคล้ำขึ้นหนักมาก
บวกกับตอนนี้ทาง L'oreal ได้ส่งผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาให้ได้ลองใช้
เป็นเซ็ตบำรุงผิวหน้าที่ตอบโจทย์ในเรื่องของความขาวกระจ่างใสและสีผิวสม่ำเสมอค่ะ
วันนี้จอสเลยเอามารีวิวให้ได้ดูกันค่ะ ว่าเซ็ตนี้จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจอสได้ดีขนาดไหน 


L'oreal White Perfect Clinical
คำเคลมของแบรนด์คือ รวม 3 ทรีทเม้นท์ในหนึ่งเดียว ได้แก่
IPL, Peeling, Gluta เพื่อผิวสว่างใสออร่าล้ำ ไร้จุดด่างดำแบบ ไวท์ เพอร์เฟคท์ คลีนิคอล
ซึ่งเค้าเคลมว่าเป็นสกินแคร์ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผิวขาวกระจ่างใส
ที่สำคัญคือไม่เจ็บตัวและไม่เสียเวลาด้วยนะคะ

โดยในเซ็ตนี้ก็จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน เดี๋ยวจอสจะแนะนำกันทีละตัวค่า



เริ่มจากตัวแรก L'oreal White Perfect Clinical New Skin Lotion
ตัวนี้จะเป็นโลชั่นที่ใช้เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิว
ซึ่งส่วนผสมที่สำคัญของเค้าคือ Glycolic Acid ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยจัดการกับจุดด่างดำ เร่งการผลัดเซลล์ผิว ทำให้เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส
เรียบเนียนและรูขุมขนกระชับ



เนื้อโลชั่นจะเป็นน้ำใสๆแบบนี้ค่ะ สามารถตบๆลงบนผิวโดยตรงได้เลย
หรือจะชุบสำลีแล้วเช็ดก็ได้เช่นกัน กลิ่นจะหอมอ่อนๆ แต่แอบได้กลิ่นแอลกอฮอล์เล็กน้อย
ข้อดีของเค้าคือเวลาตบลงไปแล้วจะไม่ได้ซึมหายไปหมดเลย แต่จะทิ้งความชุ่มชื้นไว้ให้บนผิว
รู้สึกผิวนุ่ม กระชับ สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวเลยค่ะ ไม่ว่าจะผิวมันหรือผิวแห้ง



ตัวต่อไป L'oreal White Perfect Clinical Derm-White Essence
ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพอย่าง Actyl-C เป็นวิตามินซีที่มีประสิทธิภาพคงที่กว่าวิตามินซีทั่วไปถึง 2 เท่า
จึงช่วยลดเลือนจุดด่างดำต่างๆบนผิว ไม่ว่าจะมีสีเข้มมากๆหรือลดเลือนยาก ตัวนี้ช่วยได้ค่ะ จัดไป



เนื้อเซรั่มมีสีขาวขุ่น กลิ่นเหมือนตัวข้างบนเลย
เนื้อจะมีความเข้มข้นมากกว่า แต่ซึมไวพอๆกันเลยค่ะ
หลังทาแล้วก็จะทิ้งความชุ่มชื้นไว้บนผิว โดยที่ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ
สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ระหว่างวันไม่ทำให้ผิวหน้ามันเยิ้ม



ตัวสุดท้าย L'oreal White Perfect Clinical Day Cream SPF19 PA+++
เป็นเดย์ครีมที่มีส่วนผสมจาก Pro-Vanish3 ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีลง 82%



เป็นเดย์ครีมที่เนื้อเนียนนุ่ม สีชมพูกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆ
ที่สำคัญคือซึมไวไม่เหนียวเหนอะหนะ คนผิวมันใช้ได้สบายๆเลย
ส่วนคนผิวแห้งก็ใช้ได้เช่นกันค่ะ เพราะเค้าจะทิ้งความชุ่มชื้นไว้บนผิวเล็กน้อย
ทำให้รู้สึกสบายผิว มีสารป้องกันแสงแดด 19 เท่า เหมาะกับอากาศร้อนๆบ้านเราดีค่ะ



อันนี้เป็นขั้นตอนในการใช้นะคะ เผื่อใครที่ยังสับสนอยู่
1. ลงตัว Skin Lotion ก่อน
2. จากนั้นตามด้วย Derm-White Essence
3. ปิดท้ายด้วย Day Cream ค่ะ
จะสังเกตุเห็นเลยว่าผิวจะค่อยๆชุ่มชื่นขึ้น หลังทาจะดูเงาๆสุขภาพดี แต่ไม่มันเยิ้มค่ะ
ส่วนตัวแล้วจอสผิวผสมค่อนไปทางแห้ง ใช้แล้วโอเคเลยค่ะ ไม่รู้สึกเหนอะหนะ
ตั้งแต่กลับจากเที่ยวทะเลจอสก็เริ่มใช้ตัวนี้เลย เพราะผิวคล้ำเสียจากแดด
สีผิวตอนแรกจะดูไม่สม่ำเสมอ และเห็นรอยฝ้า กระชัดเจน
แต่พอใช้ตัวนี้มาประมาณ 1 สัปดาห์แล้วรู้สึกว่าผิวดีขึ้นเยอะเลยค่ะ
จอสว่าช่วยฟื้นฟูผิวเสียสะสมได้รวดเร็วกว่าที่คิดซะอีก พวกจุดด่างดำก็ดูดีขึ้น
คิดว่าถ้าใช้ต่อเนื่องจนหมดจะเห็นผลชัดเจนอย่างมากค่ะ ไว้จอสจะคอยอัพเดททางแฟนเพจเรื่อยๆนะคะ
โดยรวมแล้วชอบมาก แนะนำสำหรับคนที่ต้องการให้ผิวขาวและสุขภาพดี
โดยที่ไม่ต้องเข้าคลีนิคเสียเงินแพงๆเพื่อทำเลเซอร์, ทรีทเม้นท์
มันเป็นอะไรที่สะดวกรวดเร็วเร็ว, ไม่เจ็บตัวและไม่ต้องเสียเงินแพงด้วยค่ะ







ติดตามจอสได้ที่
Instagram : Jossyberryblog




 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 22 มีนาคม 2559 11:37:23 น.
Counter : 1327 Pageviews.  

Review : Snail Blink Body Lotion โลชั่นบำรุงผิวกายผสมเมือกหอยทากจาก 7/11

สวัสดีค่ะวันนี้จอสจะขอเปลี่ยนบรรยากาศมารีวิวโลชั่นบำรุงผิวกายกันบ้างนะคะ
โดยเฉพาะช่วงนี้เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว หลายคนอาจผิวแห้ง
และถ้าใครที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วลืมพกโลชั่นบำรุงผิวไปด้วยล่ะก็ วันนี้มีของดีมาแนะนำค่ะ
AR Snail Blink Body Lotion เป็นโลชั่นบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากเมือกหอยทาก
ที่สำคัญคือขวดนี้สามารถหาซื้อได้ตาม 7/11 ค่ะ สะดวกสบายราคาถูกขนาดนี้ 
อยากรู้แล้วใช่ไหมว่ามันจะใช้ดีรึป่าว
สำหรับเพื่อนๆที่ชอบดูแบบ VDO สามารถคลิ๊กดูข้างล่างนี้ได้เลยค่า



AR Snail Blink Body Lotion 350 มล.
สรพพคุณคือเป็นโลชั่นบำรุงผิวผสมเมือกหอยทาก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น
ผิวแลดูกระชับ นุ่มและเรียบเนียน ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
แลดูสุขภาพดี 


แพกเกจเป็นสีขาวมีรูปใบไม้หอยทากน่ารักฟรุ้งฟริ้งดีค่ะ
ลักษณะการใช้งานของเค้าเป็นแบบฝาปั้ม ใช้งานง่าย






มาดูในเรื่องของส่วนผสมกันบ้างค่ะ นอกจากจะมีส่วนผสมจากเมือกหอยทากแล้ว
เค้ายังมี Vitamin E ซึ่งจะช่วยเรื่องของความชุ่มชื้น
มี Vitamin C และ Glutathione ช่วยเรื่องความขาวกระจ่างใสอีกด้วยค่ะ
เรียกได้ว่าส่วนผสมค่อนข้างดีเลยทีเดียว และสามารถคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่เค้าเคลมไว้ได้ 






ในส่วนของเนื้อครีมนั้นค่อนข้างเข้มข้นเลยค่ะ
ด้วยส่วนผสมของเมือกหอยทากมันก็จะหนึบๆ ยืดหยุ่นหน่อย
กลิ่นจะเป็นกลิ่นหอมได้ฟิลดอกไม้เลยค่ะ ส่วนตัวแล้วจอสชอบกลิ่นมากๆ
เพราะทาแล้วทำให้เราตัวหอมไปด้วย เรียกได้ว่าหอมฟุ้งเลยทีเดียว
เวลาทาลงบนผิวแล้วแนะนำให้ลูบไล้ให้ทั่วก่อน จากนั้นก็ตบเบาๆก็จะซึมเข้าผิวเลย
หลังทาแล้วรู้สึกสบายผิวดี เนื้อครีมซึมได้ดี และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้เลยค่ะ



ส่วนตัวแล้วจอสลองใช้มาประมาณเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว
ใช้หลังอาบน้ำในตอนเช้าหรือเย็นค่ะ รู้สึกว่าผิวดีขึ้น
มีความนุ่มชุ่มชื้น ผิวไม่แห้ง ในส่วนของความขาวจอสคิดว่าคงต้องใช้เวลานานกว่านี้
น่าจะเห็นผลชัดเจนขึ้น เพราะขวดนี้ก็น่าจะใช้ได้นานอยู่ เอาไว้ใช้หมดแล้วจอสจะมาอัพเดทอีกทีนะคะ
ตัวนี้แนะนำเลยค่ะ สำหรับคนที่อยากให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียนและขาวใส แต่ไม่อยากให้เหนอะหนะ
เพราะเนื้อครีมเค้าซึมเข้าผิวได้ดีเลยทีเดียว แต่ถ้าอากาศหนาวมากๆอาจจะเอาไม่อยู่นะคะ
ส่วนตัวแล้วคิดว่าเหมาะกับกาศร้อนๆไปจนถึงเย็นๆ กำลังดีค่ะ
ข้อเสียของตัวนี้คือไม่เหมาะกับการทาทับหลายครั้ง เหมาะกับทาหลังอาบน้ำเท่านั้น
เนื่องจากเนื้อที่เข้มข้น เลยทำให้มันเป็นคราบและเนื้อครีมไม่ซึมเข้าผิวได้ค่ะ



เอาเป็นว่าโลชั่นบำรุงผิวตัวนี้เป็นอะไรที่ถูกและดี หาซื้อง่าย และอยากแนะนำ
เพื่อนๆคนไหนที่สนใจก็สามารถลองไปหามาใช้ได้ค่ะ มีขายตาม 7/11 ทั่วไปเลยค่ะ



ติดตามและพูดคุยกันได้ที่
Instagram : Jossyberryblog




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2558    
Last Update : 24 ธันวาคม 2558 10:54:47 น.
Counter : 2512 Pageviews.  

Review : Yanhee Mela Cream ยันฮี เมล่า ครีม สำหรับคนเป็นฝ้า กระ และเพื่อผิวขาวกระจ่างใส

สวัสดีค่ะ วันนี้จอสจะมารีวิวครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับคนเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำค่ะ
เชื่อว่าหลายคนน่าจะพอคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้วนะคะ เพราะครีมตัวนี้เค้ามีขายที่ 7/11 ด้วย
ครีมที่ว่ามันคือ Yanhee Mela Cream (ยันฮี เมล่า ครีม) นั่นเองค่ะ
เป็นครีมบำรุงผิวที่ผลิตจากโรงพยาบาลยันฮีโดยผู้เชี่ยวชาญ ส่วนตัวจอสคิดว่าเป็นครีมอีกหนึ่งตัวที่น่าเชื่อถือ
วันนี้เลยอยากจะเอามารีวิวให้ได้ดูกันค่ะ


Yanhee Mela Cream ยันฮี เมล่า ครีม ขนาด 20 กรัม ราคา 149 บาท
ตัวนี้เค้าเคลมไว้ว่าเป็นครีมทาฝ้า สูตรเฉพาะของยันฮี อ่อนโยนไม่ระคายเคือง
ช่วยในเรื่องของ ฝ้า กระ รอยสิว และจุดด่างดำ และยังช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้เค้ายังมีใบรับแจ้งเลขที่ 10-1-5823095 ปลอดภัยหายห่วงแน่นอนค่า

ลักษณะแพกเกจของเค้าก็จะเป็นหลอดสีขาวเรียบๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก พกพาสะดวก
ตัวหลอดก็จะมีสกรีนรายละเอียดชัดเจน ยี่ห้อยันฮี พร้อมสัญลักษณ์
ส่วนด้านหลังหลอดก็จะมีรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เช่นกัน มีบอกส่วนผสมและวิธีใช้อย่างละเอียดค่ะ









มาดูในเรื่องของส่วนผสมสำคัญหลักๆนะคะ (Active Ingredients)
Tranexamic Acid - เป็นสาร whitening ที่ใช้ในวงการแพทย์เพื่อรักษาฝ้า มีผลยับยั้งเม็ดสี
ลดรอยดำรอยแดงได้ดี โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ จึงใช้รักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยค่ะ
โดยสารตัวนี้ค่อนข้างเข้มข้นเลยทีเดียว เพราะเค้าใส่มาในลำดับที่สอง ทำให้พอคาดหวังถึงผลลัพธ์ได้ค่ะ
Licorice Extract - เป็นสารสกัดจากรากชะเอม มีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนนิ่ง ช่วยให้ผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ

Ingredients - Purified Water, Tranexamic Acid, Glycolic Acid, Propylene Glycol,
Xanthan Gum, Maltodextrin, Triethanolamine, Licorice Extract, Methylparaben,
Fragrance






ในส่วนของเนื้อครีมเป็นสีขาวมีความเข้มข้นสูง แต่ทาแล้วซึมไวและไม่เหนียวเหนอะหนะ
กลิ่นนี่แทบจะไม่มีเลยค่ะ เพราะเค้าใส่น้ำหอมมาในลำดับสุดท้าย ความรู้สึกเหมือนครีมหมอเลย






ทีนี้เรามาทดสอบทาลงบนใบหน้าดูกันบ้าง จากภาพ before & after
จะเป็นก่อนทาครีมและหลังทาทันทีค่ะ โดยส่วนตัวแล้วจอสเป็นคนผิวผสม มันช่วงทีโซน
พอทาครีมลงไปแล้ว ก็จะเห็นเลยว่ามันซึมเข้าสู่ผิวหมดเลย โดยไม่ทิ้งความวาวไว้บนผิว
สำหรับวิธีใช้คือ ทาแค่วันละ 1 ครั้งก่อนนอนเท่านั้น โดยครีมตัวนี้จะเน้นเรื่องความขาวใสและฝ้า กระ
แต่จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นใครที่มีผิวแห้งควรลงมอยเจอร์ไรเซอร์ควบคู่ด้วยนะคะ

สำหรับผลการทดลองใช้ของจอสผ่านมาประมาณเกือบ 1 สัปดาห์ได้แล้วค่ะ
รู้สึกเลยว่าช่วยให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้น เพราะช่วงก่อนหน้านี้จอสไปเที่ยวทะเลมา
กลับมาผิวก็คล้ำลงเป็นปกติ แต่ตอนนี้สังเกตุได้เลยว่าผิวหน้าขาวกว่าผิวตัวไปไกลแล้ว
ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับการใช้ครีมบำรุงตัวอื่นๆและครีมกันแดดควบคู่ไปด้วยนะคะ
ส่วนเรื่องรอยกระและรอยสิวตอนนี้ยังไม่เห็นผลเท่าไหร่ คิดว่าถ้าใช้ต่อเนื่องน่าจะเห็นผลชัดขึ้น
เอาไว้จอสใช้หมดหลอดเมื่อไหร่จะมารายงานผลผ่านทางแฟนเพจก็แล้วกันนะคะ
โดยรวมแล้วเป็นครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีอีกตัวนึงค่ะ เพราะอ่อนโยนต่อผิว ใช้แล้วไม่แพ้
อาจจะใช้เวลาในการเห็นผลลัพธ์สักนิด แต่ก็เป็นเรื่องปกติของครีมบำรุงที่ดีค่ะ เพราะเค้าไม่ได้ใส่สารอันตรายใดๆ
ทั้งนี้ผลหลังการใช้ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเห็นของจอสค่ะ






สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ 7-Catalog on shelf ในร้าน 7/11, Yanhee shop และ Lazada
หรือจะสั่งซื้อสินค้าได้ที่ //medocine.co.th โทร 02-7847878

ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ที่
Instagram : Jossyberryblog




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2558    
Last Update : 18 ธันวาคม 2558 13:04:35 น.
Counter : 5914 Pageviews.  

Jossy Berry | Review : Biotherm Life Plankton Essence และ Aquasource Night Spa

สวัสดีค่ะ วันนี้จอสก็จะมาอัพเดทสกินแคร์ตัวใหม่ที่เพิ่งได้ลองใช้
ถ้าพูดถึงแบรนด์ Biotherm เพื่อนๆต้องคิดถึง Life Plankton กันใช่ไหม
ใช่แล้วค่ะ วันนี้จอสจะมารีวิวตัวนี้แหละ แต่ไม่ได้มารีวิวตัวเดียวนะคะ
เพราะล่าสุด Biotherm เค้าออกตัวใหม่มา ชื่อว่า Biotherm Aquasource Night Spa
เป็นครีมบำรุงผิวก่อนนอน สามารถใช้คู่กับ Life Plankton Essence ได้เลย
ว่าแล้วก็ไปดูรีวิวทั้งสองตัวกันเลยค่ะ


โฉมหน้าของทั้งสองตัวค่ะ ได้แก่ Life Plankton Essence ที่เรารู้จักกันดี
และอีกตัวที่เพิ่งออกใหม่ Aquasource Night Spa ตัวนี้เค้าบอกว่าเป็นเนื้อสัมผัสใหม่
เป็นเนื้อเจล ที่บางเบา ทำให้ใช้แล้วไม่เหนียวเหนอะหนะผิว เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราเลยค่ะ
โดยทั้งสองตัวนี้จอสได้เริ่มลองใช้มาสักพักนึงแล้วค่ะ จุดเด่นของเค้าคือช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น
และช่วยปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้แข็งแรงขึ้น เพราะเค้ามีส่วนผสมเด่นๆจากแพลงตอน
ที่มีการศึกษาวิจัยว่าช่วยารักษาโรคผิวหนัง รักษาแผล ฟื้นฟูผิว และช่วยเติมน้ำให้ผิว 
ทำให้ผิวพรรณของเรานุ่มชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้นนั่นเองค่ะ



Biotherm Life Plankton Essence
ตัวนี้คิดว่าคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีค่ะ เพราะเค้าคือเอสเซ้นส์ที่มีส่วนผสมของแพลงตอน 5% ที่ร่ำลือ
ซึ่งถือว่าใส่มาในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะทีเดียว นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่นๆที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและชอละริ้วรอยอีกด้วย อย่างเช่น สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Vitis Vinefera Extract)
ที่ใส่มาในลำดับต้นๆ ทำให้มีประสิทธิภาพสูง และมีน้ำหอมมาในลำดับสุดท้าย ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ
แต่ก็อาจจะเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะกลิ่นนางแรงเลยทีเดียว ทำให้น้ำหอมไม่สามารถกลบกลิ่นเหม็นของนางได้
แต่ก็ดีสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายค่ะ ส่วนตัวตอนเริ่มใช้แล้วแอบตกใจกลิ่น พอใช้ไปสักพักจะเริ่มชินไปเอง
ขวดที่จอสใช้เป็นขนาด 200 มล. ราคา 3,200 บาทค่ะ ขวดใหญ่สะใจ และคิดว่าคงใช้ได้นานมากๆ
เพราะนี่ใช้มาก็น่าจะสัปดาห์นึงได้แล้วแต่ดูจากปริมาณในขวดแล้วไม่ค่อยลดเลยค่ะ

Ingredients
Aqua, Glycerin, Maris Aqua, Butylene Glycol, Propylene Glycol, PPG-6-Decyltetradeceth-30, 
Sodium Chloride, Sodium Hyaluronate, Sodium Hydroxide, Vitis Vinefera Extract, 
Cellulose Acetate Butyrate, p-Asnic Acid, Adenosine, Ammonium Polyacryldimethyltauramide,
 Disodium EDTA, Caprylyl Glycol, Vitreoscilla Ferment, Xanthan Gum, 
Polyphosphorylcholine Glycol Acrylate, Polyvinyl Alcohol, Phenoxyethanol, 
Linalool, Geraniol, Limonene, Citronellol, Butylphenyl Methylpropional, 
Benzyl Alcohol, Benzyl Benzoate, Parfum.



เนื้อสัมผัสจะเป็นน้ำสีขุ่นๆ ของจริงสีขุ่นกว่าในรูปนะคะ
ค่อนข้างมีความเหนียวหนืดนิดๆ เวลาทาลงบนผิวแล้วนวดวนๆจะเป็นเหมือนฟิล์มเคลือบผิวไว้
จอสใช้ทั้งเช้าและก่อนนอน ใช้เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิวเลยค่ะ
วันไหนที่อากศร้อนไม่อยากให้หน้ามัน สามารถทาตัวนี้เดี่ยวๆได้เลยนะ
เพราะลงแค่ชั้นเดียวนางก็เอาอยู่ คือจะไม่ทำให้ผิวแห้ง และรักษาความชุ่มชื้นได้ทั้งวัน
ส่วนตัวจอสเป็นคนผิวผสม ใช้แล้วระหว่างวันไม่รู้สึกว่าทำให้ผิวมันหรือเหนอะหนะเลยค่ะ
คนที่ผิวแห้งถึงผิวผสมจะใช้ดีมาก ส่วนคนผิวมันอาจต้องใช้ในปริมาณที่น้อยลงนะคะ
และก็อีกอย่างจอสเป็นคนที่ผิวแพ้ง่าย บางทีชอบเป็นผื่นคันแดงตามตัว แล้วชอบเกาจนเป็นแผล
ก็จะใช้ตัวนี้ตบๆลูบๆลงไปบริเวณที่แพ้ ซึ่งช่วยได้เยอะมากเลยค่ะ มันจะช่วยปลอบประโลมผิว
ทำให้ผิวเย็นลงและลดอาการคัน ตรงช่วงที่เป็นผื่นก็จะค่อยๆหายไป ผิวแข็งแรงขึ้น
โดยรวมแล้วชอบค่ะ ทั้งเรื่องของแพกเกจ เนื้อผลิตภัณฑ์และผลหลังการใช้
ยกเว้นเรื่องกลิ่นอย่างเดียว ใครที่ไม่ชอบใช้สกินแคร์กลิ่นแรงๆ ขอเตือนไว้ก่อนนะคะ ฮ่าๆๆ



Biotherm Aquasource Night Spa
ตัวนี้เค้าบอกว่าเหมือนทำสปาทรีทเม้นท์ให้ผิวเลยค่ะ เนื้อสัมผัสใหม่เป็นแบบบาล์มในเจล
ซึ่งจะมีความสบายผิว ชุ่มฉ่ำ ทาแล้วซึมซาบไว บางเบาเหมือนน้ำค่ะ 50 มล. ราคา 1,800 บาท
คุณสมบัติคือช่วยเติมน้ำให้ผิวในตอนกลางคืน +30% ตื่นมาแล้วจะทำให้ผิวอิ่มน้ำและเปล่งปลั่ง
ด้วยส่วนผสมหลักอย่าง Polynesian Marine Extract (สารสกัดจากโคลนบริสุทธิ์) และ Life Plankton
ตัวนี้ดีที่กลิ่นหอมเย็นสดชื่นค่ะ ใช้แล้วเสมือนแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางทะเล ดี๊ดี!
แต่ต้องขอเตือนก่อนนะคะ สำหรับคนที่แพ้แอลกอฮอล์ เพราะตัวนี้เค้ามีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ค่ะ
เท่าที่ดูจากส่วนผสมแล้วนางใส่ Alcohol Denat มาอันดับที่ 3 เลย แถมยังมีอีกสองตัวในตอนท้าย
ข้อดีคือทาแล้วสบายผิวและไม่ทำให้เหนอะหนะผิว ยังไงก็ทดสอบอาการแพ้กันก่อนละกันเนอะ
สำหรับจอส ส่วนตัวใช้แล้วไม่มีอาการแพ้ใดๆค่ะ แต่ช่วงแรกที่เริ่มใช้จะมีรู้สึกแสบผิวนิดๆตอนทา
ย้ำว่าเฉพาะตอนที่ทาลงไปบนผิวนะคะ พอใช้ไปสักสัปดาห์นึงอาการแสบผิวจะค่อยๆลดลงค่ะ

Ingredients
Aqua, Dimethicone, Alcohol Denat, Glycerin, Isocetyl Stearate, Polyglyceryl-2 Stearate,
Isononyl Isononanoate, Pentylene Glycol, Butylene Glycol, Stearyl Heptanoate,
Peg-8 Stearate, Mannose, Stearic Acid, Stearyl Caprylate, Alteromonas Ferment Extract,
Sodium Hydroxide, Sodium Polyacrylate, Palmitic Acid, Disodium Stearoyl Glutamate,
Hydroxypalmitoyl Sphinganine, Hydroxypropyl Starch Phosphate, Vitreiscilla Ferment,
Cetyl Alcohol, TocoPherol, Phenoxyethanol, CI 19140, CI 42090, CI 60730, Linalool,
Geraniol, Limonene, Hydroxyisohexyl 3-Cyclohexene Carboxaldehyde, citral, Hexyl Cinnamal,
Benzyl Alcohol, Benzyl Salicylate, Parfume



อย่างที่บอกค่ะว่าเนื้อสัมผัสเป็นรูปแบบบาล์มในเจล หลายคนฟังแล้วอาจงง
เอาง่ายๆก็คือเป็นเนื้อเจล ที่พอทาลงไปบนผิวแล้วมันจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นเนื้อบาล์ม
คอยเคลือบผิวของเราไว้ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและไม่ทำให้ระเหยออกจากผิวไปนั่นเอง
ถามว่าพอเป็นบาล์มเคลือบผิวแล้วรู้สึกเหนอะหนะไหม จอสว่าไม่ค่ะ เพราะเนื้อเค้าบางเบามากๆ
สำหรับคนผิวผสมแบบจอสแล้วใช้ได้สบายๆเลยค่ะ ผิวมันและผิวแห้งก็ใช้ได้เช่นกัน
สัมผัสแรกที่ทาลงไปบนผิวจะรู้สึกสดชื่นและเย็นสบายดีค่ะ มีแสบผิวนิดๆช่วงแรกที่ใช้อย่างที่บอก
ถ้าวันไหนที่เหนื่อยๆ หรือต้องไปเจอแดดมานานๆ จอสจะกลับมาพอกไว้ข้ามคืนเลยค่ะ
ตื่นมาผิวจะนุ่มเด้งและเปล่งปลั่งดูมีชีวิตชีวามาก แทบจะไม่ต้องมาส์กหน้ากันเลยทีเดียว
โดยรวมแล้วชอบมากเช่นกันค่ะ เพราะเป็นไนท์ครีมตัวนึงที่ใช้ความชุ่มชื้นได้ดี จัดเต็มมาก
แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ (อาจเป็นเพราะใส่แอลกอฮอล์มาเยอะ)



อันนี้ลองเปรียบเทียบให้ดูค่ะระหว่างผิวเปลือยๆหลังล้างหน้า
ทาตัว Life Plankton Essence ลงไปชั้นนึง จะรู้สึกว่าผิวดูชุ่มชื้นขึ้น
และพอทา Aquasource Night Spa ลงไปอีกชั้นก็จะชุ่มชื้นขึ้นมาอีกระดับนึง
ซึ่งรวมๆแล้วมันทำให้ผิวของเราดูดี มีชีวิตชีวามากขึ้นค่ะ ไม่ได้ทำให้ผิวมันหรือเหนอะหนะ
ช่วงกลางวันจอสจะใช้เฉพาะ Essence ตัวเดียวค่ะ เพราะคิดว่ามันชุ่มชื้นกำลังดี
ส่วนกลางคืนก็จะใช้ร่วมกันทั้งสองตัว ตื่นมาแล้วมันก็จะซึมเข้าผิวไปหมดเลย
ไม่ทิ้งความมันเหนอะหนะไว้บนผิวด้วย เป็นอะไรที่เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากค่ะ
ส่วนตัวแล้วตั้งแต่ใช้มายังไม่มีอาการแพ้หรือสิวบุกแต่อย่างใด ลองให้แฟนใช้ก็ไม่แพ้เช่นกันค่ะ
แต่คุณแฟนบอกว่ามีอาการแสบนิดๆในช่วงแรกที่ใช้ตัว Aquasource Night Spa เหมือนกันเลย
ซึ่งพอใช้ไปสักพักแล้วอาการแสบลดลง สุขภาพผิวดูดีขึ้น และไม่มีอาการผิวแห้งขาดน้ำเลยค่ะ



ก็เป็นสกินแคร์ดีๆอีกหนึ่งแบรนด์ที่อยากแนะนำค่ะ
ซึ่งผลลัพธ์หลังใช้ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ใครที่ลองใช้แล้วเป็นยังไงก็มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทาง Biotherm Thailand ที่ส่งของดีๆมาให้จอสได้ลองใช้ด้วยค่ะ
พูดเลยว่าตอนนี้ติดงอมแงมเลย ชอบมาก คิดว่าถ้าหมดแล้วต้องหามาใช้ต่อแน่นอน
ถ้าให้คะแนนของทั้งสองตัวจอสเคาะให้ที่ 9/10 เลยค่ะ
หักนิดนึงตรงเรื่องกลิ่นของตัวเอสเซ้นส์และแอลกอฮอล์ของตัวไนท์สปา อย่างอื่นให้ผ่านหมด



ติดตามและพูดคุยกันได้ที่
Instagram : Jossyberryblog




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2558 14:08:38 น.
Counter : 2935 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Jossy Berry
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jossy Berry's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.